ห้อง ม.2/D ของอมเรศ เรียนวิชาภาษาอังกฤษสามคาบต่อสัปดาห์วันจันทร์และพุธเรียนกับกฤตธีรา ส่วนวันอังคารเรียนกับครูต่างชาติ
เจอกันสองวันต่อสัปดาห์มันน้อยไปแต่สำหรับอมเรศเขาจะได้เจอกฤตธีราอีกหนึ่งวันแน่ ๆคือวันพฤหัสบดีซึ่งมีคาบกิจกรรมชุมนุม
วิชาเพิ่มเติมก็เป็นสิ่งที่น่าปวดหัวสำหรับเขาเพราะไม่รู้จะไปเรียนกับครูคนไหนที่เหม็นหน้าตนน้อยหน่อย
เขาไม่ได้สบายอย่างภูวนาทและตรีนุชที่ลงเรียนกับพ่อของเขาตอนม.1 แบบไม่ต้องคิด ถ้าให้เขาเดานะสองคนนั้นจะเรียนกับพ่อหรือแม่ของเขาทั้งกิจกรรมชุมนุมหรือวิชาเพิ่มเติมเท่าที่ทำได้ขณะที่เขาซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ คิดหนักจนปวดกะโหลกเพราะไม่กล้าไปตามติดอยู่กับพ่อแม่ด้วย กลัวจะเป็นขี้ปากของคน
แต่ตอนนี้คือ ม.2 !
และเขาตัดสินใจได้กับการเลือกชุมนุมไปแล้วในวันพฤหัสบดีที่แล้วแต่วันนี้คือวันอังคารต่อมา ...วันอังคารที่ ม.2 มีเรียนวิชาเพิ่มเติมและตอนนี้ก็คือต้องไปลงทะเบียนเรียนกับครูแต่ละคนซึ่งนั่งรอรับสมัครอยู่…
พอครูหัวหน้าระดับบอกให้แยกย้ายกันไปลงทะเบียนได้อมเรศลุกขึ้น ยืนเคว้งคว้างรอการตั้งสติ เขามองซ้ายขวา มองไปมองมาเพื่อนในห้องก็ไม่สนิทกับใครเลย ทำไงดีวะ ไปเรียนกับใครดี ใครที่จะพอไม่เกลียดเขาจนมากเกินไป
"อำ !!"เขาได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อตัวเองมาแต่ไกลพอหันไปก็เห็นภูวนาทกับตรีนุชโบกมือหย็อย ๆ มาจากโต๊ะของครูที่เขาจำได้ว่าคือครูประจำชั้นห้องม.2/H ของสองคนนั้น
"อำมาเรียนกับพวกเราดิ เร็ว ๆ อาจารย์สิริยากรใจดี" โฆษณากันแบบนั้นเลยอมเรศมองไปก็เห็นครูผู้หญิงหมวดการงานคนนั้นรีบปรามภูวนาทใหญ่ หล่อนส่งยิ้มให้เขาและนั่นเองเขาเลยรู้ว่า โอเค งั้นไปเลย เรียนพิมพ์ดีดก็ได้
"อาจารย์ต้องรับอมเรศนะอมเรศน่ะเป็นคนดี และเป็นลูกอาจารย์กณิศด้วย หนูชอบอาจารย์กณิศมากก เอฟซี ๆ"ตรีนุชรีบพูด
อมเรศเริ่มเดินมาหาอาจารย์สิริยากรเขายกมือไหว้และรีบลงชื่อ
"นาน ๆ จะมีห้อง Dมาเรียนกับครูซะด้วย ดีใจจังเลยค่ะ"
อาจารย์สิริยากรยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตรเขารีบยิ้มกว้างตอบ 'ค่อยยังชั่ว รอดตัวไปที' ดีที่ภูวนาทและตรีนุชคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาและครูประจำชั้นของสองคนนั้นก็ดูโอเค
อมเรศนึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีเพื่อนสองคนนี้คอยช่วยเหลือหลายๆ อย่างเขาจะเอาชีวิตรอดยังไง
มื้ออาหารเย็นของบ้านเขาดำเนินไปอย่างเรียบง่ายพ่อของเขาแกะปลาแล้วใส่ไว้ในตู้กับข้าว ป่านนี้แล้วแม่ยังไม่กลับมาอีกเขากินข้าวกับพ่อสองคนก่อนแล้ว
“อำได้เจอแม่ไหม”อาจารย์กณิศเดินมาถามตอนที่บุตรชายกำลังตักข้าวคำใหญ่และสายตาดูจอโทรทัศน์ที่เปิดภาพยนตร์ฮอลลีวูด
“เปล่าครับสงสัยแม่คงจัดบอร์ดมั้ง”
“นั่นสินะแล้วลูกดูเรื่องอะไรอยู่”
“เจมส์ บอนด์ 007ครับ”
“นักแสดงคนนี้เป็นบอนด์คนใหม่เหรอสมัยพ่อวัยรุ่นเป็นอีกคนหนึ่ง ๆ”
