วิวาห์เลี้ยงเดี่ยว

    ตอนที่ 5 ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่ (5)

    “ไม่เป็๲ไรครับ” วาทีปฏิเสธพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ติดจะเขินเล็ก ๆ คุณหมอสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องตรวจพร้อมกับปิดประตู

                 “เอ่อ เขาไม่ใช่พ่อเด็กค่ะคุณหมอ แต่เป็๞เ๯้านาย เขาแค่อาสาพามาเท่านั้นค่ะ” มัตสยาบอกพลางยิ้มแห้ง ๆ เมื่อคนเป็๞หมอกลับมานั่งที่โต๊ะตรวจ

                 “อุ๊ย เหรอคะ หมอขอโทษค่ะ” คุณหมอสาวยิ้มอาย ๆ ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ทักผิดก็เถอะ

                 “ไม่เป็๞ไรค่ะ” มัตสยายิ้มรับขำ ๆ ก่อนจะอุ้มลูกน้อยในท่าทีจะให้คุณหมอตรวจได้สะดวก

                 “น้องเป็๲ไข้นะคะ...” คุณหมอสาวถามอาการต่าง ๆ พร้อมกับตรวจไปด้วยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปเขียนอะไรบางอย่าง แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดกับแม่ของคนไข้ตัวน้อย “ไม่มีอะไรต้องกังวลนะคะคุณแม่ แค่เป็๲ไข้หวัดธรรมดา รอรับยาด้านนอกได้เลยค่ะ”

                 “ขอบคุณค่ะ” มัตสยายกมือไหว้คุณหมอสาวแล้วอุ้มลูกน้อยเดินออกจากห้องตรวจ

                 “เสร็จแล้วเหรอ” วาทีทักเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาจากการอ่านข่าวในมือถือ

                 “ค่ะ” มัตสยาเดินนำชายหนุ่มออกไปนั่งที่โซนด้านหน้าเพื่อรอรับยา เมื่อวาทีเดินลงมานั่งข้าง ๆ เธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเ๹ื่๪๫ที่คนเป็๞หมอเข้าใจผิด “ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณหมอเข้าใจผิด”

                 “ช่างเถอะ” ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ นั่นทำให้มัตสยายิ้มรับอย่างโล่งอก

                 “เด็กหญิงเขมนิจรับยาค่ะ”

                 เสียงเรียกชื่อของลูกสาวดังขึ้นทำให้มัตสยากำลังจะลุก แต่เธอก็โดนห้ามเอาไว้เสียก่อน “เดี๋ยวผมไปเอง” จากนั้นวาทีก็ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์แทนทันที

    “เงินค่ะ” มัตสยาที่หยิบเงินออกมาจะยื่นให้ก็ยังไม่ทัน เธอจึงเลือกที่จะเก็บเข้ากระเป๋าเหมือนเดิม และจะเอาให้เขาตอนขึ้นรถ

                 “ไปกันเถอะ” วาทีได้ยาและฟังรายละเอียดการกินแล้วพยักหน้าเรียกมัตสยาแล้วเดินนำหญิงสาวกลับไปที่รถ เมื่อไปถึงก็เปิดประตูรอ แม้จะรู้ว่ามัตสยาพอจะเปิดเองได้ แต่ก็คงทุลักทุเลพอสมควร

                 “ขอบคุณมากค่ะ” มัตสยาบอกอย่างเกร็งใจระคนรู้สึกไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกที่จู่ ๆ เ๯้านายก็มาบริการอะไรแบบนี้ให้ เธอไม่ควรรบกวนอะไรเขาอีก ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มขึ้นมาบนรถและเคลื่อนตัวออกเธอก็ถามค่ายาที่เขาออกให้ก่อนทันที “ค่ายาเท่าไหร่คะบอส”

                 “ช่างเถอะ ไม่กี่ร้อย” วาทีตอบกลับอย่างไม่ได้ใส่ใจเช่นเคย

                 “ไม่ได้สิคะ” มัตสยาเสียงเข้มขึ้นอย่างลืมตัว แต่ลูกสาวตัวน้อยที่อาการไข้เริ่มจะทุเลานึกว่าแม่หยอกก็เลยหัวเราะออกมาจนทำให้เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มและหัวเราะตาม

                 “เด็กน่ารักออก จ่ายค่ายาให้แค่นี้เอง ใช่ไหม” วาทีไม่แค่พูดยังยื่นมือไปเขี่ยแก้มแดง ๆ ยุ้ย ๆ เล่น นั่นทำให้หนูน้อยคว้านิ้วเขาไปจับและกัดเล่น พร้อมกับพูดออกเสียงคำสั้น ๆ ไปเรื่อยตามประสาเด็ก จนกระทั่งมีคำว่า “ป๊ะ!” หลุดออกมา แล้วหนูน้อยก็มองและฉีกยิ้มให้กับวาที ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน

                 “คงไม่มีความหมายอะไร พักนี้ออกเสียงอะไรแบบนี้บ่อย ๆ ค่ะ” มัตสยาอธิบายอย่างกลัวชายหนุ่มจะเข้าใจผิดและพานไม่พอใจลูกสาวของเธอที่ยังไม่ประสาเอาได้

                 “รีบกลับดีกว่า เดี๋ยวจะไปไม่ทันนัด เราต้องเผื่อเวลาด้วย” วาทียิ้มให้เด็กน้อยที่ไม่ยอมปล่อยนิ้วเขาอย่างอ่อนโยน แล้วค่อย ๆ ดึงนิ้วนั้นกลับ จากนั้นก็เร่งความเร็วของรถให้ไวกว่าเดิม

    โดยที่ระหว่างนั้นภายในรถก็เงียบสนิทเพราะมัตสยาเอานมให้ลูกสาวกิน และหนูน้อยที่เหมือนจะชอบนั่งรถเป็๞พิเศษก็เลยเคลิ้มหลับ

                 “ขอบคุณบอสมาก ๆ เลยนะคะ สำหรับทุกอย่างในวันนี้” หญิงสาวพูดทำลายความเงียบขึ้น พร้อมกับหันไปยิ้มให้เ๽้านายหนุ่มอย่างซึ้งในน้ำใจ แล้วให้คำมั่นที่ไม่รู้ว่าเธอจะให้เขาอะไรได้มากกว่านี้นอกจากเ๱ื่๵๹งาน “มัทสัญญาว่าจะทำงานให้แบบถวายหัวเลยค่ะ”

                 “ให้มันจริงเถอะ อย่าหลับกลางอากาศล่ะ” วาทีปรายตามองเลขาฯ สาวที่เมื่อเช้ายังฟุบหลับบนโต๊ะทำงานด้วยสายตาล้อเลียนพลางกดยิ้ม

                 มัตสยาอยากจะแก้ตัวเ๱ื่๵๹เมื่อเช้าที่เขาคงเห็นเธอฟุบหลับ แต่พออ้าปากแต่ฉุกคิดได้ว่ามันคือเ๱ื่๵๹จริงแล้วเธอจะแก้ตัวไปทำไม “กลับไปขอกินกาแฟแก่ ๆ สักแก้วนะคะ ค่อยกลับ” ก่อนจะยอมรับด้วยรอยยิ้มที่สดใส