"หนังเื่นี้สนุกดีนะว่าไหม?"
"นั่นสิคะ~" เรเชลตอบกลับด้วยรอยยิ้มในขณะที่กำลังเดินออกจากโรงแต่ทันใดนั้นเอง..
"พี่เคน?!"
เรเชลได้พบกับเคนที่กำลังนั่งมองเธออยู่ ณ ที่ไกลๆเพราะที่นั่งของพวกเขาค่อนข้างอยู่ห่างกันมาก ในขณะที่เธอกำลังจะเดินไปหาเขานั้น..
เคนก็ได้เดินออกไปทันที
"อะไรกัน? ก็เห็นๆกันอยู่" เรเชลงงเพราะทั้งคู่ได้สบตากันแล้ว ไม่มีทางที่เคนจะมองไม่เห็นเธอ
ในขณะเดียวกัน..
เคนที่ได้เดินออกมาก่อนนั้นก็อารมณ์เสียมากเพราะวันนี้ทั้งวันนั้นมีแต่เื่ให้ปวดหัว ไม่ว่าจะที่บริษัท ทั้งหนังของน้าเพโลน่า ไหนจะยังเรเชลที่มาดูหนังกับผู้ชายคนนั้นสองต่อสอง
"ครับ ผมขอข้อมูลั้แ่ยี่สิบปีก่อนถึงปัจจุบันด้วยครับ" เคนได้พูดผ่านโทรศัพท์ ณ ห้องรับแขกที่บ้านของน้าเพโลน่า "ระยะเวลางั้นเหรอ? ส่งมาทางอีเมลก็ได้ครับ ผมรออยู่"
ทางด้านของอีกฝ่ายถึงกับชะงักไปสักครู่ก่อนที่จะตอบรับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
"หวังว่าไม่ได้เป็การรบกวนจนเกินไปนะครับ"
ทันใดนั้นเอง..
"นึกว่าหลานไม่ได้อยู่บ้านซะอีก" น้าเพโลน่ากลับมาเจอกับเคนพอดี "ทำไมไม่รอกลับพร้อมกันล่ะ?" น้าสงสัยที่เคนชิ่งหนีกลับก่อน
เคนที่เข้าใจว่างานของน้านั้นยุ่งมากและมันก็เป็ไปตามนั้นเพราะว่าตอนนี้เวลาก็เกือบตีหนึ่งเข้าไปแล้วแต่เธอพึ่งกลับมาถึงบ้าน
"ไม่รบกวนดีกว่าครับ" เคนตอบ
"รบกวนอะไรกัน? แล้วนี่หลานทานข้าวหรือยัง?" วันนี้น้าเพโลน่ายุ่งมากเธอจึงรู้สึกผิดที่แทบไม่ได้ดูแลเคนที่พึ่งกลับมาเลย
"ครับ ไม่ต้องเป็ห่วงผมหรอกครับ" เคนค่อนข้างรู้สึกขอบคุณที่น้าของเขาเป็ห่วงเขาขนาดนี้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ใช่อายุน้อยๆแล้ว แต่บอกเธอไปก็เปล่าประโยชน์เพราะในสายตาของเธอเคนก็คือหลานชายตัวน้อยของเธอวันยันค่ำ
"จริงสิ! งานที่บริษัทไม่ได้มีปัญหาอะไรจริงๆใช่ไหม?" น้าเพโลน่ารู้สึกเป็ห่วง
"ไม่ว่าลุงเบนจะพูดอะไรน่าวางใจได้เลยครับ" เคนรู้ดีว่าลุงเบนคงจะโวยวายใส่น้าเพโลน่าซะยกใหญ่อย่างแน่นอนที่ไล่เขาออก
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะน้าคิดหลานใจร้ายไปหน่อยนะที่ปลดลุงเบนไปทั้งแบบนั้น" น้าเพโลน่าลังเลก่อนที่จะพูด "ถ้าแตกหักไปทั้งแบบนี้มันจะไม่ดีต่อครอบครัวของเรานะ"
"ผมไม่เคยคิดที่จะปลดลุงเบนเลยด้วยซ้ำแต่ลุงเบนดันมีเื่ที่ทำให้ไม่ว่ายังไงก็ต้องปลดออกเนี่ยสิ" เคนอธิบายพร้อมกับยื่นเอกสารให้กับน้าเพโลน่าได้ดู "ถึงจะเป็ครอบครัวเดียวกันแต่ผมก็ไม่สามารถปล่อยผ่านเื่นี้ไปได้หรอก"
น้าเพโลน่ารับมาดูด้วยความใ "ทุจริต?!"
