เมื่อไก่เปิดประตูเข้าไป ก็ต้องพบกับเื่หน้าตื่นตระหนก หญิงรับใช้สาวหรือท่านยายหมอตำแย ทุกคนต่างสลบ นอนฟุบลงไปบนพื้นราวกับหมดสติไปอย่างกะทันหัน
เมื่อมองไปรอบๆก็เห็นร่างทารกน้อยที่ควรนอนอยู่ในเปล หรืออ้อมอกของบิดามารดา ลอยตัวอยู่เหนือพื้นคล้ายกับว่าถูกปลดเปลื้องจากกฎของโลกที่เรียกว่าแรงโน้มถ่วงแล้ว
‘นี่มันเื่บัดซบอะไรกันเนี่ย!!”
ไก่มองไปอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง แต่ทว่าก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ กลอกสายตาหาพ่อของทารกน้อยผู้นี้อย่างร้อนรน
ไม่นานเขาก็เห็นชาญที่ร่างกายพิงกับผนังห้อง มุมปากของเขามีหยาดโลหิตไหลซึมออกมา แววตาของเขาส่อแววความไม่อยากเชื่อและเลื่อนลอยขึ้นมา
ไก่วิ่งเข้าไปหาอย่างรีบร้อน เขารู้สึกว่าร่างกายของเขามันหนักอึ้งราวกับมีูเามากดทับอย่างไรอย่างนั้น
“ชาญ บอกข้าทีว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ไก่ถามอย่างร้อนรน เศรษฐีหนุ่มยังคงมีแววตาที่เลื่อนลอยอยู่ แต่ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร เมื่อข้าเข้ามา และกำลังจะไปดูบุตรชายของข้า แต่ทว่ายังไม่ทันที่ข้าจะเข้าไปดู ร่างกายของบุตรชายของข้าก็เปล่งแสงออกมา และผลักข้าและบรรดาคนรับใช้กระเด็นออกมา”
ไม่ส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง เขาหวังว่าจะได้ข้อมูลมากกว่านี้จากชาญ แต่เขากลับคิดมากไปเองต่างหาก
เมื่อรู้ว่าตนเองทำอะไรมากไม่ได้หากยังไม่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เขาก็จะทำในสิ่งที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้
ไก่ควักผ้ายันต์ออกมาสามผืน ปาไปยังทิศทางต่างๆป้องกัน หญิงรับใช้แม่ของทารกน้อยและตนเองกับสหาย พลางนั่งขัดสมาธิส่งพลังไปยังยันต์ทั้งสาม
เศรษฐีหนุ่มเมื่อเห็นสหายร่วมอาจารย์ทำเช่นนั้น ก็ปลาบปลื้มใจยิ่ง แต่ทว่าก็เห็นสหายของตนกระอักเืออกมาสีหน้าซีดขาว เห็นท่าว่าสหายตนเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ก็นั่งขัดสมาธิ ส่งพลังช่วยอีกแรง
หลังจากส่งพลังเข้าไปได้ไม่นานเขาก็รู้สึกเหมือนถูกดึงบางอย่างออกจากร่าง ทีละนิดทีละนิด
พรวด*-ดดด!!!*
ทั้งสองกระอักเือกมาพร้อมกัน
นี่พวกข้ากำลังจะตายแล้วใช่หรือไม่
ทั้งสองคนคิดขึ้นมาพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย ขณะที่กำลังเตรียมตัวรอความตายที่กำลังเยื่องกายเข้า ิญญาของพวกเขาที่ถูกดูดไปทีละนิดทีละนิดจนแทบเหือดแห้ง ก็เป็อิสระ
การดูดกลืนิญญาหยุดแล้ว
เฮ้อ...
