Series - การทอชะตากรรมสีดำ
EP1: สัญญาณจากเมืองร้างและการปรากฏตัวของสหายเก่า
สามวันหลังจากการทำลายตุ๊กตาดูดเื อคิราห์ก็เดินทางมาถึง เมืองชายทะเลเก่าแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ ข้อมูลที่ได้จาก เหรียญโลหะนักล่ามิติ ชิ้นล่าสุดชี้ชัดว่า มีการเคลื่อนไหวของ กลุ่มทอผ้ามืด ในพื้นที่โรงงานร้างที่นี่
อคิราห์จอดรถไว้ในที่ลับ แล้วสวมแจ็คเก็ตสีเข้มทับชุดเดรสเพื่ออำพรางตัว เธอใช้มือขวาแตะไปที่ถุงมือเวทสีเงินบนมือซ้าย
“ไอ้สมิง… แกเห็นร่องรอยพลังงานของนักทอผ้ามืดไหม? พวกมันทิ้งอะไรไว้?” อคิราห์สั่งการในใจ
“ฮึ่ม! พลังเวทที่นี่เบาบาง แต่มี เส้นใยที่มองไม่เห็น ถูกทิ้งไว้ พวกมันกำลังซ่อนตัวในอาคารที่ใหญ่ที่สุดตรงนั้น! และ… ข้าได้กลิ่นเพื่อนเก่าของเ้า!” เสียงอสูรตาสมิงตอบอย่างไม่พอใจ
“เพื่อนเก่า? แกหมายถึงใคร?”
“ไอ้หนวดเซอร์ที่ชอบใส่เสื้อผ้าสีทหารนั่นไง! ข้าเกลียดกลิ่นสบู่ราคาแพงของมันนัก!”
อคิราห์ยิ้มเล็กน้อยอย่างที่แทบไม่เคยปรากฏบนใบหน้า “ถ้าเมฆามาถึงที่นี่ก่อนฉัน ก็หมายความว่าคดีนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด”
อคิราห์เดินลัดเลาะเข้าไปในบริเวณ โรงงานทอผ้าเก่าแก่ ที่ทิ้งร้างมานานหลายสิบปี อาคารส่วนใหญ่ทรุดโทรมจนใกล้พัง
ทันใดนั้น เธอก็สังเกตเห็น นกฮูกสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ตัวหนึ่งกำลังบินโฉบอยู่เหนืออาคารหลัก นกฮูกตัวนั้นบินด้วยจังหวะที่แม่นยำและไร้เสียงอย่างเป็ธรรมชาติ
นั่นคือ นกฮูกพยนต์ ของเมฆา! อคิราห์คิด
เธอจึงตัดสินใจหลบเข้าไปในซอกตึกที่มืดมิดและส่งสัญญาณเตือนไปหาเมฆาผ่านอุปกรณ์สื่อสารอาคม
อคิราห์รออยู่ไม่นาน ร่างของ ชายหนุ่มใหญ่มาดเซอร์ ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาไว้ผมยาวประต้นคอและหนวดเคราที่ดูเท่คล้ายบุรุษเหล็กอย่างโทนี่ สตาร์ก เขามาในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้ม กางเกงยีน และสวมทับด้วย แจ็คเก็ตลายพรางทหารแบบไทย ที่ดูเป็เอกลักษณ์
เมฆาเดินเข้ามาหาอคิราห์อย่างระมัดระวัง ดวงตาของเขาไม่ได้มองเธอโดยตรง แต่กำลังมองผ่านมุมมองของนกฮูกพยนต์ที่ถ่ายทอดภาพมาสู่สายตาเขา
“ฉันคิดอยู่แล้วว่าแกต้องมาถึงที่นี่ก่อนฉัน อคิราห์” เมฆาทักทายด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความจริงจัง
อคิราห์ถอดแว่นตาอาคมออกเพื่อแสดงความจริงใจ “คดีที่เกี่ยวข้องกับ การทอชะตากรรม และ นักล่ามิติ ไม่มีทางที่แกจะมองข้ามได้หรอก เมฆา” เธอชี้ไปที่ข้อมือซ้ายของเขา ซึ่งมี กำไลข้อมือสีเงินสองอัน รัดอยู่แน่นนั่นคือ ห่วงนาคบาศ ที่ย่อขนาดลงมา
“เหรียญของแกพาฉันมาที่นี่อย่างรวดเร็ว” เมฆาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแจ็คเก็ต แล้วหยิบเอาเหรียญโลหะสีดำที่มีสัญลักษณ์ กลุ่มทอผ้ามืด ขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง “ฉันเจอเหรียญแบบนี้ในคดีเด็กหายเมื่อห้าปีที่แล้ว คดีนั้นถูกปิดไปเพราะหาศพไม่พบ แต่หลักฐานทั้งหมดถูกทิ้งไว้ที่นี่”
ทันใดนั้น เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นจากด้านหลังเมฆา
“เ้านาย! นั่นมันผู้หญิงคนนั้นที่เคยทำท่าทางเหมือนอยากจะกินพลังงานของผม! ผมขอหลบอยู่ข้างหลังเ้านายก็แล้วกันนะครับ!”