"จะว่าไปน้ามารับ่ต่อลุงเขาต่อไหมครับ?" เคนถามขึ้นด้วยความจริงจัง
"ไม่เอาด้วยหรอก ปวดหัวจะตาย" น้าเพโลน่าปฏิเสธรับตำแหน่งประธานไปอย่างง่ายดาย
"งั้นน้าเกษียณเลยดีไหมครับ?" เคนถามอีกครั้ง "ไม่เห็นต้องทำให้เหนื่อยเลย ถึงน้าจะไม่ได้ทำงานผมก็สามารถเลี้ยงดูน้าได้นะครับ"
"โตขึ้นแล้วสินะเนี่ยหลานน้า~" น้าเพโลน่าเอ็นดู "น้าไม่ได้เหนื่อยเลย กลับมีความสุขยิ่งกว่า เห็นอย่างนี้น้าก็แข็งแรงมากเลยนะ หลานไม่ต้องเป็ห่วงน้าไป กลับกันหลานต่างหากคงต้องพบเจอเื่ยากลำบากมากมายในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน ถ้าไม่ไหวก็บอกแล้วกัน น้าจะคอยอยู่ข้างๆหลานเสมอ~"
"พักผ่อนเถอะครับ" เคนตอบกลับอย่างนิ่งๆ
"ฮ่าๆ ก็ได้ หลานเองก็อย่านอนดึกไปล่ะ" น้าเพโลน่าชินกับการโดนหลานช็อตฟิวแบบนี้แล้วจึงไม่ได้คิดมากเท่าไหร่ก่อนที่จะเดินจากไป
หลังจากน้าเพโลน่าเดินจากไปเคนก็ได้ยิ้มขึ้นมาเบาๆด้วยความดีใจเพราะถึงแม้โลกจะโหดร้ายขนาดไหนก็ตามแต่เขาก็ยังมีครอบครัวเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาอยู่
เช้าวันต่อมา..
"สวัสดีครับ" เคนได้เดินลงมาจากชั้นสองก่อนที่จะทักทายป้าแม่บ้านที่เดินสวนกันอย่างปกติ
"สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย วันนี้มีแขกมารออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยนะคะ" ป้าแม่บ้านรีบบอกกล่าว
"แขกงั้นเหรอ?" เคนอดสงสัยไม่ได้
ทันใดที่เคนได้เดินมาถึงห้องรับแขกนั้น..
"พี่เคน!" เรเชลรีบเดินตรงเข้าไปหาเคนทันที
"แขกที่ว่าคือเธองั้นเหรอ?" เคนแปลกใจมากที่เรเชลมาหาั้แ่เช้าแบบนี้ "มีธุระอะไร?"
"พี่ใจร้ายมากนะ!" เรเชลรู้สึกเสียใจที่อีกฝ่ายเ็าใส่ั้แ่เช้าแบบนี้ "ฉันมาขอโทษ ฉันรู้ว่าฉันนั้นงี่เง่าใส่พี่ไปเยอะมากเลย ฉันกลัวถูกพี่เกลียดเข้าเลยรีบมาขอโทษพี่น่ะ" เธอพูดไปพร้อมกับยื่นกล่องขนมให้กับเคน
"จะให้กินของหวานเป็อาหารเช้างั้นเหรอ?" เคนแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ไม่คิดเลยว่าเรเชลจะกระวนกระวายได้ขนาดนี้
"ฉันอุตส่าห์ทำเองเลยนะ! หรือพี่จะไม่กิน?"
