สายตาของผู้คนมากมายกลับกลายเป็รุ่มร้อน มีคนไม่น้อยแอบเสียใจที่เมื่อก่อนเมินเฉยเซียวอวี้จนเกินไปไม่ว่าจะพูดอย่างไร สถานการณ์ของฝั่งฮูหยินสามที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรคงจะไม่มีอีกแล้ว
“เซียวอวี้วันหน้ามีเวลามานั่งที่ศาลาสดับพิรุณของข้าได้นะ น้องชายน้องสาวของเ้าก็ใกล้จะถึงวัยฝึกวรยุทธ์แล้วเหมือนกันหวังว่าเ้าจะช่วยชี้แนะพวกเขาเสียหน่อย” ฮูหยินหกซุนอิ่งเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพี่น้องฝาแฝดติดตามอยู่ด้านหลัง มองสำรวจเซียวอวี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ท่านน้ากล่าวชักชวนหากมีเวลาข้าจะต้องไปเยี่ยมเยียนแน่” เซียวอวี้ยิ้มละมุนแล้วพูดขึ้น “อวี่เกอและเจียโหรวตัวสูงถึงขนาดนี้เชียว”
เซียวอิ่งยิ้มพลางพยักหน้ารับพาลูกชายลูกสาวเดินออกไป
เซียวอวี้สนทนากับเกิ่งจื๋ออีกสองสามประโยคแล้วพาหวังซานเดินจากไป ผู้บัญชาการห้าที่ลุ่มลึกยากแก่การคาดเดามองแผ่นหลังที่ค่อยๆเดินห่างออกไป คล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“พี่ห้าคำพูดเมื่อครู่ของท่านเกินงามไปแล้วหรือเปล่า”
เกิ่งจื๋อทอดถอนใจพลางส่ายหน้าแล้วเอ่ย “เซียวอวี้ไม่ใช่สัตว์น้อยที่กบดาน[1]อยู่ในสระน้ำเป็แน่ผูกไมตรีกับเขาไว้ไม่ใช่เื่ร้าย เกิ่งเปียว ตอนนี้ข้ามีคำสั่งให้เ้าไปจัดการเื่หนึ่ง”
“พี่ห้าท่านว่ามาเลย”
“ลอบคุ้มครองเซียวอวี้ก่อนท่านโหวจะกลับมา จะปล่อยให้เขาได้รับาเ็แม้แต่น้อยไม่ได้เป็อันขาด”สายตาเกิ่งจื๋อฉายแววเยียบเย็น “หากเ้าพบยอดฝีมือที่ไม่อาจต่อกรได้ข้าจะลงมือเอง”
เกิ่งเปียวทำหน้าตกตะลึงทันทีพยักหน้าพลางเอ่ย “ข้าเข้าใจแล้ว”
เื่ที่เซียวอวี้ใช้ความอ่อนแอสยบความแข็งแกร่ง ใช้อานุภาพประดุจสายฟ้าเอาชนะเซียวตงหลิวได้กระจายออกไปนอกจวนสกุลเซียวอย่างรวดเร็วไม่ถึงครึ่งวันก็เผยแพร่ไปสู่หมู่ชนชั้นสูงของเมืองเหลียงโจว
คนที่ได้ประจักษ์เองกับตัวทุกคนต่างรู้ดีคุณชายหกเซียวอวี้ที่ปกติไม่เป็ที่โปรดปรานผู้นี้กลับมีความสามารถโดดเด่นขึ้นพรวดพราด เมื่อเซียวตงหลิวพ่ายแพ้สถานการณ์ของสกุลเซียวจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงแน่นอน
“เซียวอวี้ตอนแรกข้าคิดว่าไม่ได้ประมาทเ้าแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้าก็ยังประเมินเ้าต่ำไปอยู่ดี” มู่หรงเยี่ยทอดถอนใจแววตาเป็ประกาย ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
หลังจากหวงฝู่หลิงซีได้ยินผลการต่อสู้ยิ่งยิ้มไม่หุบด้วยความประหลาดใจ หลังจากผ่านไปเนิ่นนานดวงตาถึงได้เคลื่อนไหวหัวเราะแ่เบาเอ่ยว่า “คุณชายหกสกุลเซียวต่อไปคงสั่นะเืไปทั้งยุคสมัยแน่”
พอเซียวอวี้กลับมาถึงเรือนก็กำชับให้หวังซานปิดประตูปฏิเสธต้อนรับแขกส่วนตนขังตัวเองฝึกฝนอยู่ในห้อง ประลองกับเซียวตงหลิวทำให้เส้นเืได้รับาเ็หลายสิบเส้นลมปราณพลุ่งพล่าน ได้รับาเ็ภายใน
