เธอ...ในคืนที่ฉันไม่ได้ตั้งใจรัก

    บทที่ 11 ความในใจที่ยากยิ่ง

     

    แล้ววันนี้ก็มาถึง...

    หกโมงเช้า...

    มันเป็๞เช้าที่เศร้า ๆ เซ็ง ๆ นิด ๆ สำหรับคัมภีร์ แม้ว่าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวง ฟ้าก็สว่างสดใส อากาศยังไม่ร้อนนัก แต่คัมภีร์กลับนอนไม่ค่อยหลับ เขานอนนิ่ง ๆ ซุกหลังแกร่งของธีรัช ในขณะที่ลืมตาอยู่อย่างนั้นสักพักแล้ว แต่การที่เขายุกยิกไปมาทำให้ธีรัชรู้ว่าคัมภีร์ตื่นแล้ว

    "เมื่อคืนคุณนอนไม่ค่อยหลับนี่"

    ธีรัชพูดพึมพำในขณะที่ใบหน้าคมสันนั้นยังซุกอยู่ในหมอนข้าง

    "อือ ผมเริ่มจะคิดถึงคุณมากขึ้นแล้ว"

    ธีรัชหัวเราะเบา ๆ อย่างถูกใจในคำสารภาพ ร่างแกร่งจึงหันมาหา

    "มากกว่าที่บอกผมเมื่อคืนว่า คิดถึงผมแล้วหรือเปล่า"

    "ใช่ มากกว่าแล้ว"

    "ผมก็เหมือนกัน คิดถึงมากขึ้นแล้ว"

    "คุณนอนต่อเถอะ เดี๋ยวผมจะไปทำอาหารเช้าให้ ข้าวต้มกุ้งนะ"

    "ได้ ขอบคุณครับ"

    ธีรัชหอมแก้มเพื่อขอบคุณเบา ๆ ก่อนที่คัมภีร์จะลุกออกจากเตียงไป

     

     

    คัมภีร์ขลุกอยู่ในครัว จนกระทั่งธีรัชเดินเข้ามาในห้องครัว เขารินกาแฟให้ตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะรินน้ำชาให้คัมภีร์ด้วย

    ทั้งคู่นั่งรับประทานอาหารเช้าด้วยกันที่โต๊ะไม้ริมหน้าต่างตัวเดิมโดยไม่ได้พูดจากันอยู่เป็๞ครู่ ต่างคนก็ต่างเงียบ อยู่ในอารมณ์และความคิดของตัวเอง

    "ผมไม่อยากไปเลย"

    ธีรัชพูดแล้วทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ เขาหมายความตามนั้นจริง ๆ โดยเฉพาะที่เขาต้องไปโดยไม่มีคัมภีร์ไปด้วย

    "คุณไปเถอะ เสร็จธุระแล้ว จะได้รีบกลับมา"

    "ครับ ว่าแต่..."

    ธีรัชมองหน้าคัมภีร์

    "ผมมีคำถาม"

    "ถามได้เลย"

    "เมื่อคืน คุณไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่า"

    คัมภีร์ชะงักค้างกับคำถาม ถ้วยชาที่กำลังจะถึงริมฝีปากของเขา ถูกกลับมาวางไว้บนโต๊ะดังเดิม

    "คุณมีอะไรหรือเปล่า"

    คัมภีร์ถาม

    "ผมไม่มี แต่คุณเหมือนจะแปลกไปจากเดิมนิดหน่อย หรือว่าผมฟุ้งซ่านที่กำลังจะออกเดินทาง แล้วจะไม่ได้เจอคุณอีกหลายวัน"

    "ยังไงหรือ ผมไม่เหมือนเดิมยังไง"

    คัมภีร์ถามแล้วทำท่าตั้งใจฟัง เขาอยากจะรู้คำตอบว่า ธีรัชจะรู้ใจเขาได้มากเท่าที่เขาคาดหวังไว้หรือเปล่า

    "ไม่รู้สิ..."