“ตอนนี้พ่อเป็นวัยไหน”
“วัยกลางคนน่ะสิ”
“แหม่” อมเรศคิดว่าพ่อคงจะเดินไปแล้วเมื่อถามจบแต่ว่าพ่อของเขาหมุนตัวหันหลังกลับเดินย้อนกลับมาอีก
“อำแล้วลูกเรียนวิชาเพิ่มเติมอะไร”
“พิมพ์ดีดครับ”เขาตอบ
“เรียนกับอาจารย์อะไร”
“อาจารย์สิริยากรที่เป็นครูประจำชั้นห้อง H ของภูวนาทกับตรีนุชน่ะครับสองคนนั้นเป็นคนเรียกผมมาเอง”
“อ้อ ๆ” สีหน้าของพ่อดูคลายความกังวล แสดงว่าโอเคทั้งวิชาและตัวผู้สอน “แต่พ่อแปลกใจหน่อยน่ะอำ”
“แปลกใจเรื่องอะไรครับ”หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องที่เขาคิดนะ
“เวลาพ่อบังคับลูกติวอังกฤษลูกดูไม่สนใจเลยแถมคะแนนก็… แม้ว่าแม่เขาจะไม่ว่าเรื่องผลการเรียนของลูกก็เถอะแล้วคิดยังไงถึงไปอยู่ชุมนุมของอาจารย์กฤตธีราได้ล่ะนั่น”
“เอ่อคือ--”
“เขาสอนอังกฤษห้องลูกสินะ”
“ก็… ครับ” อ่า ก็ครับจริง ๆ จะให้พูดอย่างไรได้
“อย่างนั้นอยู่กับพ่อกับแม่ไม่ดีกว่าเหรอ”
“...”
“พ่อไม่บังคับนะอำแต่พ่อแปลกใจว่าลูกดูไม่สนใจภาษาอังกฤษสักนิด แล้ว--มันจะไม่เป็นปัญหาเหรอ”
“ไม่แน่นอนครับก็แค่ชุมนุมเอง โห่พ่อ ที่ผมอยู่ก็เพราะว่าสนใจภาพยนตร์และเพลงสากลต่างหาก”
“อ้อนั่นสินะ พ่อลืมไปว่าแต่มีเพื่อนที่ห้องอยู่ชุมนุมเดียวกับลูกบ้างไหม” อาจารย์กณิศถามแบบนี้เพราะเป็นห่วงลูกชายว่าจะไม่มีเพื่อนเนื่องจากคู่ซี้ ม.2/H ชายหญิงสองคนนั้นอยู่ชุมนุมของอาจารย์กณิศแบบปักหลักแน่นหนา
“ไม่มีหรอกครับ”อมเรศพูดกลั้วหัวเราะ “ผมไม่สนใจพวกนั้นหรอก”
“สังคมห้องคิงก็แบบนี้แหละอำ”
“ผมรู้ครับ”
“แต่พ่อก็ดีใจนะที่ลูกสอบเข้าห้องคิงได้อดทนหน่อยแล้วกันนะลูก”
“ครับผม”
รับคำไปแบบนั้นเพื่อให้พ่อไม่ต้องมาถามซอกแซกอมเรศค่อนข้างเกรงพ่อมากกว่าแม่หลายขุมนักไม่ว่าจะทำอะไรทุกอย่างเขากลัวจะถูกพ่อตำหนิ มากกว่าถูกแม่ตำหนิเพราะแม่ของเขาเป็นตัวของตัวเองสูงอยู่แล้ว วิธีการเลี้ยงลูกจึงไม่เหมือนกับพ่อแม่ให้เขาคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง
...แต่อมเรศจะรู้ว่าถ้าพ่อพูดว่า“พ่อไม่ออกความเห็น แต่ลูกลองคิดดูเองนะ” และถ้าแม่พูดว่า "แม่ไม่รู้ โนคอมเมนต์"นั่นแสดงว่าเขากำลังทำอะไรผิดพลาดแน่แล้ว
แม่กลับมาเพราะเขาได้ยินเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้เห่าแสดงความยินดี แม่เปิดประตูเข้ามาและเจ้าหนูแดง พันธุ์หลังอานเพศเมียก็วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาด้วย
แม่ไม่ได้ว่าอะไร เจ้าหนูแดงเข้ามาก็สำรวจนั่นนี่ใหญ่และวิ่งเข้าไปหาพ่อ
“จ้า หนูแดง” พ่อของเขาลูบหัวของมันอย่างรักใคร่ มันวิ่งมาหาเขาเป็นคนสุดท้ายทำท่าดมฟุดฟิดที่สำรับอาหารของเขา
“ฮ่ะ ๆ ไม่ได้นะหนูแดงนี่ข้าวเย็นของฉัน” เขาพูดและเอาตัวบังสำรับยกใหญ่ปกป้องไว้สุดพลัง
“เออแล้วนั่งกินข้าวกับพื้นเนอะอำ”แม่ของเขาพูดกลั้วหัวเราะเขาลุกขึ้นช่วยหยิบกระเป๋าย่ามของแม่ที่ใส่หนังสือสื่อการสอนหนัก ๆนั้นไปวางบนโต๊ะของแม่
“แล้วแผนที่…?”
