กฤษกรพาชมพูนิกข์มาที่บาร์หรูย่านใจกลางเมืองกรุง
“น้องนิกข์จะดื่มอะไรครับ?”
กฤษกรหันมาถามชมพูนิกข์ ด้วยใบหน้านิ่งขรึม เมื่อได้พากันนั่งลงที่เคาน์เตอร์บาร์แล้ว
“นิกข์ขอไวน์แดงค่ะ”
ชมพูนิกข์มองหน้าคนตัวโตที่นั่งอยู่เคียงข้างกัน ด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจเป็อย่างยิ่ง ถึงสีหน้าของเขาจะดูนิ่งขรึมไม่แสดงออกว่าเ็ป แต่แววตาคมนั้นไม่อาจปกปิดได้เลย ก็อย่างที่ว่ากันว่าดวงตาเป็หน้าต่างของหัวใจ
กฤษกรสั่งเครื่องดื่มให้ชมพูนิกข์ และสั่งเครื่องดื่มของเขา โดยเขาสั่งวอดก้าให้กับตัวเขา พอบาร์เทนเดอร์วางแก้วเครื่องดื่มลงตรงหน้า กฤษกรยกแก้วเครื่องดื่มของตัวเองขึ้น กระดกรวดเดียวหมดแก้วเลยทีเดียว
“เอาอย่างนี้มาอีก” แล้วสั่งบาร์เทนเดอร์อีกแก้ว
“ดื่มช้าๆ ก็ได้นะคะ”
ชมพูนิกข์ยื่นมือเรียวเล็กไปจับมือใหญ่ที่ถือแก้วเครื่องดื่ม ที่บาร์เทนเดอร์เอามาวางลงให้อีกแก้ว ทั้งร้องปรามรั้งกฤษกรเอาไว้ เมื่อชมพูนิกข์เห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะยกแก้วดื่มรวดเดียวหมดแก้ว กฤษกรจึงพยักหน้าให้ชมพูนิกข์เป็เชิงตอบรับ และยกเครื่องดื่มในมือขึ้นดื่มหมดไปครึ่งแก้ว แล้วจึงวางลงไว้
“พี่ขอโทษ ที่เคยว่าเราไม่ดี พี่ไม่คิดว่าตาเขากล้าทำอย่างนี้กับพี่ได้”
กฤษกรนิ่งอยู่นานไปชั่วขณะหนึ่ง แล้วค่อยเอ่ยปากขอโทษชมพูนิกข์ออกมาเบาๆ อย่างรู้สึกผิดที่เคยพูดจาแรงๆ และระหว่างที่พูดดวงตาคมของเขาก็แดงก่ำไปด้วยความเ็ปรวดร้าวใจ พอกล่าวจบกฤษกรก็ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
“ไม่เป็ไรค่ะ นิกข์ไม่ได้ถือโทษโกรธพี่หรอกค่ะ”
ชมพูนิกข์พูดอย่างที่ใจคิดตามที่พูดออกมานั้นจริงๆ เพราะเธอโกรธกฤษกรไม่ลงหรอก ยิ่งเห็นสภาพอาการที่เป็อยู่ของกฤษกรในตอนนี้ด้วยแล้ว ยิ่งโกรธไม่ลงเข้าไปใหญ่ แต่มีแต่ความสงสารจับใจต่างหากล่ะไม่ว่า
“เื่พี่ตา พี่กรจะทำยังไงต่อไปคะ?”
ชมพูนิกข์ถามขึ้นอย่างใคร่รู้ เพราะกลัวว่าเขาจะไปทำอะไรที่ไม่ดีกับสองคนนั้น จนทำให้ตัวเองเดือดร้อน
“พี่ยังไม่รู้ ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก”
กฤษกรพูดจบก็ยกแก้วเครื่องดื่มที่บาร์เทนเดอร์เอามาวางให้ใหม่นั้น ขึ้นดื่มจนหมดแก้วอีกแล้ว
“พี่กรจะทำอะไรก็คิดให้ดีๆ ใจเย็นๆ นะคะ”
ชมพูนิกข์จ้องมองใบหน้าคมเข้ม ที่ตอนนี้ดูเคร่งเครียดนิ่งขรึมมากกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเห็น ชมพูนิกข์พูดเตือนสติกฤษกรด้วยความเป็ห่วงเป็ใย และด้วยความรักที่ฝั่งไว้ลึกๆ อยู่ภายในหัวใจดวงน้อยๆ กฤษกรจ้องมองใบหน้าสวยหวานนิ่งๆ ไม่พูดอะไรออกมา ซึ่งตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำ ทั้งจากความเ็ปภายในหัวใจ และจากเครื่องดื่มที่เขาดื่มเข้าไปจำนวนมากแล้วนั่นแหละ
กฤษกรนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วต่อแก้วราวกับดื่มน้ำ โดยมีชมพูนิกข์นั่งมองดูอยู่นิ่งๆ ด้วยความห่วงใย เธอคิดว่าหากเขาอยากดื่มก็ให้ดื่มไปเลย เธอจะดูแลพาเขากลับเอง ชมพูนิกข์คิดได้อย่างนั้นจึงไม่คิดจะห้ามปรามใดๆ ออกมาอีก
และในที่สุดคนตัวโตก็เมามายจริงๆ แต่ก็ยังดีที่พอมีแรงทรงตัวได้อยู่
“พี่เมามากแล้ว กลับเถอะค่ะ เดี๋ยวนิกข์จะไปส่ง จะขับรถให้ก็แล้วกันนะคะ หากว่าพี่ขับกลับเองเดี๋ยวจะเป็อันตราย หรืออาจโดนตำรวจเรียกเป่าเอาได้”
ชมพูนิกข์ ยื่นมือไปขอกุญแจรถยนต์จากกฤษกร ซึ่งเขามองหน้าสวยหวานอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยอมล้วงเอากุญแจรถยนต์ในกระเป๋ากางเกงส่งให้
“ไปส่งพี่ที่คอนโด”
กฤษกรบอกพร้อมกับลุกขึ้นเดินโซเซ ชมพูนิกข์จึงรีบลุกขึ้นและยื่นมือเรียวเล็กไปจับแขนแกร่งเอาไว้ เพื่อเป็การประคองเขาไม่ให้ล้ม แต่คิดหรือว่าหากคนตัวโต ล้มลงไปจริงๆ คนตัวเล็กๆ บอบบางอย่างเธอจะฉุดเขาเอาไว้ได้น่ะ มีหวังก็เป็อันล้มลงไปด้วยกันนั่นแหละ
พอพากันเดินมาถึงรถยนต์ ชมพูนิกข์ก็เปิดประตูรถและดันให้คนตัวโตเข้าไปนั่งที่เบาะข้างๆ คนขับ ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ แล้วค่อยปิดประตูรถ และเดินวนไปยังเบาะที่นั่งของคนขับ ชมพูนิกข์เข้าไปนั่ง เสียบกุญแจสตาร์ทรถยนต์ของกฤษกร แล้วขับมุ่งตรงไปยังคอนโดที่เขาบอก
ซึ่งชมพูนิกข์รู้จักเส้นทางไปคอนโดที่กฤษกรบอกมานี้ เพราะเธอเคยไปกับญาตาวีสองสามครั้ง ชมพูนิกข์ไม่เข้าใจกฤษกรว่าทำไมไม่กลับไปบ้าน หรือกลัวญาตาวีเป็ห่วงนะ แต่ถึงชมพูนิกข์จะไม่เข้าใจ เธอก็ไม่ถาม และยอมไปส่งเขาที่คอนโดตามที่เขา้าแต่โดยดี
๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