ตอนที่ 8 ถูกใส่ร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า (2)
กู้เชียนเสวี่ยอดถอนใจไม่ได้ สมกับที่เป็ตระกูลร่ำรวยที่ปากหวานก้นเปรี้ยว หากบอกว่ากู้เชียนเสวี่ยอย่างนางนั้นเ้าแผนการก็ยังมีจุดที่น่าให้อภัยอยู่บ้าง เพราะอย่างไรเสียในยุคปัจจุบัน นางก็เป็คนที่มีอายุยี่สิบกว่าปีแล้ว ทว่ากู้เชียนโหรวที่อายุแค่สิบสามปี กลับพูดจาได้รอบคอบขนาดนี้ ทำให้ตกตะลึงจริงๆ
ประการแรก กู้เชียนโหรวเอ่ยเพียงกู้เชียนเสวี่ยสั่งลงโทษสาวใช้สองคนก่อนด้วยการโบยสามสิบไม้ แต่กลับไม่ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ทำ ก็ทำให้ทุกคนมองว่าเ้าของร่างเดิมเป็คนโหดร้ายไร้เหตุผลโดยปริยาย
ประการที่สอง เพียงแค่ประโยคที่ว่าผ่านการอบรมสั่งสอนมาจากข้างนอกและกำลังรอเข้ามาในเรือนประโยคนั้น ก็เป็การแยกชัดความสัมพันธ์ระหว่างตนและสาวใช้ทั้งสองไปด้วย
ทว่ามีคำอยู่คำหนึ่งที่พูดเอาไว้ได้ดีทีเดียว ยิ่งพยายามปิดก็ยิ่งฉาวโฉ่ ที่พูดนี่คือกู้เชียนโหรวสินะ
เหมือนกับว่ากู้เชียนเสวี่ยจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาสาวใช้ทั้งสอง “พวกเ้าคงไม่ได้แค้นอะไรข้ากระมัง ตอนที่พวกเ้าเพิ่งเข้ามาในเรือน ข้าเองก็ได้สั่งสอนพวกเ้าไปจริงๆ นั่นละ”
อวี้เหลียนรีบตอบกลับ “คุณหนูใหญ่ เกรงว่าท่านคงจะจำผิดแล้ว ั้แ่ที่พวกเรามาถึงที่เรือนทิงเสวี่ย คุณหนูก็ดูแลพวกเราเป็อย่างดีมาโดยตลอด...” แล้วจู่ๆ ก็พบว่าตัวเองตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว หากบอกว่าคุณหนูใหญ่ดีกับพวกนาง แล้วเหตุใดพวกนางจะต้องเนรคุณมาเปิดโปงเื่ที่คุณหนูใหญ่ผลักคนตกน้ำด้วย
อวี้ชุ่ยเองก็เป็คนที่ฉลาดเฉลียว รีบแก้ในทันที “คุณหนูใหญ่เ้าคะ ที่คุณหนูใหญ่ดูแลพวกเราเป็อย่างดีพวกเราก็รู้ดีอยู่แก่ใจ และพวกเราก็มิใช่หมาป่าขี้ขลาด เพียงแต่ว่าในตอนนี้ไม่มีปัญญาจะปกปิดความผิดให้กับคุณหนูแล้วจริงๆ เพราะเื่นี้เกี่ยวพันถึงทั้งจวนตระกูลกู้ ความรับผิดชอบหนักหนานักเ้าค่ะ”
จู่ๆ กู้เชียนเสวี่ยก็หัวเราะร่าออกมา แล้วมองไปที่เ้ากรมกู้ จากนั้นก็หันไปมองเผยอี๋เหนียง “ก็ได้ ในเมื่อพวกท่านเอาแต่ถามซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นนั้นข้าก็จะพูดความจริงต่อพวกท่านก็แล้วกัน เป็สาวใช้สองคนนี้ที่ผลักข้า จากนั้นข้าก็ไม่ทันระวังผลักไปโดนลี่อ๋อง ง่ายๆ แค่นี้ นี่คือคำตอบที่พวกท่านพยายามตามหาอย่างยากลำบาก”
ทุกคนพากันตกตะลึง
