บทที่ 23
การปรากฏตัวของมหาเศรษฐี
ผู้คนในมหาวิทยาลัยตงหลิงต่างรู้ดีว่า ผู้หญิงคนใดก็ตามที่เย่เหลียง้านั้นไม่มีทางหนีเขาได้
พ่อของเย่เหลียงเป็นักธุรกิจ แต่อาชีพนักธุรกิจของพ่อเขานั้นก็เพื่อบังหน้าเพราะตัวเองดูแลทั้งธุรกิจที่ถูกและผิดกฏหมายไปพร้อมๆกันอยู่
เพราะงั้นแล้วเย่เหลียงจึงเรียนรู้มาจากพ่อของเขา ตัวเขาเองนั้นไม่ได้มาโรงเรียนบ่อยนัก ส่วนใหญ่ก็จะจับกลับกับเพื่อนต่างโรงเรียนสำมะเลเทเมาไปวันๆ ดูเหมือนว่าเขานั้นจะภูมิใจกับสิ่งที่เป็และใช้มันโอ้อวดไปทั่วเลย
หลังจากที่ผ่านกลิ่นคาวมาอย่างมากมาย ตัวเขานั้นก็เริ่มหันมากลิ่นหวานชื่นของเอ้อซีซีบ้างแล้ว และด้วยความสนใจนี้มันทำให้เขาอยากได้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยเอ้อซีซีไปแน่ๆในวันนี้
ทางด้านเอ้อซีซีนั้น เธอไม่สามารถไปไหนได้เพราะถูกขวางไว้โดยคนของเย่เหลียง เธอทำได้แค่มองไปรอบๆเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเท่านั้น
แต่มันก็ช่างน่าสงสาร เพราะไม่มีใครในที่นั่นที่จะกล้าเข้ามาหยุดเขา แม้แต่อาจารย์เองก็เหมือนกัน เขาทำได้แค่แสร้งทำเป็ไม่เห็นเท่านั้น
เย่เหลียงค่อยๆเดินไปหาเอ้อซีซีช้าๆด้วยรอยยิ้มน่ากลัวบนใบหน้า ผู้หญิงที่บริสุทธิ์และใจกล้าเช่นนี้นั้นเหมาะที่เขาจะลิ้มลองเสียจริง
โดยปกติแล้ว พวกผู้หญิงคนอื่นๆที่มีเสน่ห์นั้น เพียงแค่ได้ยินว่าเขาคือเย่เหลียงต่างก็พากันแหกแข้งแหกขาให้เขาในพริบตาเดียวแล้ว
การที่ต้องเจอแต่ผู้หญิงแบบนั้นมาตลอดมันทำให้เขาเริ่มจะเลี่ยนมันขึ้นมาบ้างแล้ว มันเหมือนกับเขานั้นคือคนที่ได้แต่กินปลาตัวใหญ่และเนื้ออย่างดีอยู่ทุกๆวัน ดังนั้นแล้วพอได้เจออาหารรสเบาอย่างผลไม้หรือผักบ้างมันก็เลยทำให้เขาสนใจมันมากๆ
แล้วยิ่งในตอนนี้เอ้อซีซียังคงบริสุทธิ์ มันถือเป็อะไรที่สุดยอดมากๆเลย
เขาไม่สามารถปล่อยให้เอ้อซีซีหลุดรอดไปได้ และเขาก็จะได้ลิ้มรสค่ำคืนแห่งความนุ่มนวลนี้เสียที
“สาวน้อย ไปกับพี่ชายซะ หลังจากคืนนี้เธอจะไม่รู้สึกเสียใจที่ยอมทำตามดีๆ ฮี่ๆๆ”
เย่เหลียงจับข้อมือของเอ้อซีซีไว้ และพวกเขาเตรียมที่จะออกไปด้านนอกกันแล้ว
“ไม่ ปล่อยนะ!”
เอ้อซีซีะโพร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความกังวล
แต่ด้วยแรงของสาวน้อยอย่างเธอนั้นไม่สามารถเทียบเท่าแรงชายหนุ่มได้เลย เธอทำได้แค่โดนเขาลากไปด้านนอกเท่านั้น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ปล่อยเธอซะ!”
ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
และเมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ทุกสายตาก็ต่างหันไปหาต้นเสียง
เย่เหลียงเองก็เช่นกัน เขาขมวดคิ้วและมองตามไปยังที่ที่เสียงนั้นลอยมา ทั้งนี้ก็เพื่อมองหาคนที่กล้าที่จะขัดเขาในตอนนี้
ร่างของชายอ้วนที่สูงกว่า 1.8 เมตรพร้อมกับความหนาตัวขนาด 1.2 เมตรยืนขึ้นมาจากที่นั่งด้านหลังหอประชุม จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาหาเย่เหลียง
“แกเป็ใครน่ะ?” เย่เหลียงมองชายอ้วนตรงหน้าเขา
“อ๊ะ นั่นเขานี่! คนนั้นแหละที่บริจาคเงินกว่า 100,000 หยวน!”