“เงินแม่จ้า เงินแม่เหอะ ออกเงินเองเป็นไง ยูมิซะอย่างไม่ง้อหมวดหรอก”
“ที่ต้องหอบกลับมาด้วยคือกลัวครูคนอื่นขโมย?” เขาถามโต้ง ๆ
“มันก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้ป้ะ”
เชื่อเขาเลยแฮะ สมกับเป็นแม่จริง ๆเฮ้อ เขาไม่ถามต่อละ แต่รีบกินข้าวแล้วเก็บให้พ้นหนูแดงดีกว่า
หลังจากนั้นเมื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแม่ก็เข้าไปในครัวยกถาดข้าวและมีกับคือปลาที่พ่อแกะออกมา “นี่คุณวันนี้ร้านเขาไม่มาส่งกับข้าวเหรอแล้วปลานี่คุณซื้อมาหรือไง” แม่ตะโกนถามพ่อซึ่งอยู่อีกห้อง
“ใช่ผมซื้อมาร้านข้างโรงเรียนอะตั้งแต่กลางวันละแต่อุ่นไมโครเวฟเรียบร้อยแล้ววางใจได้ยูมิ”
“ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นสักหน่อยแต่คุณคงไม่ยัดถุงปลารวมกับหนังสือพิมพ์มาหรอกนะ”
“หนังสือพิมพ์ ?ฮ่ะ ๆ นี่ยูมิก็หนังสือพิมพ์น่ะเมื่อเช้าคุณเป็นคนบอกผมเองว่าคุณจะเอาไปอ่านนี่วันนี้มันอยู่ในกระเป๋าย่ามของคุณนั่นแหละ”
“เอ้าตายจริง !นี่ฉันมึน ๆ เบลอ ๆ สงสัยวันนี้สอนติดกันหลายคาบ”
และนี่ก็คือบทสนทนาปกติของสามีภรรยา
(อดีต ?) ติ่งอนิเมะที่มีหัวใจเยาว์วัยอยู่เสมอ
พ่อแม่แต่งงานกันได้เพราะเป็นโอตากุแท้ๆ พ่อก็มีลุคคล้ายโนบิตะ แม่ก็ตัดผมทรงเจ้าหญิงฮิเมะเขาเคยเห็นรูปพ่อแม่สมัยนั้นบันเทิงเริงใจจริง ๆ แต่พ่อแม่ของเขาไม่ใช่สายเกมเลยเพราะฉะนั้นอย่าพูดไปเชียวว่าเขาเอาเงินค่าขนมที่แม่ให้ไปเติมเงินซื้อไอเทมในเกมน่ะ
“เจมส์ บอนด์เหรออำภาคไหนล่ะ”
“คาสิโนรอยัลครับ”
เขาตอบแม่ คิดว่าจะไม่มีอะไรอีกแล้วเชียวแต่แล้ว--
“เอ้อนี่อำแล้วลูกเลือกชุมนุมอะไร เรียนวิชาเพิ่มเติมอะไร ทำไมแม่ไม่เห็นลูกเลย”
จะเห็นได้อย่างไรล่ะเขาไม่ได้อยากอยู่ชุมนุมภูมิศาสตร์กับแม่สักนิด! และแม่ก็ไม่ได้สอนเพิ่มเติม ม.2 ด้วย !