ทั้งหมดต่างก็คิดว่าคุณหนูใหญ่จะใช้อุบายอันยอดเยี่ยมอันใดมาปฏิเสธอีก แต่กลับกลายเป็ว่ายอมรับง่ายๆ เสียอย่างนั้น
กลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออก กระอักกระอ่วนยิ่ง
“ในที่สุดก็ยอมรับแล้วสินะ” เผยอี๋เหนียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที
กู้เชียนเสวี่ยปรายตามองนาง “ใช่แล้ว ยอมรับแล้ว แล้วอย่างไรต่อเล่า จะโบยข้าให้ตายหรือ เช่นนั้นก็โบยเถิด แล้วเอาศพของข้าส่งให้กับลี่อ๋องหรือฮ่องเต้ก็ได้ ดูสิว่าท่านเ้ากรมจะหลุดพ้นจากเื่นี้หรือไม่ ดูว่าในท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ”
จ้าวซื่อใจนหน้าซีด กำลังจะเอ่ย ก็นึกถึงคำพูดของกู้เชียนเสวี่ยขึ้นมา จึงปิดปากสนิท
คนที่ปิดปากแน่น ยังมีเ้ากรมกู้อีกคน ตอนนี้เขาสับสนไปหมดแล้ว นี่มันเื่อะไรกันแน่
เผยอี๋เหนียงเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ จ้าวซื่อ ด้วยสีหน้าเป็กังวล “พี่หญิง ท่านเห็นแล้วใช่หรือไม่”
จ้าวซื่อมองไปที่เ้ากรมกู้ หันไปมองกู้เชียนเสวี่ย แล้วหันไปมองเผยอี๋เหนียง ก่อนจะพยักหน้าอย่างลนลาน
เผยอี๋เหนียงทำหน้าจริงจังกว่าเดิม “ตอนนี้คุณหนูใหญ่ก่อเื่ร้ายแรง เกรงว่าคงจะมีแต่พี่หญิงที่สามารถคลี่คลายได้” นางหมายถึงบิดาของจ้าวซื่อ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดจ้าวนั่นเอง
กู้เชียนเสวี่ยเหลือบมองไปยังจ้าวซื่อ จ้าวซื่อเองก็ไตร่ตรองดู ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยอย่างติดๆ ขัดๆ “สะ...เสวี่ยเอ๋อร์นางเองก็โตแล้ว เื่นี้ก็คะ...ควรให้นางจะ...จัดการเอง ขะ...ข้าไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย”
กู้เชียนเสวี่ยยกนิ้วให้ท่านแม่ผู้ไม่เอาไหนหนึ่งหมื่นครั้ง
เผยอี๋เหนียงตะลึงงัน ไม่เข้าใจว่าทำไมจ้าวซื่อถึงไม่ตกหลุมพราง “พี่หญิง จะพูดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน อย่างไรเสียคุณหนูใหญ่ก็อายุแค่สิบสี่เท่านั้น ยังเด็กอยู่นะเ้าคะ”
จ้าวซื่อตอบกลับ “สิบสี่ปีก็มะ...ไม่เด็กแล้ว ตัวข้าเองตอนอายุสิบสี่ก็แต่งงานกับท่านพี่แล้ว” พูดจบ ก็หันหน้าอวบแดงปลั่ง มองไปยังเ้ากรมกู้
แต่น่าเสียดาย เ้ากรมกู้ไม่ได้สนใจจ้าวซื่อเลยแม้แต่น้อย
“พอแล้ว!” ในที่สุด ไท่ไท่ผู้เฒ่าเจิ้งซื่อที่นั่งเงียบๆ มาโดยตลอด ถึงนางจะแก่มากแล้ว แต่น้ำเสียงกลับดังก้องและมีพลัง อยู่มาได้จนถึงป่านนี้ มีหรือจะดูเื่ภายในเหล่านี้ไม่ออก