เช้าวันถัดมา จิ่นฮวา ตื่นแต่เช้า แต่งชุดบุรุษสีเข้ม รวบผมขึ้นสูงแล้วใช้เชือกมัดไว้อย่างดี จากนั้นนำถ่านมาเขียนคิ้วให้หนาขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงโปร่งแต่เพรียวบาง ทำให้นางเหมือนเด็กหนุ่มเ้าสำอางผู้หนึ่ง วันนี้จิ่นฮวาจะนำโสมิญญาห้าสิบและร้อยปีไปขายในเมือง วันนี้นางไม่ได้พาน้องชายไปด้วยเพื่อความคล่องตัว
“เ้าแน่ใจนะว่าไม่ให้แม่ตามไปด้วย” กู้ชิงชิงถามย้ำ นางเป็ห่วงบุตรสาว
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านแม่อยู่เป็เพื่อนท่านพ่อเถอะเ้าค่ะ ข้าไปกับเยว่เอ๋อร์ ไม่มีอะไรน่าห่วง” จิ่นฮวาปฏิเสธ ที่จริงเยว่เอ๋อร์เป็ภูติที่บำเพ็ญตบะแสนปี มีพลังแข็งแกร่งสามารถปกป้องนางได้ แต่ที่คราวก่อนภูติน้อยพ่ายแพ้เพราะเจอกับสัตว์อสูรที่มีตบะแก่กล้ากว่ามาก จึงสู้ไม่ได้ และาเ็สาหัส
จิ่นฮวาในชุดบุรุษแบกตะกร้าสมุนไพร ที่มีฝาปิดปิดบังไม่ให้ใครเห็นของข้างใน เดินเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง ในหมู่บ้านมีร้านเช่ารถม้าเพื่อเข้าเมือง จากหมู่บ้านป่าหมอกถึงตัวเมืองเชียงเป็ระยะทางไม่ไกลมาก ค่ารถม้าเพียง 15 อีแปะ เวลาใครจะไปธุระในเมืองก็จะใช้บริการเช่ารถม้านี้ เพื่อสะดวกและประหยัดเวลาในการเดินทาง
จิ่นฮวาในชุดบุรุษเช่ารถม้ามาหนึ่งคัน เพื่อเดินทางเข้าเมือง บนรถม้านางนั่งริมหน้าต่างมองออกไปเพื่อมองทิวทัศน์ข้างทาง โดยมีเยว่เอ๋อร์บินมานั่งที่ขอบหน้าต่าง เพื่อชมทิวทัศน์ข้างทางเช่นกัน ผ่านไปครึ่งชั่วยามก็ถึงตัวเมืองเชียงแล้ว
รถม้าจอดส่งนางเมื่อผ่านประตูเมืองเข้ามาแล้ว จากนั้นนางจึงแบกตะกร้าเข้าเมืองไป รถม้าไม่ได้จอดรอ เพราะที่นี่มีรถม้าให้เช่ากลับหมู่บ้านป่าหมอกเช่นกัน เมืองเชียงเจริญมาก เพราะข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ ผู้คนอยู่ดีกินดี ย่านการค้าก็ครึกครื้นกว่าตลาดในหมู่บ้านป่าหมอกหลายเท่า หอการค้าต่างๆ เป็อาคารใหญ่โตหรูหรา ร้านรวงแข่งกันขายสินค้ามากมาย
นางเดินไปถึงตรอกที่มีทำเลการค้าที่ดี มีร้านขายสมุนไพรอยู่สองร้าน ไม่ห่างกันมา นางยังไม่ได้เลือกร้านใดร้านหนึ่ง นางยืนคิดสักพัก แล้วถามความเห็นเยว่เอ๋อร์ ว่าจะเลือกร้านไหนดี ที่จะไม่เอาเปรียบนาง เยว่เอ๋อร์เป็ภูติที่กำเนิดขึ้นมาจากพลังิญญาบริสุทธิ์แห่งป่า นางจึงสามารถจับความรู้สึกชั่วร้ายได้ดีมาก นางสามารถแยกได้ว่าใครซื่อสัตย์ หรือใครคิดไม่ซื่อ จากพลังนางที่แผ่ออกมาจากคนผู้นั้น ซึ่งมีเพียงภูติเท่านั้นที่ััได้ และยังระบุได้ว่าสถานที่ได้มีพลังงานดีหรือชั่ว
