ภายในห้องโถงใหญ่เหล่าาุโที่มีตำแหน่งสำคัญและมีสิทธิ์ตัดสินการคัดเลือกว่าที่ประมุขพรรคกระบี่เงา์คนใหม่ นั่งเต็มทั้งสองฝั่ง เเบ่งเป็สองฝ่ายกำลังสนับสนุน ด้านหน้าเหนือขึ้นไปเล็กน้อยเป็เก้าอี้นั่งของตำเเหน่งประมุขพรรคกระบี่เงา์คนปัจจุบัน
ขณะนี้กำลังถกเถียงกันถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ที่พรรคกระบี่เคลื่อนเมฆาลอบโจมตีเย่หลี่จวิน ฝ่ายสนับสนุนเย่หลี่จวินให้ข้อสังเกตว่าทำไมพรรคกระบี่เคลื่อนเมฆาถึงลอบโจมตีแค่เย่หลี่จวิน เเล้วพวกเขารู้ได้อย่างไรว่าเย่หลี่จวินอยู่ไหนกระทั่งเลือก่ในการจู่โจมได้เหมาะเจาะ และที่สำคัญพวกเขารู้การเคลื่อนไหวของพรรคได้อย่างไรหรือมีใครเป็หนอน
ฝ่ายที่สนับสนุนจางสุ่ยเฟิงก็สงสัย ทว่าการเเข่งขันก็คือการแข่งขันแม้โดนลอมโจมตีก็ควรนับเป็การแข่งขัน การที่เย่หลี่จวินยังรับมือเื่เเค่นี้ไม่ได้ก็ไม่ควรถูกเลือกเป็ประมุขพรรค
"การที่จางสุ่ยเฟิงทำภารกิจเสร็จสิ้นก่อนก็ถือว่ารอบนี้เขาชนะ"
าุโฝ่ายสนับสนุนจางสุ่ยเฟิงกล่าว
"ไม่นับเพราะเย่หลี่จวินโดนลอบโจมตีคนเดียวหากไม่ใช่ว่าเขาโดนลอบโจมตีจนาเ็เขาจะทำภารกิจเสร็จช้าได้อย่างไง"
าุโฝ่ายสนับสนุนเย่หลี่จวินเอ่ยเเย้งขึ้น
"แพ้อย่างไรก็คือแพ้"
"หึ ไม่ลองให้ทำใหม่ดูล่ะ"
"ครั้งนี้ไม่ถือเป็การแข่งขันงั้นหรือ การที่เย่หลี่จวินเจอพรรคกระบี่เคลื่อนเมฆาก็เป็คราวซวยของเขาเองจางสุ่ยเฟิงเกี่ยวอะไรด้วย หรือท่านหวังไม่พอใจที่จางสุ่ยเฟิงชนะล่ะ"
"ข้ายอมรับว่าครั้งนี้ข้าแพ้ข้าพลาดเอง"เสียงของผู้มาใหม่กล่าวขึ้นทำให้ท่านหวังและคนอื่นๆหันมาสนใจ
"เ้ามาแล้ว"ประมุขพรรคกล่าว
เย่หลี่จวินโค้งคำนับก่อนจะกล่าวขึ้น
"ให้ทุกท่านรอนานข้าน้อยเสียมารยาทแล้ว"
"ไม่เป็ไรไปเ้ายังาเ็อยู่"
"หึ นี่หรือคนที่จะเป็ประมุขพรรคน่ะ"
เกิดการโต้แย้งกันขึ้นอีกครั้งจนประมุขพรรคต้องเอ่ยปากให้เงียบลง
"เอาล่ะๆ อาจวินแผลของเ้าเป็อย่างไรบ้าง"
"เรียนท่านประมุขบาดเเผลของข้าไม่ได้ร้ายแรงตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วขอบคุณท่านประมุขที่เป็ห่วง"เย่หลี่จวินโค้งกล่าว
"ไหนข้าขอตรวจชีพจรหน่อย"ท่านประมุขกล่าวพร้อมกับที่ลุกจากเก้าอี้เดินลงมาเย่หลี่จวินยื่นแขนให้อีกฝ่ายตรวจ
"อืมไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว"
"เย่หลี่จวินเ้าเล่ามาได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น"เสียงของหนึ่งในคนที่สนับสนุนเย่หลี่จวินกล่าวขึ้น
ทุกคนในที่นี้เริ่มเงียบเพราะต่างก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เย่หลี่จวินเล่าตั้งเเต่เข้าป่าไปจนเจอกับพรรคกระบี่เคลื่อนเมฆามีการปะทะกันแบบไหนจนโดนลอบวางยาพิษโชคดีที่ได้สตรีนางหนึ่งช่วยไว้เล่าเลี่ยงๆเื่ที่นางช่วยยังไง และไม่ได้บอกว่าเป็ยาพิษชนิดใด
"อะไรนะ!!"
