ออกไป! ข้าไม่อยากอยู่ใกล้คนอำมหิต เ้าไม่มีความเป็คน”
นางตัดพ้อ ไล่เขาเสียงแข็งแต่เขาไม่ยอมเช่นเดิม ยิ่งกอดรัดแน่นขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว
“ไม่ไป ข้าไม่ยอมห่างจากเ้า” เขาดื้อดึงเสียงแข็งเช่นกัน หลินเฟยหลิงร้องไห้ด้วยความกดดัน นางสะอื้นฮักในอ้อมกอดแข็งแกร่ง รู้สึกเกลียดตัวเองที่ใจบางไม่เข้าเื่ เผลอขี้แยต่อหน้าเขาบ่อยๆ ทั้งที่จริงอยากออกให้ห่างที่สุด อยากใจแข็งดั่งหิน จะได้ไม่ต้องเป็เหยื่อให้เขารังแกง่ายๆ ได้อีก
“น้องหญิง ได้โปรดอย่าไล่พี่” เขาทำเสียงเว้าวอน ลูบไล้เรือนผมสลวยปลอบโยนนางอย่างเอาใจเต็มที่
“ฮือๆ อยากกลับบ้าน” นางสะอึกสะอื้นร้องหาพ่อแม่ซึ่งเป็ที่พึ่งเดียว ทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดที่เป็ที่พึ่งให้นางไม่ได้
“พี่ขอโอกาสนะ น้องหญิงอย่าไปไหนเลย” เขารู้สึกเจ็บจี๊ดเล็กๆ ในใจ ราวกับกลัวว่าจะสูญเสียนางจากอ้อมอกไปแสนนาน
ทันใดนั้น เขาอุ้มนางเดินตัวปลิวเข้าห้องนอนโดยไม่สนใจสิ่งใด หลินเฟยหลิงได้แต่มองการกระทำบุ่มบ่ามอย่างไม่เข้าใจ บางทีความเอาแต่ใจของเขานางก็คาดไม่ถึงและต้านไม่เคยอยู่สักครั้ง
ชายหนุ่มวางนางลงบนเตียงด้วยความนุ่มนวล หลินเฟยหลิงเป็งงไม่ปริปากใดๆ เริ่มหยุดร้องไห้ เหลือแต่คราบน้ำตาที่ยังเปียกชื้นอาบสองแก้มนวลใส หวงฟู่เฉินนั่งลงข้างตัว เช็ดน้ำตาให้อย่างแ่เบายิ้มให้บางเบา เขาลูบหัวนางไปมาเนิ่นนานโดยไม่พูดสิ่งใด มีเพียงสายตาสื่อความรู้สึกจากข้างในเท่านั้น เขาขยับเข้าใกล้โอบกอดนางเอาไว้อีกครั้ง เอียงศีรษะซบกับเรือนผมนุ่มสลวยอย่างหวั่นไหว หลินเฟยหลิงรู้สึกล้าๆ นางโอนอ่อนคล้อยตามเรื่อยๆ ค่อยๆ เลื่อนมือเรียวเล็กโอบกอดเอวกว้างเอาไว้ ซบหน้าหลับบนอกกว้างอย่างง่ายดาย หวงฟู่เฉินจูบที่ผมนุ่มกลิ่นหอมละมุนนั้นเบาๆ ยิ้มพึงพอใจที่นางยังคงยอมเขาอีกครั้ง เขานั่งนิ่งเอนกายพิงกับหัวเตียงให้นางนอนซบอกอยู่อย่างนั้น มือลูบไล้แผ่นหลังของนางอย่างล่องลอย พึมพำในลำคอ
“เมื่อไหร่เ้าจะยอมเป็ของข้า” เขาเฝ้ามองดวงหน้าหวานซึ้งที่มองทีไรก็ไม่มีเบื่อ นางมีเสน่ห์ดึงดูดบุรุษให้หลงใหลด้วยความหวานซึ้ง แววตาใสซื่อ ยิ่งตอนที่นางหลับใหลไม่ได้สติ ยิ่งต้องตาต้องใจแทบอดใจไม่อยู่ นางมีความเป็ธรรมชาติอย่างที่เขาชมชอบ นึกอยู่เสมอว่าช่างโชคดีที่ได้ตัวมาเอาไว้ได้ เหลือเพียงหัวใจที่คงต้องเร่งทำคะแนนเสียหน่อย แต่บางครั้งมันก็แย่เหลือเกินที่ดูเหมือนว่าได้นับหนึ่งใหม่อยู่ร่ำไป
หลินเฟยหลิงหลับไปนานไม่รู้กี่ชั่วยาม นางลืมตาตื่นเห็นตัวเองนอนซบบนอกแข็งแกร่งนั้น จึงเงยหน้าขึ้นดูเห็นใบหน้าคมเข้มอ่านหนังสือนิ่ง มืออีกข้างโอบเอวนางเอาไว้หลวมๆ มองยิ้มแย้ม
“ตื่นแล้วรึ หิวไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นางยันกายลุกขึ้นเขินอายหน้าแดงเรื่ออมชมพู พยายามทำหน้านิ่งที่สุด เขาอมยิ้มอย่างรับรู้ แล้วทำท่าทางอ่านหนังสือต่อ หลินเฟยหลิงนั่งจ้องมองหน้าด้านข้างย่างค้นหา ‘คนอย่างเขารักใครเป็บ้าง’ เขารู้ตัวหันมามองนางทันที ยื่นหน้าทำจมูกชิดกับจมูกของนางไม่ทันตั้วตัว นางสะดุ้งโหยงรีบถอยร่นออกจากเขาทันที ชายหนุ่มหัวเราะส่ายหน้ายิ้มๆ หันไปสนใจหนังสือต่อ นางไม่ได้รู้สึกหิวจึงหันหลังให้เขาล้มตัวลงนอนต่อ เพราะเป็เวลาหัวค่ำแล้ว เขาจึงทักท้วงด้วยความสงสัย