เยว่เอ๋อร์ชี้ไปยังร้านที่มีการตกแต่งเรียบง่ายกว่าและร้านเล็กกว่าอีกร้าน “ร้านนี้ค้าขายซื่อตรงยุติธรรมกว่าเ้าค่ะ”
“ตกลง ไปกัน” จิ่นฮวาจึงเดินเข้าไปในร้านนั้นอย่างสง่าผ่าเผย ท่าทางเหมือนคุณชายผู้มีการศึกษา
“เชิญขอรับคุณชาย ้าสมุนไพรชนิดใดสามารถแจ้งข้าได้เลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อ ออกมาต้อนรับอย่างสุภาพ
“ร้านนี้รับซื้อสมุนไพริญญาหรือไม่” จิ่นฮวาดัดเสียงให้ทุ้มขึ้นแล้วถามเสี่ยวเอ้อ
“รับขอรับ รอสักครู่ข้าน้อยจะไปตามผู้ประเมินราคา” เสี่ยวเอ้อตอบรับอย่างยินดีแล้วเข้าไปหลังร้านสักครู่ก็ออกมาพร้อมชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐาน เขาแนะนำว่าชื่อ หานตงอี้
“เชิญด้านนี้ขอรับคุณชาย ไม่ทราบว่าท่านจะขายสมุนไพรอะไร” หานตงอี้ เชิญนางไปที่โต๊ะเพื่อประเมินสินค้า
เมื่อนั่งเรียบร้อย เสี่ยวเอ้อรินน้ำชาให้แล้วกลับไปทำงานต่อ จิ่นฮวาจึงหยิบโสมิญญาห้าสิบปีหนึ่งหัวออกมาจากตะกร้า“เชิญท่านดูก่อน”
เมื่อหานตงอี้เห็นโสมที่มีลักษณะคล้ายรูปร่างคน แผ่พลังิญญาออกมา เมื่อใช้ปราณสมาธิเพ่งมองจะเห็นเป็แสงสีน้ำเงิน จึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก “โสมิญญาห้าสิบปี”
พลังิญญานั้นถูกจำแนกเป็ตามสีของพลังที่แผ่ออกมา 1-9ปี สีขาว สมุนไพริญญาสิบปี (10-49ปี) มีสีฟ้า สมุนไพริญญาห้าสิบปี (50-99ปี) สีน้ำเงิน สมุนไพริญญาร้อยปี (100-499) สีเขียว สมุนไพริญญาห้าร้อยปี (500-999ปี) สีเหลือง สมุนไพริญญาพันปี (1000-4999ปี) สีส้ม สมุนไพริญญาห้าพันปี (5พันปีขึ้นไป) จะเป็สีแดงและสมุนไพรหมื่นปีเป็สีรุ้ง ยิ่งพลังิญญาสูงยิ่งมีสีเข้ม สมุนไพริญญาหมื่นปีเป็เพียงตำนาน กล่าวว่าเป็สมุนไพรระดับเซียน มักมีสัตว์อสูรระดับสูงเฝ้ารักษา การจะไปชิงมาเป็เื่ทำยากเกินไป
*** จะแบ่งแยกระดับเป็ปี แต่แท้จริงแล้วพลังิญญานั้นขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่สมุนไพรเติบโต หากบริเวณนั้นมีพลังิญญาสูงสมุนไพรดูดซับเพียงสิบปีก็สามารถมีพลังิญญาถึงร้อยปีได้ การจัดระดับเป็การใช้เกณฑ์วัดจากระยะเวลาสะสมพลังของสมุนไพรที่เติบโตในพื้นที่ที่มีพลังิญญาเข้มข้นระดับปกติมาเปรียบเทียบเป็เกณฑ์
ยกตัวอย่างเช่น สมุนไพรทั่วไปดูดซับพลังิญญาเป็ระยะเวลา10ปี จึงมีพลังสีฟ้า แต่สมุนไพรที่เกิดในป่าหมอกอาถรรพ์ชั้นกลางที่มีพลังิญญาเข้มข้นใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองปีก็ถึงระดับสีฟ้าได้เช่นกัน (การหล่อเลี้ยงสมุนไพรด้วยพลังธาตุพฤกษา ก็สามารถเพิ่มระดับของสมุนไพรได้เช่นกัน)