เคนไม่มีทางเลือกนอกจากตอบรับไป ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมทานอาหารเช้าด้วยกันพร้อมกับเรเชลที่เล่าเื่ราวตลอดสิบปีที่ผ่านมาของตัวเองให้เคนได้ฟังไปด้วย
"พี่ไม่เห็นต้องมาส่งฉันเลย" เรเชลรู้สึกผิดที่เคยต้องมาส่งเธอที่ร้านของตัวเองทั้งๆที่เวลานี้เขาควรเข้างานแล้วแท้ๆ
เคนได้หันไปมองรถคันถัดไปจากเขา "ไปล่ะ" ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปขึ้นรถคันนั้นไป
เรเชลที่ได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกอึ้งอยู่ไม่น้อย "ระดับประธานคงมีคนขับรถด้วยสินะ~"
"สวัสดีค่ะ ท่านประธาน" เลขาสาวประจำหน้าห้องทำงานของเคนเมื่อเห็นเ้านายก็รีบลุกขึ้นทักทายอีกฝ่ายด้วยความนอบน้อม
"สวัสดีครับ" เคนตอบกลับก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองไปอย่างเงียบๆ
"ทำงานวันแรกก็กลับก่อน ไหนจะยังสั่งงานตอนดึกดื่น วันต่อมาก็มาทำงานสาย ไม่ธรรมดาจริงๆท่านประธานใหม่คนนี้" เลขาสาวได้แต่ยืนบ่นกับตัวเองด้วยความเครียด
ตี๊ดด!
"ขอกำหนดการณ์ด้วยครับ"
ทันใดนั้นเองเสียงของเคนก็ได้ดังขึ้นมาผ่านโทรศัพท์ตั้งโต๊ะของเลขาสาวทำเอาเธอใไม่ใช่เล่นเพราะตัวเองกำลังนินทาเขาอยู่
"ค่าา~"
"คุณ?" เคนได้เดินออกมาจากห้องก่อนที่จะมาหยุดตรงโต๊ะเลขาสาว เขาคิดไปคิดมาเขานั้นยังไม่ได้ทำความรู้จักกับเธอเลยด้วยซ้ำ
"รสาค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?" เลขาสาวถามขึ้นด้วยความตื่นตัวเพราะไม่คิดว่าเคนจะออกจากห้องมา
"ตามผมมาครับ" เคนพูดพร้อมกับเดินนำไป
"ค.ค่ะ.." รสาไม่มีทางเลือกจึงได้แต่เดินตามเขาไปอย่างเงียบๆด้วยความที่ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้วเธอจึงกำลังเตรียมตัวเพื่อไปพักกลางวันแต่ไม่คิดเลยว่าเคนจะเรียกตัวเธอไปแบบนี้
"อยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับ" เคนได้พารสามาทานข้าว ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งพร้อมกับยื่นเมนูให้เธอได้เลือก
รสาที่กำลังอึ้งเพราะคิดว่าจะได้ออกมาทำงานนอกสถานที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพามาทานข้าวแบบนี้จึงทำตัวไม่ค่อยถูกสักเท่าไหร่
"เพื่อเป็การตอบแทนสำหรับการทำงานล่วงเวลาครับ" เคนได้พูดอธิบายขึ้นเพราะคิดว่าเธอคงอึดอัดกับสถานการณ์ในตอนนี้ "และคุณจะได้รับโอทีสำหรับการทำงานล่วงเวลาด้วยครับ"
"ไม่ค่ะ! ฉันไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ" รสาคิดว่าตัวเองอาจจะหลุดทำตัวไม่เหมาะสมอะไรหรือเปล่าถึงทำให้เขามาตอบแทนเธอแบบนี้ "มันออกจะมากเกินไปหน่อยนะคะ ไม่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ" เธอรีบปฏิเสธ
"หรือคุณไม่ชอบผมงั้นเหรอ?" เคนถาม
"คะ?!" รสาใมาก
"อย่าพึ่งเข้าใจผิดไปครับ ผมคิดว่าถ้าเกิดว่าเราเข้ากันไม่ได้ การทำงานร่วมกันก็คงจะลำบาก" เคนรีบอธิบายเพื่อกันความเข้าใจผิด
"อ๋อค่ะ.." รสาเข้าใจแจ่มแจ้ง "ไม่ได้มีเื่อะไรแบบนั้นหรอกค่ะ ท่านประธานวางใจได้เลยค่ะ"
"งั้นก็ดีครับ"
"อะไรกันครับเนี่ย~" ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงอันคุ้ยเคยได้เดินเข้ามาหาทั้งคู่ "นัดฉันมาแต่นายดันอยู่กับผู้หญิงงั้นเหรอ?"
"ผู้ชายคนนี้มีชื่อว่าอลัน เนื่องจากผมมีโปรเจคทำร่วมกับเขา ต่อจากนี้ไปคุณต้องประสานงานระหว่างเขาให้กับผม" เคยอธิบายให้แก่รสาฟังโดยที่ไม่ได้สนใจเพื่อนของตัวเองเลยสักนิด
"รับทราบค่ะ" รสาตอบรับ
"ใจร้ายจังวะ!" อลันเชิดใส่เคนก่อนที่จะหันไปหารสา "สวัสดีครับ พี่ชื่ออลันนะครับ ไม่ทราบว่าคุณ..?"
