บทที่25 เยี่ยมชมนาเกลือ
ลู่ชิงที่ตอนนี้กำลังนั่งรถม้าเพื่อเดินทางไปยังที่ดินริมทะเล ที่นางซื้อเอาไว้เพื่อทำแปลงนาเกลือสาธิตให้องค์รัชทายาทได้เยี่ยมชมวิธีการผลิตเกลือ กำลังรู้สึกอึดอัดกับสายตาที่ฟาดฟันกันระหว่าง เว่ยหยางิและเกาเทียนเย่
หลังขึ้นรถม้าพวกเขาทั้งสองคนก็ถกเถียงกันกับเื่สัพเพเหระ ใจความหลักคือเกาเทียนเย่บ่นถึงแต่เื่หญิงสาวที่มักนัดหมายเพื่อนพบพูดคุยกับเขาแต่เหล่าแม่นางเอาแต่เฝ้าถามเื่ราวของเว่ยหยางิ แต่จะว่าไปเกาเทียนเย่นั้น ก็มีนิสัยช่างกระเซ้าเย้าแหย่คอยหยอกล้อเว่ยหยางิอยู่ตลอด ในคราแรกที่เจอเกาเทียนเย่ในห้องโถง เขาดูไม่ค่อยพูดมากนัก มักจะนั่งฟังและยิ้มแย้มอย่างเดียว แต่หลังจากขึ้นรถม้ามาแล้ว นางยังไม่เห็นเขาหยุดพูดเสียที ตอนนี้นางจะหลับอยู่แล้ว
‘ถ้าข้าจะขอย้ายไปนั่งรถม้าอีกคันที่มีท่านปู่ทั้ง2และท่านลุงท่านป้านั่งมาด้วยก็คงไม่ได้ เพราะรถม้านั่งกันได้เพียงแค่4คนเท่านั้น หรือว่าข้าจะขอไปนั่งเกวียนกับพวกพี่ใหญ่พี่รองที่ขับตามหลังมาด้วยดีไหมนะ เฮ้อ!’
ลู่ชิงครุ่นคิดคิดวกวนอยู่ในหัว แต่ลงเอยว่าทนฟังพวกเขาไปก่อนละกัน ทะเลาะกันเหมือนเด็ก ตัวก็โตแถมน่าจะแก่กว่านางในร่างนี้เป็10ปีทั้งคู่
เมื่อมาถึงยังบริเวณแปลงนาเกลือตัวอย่าง ในระหว่างที่นางพาองค์รัชทายาท บรรดาเหล่าผู้ติดตามและเหล่าองครักษ์ซึ่งนางก็ยังนึกงงอยู่ว่า พวกเขาโผล่มากันตอนไหน ตอนเดินทางมาถึงไม่เห็นมีสักคน ลู่ชิงได้เริ่มอธิบายถึงขั้นตอนการเตรียมั้แ่เริ่มแรกควรใช้พื้นที่เท่าไหร่ เตรียมพื้นที่อย่างไร ไล่เรียงไปถึงขั้นตอนสุดท้าย องค์รัชทายาททรงตั้งใจฟังเป็อย่างมาก จนกระทั่งมาถึงแปลงนาลำดับสุดท้าย
“แปลงนานี้จะเป็แปลงสุดท้ายที่เราจะเห็นดอกเกลือลอยเหนือน้ำเ้าค่ะ แต่คงต้องรออีกครึ่งเดือนเห็นจะได้กว่าจะถึงขั้นตอนสุดท้าย”
หลังจากพากันเดินมายังแปลงนาลำดับสุดท้าย ลู่ชิงจึงเอ่ยออกมาเพื่อแจ้งให้องค์รัชทายาทรับรู้
“อืม ข้าจะอยู่รอ ข้าอยากเห็นมันด้วยตาของตนเองเพื่อจะได้กลับไปกราบทูลเสด็จพ่อได้อย่างละเอียด”
องค์รัชทายาทเอ่ยตอบนางออกไป เขายังมีเวลาเหลืออีกมากมายเมืองนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่เขารู้สึกสนใจ
จากนั้นนางและคณะเยี่ยมชมทั้งหมดก็พากันเดินทางกลับ
“เ้าจะไปไหนรึ ทำไมถึงไม่ไปขึ้นรถม้าล่ะ”
องค์รัชทายาทจ้าวหนิงหลงเอ่ยถามลู่ชิงออกมา ด้วยเพราะเขาเห็นนางเดินแยกตัวออกไปยังเกวียนที่จอดอยู่ ไม่ยอมเดินตามพวกเขากลับมา ขึ้นรถม้า
“ข้ายังไม่กลับบ้านเ้าค่ะ ข้านัดกับพี่ใหญ่พี่รองเอาไว้ว่าจะไปเก็บมะพร้าวและหาจับสัตว์น้ำตามชายฝั่ง อย่างเช่นหอยตามชายหาดเ้าคะ ไหนๆ เรามาถึงทะเลแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว”
ลู่ชิงเอ่ยตอบกลับไปคราก่อนโน้นนางขอตามท่านลุงพี่ใหญ่พี่รองมาด้วย ขณะรอพวกเขาจับสัตว์น้ำนางได้เดินสำรวจบริเวณรอบหาด ได้พบเจอผลมะพร้าวที่ร่วงอยู่โคนต้นหลายลูก บางลูกงอกเป็ต้นอ่อนแล้ว นางจึงเก็บกลับไปปลูกในสวน วันนี้นางก็คิดว่าจะมาตามหามันไปปลูกไว้ในร่องสวนเพิ่มอีกสักหน่อย ไหนจะน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่นางทำเอาไว้รอบก่อนใกล้หมดแล้วด้วย นางจึงคิดนำมันกลับไปทำเพิ่ม
“งั้นหรือ แลดูน่าสนุกดีนะ ถ้าอย่างนั้นข้าขอตามไปด้วยสิ พวกเ้าทั้งสองจะไปด้วยหรือไม่?”
เสียงเอ่ยถามของเกาเทียนเย่แทรกขึ้นมาในทันที
หลังจากนั้นทั้งสามหนุ่มก็ติดตามนางมาด้วย ส่วนพวกท่านปู่จะกลับไปรอที่บ้านก่อน เนื่องจากองค์รัชทายาทจะมาพักค้างคืนอยู่ที่บ้านนางด้วยพวกเขาจึงต้องกลับจะไปเตรียมการต่างๆตอนรับ ซึ่งนางก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาค้างทำไมที่บ้านของนางมันอาจไม่สะดวกสบายเท่าใดนัก หากเทียบกับบ้านพักในตัวอำเภอของตระกูลเกาที่ใหญ่โตแสนสะดวกสบาย และยังมีบ่าวไพร่คอยรับใช้ดูแลอยู่ตลอดเวลา
เมื่อมาถึงยังชายหาดพี่ใหญ่และพี่รองแยกไปหาจับสัตว์น้ำตามชายทะเล พวกเขาบอกให้นางรออยู่บนฝั่ง
“ข้ากับเ้ารองจะแยกลงเรือไปหาจับสัตว์น้ำสักหน่อย คืนนี้ท่านปู่้าเลี้ยงรับองค์รัชทายาท เ้าก็รออยู่ริมบริเวณหาดเถอะ คงไม่ดีนักหากปล่อยให้แขกอยู่กันตามลำพังโดยไม่มีเ้าบ้านอย่างเราคอยดูแล”
ลู่เหวินกล่าวกับนางก่อนจะเดินลงไปในเรือที่อยู่ริมหาด องค์รัชทายาทให้บรรดาองครักษ์ที่ว่ายน้ำเป็ลงเรือไปช่วยด้วยลู่เหวินและลู่ฉีด้วยอีกแรง องครักษ์บางส่วนให้ช่วยดำน้ำหาของทะเลตามชายฝั่ง แต่นางขอให้ช่วยหาหอยนางรมตามโขดหินให้แทน เย็นนี้นางตั้งใจจะทำเมนูเด็ดให้พวกเขาได้กินกัน คนมากมายขนาดนี้คงต้องเตรียมวัตถุดิบไว้เยอะหน่อย
“เ้าเก็บผลสีน้ำตาลพวกนี้ไปทำอะไร ดูแล้วไม่น่าจะกินได้”
องค์รัชทายาทเอ่ยถามลู่ชิงขณะมองนางก้มเก็บลูกมะพร้าวแห้งมากองรวมกันแล้วใช้ปลายมีดงัดเปลือกออกมาเล็กน้อย นางนำเปลือกของแต่ละลูกมาผูกมักรวมกันไว้