"ถึงขั้นวางยาพิษพรรคกระบี่เคลื่อนเมฆาต่ำช้าเกินไปแล้ว"ต่างถึงกับสบถ
เย่หลี่จวินลอบมองจางสุ่ยเฟิง เห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ได้เผยสีหน้าอะไร เอาเถอะเขาก็ไม่ได้อยากสงสัยอีกฝ่ายนักหรอกรอหาหลักฐานเจอก่อน
"เอาเถอะเื่นี้เดี๋ยวให้คนของเราจัดการในเมื่ออาจวินยอมแพ้ก็ถือว่าอาเฟิงชนะ ทีนี้ภารกิจที่สองข้าเเละเหล่าผู้าุโเห็นพ้องกันว่าจะให้ทั้งสองคนรับลูกศิษย์สามคนแล้วเดือนหน้ามาประลองกัน"
หลังจากเสร็จสิ้นการมอบภารกิจเหล่าฝ่ายสนับสนุนก็ทยอยพากันออกไปเย่หลี่จวินเองก็เตรียมจะกลับไปหาเสิ่นเฟยอวี้ แต่กลับถูกประมุขพรรคเรียกก่อน
"เดี๋ยวก่อนอาจวิน ข้ามีเื่จะคุยกับเ้า"
พอเห็นว่าทุกคนเดินออกไปกันหมดประมุขพรรคก็สะบัดมือปิดประตูก่อนจะสร้างม่านอาคมกันเสียง
"อาจวินเ้าปลอดภัยข้าก็โล่งใจแต่เ้าบอกข้ามาสิว่าเ้าถูกพิษอะไรกันแน่"
ว่ากันว่าอาจารย์ก็เปรียบดั่งบิดา เป็บิดาวันเดียวเท่ากับเป็บิดาตลอดไป มีหรือที่ท่านประมุขจะมองเย่หลี่จวินไม่ออก ดูเหมือนเื่ที่โดนวางยาพิษเย่หลี่จวินจะพูดแค่บางส่วน
"อาจารย์"คิดไว้เเล้วเชียวว่าเื่นี้คงปิดอาจารย์ไม่ได้เย่หลี่จวินจึงตัดสินใจเล่าให้อาจารย์ฟังทั้งหมด
สีหน้าของประมุขพรรคทั้งใทั้งประหลาดใจทำเอาท่านประมุขถึงกับคาดไม่ถึงกันเลยที่เดียวหลังจากที่ฟังจบ
"อาจวิน"ประมุขพรรคเอ่ยเสียงนิ่ง
"ข้ารู้อาจารย์ข้าไม่ควรทำเช่นนั้นกับนางสำหรับเื่นี้ข้ากระทำผิดข้าไม่มีอะไรจะเเก้ต่างให้ตัวเอง"
พอเห็นว่าเย่หลี่จวินเองก็รู้สึกผิดอยู่บ้างจึงเอ่ยเสียงอ่อนลง
"อะแฮ่มรู้ตัวก็ดีถึงเ้าจะชอบนางมากแค่ไหนแต่แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวานนักหรอกนะ"
"ศิษย์ทราบแล้วขอบคุณท่านอาจารย์ที่ชี้เเนะ"
เย่หลี่จวินคุกเข่าลงประสานมือก่อนกล่าว
"แล้วแม่หนูนั่นชื่ออะไรล่ะ"
"นางชื่อเสิ่นเฟยอวี้" แววตาของเขานั้นอ่อนโยนลงมุมปากยกขึ้นยามที่นึกถึงนาง กระทั่งน้ำเสียงที่เอ่ยก็อ่อนลง ทุกอย่างอยู่ในสายตาของประมุขพรรค ไม่คิดเลยว่ายามมีรักลูกพยัคฆ์ตัวนี้กลับกลายเป็แมวจะว่าไป เสิ่นเฟยอวี้ อาอวี้ ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน...