"รสาค่ะ! ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ" รสาตอบ
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ" อลันตอบกลับด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะหันไปมองเคนเล็กน้อย "ไม่ทราบว่าเป็อะไรกับเ้านั่นงั้นเหรอ?"
"คะ?!" รสาใมากที่ได้ยินคำถามแบบนี้ "ฉันเป็เลขาของท่านประธานค่ะ ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดต่อกันเลยค่ะ!"
"ฮ่าๆ! จริงสิ ตอนนี้นายเป็ประธานแล้วนี่" อลันเดินไปนั่งตรงที่ว่างระหว่างทั้งสองคน "แต่ว่ามีที่ไหนประธานกับเลขามาทานข้าวร้านหรูขนาดนี้เพียงลำพังด้วยวะ?"
"พูดมากจริงๆ" เคนพูดขึ้นปัดรำคาญ "ก็อย่างที่บอกเดี๋ยวคุณรสาจะคอยประสานงานระหว่างฉันกับนาย ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็ติดต่อคุณรสาได้เลย" ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเื่ในการคุย
"เื่นั้นก็เข้าใจได้อยู่แต่่นี้นายไม่ค่อยได้เข้ามาที่ร้านเลยนะ?" อลันสงสัยเพราะทั้งสองจะร่วมลงทุนกันก็ควรจะมาดูหน้างานกันซะหน่อยถึงแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าเคนนั้นไม่ค่อยชอบเข้าผับเข้าบาร์สักเท่าไหร่
เคนไม่ได้ตอบกลับเพียงแต่มองแรงใส่อลันเพื่อเป็สัญญาณให้หยุดพูดสักที
"ฮ่าๆ เข้าใจแล้ว" อลันเองก็รับรู้ได้ทันที
ไม่นานอาหารที่สั่งก็ได้มาเสิร์ฟ..
"จริงสิ ลืมบอกไปซะสนิทว่าตอนเข้ามาฉันเห็นเรเชลด้วยนะเว้ย" อลันพึ่งนึกขึ้นได้จึงพูดขึ้นมา
"กับใคร?" เคนถามกลับด้วยความจริงจัง
"ก็กับคนเดิมนะ ไอ้ที่นายมาโวยว่าฉันให้ข่าวที่ไม่มีมูลนั่นน่ะ ใครจะไปรู้วะว่ายังไม่ได้คบกัน? ก็เห็นไปมาหาสู่กันสองเดือนแล้วนะก็คิดว่าความสัมพันธ์อาจจะลึกซึ้งไปแล้วซะอีก" อลันรีบแก้ข่าวทันที
"ลึกซึ้งบ้าอะไรล่ะ?!" เคนถึงกับขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น "นี่มันหลอกลวงกันชัดๆ แจ้งความจับได้เลยรู้ไหม?" ด้วยความที่อยากได้เคนมาร่วมลงทุนด้วยจึงได้ใช้เื่นี้มาเป็การต่อรอง
ซึ่งในตอนนั้นเคนก็ดันเชื่อซะสนิทวันต่อมาถึงได้เข้าไปหาเรเชลถึงที่บ้านแบบนั้น
"เอาเถอะ ยังไม่รีบไปอีก?" อลันรีบเปลี่ยนเื่
"ไปแล้วจะทำอะไรได้" เคยรู้สึกปลงแล้วเพราะเขาเป็แค่พี่ชายจะไปบังคับอะไรเธอได้ล่ะ
"เห้อ! น่าสมเพชจริงๆ" อลันถึงกับเหนื่อยใจในความขี้ขลาดของเคน แอบรักเธอมาตั้งยี่สิบปีแต่กลับนิ่งเฉยไม่เคยคิดจะทำอะไรให้อีกฝ่ายได้รับรู้ความรู้สึกที่มีให้เลยสักครั้ง
"หุบปากไปเลย!"
รสาที่ได้อยู่ในสถานการณ์ถึงกับทำตัวไม่ถูกได้แต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารของตัวเองไปอย่างเงียบๆเพราะกลัวโดนหาว่าอยากรู้อยากเห็นเื่ของเ้านายมากเกินไป ถึงแม้ว่าบทสนทนาของทั้งคู่นั้นฟังน่าสนใจมากขนาดไหนก็ตาม