“ยูมิอำไปลงชุมนุมของอาจารย์หมวดผม” พ่อชงกาแฟและเดินเข้ามาทำท่าปักหลักสนทนาเต็มที่
“หา ใครล่ะใคร !?อำ ลูกชอบภาษาอังกฤษด้วยเหรอแม่ไม่เคยรู้--”
“...” อมเรศยิ้มเก้อ ๆและคนที่ต่อบทสนทนาต่อไปคืออาจารย์กณิศบิดาของเขา
“ก็นั่นน่ะซี่ไปอยู่ชุมนุมของอาจารย์ที่เพิ่งย้ายกลับมาสอนนี่แหละ ผมไม่ได้คุยกับเขาสักเท่าไหร่น่ะนะแม้จะนั่งโต๊ะข้างหลังเขาเลยก็เถอะ”
“โอ้ อำ--นี่ลูกยังไงเนี่ยอำ แม่ไม่เข้าใจเลยว่าลูกอยู่ดี ๆ ก็อยากเก่งอังกฤษเหรอไง”
“แม่ !” เขาทำเสียงเหนื่อย ๆ ใส่ “ผมก็แค่เห็นว่าชุมนุมของอาจารย์เขาเกี่ยวกับพวกหนังและเพลงต่างประเทศแม่ก็รู้ว่าผมเป็นติ่งฮอลลีวูด”
“ก็ถ้าลูกเป็นติ่งฮอลลีวูดบ้านเราก็เป็นติ่งฮอลลีวูดกันหมดน่ะแหละจ้ะเรื่องนั้นน่ะแม่รู้ แต่ว่ากฤตธีราเนี่ยนะ คือ--”
แม่หันไปมองหน้าพ่ออีกแล้วพ่อสั่นศีรษะเหมือนช่วยไม่ได้จริง ๆ อมเรศเห็นท่าทีของพ่อแม่ตนเองแล้วไม่เข้าใจเหมือนกับทั้งคู่จะมีความกังขากับครูหนุ่มคนนี้และไม่ค่อยสบายใจหากเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
“อาจารย์เขามีอะไรเหรอครับ”เขาตัดสินใจถามออกไป
พ่อเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเตี้ยสายตามองภาพยนตร์ตอนคาสิโนรอยัลก็จริง แต่พ่อไม่ได้กำลังดูอยู่ อมเรศรู้พ่อกำลังคิดอีกเรื่องหนึ่งอยู่มากกว่า…อีกเรื่องที่ว่าก็คือหัวข้อสนทนาอันเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้
“เห็นทีแม่คงต้องกินข้าวหลังจากอธิบายให้ลูกเข้าใจซะละ”อาจารย์ยูมิว่า แม่ลงนั่งที่พื้นข้างเขาเอามือเกาหลังใบหูให้หนูแดงที่นอนหมอบข้าง ๆ
“อำลูกตั้งสติแล้วตั้งใจฟังแม่ดีๆ นะ” อาจารย์ยูมิทำหน้าจริงจัง คราวนี้คงจะเล่าจริง ๆและอาจารย์กณิศผู้ซึ่งอยู่หมวดภาษาต่างประเทศเช่นเดียวกับกฤตธีราคนนั้นไม่ขัดอีกแล้ว
“...อาจารย์กฤตธีราอย่างที่ลูกรู้ว่าเขาสอนที่นี่ตั้งแต่แรก ที่ลูกบอกว่าลูกเห็นเขาในห้องหมวดอังกฤษตอนที่ยังเด็กและลูกจำเขาได้”
“...”
“แม่จะเล่าสิ่งที่รู้มาแต่ลูกอย่าเอาไปพูดต่อ ฟังแล้วเก็บเงียบไว้นะนี่แม่คงไม่โดนตั้งข้อหาหมิ่นประมาทหรอกนะ ไม่ ๆก็แค่เล่าเท่านั้น--อาจารย์เขาเคยแต่งงานกับครูผู้หญิงในโรงเรียนนี่แหละและตอนนั้นเขาก็แต่งงานอยู่นะ”
“ครูผู้หญิงหมวดไหนครับ?” อมเรศถามขึ้น รู้สึกเรื่องนี้มันมีอะไรทำไมแม่ถึงทำหน้าปุเลี่ยน และพ่อเหมือนไม่อยากให้เล่า
“หมวด…หมวดแม่เองนี่แหละ แม่รู้จักดี แต่ไม่สนทนากันหรอกนะจ๊ะ”
ต่อท้ายแบบนี้อมเรศพอเดาอะไรได้ราง ๆแล้ว
“ครูผู้หญิงคนนี้เขาก็แต่งงานกับอาจารย์กฤตธีรานั่นแหละก็ดูดีนะสมัยนั้น ดูเป็นคู่สามีภรรยาที่เข้ากันได้ดี แต่เหตุมันต่อจากนี้เอาล่ะข้อนี้ลูกต้องเก็บเงียบรู้แล้วเหยียบ--เหยียบให้มิดเชียวนะ !”