เย่หลี่จวินนึกย้อนกลับไปครั้งแรกที่ได้เจอเสิ่นเฟยอวี้จำได้ว่าตอนนั้นเขา...
ตอนนั้น.....
"จับเร็วเด็กนั่นวิ่งเข้าป่าไปแล้ว"เสียงะโไล่หลังทำให้เด็กชายตัวน้อยวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆไม่แม้แต่จะหันหลังกลับแม้จะสะดุดล้มจนเจ็บขาก็ยังฝืนลุกขึ้นวิ่ง
เขาช้าไม่ได้หยุดวิ่งไม่ได้เพราะถ้าช้านั่นหมายถึงชีวิตหากโดนจับได้ยังไงเขาก็คงไม่รอด
กลุ่มชายฉกรรจ์ห้าหกคนวิ่งไล่ตามอย่างเอาเป็เอาตายบางคนถือดาบบางคนถือกระบี่บางคนพกมีดสั้นบ้างถือหอกจุดมุ่งหมายเดียวคือเด็กน้อย
"ไม่ได้กินข้าวกันหรือไงแค่วิ่งตามเ้าเด็กนั่นยังไม่ได้เลย"เสียงเหี้ยมของชายฉกรรจ์ดังสนั่นเหล่าลูกน้องยังเกร็งกลัว
"ลูกพี่เด็กนั่นตัวเล็กเลยหลบหลีกได้"ชายฉกรรจ์ที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าวิ่งชะลอ
"จับไม่ได้ก็ฆ่ามันซะ"
"ได้เลย"
สีหน้าของแต่ละคนแสดงออกถึงความกระหายเือย่างเปิดเผย ชายคนหนึ่งเลียมีดด้วยสีหน้ากระหาย
"ดาบของข้าไม่ได้ดื่มเืมานานแล้ว"
เด็กน้อยขนลุกซู่ไม่ทันไรหอกเเหลมก็ลอยมาเฉียดข้างเเก้มทำเอาใจนร่างแข็งทื่อไปชั่วขณะ
"โธ่เอ้ยพลาดไปซะได้ "
เด็กน้อยน้ำตาไหลพราก ไม่รู้ว่า์เกลียดเขาหรือยังไงถึงอยากจะฆ่าเขานัก
เขาเกิดมาในครอบครัวธรรมดาบิดาเป็พ่อค้าพเนจรส่วนมารดาเป็ลูกเศรษฐีแต่พอแต่งงานกับบิดากลับถูกตระกูลทอดทิ้ง
มารดาอยู่กับบิดามาหลายปีจนมีเขาหลังจากนั้นไม่กี่ปีมารดาก็เสียชีวิตลงเพราะร่างกายอ่อนแอแต่อนิจจาเคราะห์ซ้ำกรรมซัดบิดาของเขาก็ถูกศัตรูค้นพบนั่นจึงทำให้เขารู้ว่าแท้จริงเเล้วบิดาของตนคือนักดาบเลื่องชื่อคนหนึ่งในยุทธภพแต่เพราะบังเอิญไปช่วยหญิงชาวบ้านเเล้วฆ่าบุตรชายเ้าเมืองอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่กลับโดนหมายหัวจึงเปลี่ยนชื่อแซ่หลบซ่อนจากยุทธภพกลายเป็พ่อค้าพเนจรจนมาเจอมารดา
มารดาจากไปไม่ทันไรบิดาก็มาถูกลอบสังหารตัวเขาโดนจับไปขายเป็ทาสแต่ทว่าระหว่างเดินทางข้ามชายป่าเขาหลุดมาได้จึงวิ่งเข้าป่า