“อ้าว! ไม่อาบน้ำรึ” เขาคิดว่านางแกล้งไม่ให้เข้าใกล้มากกว่า หลินเฟยหลิงนอนหลับตานิ่ง แสร้งทำเหมือนว่าหลับลึก เขาได้โอกาสช้อนตัวนางจะพาไปอาบน้ำ หญิงสาวใสะดุ้ง รีบลุกขึ้นทันควัน เขาหัวเราะร่ากอดรั้งตัวเอาไว้จนได้
“เ้าตัวหอมอยู่แล้ว แต่พี่ว่าอาบน้ำดีกว่านะ” เขาทึกทักไปเอง นางรีบรุดลงจากเตียงโดยไว
“ข้าอาบเอง” ในที่สุดนางก็ยอมเอ่ยปากพูดกับเขาถึงจะแบบงอนๆ ก็ตามที นางรีบคว้าผ้าวิ่งเข้าห้องอาบน้ำโดยไว นางอาบน้ำด้วยความรีบเร่งและระแวงเขา เพราะเขาคนนี้ยิ่งชอบทำตามใจอยู่ด้วย พออาบน้ำเสร็จก็รีบวิ่งเข้าห้องผลัดเสื้อผ้าแต่งตัวโดยไว เขายืนมองนางแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย หลินเฟยหลิงตาโตที่เขาแอบดูนางแต่งตัวั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขามองเรือนร่างงามทั่วทั้งตัว แววตาประกายหวานฉ่ำ ยื่นมือลูบไล้เรียวแขนนุ่มอย่างลืมตัว นางรีบปัดมือออกทำตาดุ แต่เขายังอยู่ในอารมณ์ล่องลอยเหมือนเริ่มจะเตลิดแล้ว
“อาบอีกรอบไหม” เขาชักชวนเสียงหวานจนสะท้านใจ เดินเข้าเบียดชิดตัวจู่โจม รั้งเอวคอดไว้แน่น ก้มลงหมายจะจูบปากคู่สวยที่อยากััมานาน
“ข้าง่วงเ้าค่ะ” นางตอบเสียงสั่นชัดเจนพร้อมกับส่ายหัวไม่ยอม แต่เขาก็ยินยอมปล่อยไปง่ายๆ แล้วเดินไปอาบน้ำต่อ หลินเฟยหลิงรีบถลกผ้าห่มคลุมโปง นางนอนเล่นสักครู่ก็นึกเอะใจว่าทำไมเขาถึงอาบน้ำนาน จึงแอบเดินย่องไปดูที่หน้าประตูห้องอาบน้ำ เห็นหวงฟู่เฉินนั่งแช่น้ำเหม่อลอยดูผิดแผกไป นางยืนจ้องเขาอยู่นานจนลืมตัวทั้งสงสัยว่าเขาคิดสิ่งใดถึงนั่งแช่น้ำเย็นๆ นานไม่กลัวเป็หวัดท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างหนาวอย่างนี้
ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าถูกแอบมอง เขาหันหน้ากลับมาเห็นนางยืนทำตาโตอ้าปากค้างมองเขาอยู่นานแล้ว หวงฟู่เฉินยิ้มกริ่ม รีบเดินออกจากห้องอาบน้ำทันที เมื่อนางรู้สึกตัวรีบวิ่งขึ้นเตียงคลุมโปงอีกครั้ง
“เ้าแอบดูข้า ต้องโดนทำโทษ” เขาแต่งตัวเสร็จ เดินเข้ามาใกล้ๆ เลิกผ้านวมขึ้นเพื่อแกล้งนาง หญิงสาวรีบขดตัวเพราะรู้สึกหนาวเย็นทั้งตัว กอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอน เขาเห็นนางขนลุกเพราะอากาศหนาวจึงห่มผ้ากลับคืนให้กระถดตัวนอนกอดให้ความอบอุ่น เขาเองรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ในห้วงแห่งความฝัน หลินเฟยหลิงยืนอยู่บนทุ่งหญ้าโล่งกว้าง บรรยากาศนั้นเงียบเหงาเดียวดาย นางมองเห็นชายหญิงสูงวัยอยู่ไกลลิบ เมื่อเดินเข้าไปใกล้คนคู่นั้นก็ค่อยๆ ห่างออกไป ยิ้มให้อย่างอบอุ่นพร้อมๆ กับโบกมือเหมือนร่ำลา หลินเฟยหลิงใจหายวาบวิ่งร้องสุดเสียง
“พ่อจ๋า แม่จ๋า รอหนูด้วย” นางะโสุดเสียงพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบขาดใจทั้งคิดถึงและหวาดกลัว เจ็บแปลบขึ้นในใจคล้ายสูญเสียคนรักตลอดกาล
หวงฟู่เฉินลืมตาตื่นตามเสียงร้อง เขาขยับโอบกอดแนบชิดลูบหัวอย่างแ่เบา ชายหนุ่มใจสั่นๆ ค่อยๆ เช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นไม่ขาดสายทั้งที่ยังหลับตา เขาก้มลงจูบปากของนางแ่เบา นุ่มนวลอ่อนหวาน หวังให้คลายความเศร้า หลินเฟยหลิงค่อยๆ หายสะอื้น เพียงไม่นานนางก็เงียบลง เขายิ้มบางๆ ห่มผ้าขึ้นถึงคอพร้อมกับกอดกระชับรู้สึกวูบวาบในใจ หลับลึกอย่างเป็สุข