เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 7 งูเหลือบยักษ์เผือก

     สถานที่แห่งนี้นับว่าแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง สถานที่อื่นแห่งอื่นกลับอบอ้าวดุจวสันต์ฤดู ส่วนสถานที่แห่งนี้กลับอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยหิมะมิแปรเปลี่ยน ต้นหญ้าพุ่มไม้ที่งอกเงยจนดกยังเต็มไปด้วยน้ำแข็ง หากไม่ใช่ว่าหลังจากที่เขามีเนื้อหนังกระดูกที่แข็งทนทานจากการวิวัฒนาการ เกรงว่าคงจะต้องถูกน้ำแข็งอันแหลมคมนี้บาดจนเลือดเนื้อจนลอกออกมากันได้แล้ว ถึงแม้ภายนอกจะไม่ได้ดูแปลกพิสดารอะไร แต่ภายใต้ทุ่งน้ำแข็งร้างผืนนี้มีพื้นหินผางอกเงยจนเกิดเป็นทุ่งน้ำแข็ง เดิมทีตัวมันเอาก็ไม่ได้ทำให้เห็นได้ชัดเจน ในสมองที่เกิดความคิดซ้ำซ้ำซากซาก หันหน้าเข้าหาชั้นน้ำแข็งที่ขวางเส้นทางนี้เอาไว้ เจวี๋ยหวู่หมิงได้พ่นเพลิงพิษออกมาทีละคำ พริบตานั้นก็เข้าละลายจนเกิดเป็นเส้นทางกว้างขวางสายหนึ่ง ค่อย ๆ ขยับเคลื่อนไหวเข้าสู่ใจกลางเส้นทางอันรกร้างสายนี้ไปแล้ว “ข้ารู้อยู่แล้วว่าสถานที่แห่งนี้แปลกประหลาด!” หางที่ยาวเหยียดก็ได้กระทบเข้ากับทุ่งหญ้าร้างผืนนี้อย่างแผ่วเบา เจวี๋ยหวู่หมิงยิ่งบังเกิดความชัดเจนขึ้นในใจ อสูรหมาป่านั้น ก็ช่างเป็นเด็กน้อยที่มีโชคมากกันเกินไปแล้ว พื้นที่ทุ่งหญ้าร้างแถบนี้ถึงกับเป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นพื้นที่ทางเข้าออกของหลุม สิ่งที่เรียกกันว่าหลุม ก็หมายถึงถ้ำที่พักอาศัยซึ่งสร้างขึ้นโดยมหาอสูรในยุคโบราณ หรือจะเรียกว่าเป็นรังก็ได้ จะว่าไปแล้ว เนื่องจากเป็นเพราะเบื้องล่างเป็นชั้นใต้ดิน และจุดสิ้นสุดและบ่อซึ่งมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับทางเข้าออก หลุมดินชนิดนี้ยังถือเป็นที่นิยมสร้างกันอย่างแพร่หลายเมื่อในยุคสมัยบรรพกาล แต่ในระหว่างที่ผืนแผ่นดินใหญ่ได้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ หลังจากที่เผ่ามนุษย์เริ่มเจริญ หลุมลับที่เป็นพื้นใต้ดินชนิดนี้จึงมีแต่ค่อย ๆ ลบเลือนหายไปอย่างช้า ๆ เจวี๋ยหวู่หมิงคิดไม่ถึงว่าที่นี่จะถึงกับมีอยู่แห่งหนึ่ง ช่างเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายกันเกินไปแล้ว! เขาได้ปลุกปลอบสมาธิ โคจรพลังทั้งหมดรวมไว้ภายในร่างกาย ฟาดหางออกไปหนึ่งครา จนเศษหญ้ากระจุยกระจาย อยู่ในสภาพแผ่นดินไหว ทันใดนั้นเอง ปากหลุมที่มีขนาดใหญ่นั้นก็ได้ถูกเผยออกมาให้เห็นชัดเจนเมื่อถูกหางของเขาฟาดเข้าไป แต่กลับมืดมิดจนไม่อาจมองเห็นก้นบึ้งได้ ลึกล้ำจนน่าหวาดกลัวจนไม่รู้ว่าบริเวณส่วนที่ลึกจะยังซ่อนเร้นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเอาไว้อยู่กันแน่ เจวี๋ยหวู่หมิงสาดทอดวงตากวาดมองออกไป ภายในจิตใจคล้ายกับเกิดความลำบากใจขึ้นมา เนื่องจากถ้ำหลุมนี้ที่ทั้งลึกทั้งมืด