"มันกินได้เ้าค่ะ แถมมีประโยชน์มากเสียด้วย ใช้ได้ทุกส่วนของมันเลยั้แ่เปลือกนอกสามารถนำไปทำเชื้อไฟได้ดี เอาไปสับผสมกับดินและปุ๋ยหมักใช้เพราะปลูกต้นไม้ในกระถางได้ ตัวเปลือกในที่มีความแข็งเรียกว่ากะลาใช้ทำภาชนะสำหรับใช้ในครัวเรือนเช่น กระบวย ทัพพี หรือหากมีจำนวนมากเราสามารถนำมันมาเผาให้เป็ถ่านแล้วนำถ่านมาอัดเป็แท่ง เราก็จะได้เชื้อเพลิงที่ให้ไฟแรงติดทนนานไม่ดับง่าย แถมยังไร้ควันไฟไม่ทำให้เราแสบตาอีกด้วย อีกหนึ่งประโยชน์ของผงถ่านนอกจากจะทำถ่านอัดแท่งได้แล้ว เรายังสามารถนำมาชงดื่มแก้อาการอาหารเป็พิษ ท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน ท้องอืดอาหารไม่ย่อย และกรณีที่กินยาเกินขนาดหรือกินยาพิษบางชนิดเข้าไป เราสามารถใช้ผงถ่านช่วยดูดสับสารพิษเ่าั้ออกมาได้เ้าค่ะ"
ขณะนางอธิบายให้ทั้งสามหนุ่มฟังนั้น นางได้ใช้มีดพร้าที่นางสั่งทำไว้และนำมันติดมือมา สาธิตปอกมะพร้าวให้พวกเขาดูพร้อมกับบรรยายไปด้วย
“แล้วส่วนไหนที่เรากินได้ล่ะคุณหนูลู่ ใช่ส่วนสีขาวหรือเปล่าท่าทางมันจะแข็งอยู่มากนะ หรือว่าจะเป็เ้าก้อนสี เหลืองๆ นั่น?”
เกาเทียนเย่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มะพร้าวลูกนี้เป็มะพร้าวแก่ที่เริ่มจะงอกเป็ต้นอ่อนเพื่อนำไปปลูกขยายพันธุ์ได้ ส่วนก้อนสีเหลืองที่ติดอยู่กับเนื้อสีขาวมันเรียกว่า จาวมะพร้าวเ้าค่ะ ก้อนสีเหลืองตรงนี้คือต้นอ่อนที่จะงอกขึ้นมาเป็ต้นมะพร้าว ลองชิมดูสิเ้าค่ะ ผิวนอกเหลืองจะกรอบตัวเนื้อสีขาวข้างในจะนิ่ม บางลูกมีรสหวาน บางลูกก็จืดชืดไม่ค่อยมีรสชาติเ้าค่ะ”
ลู่ชิงแบ่งเนื้อจาวมะพร้าวให้ทั้งสามหนุ่มได้ลองชิมกัน
“ส่วนเนื้อสีขาวตรงนี้เราจะนำไปทำอาหารโดยการคั้นเอาน้ำจากเนื้อออกมา เรียกมันว่าน้ำกะทิ ใช้ทำอาหารคาวหรืออาหารหวานได้หลากชนิด มื้ออาหารค่ำวันนี้ข้าตั้งใจว่าจะให้พวกท่านจะได้ลิ้มลองชิมรสชาติของมันเ้าค่ะ นอกจากนั้นเนื้อมะพร้าวก็ยังนำมาสกัดเป็น้ำมันมะพร้าวได้ด้วย ที่วันนี้ข้ามาเก็บมันไปเพราะข้า้านำมันกลับไปทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเพื่อนำไปแปรรูปทำสินค้าชนิดอื่นๆที่เกี่ยวกับเครื่องหอม และยังมีพวกสินค้าเกี่ยวกับความงามของสตรีและอีกหลากชนิด ในอนาคตข้าคิดว่าจะเปิดร้านสำหรับขายสินค้าที่ข้าผลิตขึ้นเองจากน้ำมันคาโนลาและน้ำมันมะพร้าว มันเป็ความฝันเล็กๆ ของข้าเ้าคะ ถึงเวลานั้นคงสนุกน่าดู”
“เ้าเป็เด็กตัวแค่นี้ แถมยังเป็เด็กหญิงทำไมถึงได้มีความคิดความอ่านต่างจากเด็กหญิงตัวไปนัก แล้วเ้าไปเอาความรู้ทุกอย่างนี้มาจากที่ไหนกัน?”