กลับมาถึงห้องเขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง โคจร ‘คัมภีร์ลมหายใจต้นกำเนิดแห่งจักรพรรดิหยกผสานปราณ’ทันใดนั้นร่างกายถูกลำแสงสีทองเบาบางลอยวนเวียนพลังต้นกำเนิดฟ้าดินที่ไร้จุดสิ้นสุดไหลทะลักเข้าสู่ภายในร่าง
เมื่อเขาเข้าสู่สภาวะสมาธิระดับลึกเส้นเืที่ฉีกขาดแต่ละเส้นกำลังฟื้นตัว ลมปราณที่พลุ่งพล่านก็สงบลงแถมพลังลมปราณยังเพิ่มมากขึ้น ลักษณะพิเศษของกายผู้พิชิตาค่อย ๆ ปรากฏชัด
กายเนื้อของเขานานวันไปยิ่งแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆจากการต่อสู้ครั้งนี้ก็พอมองออกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดเจ็ดชั้นฟ้าทั่วไปยากที่จะทำให้เขาเจ็บตัวได้ ผ่านการประลองครั้งนี้ไปแล้วปราณแท้ภายในร่างของเขาก็ยิ่งกล้าแกร่งมากขึ้น ลมปราณที่ซ่อนอยู่ภายในร่างดั่งพญาัที่จำศีล ยามปลดปล่อย พลังเปี่ยมล้นทั่วร่าง
ผ่านไปสองชั่วยามท้องฟ้ามืดมิดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว เซียวอวี้ค่อยๆ ลืมตาลมปราณดุดันดั่งัร้ายพวยพุ่งออกมาจากกะโหลกศรีษะ แทบจะพุ่งทะลวงหลังคา
เขาเปลี่ยนเป็ชุดจิ้นจวงที่สะอาดสะอ้านทั้งตัวเรือนผมดำสนิทปลิวไสวอยู่ด้านหลังอย่างเป็ธรรมชาติ รูปร่างสูงตระหง่านดวงตาเป็ประกายรุบหรู่ กายเนื้อสะอาดบริสุทธิ์ไร้จุดด่างพร้อยาแภายในก็หายดีแล้ว
เซียวอวี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเมื่อก่อนการบำรุงในหลายชั่วยาม ทำให้ความสามารถของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วหากต่อสู้กับเซียวตงหลิวอีกครั้งในตอนนี้ เขาจะไม่ได้รับาเ็อย่างแน่นอน
“ควรออกไปได้แล้ววันนี้ข้าก่อเื่วุ่นวายใหญ่โตถึงเพียงนี้ คิดๆดูเมืองเหลียงโจวคงกำลังพูดถึงกันอยู่กระมัง” เซียวอวี้คลี่ยิ้มผลักประตูออกไป
“เอ๊ะ?”
เขากวาดตามองลานทีหนึ่งลานที่ไม่ใหญ่โตนักแทบจะวางเต็มไปด้วยกองของขวัญหวังซานและแม่เซียวจัดเก็บด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มองออกเลยว่าพวกเขามีความสุขกันมาก
“มีเื่น่ายินดีอะไรกันเหรอ”เซียวอวี้ยิ้มพลางเดินเข้ามา
“อวี้เอ๋อร์ร่างกายของลูกไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ แม่ได้ยินเหล่าหวังบอกว่าลูกได้รับาเ็”แม่เซียวเห็นลูกชายเดินออกมา พลันวางของในมือใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ข้าไม่เป็อะไรแล้ว”เซียวอวี้คลี่ยิ้ม “ของขวัญที่วางให้เห็นจนเต็มไปหมดนี่มันเื่อะไรกัน”
หวังซานยิ้มหน้าบานเป็กระด้งใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นเล่าให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจเป็อย่างยิ่ง “คุณชาย นี่เป็ของขวัญที่บริวารในจวนส่งมากระทั่งตระกูลมู่หรงและร้านค้าแลกเงินจินเฟิงอวี้ลู่ก็ส่งของขวัญมาด้วยเช่นกันขอรับ”
