ชีชีตักกระต่ายผัดพริกแห้งที่ทำเสร็จแล้วใส่ลงในปิ่นโตแล้วนำไปแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านทีละบ้าน
ครอบครัวของป้าหวังได้กลิ่นหอมฉุยที่ลอยมาจากบ้านข้างๆก็พลันรู้สึกว่าโจ๊กผักที่วางอยู่ตรงหน้าจืดชืดไร้รสชาติขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะเด็กๆในบ้านที่พากันร้องไห้งอแงเพราะความอยากกิน
ป้าหวังกลัวว่าชีชีจะได้ยินแล้วเอาไปหัวเราะเยาะจึงจัดการตีก้นเ้าพวกตัวแสบไปคนละที แล้วหิ้วคอทั้งหมดเข้าไปในบ้าน
นึกไม่ถึงว่าพอปิดประตูบ้านลงเสียงของชีชีก็ดังขึ้นที่หน้าลานบ้านพอดี
“ป้าหวังคะ ออกมาหาฉันหน่อยสิคะ”
ป้าหวังรู้สึกไม่สบอารมณ์ในใจลึกๆทำอาหารหอมขนาดนั้นจนเด็กๆ ร้องไห้ระงมแล้วยังจะมาหาถึงที่อีก มีธุระอะไรกัน?
ชีชีทำเป็มองไม่เห็นสีหน้าบึ้งตึงของป้าหวังเธอประคองชามเนื้อกระต่ายออกมาจากปิ่นโตแล้วยื่นให้ “ฉันเพิ่งทำกระต่ายผัดพริกแห้งเสร็จเลยเอามาแบ่งให้ลองชิมดูค่ะ”
ใบหน้าของป้าหวังเปลี่ยนเป็ยิ้มละไมทันตา“ให้ฉันเหรอจ๊ะ?”
“แน่นอนค่ะ คนกันเองอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง ไม่ต้องเกรงใจนะคะ”
“ตายจริง... ขอบใจมากนะหนู วันหน้ามีเื่อะไรให้ป้าช่วยก็บอกได้เลยป้าจัดการให้แน่นอน”
“ขอบคุณค่ะป้าหวัง ฉันต้องไปบ้านพี่สะใภ้หลี่ต่อป้ารีบกลับไปทานข้าวเถอะค่ะ”
“จ้าๆ ขอบใจมากนะ”
ชีชีเดินสายไปทั่วทุกบ้านและยิ้มจนหน้าค้างกว่าจะพูดหว่านล้อมให้พวกเขายอมรับของฝากไปได้ก็เล่นเอาเหนื่อย
พอกลับมาถึงบ้านก็พบว่าลู่เหย่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในลานบ้านพอดีเขาเห็นเธอก็เอ่ยปากถามทันที “ไปไหนมาเหรอ?”
“ไปส่งเนื้อกระต่ายให้พวกพี่สะใภ้หลี่มาน่ะ”
“เนื้อกระต่าย? ไปเอามาจากไหนล่ะ?”