ในทันทีที่เด็กสาวผู้มีเขี้ยวเหมือนเสือเห็นชายอ้วน เธอก็ะโออกมาเลย ใช่แล้ว สาวคนนี้คือคนที่รูดบัตรให้อู๋ตี้นั่นเอง!
และชายอ้วนที่กล้ายืนหยัดต่อหน้าเย่เหลียงนั่นก็คืออู๋ตี้ผู้ที่ซึ่งไม่สามารถนั่งเฉยๆอยู่ด้านหลังได้อีกต่อไป
แม่เสือสาวนั้นตื่นเต้นมากๆในเวลานี้ เธอะโไม่หยุดเลย “ฉันจำไม่ผิดแน่ๆ เขานั่นแหละ! ตอนนั้นเขาใช้บัตรธนาคารบริจาคเงิน แล้วเ้าตัวก็บอกว่าไม่ต้องถามชื่อ”
มหาเศรษฐีลึกลับปรากฏตัวขึ้นแล้ว มันทำให้ที่แห่งนี้ครึกครื้นอีกครั้ง
จากสถานการณ์ปัจจุบัน เสียงที่โหมกระหน่ำขึ้นมานั้นคือเหล่าผู้คนเริ่มจะถกเถียงกันเื่อู๋ตี้แล้ว
“ว้าว จริงเหรอเนี่ยที่เขาเป็มหาเศรษฐีน่ะ?”
“ไม่จริงน่า ทำไมเขาอ้วนอย่างนี้ล่ะ? บู่วววววว พ่อหนุ่มตัวเล็กในความคิดฉันกลายเป็ตาลุงร่างั์นี่ไปแล้วเหรอ”
“ถ้าเธอไม่เอาฉันเอานะ ฉัน้าเงิน ส่วนถ้าเธออยากจะไปหาหนุ่มๆก็เชิญเลย ฉันจะรับลุงนี่ไว้เอง ฉันชอบลุงมากๆเลย”
“พวกเธอนี่มันดูคนแค่ผิวเผินจริงๆ ไม่เหมือนกับฉัน ฉันน่ะไม่สนหรอกว่าเขาจะเป็มหาเศรษฐีหรือไม่ แค่เพียงได้เห็นพุงยุ้ยๆนั่นฉันก็ตกหลุมรักแล้ว มาเลยค่ะพ่อมหาเศรษฐี”
…
คงจะพูดได้ว่าความคลั่งไคล้ของสาวๆนี้น่ากลัวมากๆ พวกเธอวิ่งเข้ามาโดยไม่เกรงกลัวเย่เหลียงเลย เพียงไม่นานพวกเธอก็ห้อมล้อมอู๋ตี้ไว้แล้ว
และเมื่อเขาได้ยินว่าชายอ้วนตรงหน้านี้คือมหาเศรษฐีผู้ที่บริจาคเงินกว่า 100,000 หยวน เย่เหลียงก็เกิดเกรงขึ้นมา
ถึงแม้ว่าเขาจะหยิ่งแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ สำหรับคนที่กล้าที่จะบริจาคถึง 100,000 หยวนโดยที่สีหน้าคงเดิมนั้น แสดงว่าพื้นฐานครอบครัวต้องแข็งแกร่งมากๆ และนี่ก็ทำให้เขาเริ่มลังเลว่า หรือเขาไม่ควรจะยั่วยุอีกฝ่าย?
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตัวเย่เหลียงเองจะเฝ้าบริจาคเงินมาตลอดจนถึงตอนนี้ แต่เขาก็ไม่กล้าทำอะไรตอนนี้
ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าถ้าหากคนตรงหน้าแข็งแกร่งกว่าเขาจะทำยังไงล่ะ!
หลานเสวี่ยนั้นมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างแตกต่างจากครอบครัวที่ร่ำรวยที่อื่นอยู่ไม่น้อยเลย แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าครอบครัวของเธอนั้นค่อนข้างจะยิ่งใหญ่เอาการเลย
เย่เหลียงไม่เคยเห็นคนคนนี้มาก่อน ในตอนนี้เขาได้แต่บ่นในใจว่าคนตรงหน้าเขานี่อาจจะเป็เชื้อขุนนางเก่าก็ได้?