“ข้าเรียนเขียนอ่านมาตลอดจนอายุ20ปียังไม่รู้อะไรมากมายเท่าเด็กอย่างเ้าเลย”
องค์รัชทายาทเอ่ยถามลู่ชิงด้วยความแปลกใจ เด็กหญิงเพียง10หนาวทำไมถึงได้รู้เื่ราวอะไรมากมายเกินเด็กธรรมดาทั่วไปได้
“ข้าตอบไม่ได้เ้าค่ะ ข้าบอกพวกท่านตรงๆก็ได้ว่าทุกอย่างมันนึกขึ้นมาในหัวได้เอง เดิมทีข้าไม่ใช่คนตระกูลลู่ ท่านลุงกับพี่ใหญ่ลู่เหวินเก็บข้าได้ตรงโขดหินด้านโน้นเ้าค่ะ”
ลู่ชิงหัวเราะชี้ไม้ชี้มือให้พวกเขาดูก้อนหินที่นางเคยไปนอนสลบอยู่บนนั้นจนพี่ใหญ่มาเจอนางเข้า
“เก็บเ้าได้รึ” เว่ยหยางิเอ่ยทวนคำ
ลู่ชิงหัวเราะสั้นๆ แล้วเอ่ยตอบว่า
“ใช่เ้าค่ะตอนที่พวกเขาเจอข้านอนสลบไสลเนื้อตัวมีแต่าแ แถมหัวข้าก็แตกด้วยนะเ้าคะ ท่านลุงกับพี่ใหญ่จึงพาข้ากลับไปที่บ้านเพื่อรักษา เมื่อข้าฟื้นมาก็ไม่รู้จักใครจำอะไรที่เกี่ยวกับผู้คนไม่ได้ไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับเมืองนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ข้าสามารถทำอาหาร ปรุงยา สร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ได้เองเพราะอยู่ๆ มันก็โผล่ขึ้นมาในหัวเ้าค่ะ”
บุรุษหนุ่มทั้งสามคนต่างมองนางแล้วนิ่งเงียบเหมือนต่างคนต่างคิดพิจารณากับเื่ของนางอยู่
ลู่ชิงยืนเงยหน้ามองขึ้นไปบนยอดมะพร้าวแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมบ่นพึมพำออกมาว่า
“เสียดายจัง”
แม้จะเป็เสียงเแ่เบาแต่สำหรับผู้ที่ฝึกยุทธอย่างสามหนุ่ม พวกเขาได้ยินเสียงั้แ่เสียงถอนหายใจและคำพูดของนางหมดทุกคำ
“เ้าเสียดายอะไรหรือ?”
องค์รัชทายาทเอ่ยถามขึ้นก่อน
“ข้าอยากได้มะพร้าวอ่อนที่อยู่บนต้นเ้าค่ะ มันอร่อยมาก น้ำมะพร้าวอ่อนอร่อยหอมหวานและสดชื่นมากเลยนะเ้าคะ ส่วนเนื้ออ่อนของมันก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่ข้าจนปัญญาเ้าค่ะข้าไม่รู้จะนำมันลงมาได้อย่างไร”
หลังกล่าวจบลู่ชิงก็เผลอถอนหายใจอีกครั้งนางอยากนำไปทำโอนีแปะก๊วยเพื่อเป็ของหวานมื้อค่ำนี้
"เ้าอยากได้รึ"
หลังพูดจบองค์รัชทายาทก็คว้าเอวนางเข้ามากอด ใช้วิชาตัวเบาแตะเท้าทะยานขึ้นฟ้าพานางไปสู่ยอดมะพร้าวทันที
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างเร็วจนนางไม่ทันตั้งตัว มารู้ตัวอีกทีก็เจอตัวเองยืนอยู่บนยอด นางเกาะก้านมะพร้าวแน่น ขาทั้งสองข้างสั่นไม่หยุด มือไม้รู้สึกเย็นมีเหงื่อออกชุ่ม ในที่สุดน้ำตานางก็ไหลออกมา ใช่นางร้องไห้ วินาทีนี้นางกรีดร้องเพื่อระบายความกลัวไม่ออกแล้ว นางได้แต่หลับตาร้องไห้ออกมาไม่กล้าขยับตัวไม่กล้าลืมตา นางกำลังเผชิญกับโรคกลัวความสูง
ด้านองค์รัชทายาทหลังขึ้นมา้าเห็นลู่ชิงโอบกอดยอดลำต้นไว้แน่น จึงละมือจากนางเพื่อคิดขยับตัวไปเด็ดผลอ่อนให้กับนาง แต่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจนักว่านาง้าผลที่มีลักษณะแบบไหน จึงได้เอ่ยถามนางออกมาหลายประโยค ก็ไม่เห็นนางตอบกลับเขามาเสียที ครั้นเมื่อก้มลงไปมองดูก็พบว่าตัวนางที่กำลังเกาะลำต้นเริ่มโงนเงนและกำลังร่วงหล่นตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง
“ลู่ชิง!!!!”