ทั้งสองถอนหายใจอย่าโล่งอก เมื่อครู่พวกเขาคิดจริงๆว่ากำลังเดินทางไปปรโลก และใกล้ผ่านเข้าไปในประตูปรโลกอยู่แล้ว แต่ก็รู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับมายังโลกมนุษย์
“พวกเ้าทั้งสองไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้างของพวกเขา เมื่อหันไปทางต้นเสียง ก็เห็นร่างของอาจารย์ของพวกเขา มองมาอย่างเป็ห่วงเป็ใย แต่ทว่าอาจารย์ของเขาในตอนนี้ กลับดูหนุ่มขึ้นกว่าตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้อาจารย์ของเขา คล้ายชายวัยสี่สิบปลายๆ รูปร่างนี้พวกเขาเคยเห็นเมื่อ20กว่าปีก่อน ตอนที่พวกเขาไปสมัครเป็ศิษย์ครั้งแรก
อาจารย์ของพวกเขาบรรลุขั้นปรมาจารย์แล้ว
เมื่อเห็นศิษย์ทั้งสองของเขา ยังปลอดภัยดี เขาก็รู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก ผละกายออกมาจากศิษย์ทั้งสองของเขา พลางสะบัดมือ ไม่นานเหล่าหญิงรับใช้ก็ฟื้นคืนสติ
ทารกน้อยที่เมื่อครู่ยังลอยกลางอากาศ ตอนนี้ก็ได้เข้าไปอยู่ในอ้อมอกของหญิงผู้เป็มารดาแล้ว ชาญผู้มีเื่ไม่เข้าใจอยู่เต็มอก ก็กำลังจะเอ่ยปากถามผู้เป็อาจารย์ของตัวเอง สายตาของเขาก็พลันว่างเปล่า
ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม อาจารย์คงก็สะบัดมือไปทางชาญ พลางกล่าวว่า “วันนี้ข้าและเขาไม่ได้มา ระหว่างที่ภรรยาของเ้ากำลังคลอดก็เกิดแผ่นดินไหว และพายุเข้า ทำให้พวกเ้าสลบลงไป”
“ไปไก่ พวกเราสมควรถึงเวลากลับแล้ว”
เมื่อกล่าวจบอาจารย์คงก็จางหายไปกับอากาศพร้อมกับศิษย์ของเขา ไร้ซึ้งร่องรอยของตัวตนของพวกเขา ราวกับว่า ณ ที่แห่งนั้นพวกเขาทั้งสองไม่เคนปรากฏตัวมาก่อน
สามปีต่อมา
เด็กน้อยอายุราวสามขวบ มีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แต่ทว่าการกระทำของมันกลับ น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก ตอนนี้มันผู้นี้กำลัง เผาลูกสุนัข กับพี่น้องของมันทั้งเป็อยู่ ขณะที่แม่สุนัขกลับถูกแขวนคอห้อยกับต้นไม้ รอบๆเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กวัยเดียวกับมัน และมันก็กำลังยิ้มอย่างมีความสุข
หนึ่งปีต่อมา
เปลวเพลิงอันร้อนแรงกำลัง กำลังแผดเผาบ้านของหญิงชราสติไม่ดี หญิงชราสติไม่ดีผู้นี้ ชอบมาวิ่งไล่ตีมันกับเพื่อน ตอนที่มันกำลังถอนขนนกและเผาทั้งเป็ มันชอบฟังเสียงที่นกร้องขณะเ็ป แต่หญิงชราผู้นี้ชอบไม่ขัดขวางมันกับสหาย มันกับสหายจึงวางแผนเผาบ้านยายเฒ่าผู้นี้ซะ
อีกสองปีต่อมา
ภายในหอโคมแดง ทารกน้อยผู้นั้นตอนนี้กำลังทำหน้าที่เสิร์ฟอาหาร ให้บรรดานักท่องราตรี ที่มีชีวิตกลางคืน ตอนนี้เด็กชายตอนนี้กำลังทำงานพิเศษ เสิร์ฟอาหารในหอแห่งนี้อย่างขะมักเขม้น ในเวลานี้พ่อมันเริ่มชราภาพก่อนวัยอันมากแล้ว เนื่องจากเมื่อห้าปีก่อนเป็ต้นมา พ่อมันก็รับจ้างแบกหามสารพัด กลับมานอนอยู่บ้านได้ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ออกไปทำงาน ติดต่อกันทุกวันเป็เวลาห้าปี เพื่อส่งมันเรียนอ่านเขียนขั้นต้นจนจบ ก็ไม่สามารถทำงานดังเช่นแต่ก่อนได้แล้ว