และถ้าเป็ดังนั้น เขาก็ยิ่งไม่ควรจะก่อกวนอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก ไม่งั้นแล้วครอบครัวเขาอาจจะไม่ปลอดภัยแน่ๆ ท่ามกลางความซับซ้อนของสถานการณ์แบบนี้ คนทั่วๆไปก็คิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไง
“ปล่อยเธอซะ อู๋ตี้พูดอีกครั้ง”
ในตอนนั้นเย่เหลียงจับมือเอ้อซีซีไว้จริงๆ เขารีบปล่อยเธอไปในทันที พร้อมให้ผู้ติดตามของเขาเปิดทางด้วย
เมื่อเอ้อซีซีเห็นอู๋ตี้เธอก็ชะงักไป
แต่เมื่อเธอถูกปล่อย ร่างเล็กก็รีบวิ่งไปหลบหลังอู๋ตี้ทันที
ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเทียบกับเย่เหลียงแล้ว อู๋ตี้นั้นทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยได้มากกว่า
“ฉันคิดว่าเราควรไปกันได้แล้วนะ”
เขาใช้โอกาสนี้ดึงตัวเอ้อซีซีออกไปจากหอประชุมเล็กอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าสีหน้าของเย่เหลียงจะดูโกรธจนบิดเบี้ยว แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรทั้งนั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าคนคนนี้ถือว่ามาจากนอกเครือข่ายของเขา หากอีกฝ่ายเป็ลูกขุนนางจริงๆ ยังไงเขาก็ไม่ควรจะไปหาเื่
ท่ามกลางฝูงชนเ่าั้ก็ยังมีปิงปิงและหลิงหลิงอยู่ด้วย ในตอนนี้พวกเธอนั้นเสียใจยิ่งกว่าเดิมอีก
ขนาดเย่เหลียงที่ว่าโด่งดังในมหาลัย ยังตกตะลึงกับเขาซะจนไม่กล้าที่จะหือด้วย คนคนนี้ต้องมีตระกูลที่แข็งแกร่งขนาดไหนกันน่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น การที่บริจาคเงินเกินแสนได้โดยที่ไม่ได้หวังเอาชื่อเสียงนั่น แสดงว่าเงินในบัญชีต้องมีมหาศาลแน่ๆ นี่พวกเธอได้พลาดเงินหลายร้อยล้านหยวนไปแล้วงั้นเหรอ
ถ้าเกิดย้อนกลับไปตอนพบกันครั้งแรกได้ พวกเธออยากจะปฏิบัติตัวต่อเขาให้ดีกว่านี้ ถ้าเป็แบบนั้นล่ะก็ เื่มันต้องดีกว่านี้แน่
แล้วก็...เอ้อซีซีเองก็เป็เพื่อนร่วมหอเดียวกับพวกเธอ
ดูๆไปแล้วแม่นี่ก็ดูจะมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับมหาเศรษฐีคนนี้อยู่สินะ ชัดเจนเลยว่าไม่ใช่ธรรมดาแน่ๆ
หากเป็เวลาปกติ พวกเธอคงกำลังดูถูกเอ้อซีซีอยู่ และคงจะปล่อยเธอทิ้งไว้เนื่องจากเอ้อซีซีน่ะเป็สาวยากจนที่มาจากต่างจังหวัด ด้วยความแตกต่างกันขนาดนี้ เป็เื่ธรรมดาของพวกเธอเลยที่จะทำตัวเหนือกว่าเมื่อมีโอกาส
แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับกันไปหมด ั้แ่เมื่อไหร่กันน่ะที่ยัยนี่ได้รู้จักกับมหาเศรษฐีแบบนี้?
ในระหว่างที่พวกเธอกำลังสำนึกผิดและท้อแท้กับชีวิต ร่างร่างหนึ่งก็เดินฝ่าความวุ่นวายเข้าไปหาเย่เหลียง
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ร่างนั้น นั่นก็เพราะว่าทุกๆคนต่างก็รู้ว่าเย่เหลียงนั้นอารมณ์ไม่ดีสุดๆเลยในตอนนี้ ใครกันนะที่กล้าที่จะเข้าไปหาเขา ณ เวลานี้
แน่นอนว่าเย่เหลียงก็เห็นร่างที่เขามานั้นแล้ว ถึงเธอจะเป็สาวสวยหุ่นดี แต่เขาก็ยังอารมณ์ไม่ดี ดังนั้นแล้ว ไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น
“ไปไกลๆเลยไป ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะเล่นสนุกกับเธอในตอนนี้”
สาวงามผู้นั้นแม้ว่าจะกลัว แต่เธอก็ยังยืนและไม่ขยับไปไหนก่อนจะพูดขึ้น
“เย่เหลียง จริงๆฉันมีอะไรบางอย่างจะบอกนาย เ้าอ้วนนั่นน่ะตอนนี้ไม่ใช่มหาเศรษฐีหรอกนะ ยิ่งลูกคนรวยก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย”
หินผาที่ถูกน้ำกัดแซะ นานวันไปก็ต้องสั่นะเื และคำพูดของหญิงสาวนี้ก็เหมือนคลื่นที่ซัดเข้าใส่หินอย่างเย่เหลียงอย่างรุนแรงจนเขาเริ่มจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
“อะไรน่ะ นี่มันเื่อะไรกัน? แล้วเธอเป็ใครเนี่ย?”
