บทที่ 3 พรข้อแรก
เช้าตื่นนอนหลังจากล้างหน้าเสร็จ ก็ได้กินข้าวต้มน้ำใสที่มีน้ำมากกว่าข้าวจากนั้นก็ฝืนกินยาที่เสียเงินไปเยอะซื้อมาให้หมด ด้วยความเสียดายเพราะไม่อย่างนั้นท่านแม่คงไม่มีกำลังใจ เมื่ออิ่มก็ลงจากเตียง ตามท่านแม่ออกมาจากห้องมานั่งมองท่านแม่ปักผ้าตรงแคร่หน้าบ้าน
“พี่ใหญ่ไปไหนเ้าคะ”
“ไปช่วยป้าโจวเก็บผักจ๊ะ” น้ำเสียงของท่านแม่ฟังแล้วดูรันทดกับชะตากรรม
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ” เสียงอันหยางดังขึ้นอึดใจต่อมาก็มาปรากฏอยู่ในบ้าน พร้อมโชว์ไข่ไก่ 1 ฟอง แล้ววิ่งหายไปในบ้านด้านหลังเขามีท่านลุงโจวตามมาด้วย
“วันนี้ข้าจะพาเ้าอันหยางไปตกปลา” ท่านลุงโจวบอกกล่าวท่านแม่
ท่านแม่เพียงพยักหน้ารับอันหยางก็วิ่งออกมาพอดี ในมือเขาถือถังน้ำใบขนาดเล็กไว้ หน้าตาตื่นเต้นและจากไปพร้อมกับลุงโจว
อันผิงกำลังใช้ความคิดตอนนี้เื่ปากท้องสำคัญ เมื่อได้ยินพี่ชายจะไปตกปลา ไม่ว่าในชาติไหนปลามักมีราคาไม่รู้ว่าในโลกนี้จะขายได้ตัวล่ะเท่าไหร่นะถ้าอย่างนั้นประเดิมพรข้อแรกด้วยเื่นี้ก่อนละกัน พลางคิดในใจว่า
‘ฉันขอไอเท็ม ให้อันหยางตกปลาตัวขนาดกลางและใหญ่ไม่มากเกินไป พอที่อันหยางจะจับมันได้รวมกันได้30 ตัว’
ทันทีที่พูดในใจเสร็จก็มีแสงสว่างสีขาววิ่งผ่านเข้ามาในหัว คำขอคงสัมฤทธิผลใช่ไหมแล้วถ้าสงสัยทำไมเธอถึงขอแค่ 30 ตัวขืนขอให้ตกได้ตลอด พี่ชายเธอได้กลายเป็เทพแห่งการตกปลาล่ะสิจะต้องโดนคนส่วนใหญ่จับจ้อง ได้แค่วันนี้วันเดียว พรุ่งนี้และวันอื่นๆ ตกไม่ได้อีกผู้คนจะได้คิดว่าเขามีโชคแค่วันนี้
‘อย่างนี้นี่เอง’ เหมือนมีเสียงแว่วเข้ามาในหัวอีกล่ะอันผิงพยายามสงบใจฟัง แต่มีแต่ความเงียบ
“ระบบ นายพูดใช่หรือเปล่า”
เงียบ
สุดท้ายอันผิงก็เลิกสนใจระบบเพราะตอนนี้ลุ้นยิ่งกว่าใคร ถ้าไม่ติดที่ร่างกายอ่อนแอนะคงวิ่งตามผู้เป็พี่ไปดูด้วยตาตัวเองแล้ว ตอนนี้ชะเง้อมองไปที่ประตูรั้วตลอดจนท่านแม่ลอบมองอย่างเอ็นดู สุดท้ายถ้าทำแบบนี้คงอกแตกตายแน่ๆเธอเลยขอท่านแม่ให้ตักน้ำมาให้เธอแล้วใช้กระบวยเล็กตักมัน เพื่อรดน้ำดอกไม้ที่ยังไม่รู้ชื่อที่หน้าบ้านแทนต้องหาอะไรทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน รดทีละต้นพร้อมครุ่นคิดนี่มันดอกอะไรหว่าแต่อย่างว่า โลกปัจจุบันเธอก็รู้จักแค่ดอกไม้ทั่วไป เช่น กุหลาบ ทิวลิป พวกดอกไม้สากล