หากคิดที่จะเข้าผ่านตัวของปากถ้ำไปอย่างน้อยก็ต้องลงไปจนลึกไม่น้อยกว่าพันหมี่ สุดปลายทางของก้นบึ้งก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีมิติช่องว่างขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่ง และระหว่างนั้นถึงกับเป็นเหมือนกระบอกที่ลึกลงไป ที่ไม่มีทางแยกอยู่เลย หากคิดที่จะหยิบยืมจุดนี้มาเพื่อลดแรงโน้มถ่วงคงจะเป็นไปได้ยาก เขาที่ลังเลอยู่บ้าง ทันใดนั้นก็ได้นึกถึงสถานการณ์ของตัวเอง บัดนี้กลับยังไม่ใช่เวลาที่จะมัวแต่มานึกถึงภยันตรายใด พลังจึงถือเป็นหนทางการเป็นราชันย์ “มีแต่ขวัญกล้าเท่านั้นที่จะประคำประคองให้รอดจากความตายได้ แต่ถ้าขวัญอ่อนก็มีแต่มีแต่จะหิวตายเท่านั้น ลุยเลย!” เมื่อใจแข็งขึ้นมา พลิกร่างเคลื่อนตัว จึงค่อยแทรกตัวผ่านเข้าไป เจวี๋ยหวู่หมิงทันทีที่แทรกตัวเข้าปากถ้ำ ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกที่เหมือนกับมาเยือนยังดินแดนลับแลก็มิปาน เหมือนกับกำลังนั่งอยู่บนรถไฟเหาะ ร่างกายที่ไหลลงเป็นเส้นตรงจนไม่อาจควบคุมได้ ได้ดำดิ่งลงสู่จุดที่เป็นส่วนลึกของพื้นก้นถ้ำด้านล่าง เสียงสายลมที่พัดผ่านกระพุ้งแก้มสองข้าง เหมือนกับว่าในหนึ่งวินาทีผันผ่านไปนับทศวรรษหนึ่ง จนเกิดเสียงดังก้องสะท้อนอยู่ตรงก้นบึ้งของถ้ำ เจวี๋ยหวู่หมิงเพียงรู้สึกเกิดความหมุนงงสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายกับหัวโล่งขึ้นมา เหมือนกับประสบเหตุการณ์ที่โชคดีขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ และเปิดใช้งานทักษะ “กระดูกเหล็กผิวทองแดง” ออกมาแล้ว มิเช่นนั้นก็คงต้องร่วงลงก้นหลุมโดยที่อยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรไปจากเนื้อบดไปในทันทีแน่นอน หลังผ่านไปสักพัก เจวี๋ยหวู่หมิงก็ตั้งสติขึ้นมาได้ แล้วจึงค่อยลุกขึ้นมาจากพื้น พร้อมทั้งกวาดตามองไปโดยรอบ จนพบว่าได้เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแห่งหนึ่ง บนกำแพงถ้ำได้มีตะไคร่น้ำชนิดพิเศษงอกเงยออกมา พร้อมกับสาดประกายสีมรกตออกมา ภายใต้ประกายสีมรกต แม้จะไม่อาจเรียกได้ว่าทำให้ก้นบ่อของถ้ำแห่งนี้สว่างไสวดั่งแสงจันทราส่อง แต่ก็ยังพอฝืนที่จะใช้สายตามองเห็นโดยรอบได้ เจวี๋ยหวู่หมิงทรงตัวลุกขึ้น ปลายจมูกกระตุกไปมา จนรู้สึกว่ารอบบริเวณได้ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยกลิ่นเหม็นคาวที่ยากจะทนทานรับได้ขุมหนึ่ง ถึงแม้เขาจะเป็นเผ่าอสูร แต่กลิ่นเหม็นคาวแบบนี้กลับยังเรียกได้ว่ารุนแรงจนเกิดอาการวิงเวียนกันได้เลย เมื่อได้เดินทางไปสักระยะ กลิ่นเหม็นสาบภายในถ้ำก็ยิ่งเข้มข้นมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งได้มาถึงยังจุดที่มีกลิ่นคาวรุนแรงที่สุด ก็จะมองเห็นสระน้ำที่เป็นหลุมอยู่จุดหนึ่ง มิหนำซ้ำบนแอ่งน้ำยังดูสกปรกโสมมจนเป็นสีดำ พร้อมกับเนื้อหนังที่ยังมีขนติดลอยอยู่ เจวี๋ยหวู่หมิงมองสำรวจอย่างละเอียด จนเกิดความรู้สึกที่คุ้นตา เมื่อลองย้อนนึกกลับไป นี่ไม่ใช่เป็นอสูรหมาป่านั้นหรอกงั้นเรอะ? ไม่แน่ว่าอสูรหมาป่าอาจจะลอกคราบได้? เพียงแต่เมื่อดูไปก็ไม่ได้รู้สึกคล้าย อีกทั้งยังคราบเลือดติดอยู่ จนดูเหมือนว่าได้มีสิ่งใดถูกกัดจากการต่อสู้ผ่านอะไรบางอย่างมา เจวี๋ยหวู่หมิงได้พึมพำกับตัวเอง แล้วเงยหน้ามองขึ้นไป เพดานถ้ำแทบจะไม่ได้มีความแตกต่างอะไรไปจากถ้ำภูเขาลาวาเลยด้วยซ้ำ : “กลิ่นเหม็นคาวนี้แท้จริงแล้วมาจากไหนกันนะ?” ในเวลาที่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ประหลาด พลันเกิดเป็นความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างกะทันหัน! ส่วนที่เป็นชั้นสีขาวนวลพลันปรากฏ และเกิดเป็นวัตถุที่คล้ายกับแส้ผุดขึ้นจากผิวน้ำ ฟาดเข้าไปทางด้านของเจวี๋ยหวู่หมิงในทันที ภายใต้ขณะที่ฉุกละหุกโดยไม่ทันตั้งตัว เจวี๋ยหวู่หมิงถูกฟาดจนลอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง ร่างกายกระแทกชนเข้ากับกำแพงถ้ำ จนเกิดเสียงดังสนั่น จนจมเข้ากับผนังถ้ำขนาดใหญ่ พร้อมกับก้อนกรวดที่หล่นลงมา “บัดซบ!นี่มันตัวบ้าอะไรกัน?” แม้ว่าเจวี๋ยหวู่หมิงจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ถูกฟาดด้วยพลังที่รุนแรงอยู่ไม่น้อย ตรงจุดที่ถูกฟาดใส่ยังได้เกิดเป็นความเจ็บปวดขึ้นอย่างรุนแรง ยามนี้ สายลมกรรโชกอันรุนแรงก็ได้พัดเข้าสู่ภายในถ้ำ แหวกสระน้ำขึ้นมา เกิดบางอย่างโผล่ขึ้นมาอย่างรีบร้อน แฝงเอาไว้ด้วยกลิ่นอายที่ไม่ชัดเจนขึ้นมา พร้อมกับกลิ่นคาวที่เรียกได้ว่าครอบฟ้าคลุมดิน แทรกผ่านได้สู่ประสาทการรับกลิ่น เจวี๋ยหวู่หมิงได้ทลายชั้นกำแพงจนแตกละเอียด เมื่อได้เพ่งตามองไปที่ข้างใต้สระแห่งนั้น วินาทีนั้นก็ได้มองเห็นสิ่งที่เป็นวัตถุคล้ายกับแส้ ค่อยดำกลับเข้าไปในสระน้ำ เคลื่อนไหวอยู่ข้างใต้น้ำอันมืดมิด ผิวน้ำที่เกิดเป็นวงกระจายออกเปรียบเสมือนกำลังบ่งบอกว่าข้างใต้สระน้ำได้มีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ ต่อมา ก็ได้เกิดเป็นเสียงดังโครมครามที่ดังขึ้นพร้อมกับสะเก็ดน้ำ ศีรษะที่ดูดุร้ายโผล่ขึ้นเหนือน้ำ เจวี๋ยหวู่หมิงเกิดความประหลาดใจขึ้นในทันที อีกทั้งยังสามารถที่จะมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของวัตถุชนิดนี้ได้ เด็กน้อยที่ดี ถึงกับเป็นงูยักษ์เผือกตัวหนึ่ง ไม่สิ! สมควรที่จะเรียกว่าเป็นงูเหลือบยักษ์ (งูอนาคอนดา) เผือกจึงจะเหมาะสมได้ยิ่งกว่า งูเหลือบยักษ์เผือกตนนี้ ร่างกายที่ขาวโพลนดุจหิมะ ร่างกายที่ปกคลุมเอาไว้ด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ก็ได้ค่อย ๆ ปรากฏอยู่เหนือผิวน้ำ เพียงแต่เห็นว่ามันกำลังขดตัวครึ่งร่างเอาไว้อยู่ ร่างที่เป็นงูได้แช่อยู่ภายในน้ำ เจวี๋ยหวู่หมิงยังถึงกับมีร่างกายใหญ่โตไม่ถึงสามส่วนของมันเลยด้วยซ้ำ และมันที่เพียงโผล่ส่วนหัวและครึ่งท่อนบนอยู่เหนือน้ำ ก็เรียกได้ว่ามีความสูงเหนือพื้นได้นับสิบจั้ง สาดดวงตาของงูเหลือมเป็นประกายมรกตออกมาอย่างลึกล้ำ ตอนนี้ยังได้มองเข้ามาจากจุดที่สูงกว่า จับจ้องมองไปที่เจวี๋ยหวู่หมิงด้วยความโหดเหี้ยมและกระหาย คล้ายกับได้มองเห็นอาหารอันโอชะก็มิปาน ยามนี้ ถ้าหากเจวี๋ยหวู่หมิงยังไม่เข้าใจว่าตัวเองตกหลุมพรางเข้าแล้ว อย่างนั้นก็คงจะโง่เง่ากันเกินไปแล้วจริงๆ “ไอ้อสูรหมาป่าบัดซบ ก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นพวกเจ้าเล่ห์ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะยังมาลวงเขาอีก ช่างน่าตายเลยจริงๆ ถ้ารู้แต่แรกก็คงจะถลกหนังเลาะเส้นเอ็นของมัน แล้วเอามีดมาสับให้เป็นหมื่นชิ้นแล้ว” หลังจากที่นึกขึ้นได้ เจวี๋ยหวู่หมิงถึงกับเดือดดาลไม่คลาย ในสายตาของเขา ปีศาจงูตัวนี้มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะเป็นศัตรูคู่อาฆาตของอสูรหมาป่านั้น ภายในบ่อน้ำที่ยังมีเลือดเนื้อของอสูรหมาป่าที่เกิดจากผลการต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายเอาไว้ อสูรหมาป่าเองก็ย่อมต้องพ่ายแพ้จนต้องล่าถอยไป ปีศาจงูเองก็คงจะได้รับบาดเจ็บมาบ้าง ภายหลัง อสูรหมาป่าได้ตกไปอยู่ในเงื้อมมือของเจวี๋ยหวู่หมิง แม้จะตกอยู่ในสภาพที่ถูกทรมาน อสูรหมาป่ายังมีความคิดชักนำเภทภัยมาให้ได้อีก แล้วยังแสร้งทำเป็นบอกว่าสถานที่แห่งนี้ก็คือรังเก่าของตัวมันเองอีก ในส่วนจิตใจที่เหี้ยมโหด ก็พอที่จะเห็นกันได้แล้ว! เพียงแต่เมื่อได้มาถึงตอนนี้ หากจะพูดไปก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว อย่างนั้นก็มาสู้กันสักตั้งเถอะ! จึงค่อยได้ค่อย ๆ รวบรวมความคิดขึ้นปะติดปะต่อกัน เจวี๋ยหวู่หมิงที่จมอยู่ในภวังค์ความคิด ก็กำลังคิดที่จะใช้วิธีการโจมตีจากอะไรบางอย่าง แต่ในยามนี้ งูเหลือบยักษ์เผือกสาดดวงตาเป็นประกายสีมรกตของงู คล้ายกับอดทนได้ไม่ไหวอีกแล้ว จนคำรามเสียงดังกังวาน เจวี๋ยหวู่หมิงถึงกับมีเสียงดังอึงอลภายในสมอง จนสูญเสียสัมปชัญญะไปในพริบตา เจวี๋ยหวู่หมิงได้ตกอยู่ในสภาพนิ่งอึ้ง เพียงพริบตาเดียวก็มองเห็นร่างงูเหลือบยักษ์เผือกนั้นเคลื่อนไหว เดิมที่แช่อยู่ในสระน้ำสีดำก็ได้มีหางขนาดใหญ่กวาดออกมา วินาทีนั้นได้ถูกยกขึ้นจนอยู่ในสภาพที่สูงหลายจั้ง เกิดเป็นกำแพงวารีที่กว้างถึงหลายสิบจั้ง ครอบฟ้าคลุมดินเข้ามา และท่ามกลางสะเก็ดน้ำสายนี้ ยิ่งมีหางงูสีขาวซ่อนเร้นอยู่ภายใน โดยที่แฝงเอาไว้ด้วยพลังสุดเปรียบปานพุ่งเข้าใส่มาด้วย จนยากที่จะต่อกรด้วยได้! เพียงชั่วพริบตาเดียว เจวี๋ยหวู่หมิงถึงกับร่างตรึงวูบ ในหัวคล้ายกับไม่ได้มีความคิดอันใดอีกต่อไป เตรียมกระตุ้นพลังจากทั้งร่าง ดีดร่างออก เหมือนกับลูกธนูหลุดจากแล่งห่างไกลออกไปหลายจั้ง “บรึม!” เขาเองก็ต้องตกอยู่ภายใต้คลื่นยักษ์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพียงพริบตาเดียวถึงกับต้องเปียกปอนไปทั้งร่าง คลื่นยักษ์ท่ามกลางสะเก็ดน้ำได้ถูกยิงเข้าใส่ร่างดุจกระสุนวารีพุ่งผ่าน เสียงติงติงตังตังได้ดังขึ้นไม่หยุดไม่หย่อน จนทำให้เจวี๋ยหวู่หมิงเจ็บปวดจนจนหน้าตาบิดเบี้ยว มีแต่เพียงงูเหลือบยักษ์เผือกที่ปล่อยการโจมตีที่เกิดเป็นคลื่นน้ำออกมา ด้วยพลังทำลายเช่นนี้ ก็พอที่จะคาดเดาได้ว่า ถ้าหากไม่ครู่นี้ไม่หลบเลี่ยง ก็คงมีแต่ต้องถูกหางยักษ์กวาดใส่อย่างแน่นอน ผลสุดท้ายคงต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างมากแน่นอน! ยามนี้ เจวี๋ยหวู่หมิงจึงค่อยมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างตัวเองกับงูเหลือบยักษ์เผือกได้ เรื่องได้ว่าเป็นตัวตนที่เล็กน้อยเป็นอย่างยิ่ง การสู้ตัวต่อตัว ต้องไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดอย่างแน่นอน ทันใดนั้นเจวี๋ยหวู่หมิงก็พลันเกิดความคิดที่จะหาวิธีถอยหนี งูเหลือบยักษ์เผือกนั้นคล้ายกับสามารถมองแผนการของเขาออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ถึงกับเข้าไปอุดปากทางเข้าออกเอาไว้ก่อน เจวี๋ยหวู่หมิงรู้สึกรำคาญไม่คลาย ทันใดนั้นได้ชำเลืองมอง ท่ามกลางสะเก็ดน้ำนั้น จุดที่เกิดแรงระเบิด ได้เกิดเป็นเงาสีขาวแลบผ่าน หางยาวที่ใหญ่โตสุดเปรียบปานดุจขุนเขาของงูเหลือบยักษ์เผือกก็ได้กวาดออกมา จุดที่มีแสงสีขาวแลบผ่านออกมา สะเก็ดน้ำที่ซ่านเข้าใส่ ท่ามกลางเศษหินที่ลอยอย่างวุ่นวายอยู่นับไม่ถ้วน ได้เกิดเป็นพลังคลื่นเสียงอันรุนแรงออกมา เจวี๋ยหวู่หมิงมีอย่างที่ไหนจะกล้าต้องการโจมตีจากมันกัน? ภายใต้วิกฤติที่ย่างกรายเข้ามา เจวี๋ยหวู่หมิงได้ขยับไปยังทางด้านข้างอีกครั้ง ในขณะที่เขากำลังคิดว่าสามารถหลบไปได้แล้ว ในช่วงที่จิตใจเกิดความผ่อนคลายลง ทันใดนั้นก็ได้เกิดเป็นพลังขนาดยักษ์ที่เข้ามาซึ่งยากจะต้านทานได้กวาดเข้ามาจากทางด้านล่างของเขา วินาทีที่ร่างสั่นสะท้าน ถึงแม้ว่าจะถูกพลังเช่นนี้กวาดเข้าใส่ เจวี๋ยหวู่หมิงรู้สึกเหมือนดั่งถูกดาบกรีดเข้าใส่ก็มิปาน ที่สำคัญกว่านั้นยังเป็นถึงช่วงท้องที่ถือเป็นจุดอ่อน ยิ่งอาบเต็มไปด้วยเลือดไปทั้งสาย เจ็บปวดยากทานรับได้! พลังทำลายที่กวาดมาจากงูเหลือบยักษ์เผือก เรียกได้ว่าน่าแตกตกใจเลยทีเดียว! ชั่วครู่หนึ่งก็ได้ฟาดเจวี๋ยหวู่หมิงลอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง ร่างกายกระแทกจนเข้ากับพื้นดินอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ร่วงลงสู่หุบเหวที่ไร้ที่สิ้นสุดไป เจวี๋ยหวู่หมิงได้เงยหน้าขึ้นเหม่อมอง งูเหลือบยักษ์เผือกได้แสดงสีหน้าดุร้ายก้มลงมองไปที่ใต้หุบเหว จนกระทั่งเมื่อได้ยินเสียงกระแทกที่ดังสนั่นหวั่นไหว จนค่อยละความสนใจ คล้ายกับมีความหวาดกลัวอยู่บ้าง จึงค่อยได้ตัดใจที่จะโจมตีไล่ต้อนต่อ...