ลู่เหย่ได้กลิ่นหอมของเนื้อโชยมาแต่ไกลเพียงแต่คาดไม่ถึงว่ามันจะดังออกมาจากบ้านของตัวเอง
“เมื่อเช้าพี่สะใภ้หลี่กับคนอื่นๆ พาฉันขึ้นเขาน่ะค่ะโชคดีเลยดักบ่วงได้มาตัวหนึ่ง” ชีชีวางปิ่นโตลงแล้วเปิดฝาลังถึงหยิบหมั่นโถวที่นึ่งจนร้อนได้ที่ออกมา
เธอคิดว่าลำพังแค่เนื้อกระต่ายอาจจะเลี่ยนเกินไปจึงผัดผักใส่กระเทียมเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง
เมื่อได้เห็นบ้านที่ดูสะอาดตาผิดหูผิดตาไปจากเดิมและเห็นภรรยาที่กำลังง่วนอยู่กับการทำครัว ลู่เหย่ก็ถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ
นี่น่ะหรือคือ‘บ้าน’ ... ช่างอบอุ่นเหลือเกิน
ชีชีทำธุระเสร็จแล้วพอหันกลับมาก็เกือบชนเข้ากับแผงอกของลู่เหย่ “อย่ามัวแต่ยืนบื้อสิคะรีบไปล้างมือแล้วมากินข้าวได้แล้ว”
“โอ้... อืม”
ลู่เหย่ได้สติทันทีเขารีบไปล้างมือแล้วกลับมาช่วยชีชีจัดวางถ้วยชาม
เมื่อทั้งสองนั่งลงเผชิญหน้ากันบรรยากาศก็พลันเกิดความขัดเขินขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะทำอาหารเก่งขนาดนี้” ลู่เหย่พยายามหาเื่ชวนคุยอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าถูกปากก็ทานเยอะๆ นะคะ”
เพราะยุ่งมาั้แ่เช้าตรู่ชีชีจึงรู้สึกหิวจริงๆ
มื้อนั้นทั้งคู่ทานกันอย่างเอร็ดอร่อยเนื้อกระต่ายชามโตถูกจัดการจนหมดเกลี้ยงแม้แต่น้ำมันปรุงรสที่เหลือติดก้นชามก็ยังถูกหมั่นโถวกวาดจนสะอาดวับ
หลังจบมื้ออาหารลู่เหย่เป็ฝ่ายอาสาล้างจานและเก็บกวาดห้องครัวเองซึ่งชีชีก็ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด
ผู้ชายที่รู้จักริเริ่มช่วยงานบ้านถือเป็เื่ดีจะไปตามใจเสียหมดไม่ได้
เนื่องจากมื้อเที่ยงทานไปค่อนข้างมากชีชีจึงตั้งใจว่าจะไม่นอนพักสายตา
เธอตัดสินใจเอาเวลามาตัดชุดให้ตัวเองสักสองชุดดีกว่า
พอลู่เหย่ทำงานเสร็จเดินกลับเข้ามาเขาก็เห็นชีชีเหยียบจักรเย็บผ้าจนล้อหมุนติ้วอย่างคล่องแคล่ว
ใบหน้าเล็กลึกนั้นดูผุดผ่องราวกับไข่ปอกผิวพรรณขาวเนียนจนดูเหมือนมีแสงเรืองรองออกมา
ขนตาที่งอนยาวสั่นไหวขึ้นลงราวกับปีกนกที่กำลังร่ายรำ
แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างลงมากระทบซีกหน้าของเธอพอดีทำให้เธอดูงดงามจนเหมือนไม่มีอยู่จริง
ลู่เหย่ถึงกับมองภาพนั้นจนเคลิบเคลิ้มไป
ชีชีทำงานด้วยความรวดเร็วเพียงไม่นานกางเกงหนึ่งตัวก็เสร็จสมบูรณ์
พอเห็นลู่เหย่ยังคงยืนจ้องเธอตาไม่กะพริบอยู่อย่างนั้นแก้มของเธอก็เริ่มร้อนผ่าว “ทำไมคะมีอะไรติดหน้าฉันเหรอ?”