ดอกไม้ไม่กี่ต้นแต่เพราะมือเล็กๆ กับร่างกายเล็กๆ กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะ คงเพราะเป็เด็กเลยรู้สึกว่าทำอะไรใช้เวลานานมาก
“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ” เสียงะโดีใจของอันหยางก็ดังเข้ามา
ไม่ถึงนาทีตัวเขาก็วิ่งเข้ามาในรั้วบ้านวิ่งตรงไปหาท่านแม่ พร้อมยื่นถุงผ้าใบเล็ก อันผิงเดาว่ามันคงจะเป็ถุงเงินท่านแม่มีสีหน้าแปลกใจ พร้อมยื่นมือไปรับถุงเงินนั้นมา ไม่นานลุงโจวก็ตามเข้ามาในมือถือตะกร้าไข่ไก่มาด้วย
“วันนี้ข้าตกปลาได้เยอะมากท่านแม่ ตัวกลางขายได้ตัวละ 5 อีแปะ ตัวใหญ่ขายได้ตั้งตัวละ 10 อีแปะ”
ลุงโจวเอาตะกร้าไข่ไก่วางไว้บนแคร่พูดด้วยรอยยิ้ม พรางลูบหัวอันหยางไปด้วย
“เ้าหนูนี่โชคดีมาก ข้าแค่สอนเขาใส่เหยื่อ หย่อนเบ็ดลงน้ำ ก็ได้ปลาทันทีตกคนเดียวได้มาตั้ง 20 ตัว ข้าเลยพาเขาเอาปลาไปขาย ไข่นี่เ้าหนูซื้อมา 20 อีแปะเอาไว้บำรุงอันผิง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ถ้ายังไงพี่โจวแบ่งไข่ไปด้วย” ยังไม่ทันที่ท่านแม่จะพูดจบเลยลุงโจวก็ยกมือขึ้นโบก บ่งบอกว่าไม่้า
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง แม่เ้าอันหยาง บ้านข้ายังมีอยู่ ข้ากลับก่อนนะ”
ลุงโจวพูดจบก็หันตัวกลับเพราะกลัวอยู่นานกว่านี้ ท่านแม่จะเซ้าซี้ให้ไข่ แต่โดนอันหยางดึงชายกางเกงไว้ลุงโจวก้มหน้าลงแล้วหัวเราะ
“พรุ่งนี้ลุงจะมาพาเ้าไปตกปลาใหม่ วันนี้พอก่อน”
อันผิงหูผึ่งแล้วอีก 10 ตัวล่ะ ถ้าได้ตัวใหญ่ ขายตั้ง 100 อีแปะเลยนะ รู้อย่างนี้เพิ่มคำขอไปอีกนิดว่าได้ 30 แล้วค่อยพอเสียดายโว้ย พร้อมกับมองอันหยางที่พยักหน้ารับราวไก่จิกก่อนไปลุงโจวลูบหัวอันผิงทีหนึ่ง แล้วรีบจากไปทันทีอันผิงมองดูใบหน้าหน้าที่สดใสของพี่ชายแล้ว ลอบคิดในใจว่า
พรุ่งนี้ท่านจะตกได้หรือไม่ได้ก็คงแล้วแต่บุญวาสนาแล้วเพราะข้าคงไม่ขอพรให้ท่านตกปลาได้อีกหรอก แล้วแทนที่จะเหลือปลามาให้เธอได้กินบ้างที่ไหนได้ขายไปหมดเลย ได้มาแต่ไข่ น้ำมันก็ไม่มี คงได้แต่กินไข่ต้มวนไปแต่มาคิดอีกที ยังไงก็คงดีกว่ากินข้าวต้มน้ำเปล่าไม่น้อย