“ผมสัญญาครับ”
“มีคนเล่าเข้าหูแม่มาว่าครูผู้หญิงคนนั้นน่ะแท้จริงแล้วหล่อนเป็นรักร่วมเพศ”
“หา !!” อมเรศหลุดเสียงออกมาเพราะตกใจ แม่สั่นศีรษะและค่อย ๆ พูดต่อ
“ยัยนีรแต่งงานกับอาจารย์กฤตธีราแล้วก็ท้อง มีลูก แต่--”
“...”
“ยัยนั่นทำให้ตัวเองแท้งที่แต่งงานกันจริง ๆ หล่อนแค่มาหลอกฝ่ายชายเพื่อปิดบังครอบครัวอย่างที่แม่เคยบอกว่าครูภาษาอังกฤษของลูกคนนี้เขาเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ค่อนข้างเข้าถึงยากดูเหมือนคุณชายไว้ตัว ผู้ดี สะอาดสะอ้านอย่างที่ลูกเห็นหน้าตาของเขาเป็นที่หมายปองของครูผู้หญิงในโรงเรียนเยอะมากสมัยนั้นนะ แต่ว่าคนอื่นก็คงเข้าหาเขาแบบผิดๆ เขาไม่สนใจใครเลยยกเว้นยัยนีรคนเดียว แม่ก็แปลกใจนะแต่แม่เห็นพวกเขาสองคนไปด้วยกัน”
“แม่ก็ซอกแซกว่างั้น ?”
“อ้าวแม่ก็ต้องสืบสาวราวเรื่องบ้างล่ะ ใครทำอะไรอย่างไรเราก็ต้องรู้ไว้ประดับสมองนี่จ๊ะ แต่เราไม่พูดไปหรอก”
“แล้วไงต่อครับ”
“ยัยนีรนี่เก่งมากนะไม่รู้ไปหลอกอีท่าไหนผู้ชายดี ๆ แบบนั้นถึงยอมตกลงกับหล่อนได้แต่มันมีบางเรื่องที่อาจารย์กฤตธีราน่ะไม่รู้หรอก คนเขาลือกันให้แซ่ดแต่ไม่มีใครกล้าไปเตือนอาจารย์ก็คือว่าครูผู้หญิงคนนั้นอะนะแท้จริงแล้วหล่อนเป็นคู่เลสเบี้ยนกับผู้บริหารน่ะซี่”
“หาา !!” อมเรศตกใจอีกเป็นรอบที่สอง
“พอแล้วมั้งยูมิ”อยู่ดี ๆ พ่อที่เงียบมาตลอดก็แทรกแม่ “เขาอยู่หมวดเดียวกับผมผมไม่อยาก--”
“เราไม่ได้ให้ร้ายเขาสักหน่อยแต่เราจำเป็นต้องเล่าลูกเราจะได้รู้ แล้วแม่เชื่อว่าอำของแม่เป็นคนดีและปากหนักอำคงรู้ว่าสิ่งไหนควรพูดและสิ่งไหนควรรู้แล้วเก็บเงียบตลอดไป”
“ผมทราบครับ”
“ก็นั่นแหละเล่าต่อนะ--แล้วทีนี้สองคนนั้นมีความสัมพันธ์ทางเพศกันใช่ไหมที่นี้อาจารย์กฤตธีราก็เหมือนโดนสวมเขา แลดูเขาดีใจมากเลยตอนที่ภรรยาเขาท้อง แต่ไปๆ มา ๆ มันกลายเป็นว่ายัยนีรน่ะพยายามทำให้ตัวเองแท้ง ครูของลูกน่ะเสียใจมากแล้วเขามารู้ทีหลังว่าอะไรคือสาเหตุ ที่จริงนีรไม่เคยอยากแต่งงานมีครอบครัวไม่เคยอยากมีลูกและไม่รักเด็กนังแม่มดนั่นทำไปเพื่อปิดบังสังคมหลอกลวงพ่อแม่ตัวเองที่คอยซักไซ้หล่อนเรื่องแต่งงาน!”