สมุนไพริญญาสิบปียังพอหาได้ไม่ยากนัก แต่สมุนไพริญญาห้าสิบปีนั้น นานๆ จะมีมาให้เห็นสักที ยิ่งร้อยปียิ่งหายาก สมุนไพริญญาพันปีถึงขนาดมีคนประมูลกันในราคาสูงลิบทีเดียว หมื่นปีไม่ต้องพูดถึง มันมีแค่ตำนาน
หลังจากชะงักไปชั่วครู่หานตงอี้ก็ได้สติ “ข้าให้หัวละ200ตำลึงทอง คุณชายพอใจหรือไม่” เขาเสนอราคาอย่างยุติธรรม เยว่เอ๋อร์ััความจริงใจของเขาได้ จึงพยักหน้าให้จิ่นฮวา
“ตกลง ข้ามีอยู่ 2 หัวท่านรับทั้งหมดหรือไม่” จิ่นฮวาเอ่ยนิ่งๆ รักษาท่าทีสง่างาม แม้ในใจจะตื่นเต้นมากๆ เมื่อวานขายสมุนไพรธรรมดาตะกร้าใหญ่ได้แค่ 500 อีแปะ ตอนนี้สมุนไพรหัวเดียวขายได้ 200 ตำลึงทอง ไม่ให้นางตื่นเต้นได้อย่างไร
“รับสิ ข้ารับทั้งหมด หาคุณชายมีสมุนไพรดีๆ เช่นนี้อีก นำมาขายข้าได้ ข้าจะให้ราคายุติธรรมแน่นอน” หานตงอี้ตอบรับอย่างยินดี
“เช่นนั้น หากเป็โสมร้อยปีท่านจะให้ราคาเท่าไร” จิ่นฮวายังรักษาท่าทีสงบ แล้วเอ่ยเรียบๆ แต่อีกฝ่ายใจนเป็ใบ้ไปแล้ว
“คุณชายไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่ ท่านนำมาด้วยรึเปล่าข้าขอชมได้หรือไม่” เมื่อหาเสียงตัวเองเจอหานตงอี้จึงรีบเอ่ยถาม
จิ่นฮวาไม่ตอบคำถาม เพียงหยิบโสมิญญาหนึ่งร้อยปีขึ้นมาสองหัว วางตรงหน้า หานตงอี้ เขาตรวจสอบอย่างละเอียด ยืนยันว่าเป็โสมิญญาร้อยปีจริงจึงเอ่ยว่าเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ ให้จิ่นฮวารอสักครู่ เขาจะตามเถ้าแก่มาประเมินราคาด้วยตนเอง
“อืม โสมสองหัวนี้มีพลังิญญาสีเขียวเข้ม น่าจะมีพลัง300-400ปี ข้าให้เ้าหัวละ 5000 ตำลึงทองเ้าพอใจหรือไม่” ชายชราท่าทางสุขุม นามว่าหานเหลียงเ้าของร้านสมุนไพรแห่งนี้และยังเป็ถึงผู้ปรุงโอสถระดับสี่แห่งเมืองเชียงอีกด้วย เขาประเสนอราคาให้จิ่นฮวาอย่างใจกว้าง
“ตกลงขอรับ” จิ่นฮวาตอบรับอย่างยินดี
“เ้ามีนามว่าอะไรนางหนู” ชายชราถามออกมาตรงๆ เขามีประสบการณ์ชีวิตมาหลายสิบปี มองเพียงแวบแรกก็รู้ว่านางเป็สตรี
จิ่นฮวายิ้มเขินๆ ที่โดนจับได้ แล้วจึงแจ้งนางแก่ชายชราอย่างไม่อาจปิดบัง “หลินจิ่นฮวาเ้าค่ะ”
หานเหลียงพยักหน้ารับ
“หากเ้ามีสิ่งใดให้ช่วยเหลือก็มาหาข้าที่นี่ได้เสมอ” ชายชราให้หานตงอี้ไปนำตั๋วเงินหนึ่งหมื่นกับสี่ร้อยตำลึงทอง มาให้จิ่นฮวา แล้วเอ่ยกับนางอย่างเป็กันเอง
เมื่อเสร็จธุระจิ่นฮวากับเยว่เอ๋อร์ก็ออกจากร้านสมุนไพร ด้วยใบหน้าเบิกบานใจ ‘ข้ารวยแล้ว5555’