“เปล่า... เปล่าครับ”
ลู่เหย่ขดนิ้วมือขึ้นมาเกาจมูกพลางกระแอมแก้เก้อสายตาของเขาล่อกแล่กไปมาไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ตรงไหนดี
“คุณต้องไปที่หน่วยทหารอีกไหมคะ? ถ้าไม่ต้องไปก็นอนพักสักหน่อยเถอะ”
“ผม... ผมยังมีงานต้องทำ”
เมื่อเห็นแผ่นหลังของลู่เหย่ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกไปอย่างเสียอาการชีชีก็หลุดหัวเราะ ‘คิกคัก’ ออกมา ผู้ชายคนนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะ
่บ่ายที่ไม่มีอะไรทำชีชีก็จัดการขุดดินในลานบ้านจนเรียบร้อย เธอหยิบเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆออกมาจากมิติแล้วปลูกลงไป พร้อมกับพรมน้ำพุิญญาลงไปด้วยเล็กน้อย
รอให้ผักเหล่านี้เติบโตขึ้นมาเธอจะได้มีข้ออ้างในการนำของอร่อยๆ ออกมาทำอาหารเสียที
อันที่จริงชีชีอยากจะเนรมิตลานบ้านให้กลายเป็สวนดอกไม้เล็กๆแล้วทำชิงช้าไว้สักตัว ไว้นั่งอ่านหนังสือยามว่างคงจะสุนทรีย์ไม่น้อย
ทว่าในยุคสมัยที่ผู้คนยังกินไม่อิ่มท้องเช่นนี้หากเธอขืนทำแบบนั้นจริงๆ คงมิวายถูกตราหน้าว่าเป็พวกคุณหนูจากตระกูลนายทุนเป็แน่
อย่าหาเื่ใส่ตัวเลยปลูกผักนี่แหละดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยก็ยังกินได้
เมื่อจัดการแปลงผักจนเสร็จสิ้นก็ได้เวลาเตรียมอาหารเย็นพอดี วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
เนื้อกระต่ายถูกกินจนหมดแล้วชีชีจึงทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานหม้อใหญ่ฝีมือการทำอาหารของเธอนั้นไม่ด้อยไปกว่าพ่อครัวในภัตตาคารของรัฐเลย แค่กลิ่นหอมๆนี้ก็ขจรขจายไปไกลนับสิบลี้
เธอยังนำผักป่าที่เก็บมาเมื่อเช้าไปลวกน้ำแล้วคลุกเคล้ากับกระเทียมสับ ซีอิ๊ว และจิ๊กโฉ่ว ทำเป็ยำผักป่ารสเลิศ
รสชาติกรุบกรอบเปรี้ยวสดชื่นช่วยให้เจริญอาหารได้เป็อย่างดี
ป้าหวังที่อยู่ข้างบ้านแทบจะขาดใจเพราะกลิ่นหอมที่ลอยมาทำร้ายโชคดีที่เธอไม่ยอมให้เด็กๆ กินกระต่ายผัดพริกแห้งจนหมดมื้อเย็นนี้จึงยังพอมีเหลือให้ประทังความอยากได้บ้าง
ไม่อย่างนั้นหากลูกๆ ของเธอร้องไห้โยเยทั้งวัน เธอคงทนรับไม่ไหวจริงๆ
ตอนที่ลู่เหย่กลับมาอาหารก็ถูกจัดขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
เขารีบไปล้างมือแล้วเข้ามาช่วยหยิบจานชาม
เมื่อทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกันอีกครั้งบรรยากาศดูผ่อนคลายกว่าเมื่อ่กลางวันมาก
“คุณล่าสัตว์เป็ด้วยเหรอ?”