คราแรกมารดามัน ส่งมันเข้าวัดไปเรียนกับพระและเข้าโรงเรียนเตรียมข้าราชกาล ซึ่งจบมาแล้วจะได้ไปเป็ผู้ช่วยของข้าราชกาลประจำที่ต่างๆในแคว้น ยี่สิบห้าก็จะได้เป็ข้าราชกาลชั้นผู้น้อยเต็มตัว แต่มันเรียนได้ครึ่งปีก็ออกมา เพราะเห็นบิดามารดาลำบากไม่มีข้าวสารจะกลอกหม้อ จะเข้าป่าล่าสัตว์ เก็บผลหมากรากไม้ ก็ไม่ได้ เพราะป่าแห่งนี้ถ้าไม่ใช่ ข้าราชกาลและผู้ช่วยก็คงโดนจับและโบยจนตายแน่แท้
ดวงตาของเด็กน้อยผู้นี้เปลี่ยมไปด้วยความเมตตาและสงบเยือกเย็น ที่ไม่สามารถเห็นได้เมื่อสองปีก่อน
“ทอง เอาอาหารไปส่งที่โต๊ะ 8 ที แล้วเก็บเงินที่โต๊ะ 9 ด้วย”
“คร้าบ บบบ”
เสียงแหลมน่ารักน่าเอ็นดูดังออกมาจาปากของทอง ผู้คนที่ผู้อยู่แถวนั้น ต่างยิ้มขำด้วยความเอ็นดู
ในตอนนี้เด็กชายมีอายุได้หกขวบแล้ว
ทองนำอาหารไปเสิร์ฟที่โต๊ะ 8 และคิดเงินที่โต๊ะ 9 ตามลำดับ “ผัดผักบุ้ง 10 เบี้ย ดองงูหนึ่งไหสองตำลึง สตรี 2 คน 3 ตำลัง รวมกัน 1,2,3,4...” ทองนับนิ้วไปทีละนิ้ว “อ้า... ทั้งหมด 5 ตำลึง 10 เบี้ย ขอรับ”
ลูกค้าโต๊ะ 9 หัวเราะพลางลูบหัวทองอย่างเอ็นดู ทองใช้มือปัดอย่างรำคาน ลูกค้า โต๊ะ 9 ก็ไม่ถือสา นำเงินออกมาทั้งหมด 5 ตำลึง 15 เบี้ย วางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
ทองนับเงินอย่างช้าๆ เมื่อเห็นว่ามีเกินมา 5 เบี้ย ก็ร้องท้วง “ท่านขอรับ เกินมาห้าเบี้ยขอรับ’
ทองยื่นมือยื่นมือเล็กๆ ที่มีเบี้ยห้าอันให้กับลูกค้า “ข้าให้เ้าเอาไว้เป็ค่าขนม” เมื่อกล่าวจบลูกค้าก็หยิกแก้มทองอย่างเอ็นดู
เมื่อรู้ว่าเบี้ยห้าอันนี้เป็ของที่ลูกค้ามอบให้กับตนเอง ทองก็หยิบยัดใส่กระเป๋า อย่างลุกลี้ลุกลน
เมื่อย่างเข้ายามสอง ผู้คนคึกคักมากกว่าเดิม เวลานี้เป็เวลาที่ผู้คนปกติสมควรจะนอนหลับอยู่ที่เตียง แต่ทว่า ในที่แห่งนี้ผู้คนกลับไม่เพียงไม่หลับ มีเพียงเสียงหัวเราะคึกคักอย่างสนุกสนาน คำพูดที่หยาบโลนส่อเสียดเื่เพศ ดังก้องไปมาทั่วทั้งหอ ซึ่งปกติแล้วเด็กอยากทอง สมควรจะกลับบ้านไปนอนได้แล้ว แต่วันนี้นั้นต่างออกไป
ทองทราบข่าวจากเด็กรับใช้ของแม่เล้าว่า วันนี้จะมีคนใหญ่คนโตมาเที่ยวหาความสำราญ ในความคิดของทองหากตัวเขาได้เข้าไปรับใช้คนใหญ่คนโตผู้นั้น ไม่แน่ว่า ตัวมันอาจจะได้เบี้ยพิเศษ สักสองสามร้อยเบี้ย ด้วยเหตุนั้นเอง ทองจึงติดสินบนแมงดาคุมซ่องด้วยเงิน 50 เบี้ย เพื่อปล่อยให้มันอยู่ดึกได้อีกหนึ่งยาม
ในความจริงแล้วเื่การติดสินบนนั้น ทองไม่รู้จักการติดสินบน แต่ทว่ามันได้รับการชี้แนะจากแมงดาผู้นั้น และเรียกร้องเงิน ห้าสิบเบี้ย
ซึ่งทองไม่รู้เลยว่าเ้าแมงคุมซ่องนั้น ได้กุเื่ขึ้นมาทั้งหมด และหลอกเอาเงินจากมัน...