แต่ได้มาเงินมา130 อีแปะ ก็ถือว่าไม่เลวต้องดูว่าท่านแม่จะจัดการยังไง เผื่อบางทีข้าวต้มอาจจะมีเยอะกว่าที่เป็อยู่ก็ได้อันผิงผุดรอยยิ้มขึ้นมาบนหน้า ตัวเธอยืนอยู่ข้างพี่ชายั้แ่แรก
“วันนี้เรากินไข่ต้มกัน” ท่านแม่พูดด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งหันหน้ามาบอกอันผิง
“อันผิงต้องขอบคุณพี่ใหญ่ของเ้านะวันนี้พี่ใหญ่เป็คนหารายได้ให้ครอบครัวเลยนะ”
อันผิงยิ้มกว้างรับ
“ขอบคุณพี่ใหญ่เ้าค่ะ”
อันหยางยิ้มสดใสยกมือตบอก
“น้องสาวไม่ต้องกังวล พรุ่งนี้ข้าจะไปตกมาอีกแล้วพรุ่งนี้ข้าจะซื้อถังหูลู่มาให้น้องสาว”
อันผิงจะทำอะไรได้นอกจากพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับชมกลับไปว่า
“พี่ใหญ่ เก่งเ้าค่ะ”
พอใกล้เวลาเที่ยงในโลกปัจจุบันทำไมอันผิงถึงรู้นะเหรอ ก็เพราะเหมือนท้องเริ่มหิว ท่านแม่ก็เหมือนรู้ จึงไปต้มไข่มา2 ฟอง ยื่นให้เธอและพี่ชายคนละหนึ่งฟองอันผิงอยากบอกท่านแม่เหลือเกิน กินไข่ใบเดียวถ้าเป็โลกเดิมของเธอมันเป็แค่ของกินเล่นเองนะ จะอิ่มได้อย่างไร
แต่พอคิดถึงฐานะครอบครัวที่น่าจะจนมากก็เลยสงบปากสงบคำ ทำทีท่าเหมือนคนอิ่มแล้ว พอตกบ่าย ด้วยความที่เป็เด็กอันผิงก็เริ่มง่วง ท่านแม่จึงพาเข้าไปนอนในห้อง เมื่อเจอเตียงนอน ปีนขึ้นไปหัวถึงหมอนก็หลับไปทันที
อาจจะเพราะเหมือนนอนกลางวันสมัยอนุบาลพอใกล้เวลาเด็กน้อยก็ตื่นขึ้นมา อันผิงไม่รู้ว่าตอนนี้เวลาไหนแล้วร่างเล็กปีนลงจากเตียง เดินออกไปหาท่านแม่กับพี่ชายที่หน้าบ้านเจอแต่พี่ชายนั่งขีดเขียนอะไรอยู่ เมื่อได้ยินเสียงเดินของอันผิง เขาก็หันมามอง
“น้องสาวตื่นแล้ว” พูดจบเขาก็วิ่งไปที่โอ่งน้ำใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมา แล้วส่งให้น้องสาว
อันผิงรับมาดื่มอย่างว่าง่ายแม้ในใจจะคิดว่าน้ำนี้สะอาดหรือเปล่า แต่ยุคสมัยโบราณไม่มีสิ่งอันตรายเจือปนคงจะกินได้แหละ ที่เหลือก็แค่ตัวพยาธิพวกนั้น แต่ดูทุกคนก็อยู่กันได้ร่างกายคงปรับตัวได้
ว่าแล้วน้ำนี้ดื่มแล้วชื่นใจชะมัด
ดื่มน้ำเสร็จก็มองซ้ายมองขวา คนเป็พี่ชายคงสังเกตได้ จึงพูดว่า
“ท่านแม่ไปรับจ้างครอบครัวกงเก็บผัก ตอนเย็นก็กลับมาแล้ว มาๆไปดูพี่ใหญ่อย่างข้ารดน้ำผักหลังบ้านดีกว่า”