“ค่ะ ฉันเรียนมาจากพวกนายพรานเก่าในหมู่บ้าน”
“ถึงจะล่าเป็ แต่ก็อย่าเข้าไปในป่าลึกนะ มันอันตราย”
“ทราบแล้วค่ะ”
ในใจของลู่เหย่พลันบังเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่างขึ้นมาภรรยาตัวน้อยที่แสนเชื่อฟังคนนี้ ช่างเหมือนกับว่าเขาได้พบกับสมบัติล้ำค่าเสียจริง
ไม่เพียงแต่หน้าตาสะสวยรูปร่างยังมีส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนใจ โดยเฉพาะเวลา‘อย่างว่า’ เธอก็ช่างเร่าร้อนราวกับกองไฟสอดประสานเข้ากับเขาได้อย่างยอดเยี่ยม
แถมเธอยังเก่งกาจถึงเพียงนี้ทั้งดูแลบ้านจนสะอาดสะอ้าน ทำอาหารอร่อย เย็บผ้าเป็ และยังล่าสัตว์ได้อีก
ทันทีที่ก้าวเข้าบ้านเขาก็เห็นว่าแปลงผักในลานถูกจัดการจนเรียบร้อยการได้แต่งภรรยาที่ขยันขันแข็งเช่นนี้มาคงเป็วาสนาที่เขาสั่งสมมาหลายภพหลายชาติแน่ๆ
ชีชีหารู้ไม่ว่าในใจของลู่เหย่นั้นชื่นชมเธอไปไกลเพียงใดเธอยังคงติดใจเื่เชือกผูกผมสีแดงนั้นอยู่ลึกๆ
พอถึงเวลาอาบน้ำตอนกลางคืนชีชีรู้สึกไม่สะดวกเอาเสียเลยเธอทำได้เพียงต้มน้ำร้อนแล้วใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตัวซึ่งมันไม่รู้สึกสดชื่นเลยสักนิด
ตอนลู่เหย่ไม่อยู่บ้านเธอยังลอบเข้าไปอาบน้ำในมิติได้
แต่พอเขาอยู่บ้านชีชีก็ไม่กล้าขยับตัวเข้ามิติแม้แต่นิดเดียว
“ลู่เหย่คะ คุณช่วยสร้างห้องอาบน้ำให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
“ได้สิ คุณอยากได้แบบไหนล่ะ?”
ชีชีเอียงคอครุ่นคิด“หาถังน้ำมันเก่าๆ มาสักใบ วางไว้บนหลังคา แล้วต่อท่อลงมาต้องมีเครื่องปั๊มน้ำด้วยนะคะจะได้เติมน้ำง่ายๆวันไหนที่มีแดดจัดเราก็ไม่ต้องต้มน้ำให้เสียเวลา ช่วยประหยัดไปได้ตั้งเยอะค่ะ”
ลู่เหย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผมจะลองหาวิธีดูนะ”
ชีชีนึกว่าเครื่องปั๊มน้ำคงจะหายากเกินไปจนทำให้เขาลำบากใจ
“ถ้าไม่มีเครื่องปั๊มน้ำก็ไม่เป็ไรค่ะติดตั้งบันไดแล้วใช้รอกดึงน้ำขึ้นไปแทนก็ได้”
เพราะกลัวว่าลู่เหย่จะไม่เห็นภาพชีชีถึงกับลงมือวาดรูปประกอบให้เขาดูด้วย
“ตกลง ผมเข้าใจแล้ว”
เมื่อพูดคุยธุระจบสิ้นบรรยากาศก็กลับมาขัดเขินอีกครั้ง
“รีบนอนเถอะครับ”
มีภรรยาที่ทั้งอ่อนนุ่มและหอมละมุนมายืนอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ลู่เหย่จะอดใจไหวได้อย่างไร
ชีชีหน้าแดงก่ำค่อยๆ นั่งลงบนเตียงอย่างเชื่องช้า
สายตาของลู่เหย่นั้นร้อนแรงราวกับจะแผดเผาเธอให้เป็จุณริมฝีปากของเขาก็ร้อนระอุเกินบรรยาย หัวใจของชีชีสั่นไหวด้วยความขัดเขินเธอหลุบตาลงต่ำแต่กลับวาดวงแขนเรียวขึ้นโอบรอบลำคอของเขา
พายุฝนอันเร่าร้อนโหมกระหน่ำต่อเนื่องยาวนานไปตลอดทั้งคืน
เมื่อเสียงแตรสัญญาณปลุกตอนเช้าดังขึ้นลู่เหย่ก็ลุกขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่าเพื่อไปฝึกซ้อม
ผิดกับชีชีที่ได้แต่แค้นใจจนต้องทุบเตียงระบายอารมณ์“ตาบ้าเอ๊ย... ไม่รู้จักทะนุถนอมกันบ้างเลย เกินไปแล้ว เกินไปจริงๆ!”