ผมขับรถไปเรื่อยๆ พื้นที่แถวนี้เป็ถิ่นของผมอยู่แล้ว ผมสามารถเข้าตรอกออกซอยต่างๆได้อย่างเซียนไม่มีหลง โดยไม่จำเป็ต้องพึ่งระบบนำทางใดๆทั้งสิ้น
“ทำไมไม่เจอวะ หรือว่าจะเลี้ยวผิดซอย” ผมบ่นพึมพำอย่างหัวเสียเพราะผมไม่เคยพลาดเื่แบบนี้มาก่อน
จุดที่ผมอยู่ตอนนี้เป็ซอยใหญ่มีบ้านคนอยู่มาก และไม่มีจุดที่ใกล้แม่น้ำลำคลองเลย ผมหยิบมือถือออกมาเปิดแอปดูระบบนำทางไปบ้านลูกค้าอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“บ้านริมน้ำ” ผมเอามือถ่างๆจอมือถือเพื่อดูซอยกับจุดที่ผมอยู่
“ก็ถูกแล้วนี่ ใกล้ถึงแล้วด้วย บ้านอยู่แถวนี้นี่แหละ” ผมขมวดคิ้วย่นเพราะงงกับสิ่งที่มือถือบอก
“หรือแอปจะมีปัญหา บริษัทก็โม้ซะดิบดี แหม แค่แอปพลิเคชันแค่นี้ยังมีปัญหา” ผมคิดพลางถ่างจอดูมือถือต่อไป
“ทางนี้งั้นเหรอ มั่วป่าววะ” ผมหันหน้าไปมองตามทางที่ระบบนำทางบอก มันเป็ทางดินแดงเล็กๆที่แยกออกมาจากถนนหลัก สองข้างทางเต็มไปด้วยพุ่มไม้รกสูงระดับหัว ซึ่งนอกจากเดินเท้ากับปั่นจักรยานก็ไม่น่าจะมีใครขับรถเข้าออกทางนี้ได้เลย
“เอาวะ ไปดูให้สุดทาง ถ้าไม่เจอจริงๆก็ไม่ใช่ความผิดเราละ” ผมตัดสินใจขับรถฝ่าดงหญ้าเข้าไปในทางเล็กแคบนั้น กิ่งก้านรกๆนั่นกระแทกหน้าผม จนผมต้องประคองรถมือเดียวแล้วยกมืออีกข้างขึ้นปัดป้อง
“โอ้ย มดกัดๆๆๆ” ผมะโลั่นด้วยความเ็ปแต่ก็ต้องทนให้มันกัดต่อไป เมื่อผ่านพุ่มไม้นรกนั่นมาได้ ผมถึงได้ลงมาล้วงกางเกงหามดที่กัดขาผม
“เจ็บชิบเป๋งเลย” ผมหยิบเ้ามดแดงอริขึ้นมาบี้ๆๆจนแหลกคามือ ก่อนจะเช็ดๆกับกางเกง
“มุ่งหน้าตรงไปอีกหนึ่งร้อยเมตร” เสียงระบบนำทางในแอปพลิเคชันดังขึ้นเป็ครั้งแรก มันสั่งให้ผมตรงไป ผมหยิบพัสดุที่ต้องส่งขึ้นมาจากกล่องท้ายรถพร้อมหยิบมือถือขึ้นมาดูประกอบแล้วเดินตรงไปตามทางที่ระบบนำทางบอก
“ใครช่างหาสร้างบ้านอยู่ในที่แบบนี้กันนะ” ผมเดินบ่นพึมพัมพลางปัดป่ายกิ่งไม้รกๆไปด้วย
“โอ้โห มีคลองอยู่แถวนี้ด้วยเหรอเนี่ย” เบื้องหน้าของผมปรากฎภาพคลองสายหนึ่ง มีสีน้ำตาลขุ่นๆริมคลองสองฝั่งมีต้มปาล์มต้นตาลเรียงรายเต็มไปหมด
“ว้าวว อย่างกับหนังโบราณ” มีที่แบบนี้ใจกลางกรุงเทพด้วยเหรอเนี่ย”
ตื่อดึง~ จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย
ผมหันไปมองตามที่ระบบนำทางบอก บ้านไม้โบราณตั้งอยู่ตรงหน้าผม บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านเรือนไทยขัดเงาสวย ที่ใหญ่โตโอ่อ่าแบบเรือนท่านขุนที่เราเคยเห็นกันในละคร แต่มันเป็บ้านเรือนไทยภาคกลางหลังเล็กๆ มีการยกเสาสูง หน้าตัวเรือนชั้นสองมีระเบียงยื่นออกมา ไม้ที่ถูกนำมาสร้างเป็ผนังก็ผุพัง มีหยากไย่และฝุ่นเต็มไปหมด ราวกับบ้านร้างไม่มีผิด
“จะมีคนอยู่ไหมนะ หรือผิดหลัง แต่ระบบบอกว่าที่นี่ ลองเรียกดูก่อนแล้วกัน” ผมก้มลงดูชื่อที่หน้ากล่องพัสดุ ที่มีแต่ชื่อ ไม่มีบ้านเลขที่ไม่มีเบอร์โทรซะด้วย
“สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหมครับ มีของมาส่งครับ” ผมะโบอกไปตามวิถีไรเดอร์
“สวัสดีครับ คุณนะ…” ผมยืนรอสักพักเมื่อไม่มีใครออกมาผมจึงะโซ้ำอีกครั้ง แต่เ้าของบ้านก็ออกมาพอดี
หญิงสาวผมสั้นทุยนุ่งโจงกระเบนแดงเดินออกมาที่ระเบียงแล้วจ้องมาที่ผม สายตาคู่นั่นทำให้ผมขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“คุณนงค์รึป่าวครับ” ผมเอ่ยถามออกไป
“เอ็งมีอันใดกับข้า” เธอตอบผมสั้นๆด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
คนนี้เขาคีพคาแรคเตอร์ดีจริงๆ คงจะชอบละครย้อนยุคมาก ถึงกับสร้างบ้านเรือนไทยอยู่ริมน้ำ ห่มสไบนุ่งโจงกระเบนอยู่บ้านแล้วยังพูดคำโบราณอีก ผมคิดในใจ
“ไม่ให้ข้าพูดเช่นนี้แล้วเอ็งจะให้ข้าพูดเช่นไร”
เธอตอบผม! ผมนิ่งไปชั่วครู่เพราะทึ่งว่าเธอรู้ความคิดผมได้อย่างไร
ฟิ้ววว “เอ่อ คือ คือว่า คุณนงค์ได้สั่งของไว้กับบริษัททั่วหล้ารึป่าวครับ ผะ ผมมาส่งพัสดุให้ครับ” ลมเย็นะเืพัดผ่านหลังผมไป จู่ๆความกลัวก็ครอบงำจิตใจผมขึ้นมาซะอย่างนั้น
“อ๋อ ข้าสั่งขวดนมมาให้ลูกข้า”
“ครับ งั้นคุณพี่ช่วยลงมาเซ็นรับพัสดุให้ผมด้วยครับ”
“แอ้ แอ้ อุแว้ๆๆ”
“ข้าต้องรีบไปดูลูก เอ็งขึ้นมาบนเรือนก่อน” คุณนงค์บอกให้ผมขึ้นไปส่งของข้างบนทั้งที่ผมไม่อยากขึ้นไปเลย ทำให้ผมต้องไต่กะไดขึ้นไปอย่างทุลักทุเล
“วางไว้ตรงนี้นะครับ นี่ครับ เซ็นตรงนี้” ผมวางกล่องพัสดุไว้ที่พื้นแล้วยื่นมือถือให้คุณนงค์ คุณนงค์มือไม่ว่างเพราะอุ้มลูกอยู่ ผมจึงเป็คนถือมือถือให้ คุณนงค์เพียงแต่ใช้นิ้ววาดลายเซ็นเท่านั้น
ขณะที่คุณนงค์กำลังเซ็นชื่อ ผมแอบเหลือบไปเห็นทารกในอ้อมกอดคุณนงค์ ภาพตรงหน้าถึงกับทำให้ผมเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น มันคือภาพของเด็กทารกแสยะยิ้มหลอนๆให้ผม ดวงตาถลนออกมาจากเบ้า ิัเป็สีน้ำตาลแห้งกรัง
“ผี ผีหลอกกก” ผมแหกปากร้องลั่นไปทั่วคุ้งน้ำ ผมคว้ามือถือที่ร่วงอยู่ที่พื้น คลานกระเสือกกระสนหนีตายจนร่วงตกระเบียงบ้านหลังนั้น ขณะที่ผมพยายามลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมจะวิ่ง ก็มีบางสิ่งมาแตะไหล่ของผม ผมหันไปดู มันคือมือเรียวที่ซีดไร้เืแบบร้อยเปอร์เซ็น ผมหันมองขึ้นไปตามแขนซีดนั้น แขนนั่นยาวเหยียดขึ้นไปยังคุณนงค์ที่บัดนี้ยืนแสยะยิ้มอยู่ตรงระเบียงที่ผมเพิ่งหนีตายลงมา ทำให้ผมช็อคตาตั้งอีกครั้ง
“จะรีบไปไหน ค่อยๆเดินสิ ฮ่าๆๆๆๆ” ผีคุณนงค์พูดกับผมด้วยเสียงยานคางก่อนจะหัวเราะลั่น
ผมใส่เกียร์หมาวิ่งหนีสุดตีน จนมาติดอยู่ในสวนปาล์มแห่งหนึ่ง
“ผีมันจะตามมาไหม แล้วนี่มันงานอะไรวะเนี่ยยย” ผมหันมองดูรอบตัวด้วยความไม่สบายใจและคิดว่า กลับไปถึงบริษัทเมื่อไหร่ ผมจะไปเอาเื่ที่หลอกผมมาทำงานเสี่ยงตายแบบนี้
“เราจอดรถไว้ที่ซอยข้างบ้านคุณนงค์นี่หว่า ต้องกลับไปอีกเหรอวะ” เมื่อได้นั่งพักสงบสติอารมณ์ผมก็นึกขึ้นได้ว่าจอดรถไว้ที่ไหน แค่คิดว่าต้องกลับไปทางนั้นผมก็ขนลุกซู่