“โคตรเหี้ย”
“อำ” แม่ของเขาประหลาดใจที่คำสบถหลุดออกมาจากปากของเขาง่าย ๆ กับเรื่องนี้“ลูกจะฟังต่อไหม”
“ฟังครับ ขอโทษที”
“อาจารย์เขาผิดหวังมากเลยน่ะหลังจากนั้นก็ดูเหมือนเสียจิตเสียอาการจนในที่สุดเขาก็คงทนไม่ไหวน่ะเลยทำเรื่องย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่นเขาเลิกกับยัยแม่มดนั่น แต่หล่อนก็ยังอยู่ที่นี่ในหมวดของแม่นะ”
“ผมขอถามได้ไหมว่าผู้บริหารชื่ออะไร”
“ที่จริงแม่ไม่อยากเอ่ยชื่อถ้าลูกสัญญาว่าจะเงียบ--”
“ผมสัญญา”
“ไอรีนลูกไปค้นดูในทำเนียบผู้บริหารเก่า ๆ ได้เลย”
“...”
“หลังจากนั้นนีรหล่อนก็ยังทำเหมือนกับว่าทุกอย่างปกติแต่พวกครูในหมวดแม่คนที่เขาฉลาด ๆ เขามองออกและรู้กันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนีรน่ะเส้นใหญ่เกินไปเดี๋ยวพวกเขาอดได้ขั้นล่ะก็คงแย่ใช่ไหมล่ะ”
“...”
“เรื่องมันมาจบลงได้ตอนที่ยัยผู้บริหารนั่นย้ายไปปฏิบัติราชการที่อื่นและแน่นอนว่านีรเลยย้ายตามไปด้วยแต่ตอนนั้นอาจารย์กฤตธีราน่ะเขาก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว หลายคนสงสารเขามากผู้ชายดีตามไม่ทันผู้หญิงชั่ว ถ้าถามแม่แม่อยากบอกว่าบางทีคนอย่างเขาก็ไม่เหมาะจะคบกับผู้หญิงเลย”
“...”
“แม่ไม่ได้พูดในแง่ไม่ดีแต่แม่รู้สึกตามที่ตาเห็น ผู้คนที่นี่… คือ… มันก็อย่างที่ลูกเห็นข่าวซุบซิบมีมากมาย รับรู้กันทั่วทั้งครูทั้งเด็ก ใครมีความสัมพันธ์กับใครอย่างไรลูกคงได้ยินมาจากพวกนักเรียนด้วยกันบ้าง”
“ผมรู้ครับ ใครคู่ใครใครเป็นกิ๊กกับใคร”
“นั่นแหละอำวงการราชการมันก็แบบนี้แหละ แถมยังมีพวกชอบเชลียร์ และนีรก็เป็นหนึ่งในนั้น”
ริมฝีปากของอาจารย์ยูมิยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปากอมเรศมองสายตาของแม่ออกรู้เลยว่า แม่ของเขาไม่ชอบครูผู้หญิงคนนั้นอย่างรุนแรง...และเผลอ ๆ แม่รวมทั้งพ่อ ก็อาจจะไม่ชอบกฤตธีราคนนั้นด้วย หัวข้อที่ไม่ชอบคงจะเป็นบุคลิกลักษณะและนิสัยส่วนตัว…
“แม่เล่าเรื่องนี้เพราะดูลูกจะสนใจเขามากแม่เข้าใจว่า อำกำลังเป็นวัยรุ่น ก็อาจจะอยากหาไอดอลหรืออะไรสักอย่างอาจารย์กฤตธีราเขาเหมือนกับคนที่บุบสลายน่ะการพูดคุยกับเขาก็คงต้องใช้ความระมัดระวัง…”
อมเรศรู้ว่าแม่กำลังจะสื่อว่าเหตุการณ์นั้นทำให้กฤตธีรามีแผลใจซึ่งเป็นรูโหว่และฝ่ายนั้นเข้ารับการรักษาทางจิตเวช แม่กับพ่อคงกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดีกับเขาแต่ทำไมตัวเขาไม่คิดแบบนั้นเลยนะ เขากลับมาคิดอีกจุดหนึ่งที่แม่พูดมากกว่า
“…บางทีคนอย่างเขาก็ไม่เหมาะจะคบกับผู้หญิงเลย”