แม่เซียวทอดถอนใจ“อวี้เอ๋อร์ ครานี้ลูกลงมือสุดตัว ไม่รู้ว่าดีหรือร้าย”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงในใจของข้ารู้ว่าอะไรควรมิควร” เซียวอวี้กล่าวปลอบใจ
“คุณชายพ่อบ้านฉีสั่งให้คนพาสาวใช้มาสี่คน บอกว่าจะให้ปรนนิบัติฮูหยินเมื่อครู่ท่านยังไม่ตื่น ข้าไม่กล้ารับปากโดยพลการ” หวังซานเล่าเพิ่ม
ใบหน้าของเซียวอวี้ประดับรอยยิ้มเบาบางอยู่ดีๆ ได้รับอำนาจมาอย่างกะทันหัน สถานะของตนเองในจวนก็แตกต่างไปจากแต่ก่อนมากกระทั่งพ่อบ้านใหญ่ฉีิเจิ้งก็ยังนั่งไม่ติดเหมือนกัน
ฉีิเจิ้งผู้นี้เป็ชายชราที่คอยติดตามเซียวฉีสยงปกติอยู่ในเรือนเล็กอีกเรือนซึ่งอยู่ฟากตะวันออกของจวนสกุลเซียวควบคุมหน้าที่การงานทั้งหมดในเรือนด้านหน้าของจวนสกุลเซียวกระทั่งตู้อวิ๋นเย่ว์ก็ต้องให้เกียรติเขาบ้างเช่นกันวันนี้ตอนเขาประลองกับเซียวตงหลิวก็ไม่ได้ปรากฏตัวไม่เคยคิดเลยว่าจะมาประจบตนเองด้วย
“รับไว้เถอะท่านแม่ของข้า้าคนมาดูแลสักสองสามคน” เซียวอวี้หัวเราะเบาๆ
หวังซานหัวเราะพลางพยักหน้ารับคำปกติเขาเดินไปมาในจวนสกุลเซียวก็ไม่กล้าเดินเชิดหน้ายืดอกแต่ตอนนี้ต่อให้ฉีิเจิ้งมาอยู่ตรงหน้า เขาก็ไม่จำเป็ต้องกลัวจนหัวหดอีกแล้ว
“ตายจริงดูความจำของข้านี่สิ” หวังซานนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ทันควันหยิบจดหมายเชิญใบหนึ่งออกมาจากในสาบเสื้อ รีบพูดขึ้น “คุณชายโปรดอภัยนี่เป็จดหมายเชิญของคุณชายสามมู่หรง วันนี้เป็วันเกิดครบรอบสิบหกปีของเขาตอนค่ำจัดงานรับรองเพื่อนสนิทที่หออวิ๋นเย่ว์ นี่เป็จดหมายเชิญที่เขาตั้งใจส่งมาให้เป็พิเศษ”
“เอ๊ะ?”
มุมปากของเซียวอวี้ผุดรอยยิ้มบางภายในวันเดียวมู่หรงเยี่ยเชิญตนเองติดต่อกันถึงสองครั้งทว่าจุดประสงค์ของการเชื้อเชิญสองครั้งนี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หออวิ๋นเย่ว์แสงไฟสว่างไสวระยิบระยับไปทั่ว เสียงจ้อกแจ้กจอแจคึกคักดังลอยมาจากข้างใน
เซียวอวี้ลงมาจากรถม้าครั้งนี้เขาไม่ได้เดินมา เพราะเพิ่งออกมาจากประตูใหญ่จวนสกุลเซียวก็มีบริวารเตรียมรถม้าหรูหราไว้เรียบร้อยแล้ว
นี่เป็ความแตกต่างของฐานะที่ไม่เหมือนเดิมเป็ความยำเกรงที่ผู้อ่อนแอมีต่อยอดฝีมือ
เซียวอวี้ถือจดหมายเชิญอยู่ในมือเดินตรงไปถึงประตูภัตตาคารทันใดนั้นก็เห็นหนุ่มน้อยที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคนหนึ่งในชุดสีขาวเดินปรี่เข้ามาเด็กหนุ่มมีเรียวปากแดงไรฟันขาว ดวงตาสุกใส ดูโดดเด่นเป็สง่า เหมือนคุณชายสูงส่งผู้หนึ่ง
เื้ัของเขายังมีสาวใช้หน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินตามแต่เหมือนสาวใช้ผู้นั้นทำหน้าหน่ายระอา ติดสอยห้อยตามอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่ม