แต่ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายจะหนีไปไม่รอด ต้องมาตายที่นี่ครั้นจะให้วิ่งหนีขาก็แข็งทื่อจนแทบไม่รู้สึกาแที่วิ่งมาแล้วโดนกิ่งไม้ใบหญ้าข่วนเป็รอยนูนขึ้นจนเจ็บระบบไปหมด
"จะหนีทำไมสุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี"
กลุ่มชายฉกรรจ์เดินเข้ามาหาเขาเรื่อยๆเด็กน้อยกลัวจนเผลอก้าวถอยหลังล้มลงมือเผลอไปปัดโดนหอกที่ปักพื้นจนได้แผล
"เอาไงดีลูกพี่ ฆ่าเ้าเด็กนี่เลยมั้ย"
"อืม ร่างกายผอมแห้ง เสื้อผ้าสกปรกเนื้อตัวมอมแมมแถวตลาดทั่วตัวอัปลักษณ์สินดีขายไปก็คงไม่มีคนซื้อไม่สู้ฆ่าทิ้งแล้วไปเอาเงินดีกว่า"
พอได้ยินแบบนั้นชายฉกรรจ์ถือดาบยิ้มเหี้ยมยกดาบหมายสังหาร
โฮ้ก!!
เสียงของพยัคฆ์ตัวใหญ่ก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้กระโจมเข้าไปยังหัวหน้าชายฉกรรจ์เพียงเ้าพยัคฆ์ใช้ฟันที่เเหลมคมของมันกัดไปที่คอศีรษะของหัวหน้าชายฉกรรจ์ก็ขาด เหล่าลูกน้องพากันแตกตื่นหันอาวุธใส่หวังป้องกันตัวทว่าเพียงมันใช้กรงเล็บปัดอาวุธเ่าั้ก็แทบไม่ต่างจากกิ่งไม้หัก
เวลาเพียงไม่นานพยัคฆ์ตัวใหญ่ก็สังหารเหล่าชายฉกรรจ์จนสิ้น เด็กน้อยที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างมองนิ่งพยัคย์ร้ายย่ามสามขุมเข้ามา
ทันใดนั้นเด็กน้อยลุกพรวดหันหลังวิ่งไปอย่างคนเสียสติฝ่าดงหญ้าที่รกชัฏป่าไม้ใหญ่ก่อนจะได้สติเมื่อััถือความว่างเปล่าจึงค่อยสังเกตก็เห็นว่าร่างของตนโดยจะร่วงตกหน้าผาดีที่มีเถาวัลย์พันร่างไว้
"เฮ้อ.."
ผึง?!!!
ไม่ทันไรเถาวัลย์เส้นเล็กก็ขาดลงทำให้เขาเสียการทรงตัวแล้วร่วงหล่นลงสู่เหว
"อ๊ากกกกกก"
ร่างดิ่งลงด้วยความเร็วก่อนจะหล่นลงตรงสายธารจมลงสู่ใต้น้ำเขาไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนก่อนปล่อยให้ร่างตัวเองจมลงเรื่อยๆ
อุตส่าห์วิ่งมาได้แล้วแต่สุดท้ายกลับต้องมาตายนึกว่าจะรอดแล้ว
ท่านพ่อ ท่านแม่ รอก่อนนะอาจวินกำลังไปหาพวกท่านแล้ว
ในขณะที่ยอมรับอ้อมกอดของความตายพลันเห็นเงาคนรางรางก่อนที่สติของเขาจะดับ