“ฉันก็ไม่รู้ ถ้าเป็ฉัน ฉันคงไม่พูดอะไรไร้สาระแน่ๆ คิดว่าเปิดประเด็นด้วยเื่นี้จะเข้าหาเย่เหลียงได้เหรอ? ยังกับพาดหัวข่าว”
“เปิดด้วยเื่นี้เพื่อเข้าหาเขาน่ะ ไม่ฉลาดเลยสักนิด ถ้าเื่มันแดงขึ้นมาเธอไม่ตายดีแน่ๆ”
….
ถึงแม้ว่าเื่ที่พูดนี้จะมีคนเชื่อบ้าง หากแต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เชื่อนักหรอก
อย่างไรก็ตาม 1 ในคนที่เชื่อดันมีเย่เหลียงอยู่ด้วย เขาเหลือบตามองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเรียกให้เธอเข้าไปหา
“มานี่ แล้วบอกเื่ที่เธอรู้ซะ”
ใบหน้าของหญิงสาวดูมีความสุขขึ้นมาทันทีและรีบวิ่งเข้าไปหาเขา
“เย่เหลียง ฉันน่ะอยู่ปีเดียวกับเขา แถมยังนั่งโต๊ะเดียวกันด้วย”
ถ้าอู๋ตี้ยังอยู่ที่นี่ เขาเองก็คงจะประหลาดใจไม่น้อยที่ได้เจอซูหลี่เหยาอยู่ที่นี่ด้วย และเธอกำลังวิ่งตุ้งติ้งเข้าหาเย่เหลียงเพื่อหลอกล่อเขาแล้ว
“อู๋ตี้ คือชื่อของเ้าอ้วนนั้น มันเป็พวกขี้แพ้อย่างแท้จริงเลย ที่หมอนั่นทำน่ะก็แค่อยากจะอวดเบ่ง เงินทั้งหมดที่ได้มานั้นก็เพราะว่าถูกลอตเตอรี่ ในตอนนี้เ้านั่นบริจาคเงินกว่า 100,000 หยวนไปจน เป็พวกโง่ที่ไม่รู้จักบันยะบันยัง จริงๆแล้วหมอนั่นมันก็เสียใจแหละที่บริจาคเงินไปจนหมด แต่ก็เพราะแบบนี้ ตอนนี้เ้านั่นน่ะไม่มีเงินเหลือแล้วล่ะ!”
“โอ้?” เย่เหลียงแสดงสีหน้าสนอกสนใจออกมาผ่านรอยยิ้ม แต่ก็ชิงถามขึ้นมา
“แล้วทำไมเธอไม่ออกมาแหกหน้าหมอนั่นั้แ่แรกล่ะ?”
เย่เหลียงไม่ใช่คนโง่ เขาไม่ได้เชื่อคำพูดพวกนี้ทั้งหมดในทีเดียว แต่อย่างน้อยๆด้วยความที่เป็คนไม่ได้หูเบามันเลยทำให้เขาระแวงว่าจะมีคนมาหลอกอะไรเขาอยู่ด้วย
“เย่เหลียง ฉันพูดเื่จริงนะ~” ซูหลี่เหยานั้นขยับเข้าไปและจับแขนของเย่เหลียงไว้ด้วยท่าทีกะหนุงกะหนิงและเข้าชิดเข้าเรื่อยๆ
“เหตุผลที่ฉันไม่ได้พูดออกมาตอนนั้นก็เพราะว่าหมอนั่นบริจาคกว่า 100,000 หยวนเลยนะ ถ้าพูดไปตอนนั้นฉันก็โดนกระทืบสิ เพียงแค่หมอนั่นบอกไม่ยอมรับ คนอื่นก็พร้อมจะรุมประณามฉันทันทีเลยนะ แบบนั้นจะเป็ฉันเองหรือเปล่าที่โชคร้ายน่ะ? เย่เหลียง~”
ส่วนในใจของเธอนั้นก็คิดว่า : ตอนนั้นฉันไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าใกล้นายต่างหาก เปาซิงหวังก็เป็พวกขี้แพ้คนหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับน้ำและน้ำมันเมื่ออยู่กับเธอเลย เพราะงั้นนายเป็เป้าหมายต่อไป และนายเองก็น่าจะช่วยฉันเขี่ยเ้าอ้วนอู๋ตี้ออกไปได้ นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ เงินก็ได้ ตัวน่ารำคาญก็ไม่มี ฮ่าๆๆๆ