เซียวอวี้ตะลึงงันคลี่ยิ้มพลางตรงไปต้อนรับ ลดเสียงลงแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่นางหวงฝู่นี่มาไม้ไหนกันทำไมถึงได้ปลอมตัวเป็ชายอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุกันเล่า”
ทันทีที่หวงฝู่หลิงซีเห็นเซียวอวี้ดวงตางดงามพลันทอประกาย ั์ตาดำขลับมองซ้ายชำเลืองขวาหัวเราะคิกคักในขณะที่กล่าวว่า “พี่เซียวคิดว่าข้าแต่งตัวแบบนี้เป็อย่างไรบ้าง”
“ถึงแม้แม่นางหวงฝู่จะแต่งกายเป็บุรุษก็ยากจะปกปิดความงดงามเลิศล้ำแห่งยุคได้ ยืนอยู่เคียงข้างเ้าแล้วทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนตนเองเป็คนบ้านนอกคอกนากันนะ” เซียวอวี้พูดแหย่
หวงฝู่หลิงซีปิดปากหัวเราะเบาๆ“พี่เซียวช่างพูดเอาใจให้ผู้หญิงมีความสุขเก่งจริงๆ”
ทั้งสองเดินเคียงข้างเข้าไปในหออวิ๋นเย่ว์ภายในห้องโถงแสงไฟสว่างไสวไปทั่วเสียงดนตรีทั้งครื่องสายเครื่องเป่าที่ไพเราะเสนาะหูดังแ่โผยนุ่มนวลจับจิตเซียวอวี้ถามด้วยความใคร่รู้ “ด้วยฐานะของแม่นางหวงฝู่มู่หรงเยี่ยสามารถเชิญเ้าได้ด้วยหรือ”
หวงฝู่หลิวซียิ้มหน้าทะเล้นกล่าวด้วยรอยยิ้มชื่นมื่น “พี่เซียว นับจากนี้ท่านต้องเรียกข้าว่าสหายหวงฝู่ถึงจะถูกนะ”
“สหายหวงฝู่นี่จริงๆเลยนะ...คนสวยชอบเล่นพิเรนทร์อยู่เรื่อย” เซียวอวี้ทอดถอนใจ
“ข้าเคยพบมู่หรงเยี่ยที่เมืองหลวงเมื่อปีก่อนข้าดูคนได้แม่นยำยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็พี่เซียวหรือมู่หรงเยี่ยพวกท่านล้วนไม่ธรรมดากันทั้งนั้น”
เซียวอวี้หัวเราะเห็นมู่หรงเยี่ยสาวเท้ารวดเร็วมาแต่ไกล สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “สหายทั้งสองมาสายกันจริงข้ายังคิดว่าเชิญพวกเ้าทั้งสองไม่สำเร็จเสียแล้ว”
“คุณชายสามคิดไม่ถึงว่าภายในวันเดียว พวกเราจะเจอกันถึงสองหน” ใบหน้าของเซียวอวี้ผุดรอยยิ้มประหลาด
“เื่เมื่อตอนเที่ยงข้าขอโทษสหายเซียวตรงนี้เลยก็แล้วกัน หวังว่าสหายเซียวจะเห็นแก่หน้าสหายหวงฝู่อย่าลดตัวลงมาต่อล้อต่อเถียงกับข้าเลย” มู่หรงเยี่ยทำหน้าละอายใจ
คล้ายว่าหวงฝู่หลิงซีจะรับรู้เื่เมื่อกลางวันได้ยินดังนั้นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อีกเดี๋ยวคุณชายสามก็คารวะพี่เซียวสักจอกให้ดีๆละ”
“นั่นมันแน่อยู่แล้วสหายทั้งสองรีบนั่งประจำที่เร็วเข้า” มู่หรงเยี่ยต้อนรับพวกเขาทั้งสองคนให้มานั่งตรงโต๊ะที่อยู่ข้างหน้าสุดด้วยตนเองนอกจากพวกเขาทั้งคู่แล้ว ยังมีอีกสองคนนั่งอยู่ก่อน
รวมกับมู่หรงเยี่ยเองแล้วโต๊ะแรกโต๊ะนี้ก็นั่งกันแค่ห้าคนเท่านั้นรู้ได้เลยว่ามู่หรงเยี่ยให้ความสำคัญกับเซียวอวี้มากแค่ไหน
[1] อุปมาว่าคนที่มีปณิธานความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่สุดท้ายแล้วจะต้องกระทำการใหญ่อย่างแน่นอน