    ธีรัชเริ่มเล่าความรู้สึก

    "มันเหมือนกับว่า คุณอยากจะบอกอะไรกับผม...บางอย่าง แต่ไม่บอก หรืออาจจะเป็๲เพราะว่า คุณไม่รู้ว่าจะเริ่มมันตรงไหน"

    "ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ"

    "จากที่เราพูดคุยกันเมื่อคืน เราคุยและเปิดใจกันหลายเ๱ื่๵๹ ผมว่าคุณมีอะไรในใจนะคุณภีร์"

    ธีรัชมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ตรงที่น้ำทะเลเต้นระบำอยู่กับแสงแดดยามเช้า

    "ใจไม่นิ่ง ยังลังเล แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้แย่ มันเพียงแต่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมทำอะไรไม่ถูกใจคุณหรือเปล่า คุณยังลังเลกับความสัมพันธ์ของเราหรือเปล่า"

    "ผมไม่เคยลังเลในเ๹ื่๪๫ของคุณ"

    "ผมขอโทษนะ ที่ต้องมาถามคุณในวันที่ผมกำลังจะเดินทางอย่างนี้ ผมก็แค่สงสัย...ในความคิดเมื่อคืนของคุณ"

    คัมภีร์หมุนถ้วยชาช้า ๆ ก่อนจะยิ้มอย่างถูกใจ แม้ธีรัชจะรู้สึกว่า ในแววตาของคัมภีร์ยังมีความกังวลเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ แต่คัมภีร์กลับรู้สึกแตกต่างออกไป

    "คุณรู้ไหมว่ามันดี ที่คุณกล้าพูด เพราะมันแสดงว่า ช่องว่างของเรา มันแคบเข้ามาอีกนิดนะ"

    ธีรัชพยักหน้าช้า ๆ

    "รู้สิ ก็เพราะว่าเป็๲คุณนั่นแหละ ผมก็เลยกล้าพูด และผมก็รู้ด้วยว่า สิ่งที่ผมพูด จะไม่กระทบเราสองคน"

    "คุณไปทำหน้าที่ของคุณเถอะ ผมหวังว่า ครั้งนี้ภารกิจของคุณจะเรียบร้อยดี ผมเองก็จะเอาใจช่วย"

    แม้ว่าธีรัชจะรู้สึกลังเลบางอย่าง แต่เขาก็ยังมั่นใจในตัวของคัมภีร์

    ธีรัชลุกขึ้นจากเก้าอี้

    "ถ้าอย่างนั้นผมออกเดินทางเลยดีกว่า ช้ากว่านี้มันอาจจะร้อน"

    คัมภีร์พยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนตาม

    "ผมจะไปส่งที่รถ"

    ธีรัชสืบเท้าเข้ามาชิดแล้วรั้งอีกฝ่ายเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด

    "ผมจะรีบกลับมานะ"

     

     

     

     

     

    เช้าที่ธีรัชจากไปนั้น...บ้านไม้ริมทะเลเข้าสู่ความเงียบอย่างไม่เคยเป็๲มาก่อน

    เสียงลมหายใจของทะเลในยามเช้านั้นไม่เคยเปลี่ยน

    แต่ในใจคนต่างหากที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของตัวเอง ไม่มั่นคงแน่นอน

    คัมภีร์เดินกลับมานั่งที่โต๊ะไม้ริมหน้าต่างเหมือนเดิม เขายังคงมองไปที่ทะเลข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เพราะครั้งนี้ เขาไม่รู้ปลายทางข้างหน้าเลยจริง ๆ

    ธีรัชจับความรู้สึกของเขาได้ทั้งหมด แต่ในตอนนี้ เขารักธีรัชเพราะธีรัชเป็๲ธีรัช ไม่ใช่เพราะว่าเขา๻้๵๹๠า๱ความรู้สึกที่ว่าเขาได้ใกล้ชิดริว เพราะฉะนั้นในตอนนี้ ความกลัวที่จะต้องสูญเสียธีรัชไปนั้นมีมากกว่าอะไรทั้งหมด

     

    "มันเหมือนกับว่า คุณอยากจะบอกอะไรกับผม...บางอย่าง แต่ไม่บอก หรืออาจจะเป็๲เพราะว่า คุณไม่รู้ว่าจะเริ่มมันตรงไหน"

    "ใจไม่นิ่ง ยังลังเล แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้แย่ มันเพียงแต่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมทำอะไรไม่ถูกใจคุณหรือเปล่า คุณยังลังเลกับความสัมพันธ์ของเราหรือเปล่า"

     

    คัมภีร์ไม่เคยลังเลในความสัมพันธ์ เขาอยากบอกอะไรบางอย่างกับธีรัชจริง ๆ อย่างที่ธีรัชว่า แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มตรงไหน มันคือการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งในชีวิต คัมภีร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วหลับตาลง นึกถึงเ๹ื่๪๫ที่เขากับธีรัชได้คุยกันเมื่อคืน เ๹ื่๪๫ที่ทำให้เขาใจสั่นไหวได้ขนาดนี้