อันผิงลอบเสียดายเธอก็นึกว่าท่านแม่จะไปซื้อของกินของใช้เข้าบ้านเสียอีก แต่ก็ไม่แน่นะระหว่างช่วยบ้านกงเก็บผัก อาจแวะซื้อของก็ได้
ตอนเย็นท่านแม่ก็กลับมาในมือมีผักบุ้งมัดเล็ก1มัด ที่อันผิงเดาว่าน่าจะได้มาจากบ้านกงนั่นแหละนอกนั้นท่านแม่ไม่ได้ถืออะไรมาอีกเลย วันนี้เวลาอาจใกล้มืดแล้วก็ได้ท่านแม่อาจไม่มีเวลาไป ยังมีพรุ่งนี้
ดังนั้นมื้อเย็นเหมือนจะดูดีขึ้นกว่า2 วันที่ฟื้นขึ้นมา นั่นเพราะว่า มื้อนี้ มีผัดผักบุ้งไข่ต้ม2ฟอง และข้าวต้มที่เป็ข้าวต้มจริงๆ ไม่ได้มีแต่น้ำเยอะแล้ว
อันผิงมองท่านแม่ที่เอาแต่คีบผักบุ้งกินกับข้าวต้มแล้ว ในใจรู้สึกสงสาร ทำงานหนักกว่าใครก็ควรจะกินไข่ต้มด้วย แต่ท่านแม่คง้าประหยัด ตัวต้นเหตุได้แต่คอตกพร้อมทั้งแกะกินแต่ไข่ขาว แล้วยื่นไข่แดงให้ท่านแม่
“ให้ท่านแม่เ้าค่ะ”
“กินเถอะจ๊ะ ผิงเอ๋อร์ต้องกินเยอะๆ จะได้แข็งแรง”
อันผิงไม่ยอมยังยื่นอยู่อย่างนั้น จนท่านแม่ต้องยอมรับไปพร้อมด้วยรอยยิ้ม
อันหยางผู้ซึ่งกินไข่หมดไปแล้วมองมาด้วยสายตาละห้อย ไม่รู้อยากได้ไข่หรือว่ารู้สึกผิดที่ไม่ได้เสียสละไข่ของตัวเองให้ท่านแม่
ท่านแม่จึงลูบหัวเขาเป็การปลอบใจว่าไม่เป็ไร
“เมื่อวานให้พี่ใหญ่ วันนี้ให้ท่านแม่เ้าค่ะ ข้ารักท่านแม่รักพี่ใหญ่เ้าค่ะ” พูดจบก็โปรยยิ้มหวานให้ทั้งสอง
ท่านแม่จึงยื่นมือมาลูบหัว
“น้องสาวดีที่สุด” คนเป็พี่เอ่ยชม
คนเป็น้องพยักหน้ารับ
“ข้าตัวเล็ก กินไม่เยอะเ้าค่ะ” ขยายความคำพูดอีกนิดท่านแม่และพี่ชายจะได้ไม่คิดมาก และมื้อเย็นก็ผ่านไปด้วยดี
พอกินข้าวเย็นเสร็จอันผิงก็นั่งฟังอันหยางเล่าเื่ตกปลาว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ฟังไปก็เพลินดีอย่างว่าสมัยโบราณไม่มีทีวี มือถือ แม้แต่ไฟฟ้า นอกจากนั่งคุยกันในครอบครัว จนอาหารย่อยเสร็จท่านแม่จึงละจากการปักผ้า ให้อันหยางอาบน้ำ ส่วนอันผิงท่านแม่เช็ดตัวให้แต่อันผิงแย่งมาเช็ดเอง ท่านแม่มองด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกระเซ้าว่า
“ผิงเอ๋อร์ของเราโตแล้ว”
อันผิงจึงยิ้มหวานรับและโชว์ความสามารถในการเช็ดตัวตรงโน้นตรงนี้ให้ดู พร้อมทั้งใส่เสื้อผ้าเองด้วย