อคิราห์มองตามเสียง แล้วก็เห็น ผีพรายโครงกระดูกตัวเล็กๆ ลอยอยู่ข้างไหล่เมฆา(เ้าพรายสามารถขยายตัวเป็ผีโครงกระดูกใหญ่เท่ามนุษย์หรือย่อตัวเป็โครงกระดูกผีเด็กเล็กๆก็ได้) ผู้ช่วยโครงกระดูกปากดีนั้นมองมาที่มือซ้ายของอคิราห์ด้วยความหวาดระแวง
เมฆาใช้มือขวาที่ว่างอยู่โบกไล่ผีพรายโครงกระดูกเบาๆ “อย่าเสียมารยาทสิไอ้โครงกระดูก นี่คืออคิราห์เพื่อนร่วมงานของฉัน” ก่อนจะหันมามองอคิราห์ด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
“ไอ้โครงกระดูกมันค่อนข้างอ่อนไหวเื่พลังงานลึกลับน่ะ ขอโทษแทนมันด้วย”
“อ่อนไหวอะไรกันครับเ้านาย! ผมแค่กลัวว่ามือข้างซ้ายของเธอจะเผลอมาคว้าหัวของผมไปเคี้ยวดังกร้วมเท่านั้นเอง!” เ้าพรายโวยวาย
อคิราห์สวมถุงมือเวทกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว “มันคงไม่เกิดขึ้นหรอก ถ้า ไอ้สมิง ไม่รู้สึกว่าพลังงานของแกดูดซับได้ง่ายเกินไป” เธอตอบพลางแกล้งทำหน้าเข้ม ทำให้ผีพรายโครงกระดูกรีบลอยไปซ่อนหลังเมฆาอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ทันเห็นเมฆากับอคิราห์แอบยิ้มเล็กๆ
ทั้งสองแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างรวดเร็ว
* อคิราห์: ตุ๊กตาดูดเื คือภาชนะที่นักทอผ้ามืดใช้รวบรวมพลังชีวิตบริสุทธิ์ของเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปใช้ใน พิธีกรรมทอชะตากรรม
* เมฆา: โรงงานทอผ้าเก่านี้เคยเป็สถานที่ที่ เด็กกำพร้า มารวมตัวกัน และมีรายงานว่ามี ด้ายสีแดงเข้ม ถูกใช้ในงานทอผ้าที่นี่เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมในอดีต
“ฉันใช้ เชือกชีวิตสีขาว ของฉันตรึงทางเข้าหลักไว้แล้ว เพื่อกันไม่ให้ใครหนีหรือเข้ามา” เมฆาบอก “แต่การที่พวกเขาเลือกโรงงานทอผ้า แสดงว่า พิธีการสุดท้าย ของพวกเขากำลังจะเริ่มขึ้น และพวกเขา้า เครื่องทอผ้า”
อคิราห์มองเข้าไปในอาคารหลักของโรงงาน “ฉันััได้ถึงพลังงานที่แข็งแกร่งกว่าเ้าปิศาจเถาวัลย์หลายเท่า เราต้องบุกเข้าไปตอนนี้ก่อนที่พิธีจะสมบูรณ์”
ทั้งสองพยักหน้าให้กัน อคิราห์เดินนำหน้าไปในความมืดมิด โดยมีเมฆาและเ้าพรายโครงกระดูกที่ซ่อนอยู่ข้างหลังตามไปติดๆ
*โปรดติดตามตอนต่อไป*