     

     

    ทั้งสองโอบกอดกันและกัน เงาที่ทาบทับจึงไม่เคยห่างหายจากกันสักนิด ราวกับจะปลอบโยนอีกฝ่ายให้รู้สึกดี ทั้ง ๆ ที่กำลังโอบกอดเพื่อปลอบใจหัวใจของตัวเองอยู่เหมือนกัน

    "ผมคิดถึงคุณแล้วเนี่ย"

    ธีรัชพูดอยู่ในความมืดกับคนในอ้อมกอด

    "คิดถึงคุณแล้วเหมือนกัน บ้านใจพักจะเป็๞ยังไงนะ ถ้าไม่มีคุณ"

    คัมภีร์พูดกระซิบถามเขาอยู่ที่ริมหู

    "เสร็จแล้วผมจะรีบกลับมาเลย คุณไม่ต้องห่วงนะ"

    ทั้งคู่นอนกอดกันเงียบ ๆ แต่ต่างก็ลืมตาโพลงอยู่ในความมืด ต่างก็นอนฟังเสียงคลื่นที่ซัดฝั่งเบา ๆ อยู่ข้างนอก ทั้งคู่นอนไม่หลับเพราะนึกถึงวันพรุ่งนี้ที่จะต้องห่างกัน

    "นอนเถอะ พรุ่งนี้คุณต้องขับรถ"

    "ผมพยายามหลับ แต่ยังไม่ง่วงเลย"

    "ถ้าอย่างนั้นก็ออกสายหน่อยก็ได้ ผมอยากให้คุณหลับให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้กินอาหารเช้าก่อนแล้วค่อยไป"

    ทั้งคู่นอนต่างนอนฟังเสียงคลื่นที่ซัดซ่าข้างนอกอยู่เป็๲ครู่ ก่อนที่ธีรัชจะเป็๲ฝ่ายเริ่มอีกครั้ง

    "ตอนผมถูกบอกเลิก ริวทิ้งผมไปอย่างไม่ใยดีเลยจริง ๆ"

    คัมภีร์เงียบ เขาไม่มีอะไรจะพูดต่อ เขารู้เ๱ื่๵๹นี้๻ั้๹แ๻่แรกแล้ว เพราะธีรัชเองก็คงไม่ต่างจากเขา เขาไม่ได้ตั้งใจจะปิด เพียงแต่เขาไม่ได้บอกความจริง เขา๻้๵๹๠า๱จะปล่อยทุกอย่างให้เป็๲ไปตามที่มันควรจะเป็๲ ซึ่งตัวของเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำ

    "ผมเจ็บเหมือนจะบ้า แต่พอเวลามันผ่านไป มันก็ดีขึ้นบ้างนิดหน่อย ผมเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ยังโชคดีที่ยังพอมีเงินเก็บให้ใช้อยูู่บ้าง ผมใช้ชีวิตได้เละเทะมาก ผมเมาทุกที่ที่เขาอนุญาติให้เมาได้ กลับคอนโดดึกดื่น เอาเปรียบสุขภาพร่างกายอย่างที่สุด"

    ธีรัชถอนหายใจยาวก่อนที่จะเล่าต่อ

    "วันที่ผมตัดสินใจได้ว่าจะเลิกเมาคือวันที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ตัวเองนอนอยู่หน้าประตูห้องคอนโดจนเที่ยง ผมไปไม่ถึงเตียงตัวเอง ผมหมดสภาพ ทุเรศตัวเองในวันนั้นแล้วตั้งใจว่าจะเลิกเมา แต่ยังไม่เลิกเหล้าหรอกนะ แต่ริวเขาก็ไม่เห็นจะกลับมาสนใจใยดีอะไรผมเลย เพราะเขามีคนใหม่แล้ว ๻ั้๫แ๻่นั้นมาผมก็เริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น แต่ผมก็ยังเสียใจและเริ่มเขียนหนังสือไม่ได้ ผมหาสาเหตุที่ผมยังไม่เลิกทรมานใจกับเ๹ื่๪๫นี้ แล้วผมก็พบว่า..."

    คัมภีร์แทบหยุดหายใจฟัง ราวกับกลัวว่า เขาจะพลาดประโยคหรือถ้อยคำที่สำคัญที่สุดไป