ตอนที่ 24 เป้าหมายต่อไป
เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อยภายในใจครุ่นคิด
'ข้าจะต้องเข้าไปในวังหลวงและสืบหาตระกูลลี้ลับนี้ให้จงได้'
"ท่านผู้าุโหากท่านมิว่าอะไร ผู้เยาว์จะขอพักฟื้นที่เรือนของท่านสักระยะเพื่อพักฟื้นได้หรือไม่? ข้าสัญญาว่าจะแอบซ่อนตัวไม่ทำให้ท่านลำบากเกี่ยวกับพรรคป้อมอัคคีแม้แต่น้อย"
"ย่อมได้เรายินดีภายในพรรค นอกข้า ลูกชายข้าที่เป็ผู้นำพรรค และหลานสาวข้าไม่มีผู้ได้ล่วงรู้ว่าเ้าอยู่ที่นี่ ส่วนพวกที่หน้าประตูทิศใต้ข้าได้กำชับมันไปแล้วว่าห้ามแพร่งพรายเื่นี้ เ้าเชิญพักฟื้นโดยมิต้องกังวลสิ่งใดเื่อาหารประเดี๋ยวเราจะให้ หลานสาวเรานำมาให้เ้าเองโดยตรง"
เล้งซาน ประสานมือโค้งตัวเล็กน้อยเป็เชิงขอบคุณ จากนั้นอี้หลงเทียน ก็ออกไปจากห้อง
"เ้าเด็กโง่เ้าคิดจะทำการใดต่อ?" เสียงของเฟรย่าดังขึ้น
"ข้าพลาดแล้ว"เล้งซานส่ายหน้าเล็กน้อย
"พลาด?"
"อืม...ข้าเปิดเผยตนมากจนเกินไปเพราะข้ามิคิดว่าจะมีผู้ใด รู้จักวิชาตระกูลเล้ง จริงอยู่ที่ข้าคิดว่า อี้หลงเทียนนั้นค่อยข้างจะเชื่อถือได้ แต่ข้ากลับเผยวิชาให้ เสวียนอู่จิงฉานแห่งราชวงศ์เสวียนอู่ เห็นด้วยนี่สิ"
"ข้าสงสัยั้แ่คราแรกแล้วว่าเหตุใดมันจึงรับปากข้าทันที อีกทั้งยังรีบออกเดินทางไปจากเมืองเมฆครามโดยมิกล่าวร่ำลาผู้ใดแม้แต่น้อย พอได้ฟังเื่จากคำกล่าวของ อี้หลงเทียนมีความเป็ไปได้ว่า เสวียนอู่จิงฉาน จะดูออกว่าข้านั้นใช้ วิชาตระกูลเล้งและแซ่ของข้าก็ยังใช้ แซ่เล้ง"
"และจะทำการใดต่อ"เฟรย่ายังคงสงสัย
"ข้ามิอาจเข้าวังหลวงพร้อมเสวียนอู่จิงฉาน ได้อีกแล้ว มันอันตรายเกินไปที่ข้าอยู่ในแสงสว่างขณะที่ตระกูลลี้ลับอยู่ในที่มืด แม้มีความเป็ไปได้ว่าตระกูลลี้ลับจะเป็ผู้เหลือรอดจากตระกูลเล้งแต่ก็มีความเป็ไปได้ว่าจะไม่ใช่เช่นเดียวกันข้าคิดว่ายังไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่ามันเป็มิตร หรือศัตรู"
"แต่เ้าก็จะเข้าวังหลวงอยู่ดี?"
"ถูกต้องข้าจะหาทางอื่นแทรกซึมเข้าวังหลวง และสืบหาตระกูลลี้ลับในความมืดเช่นเดียวกัน"
........................
เซี่ยวหลินหลุนเมื่อเกิดความวุ่นวายต่างๆหลังการประลอง แม้จะดีใจที่หมู่บ้านได้รับรางวัลชนะเลิศและมีชื่อเสียงขึ้นอย่างท่วมท้น แต่ก็ได้กลับมาที่หมู่บ้านเมฆาล่องในทันทีเพราะเนื่องจากยังคงนึกเสียใจที่มิอาจดึงตัวอัจฉริยะอันดับ 1 ของเมือง อย่างเล้งซานไว้ได้และไม่มีอำนาจใดๆในการช่วยเหลือมัน
อาจพูดได้ว่าดีแค่ไหนแล้ว ที่พรรคป้อมอัคคีไม่ได้มาเอาเื่หมู่บ้าน เมฆาล่องแต่เจาะจงแค่ที่ตัวเล้งซาน
"นายท่านช่างน่าเสียดายในตัวบุรุษผู้นี้อย่างยิ่งนับถือความกล้าของมันจริงๆที่ถึงกับทำให้นายน้อยพรรคป้อมอัคคีพิการและทำลายพลังลมปราณจนสูญสิ้น"
ชุนเกียงตู้กล่าวพลางหันไปมองเซี่ยวหลินหลุน ที่ท่าทางกังวล
เซี่ยวหลินหลุนยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ลายพญาอินทรีตัวโปรด ข้อศอกชันขึ้นกับพนักพักแขนมือกุมศีรษะ แทบจะนับได้ว่าเป็ท่าทางประจำของมันเลย
"เฮ้ออออ..ตัวข้าย่อมใคร่อยากจะช่วยเหลือมันแต่ลำพังตัวเองยังต้องหนีพรรคป้อมอัคคีมาอยู่ที่นี่เลยจะเอาสิ่งใดไปช่วยเหลือมันได้"
ทันใดนั้นมีทหารเฝ้าประตูวิ่งเข้ามา
"เรียนนายท่านาุโซูจ้าว จากพรรคป้อมอัคคีมาขอพบ ตอนนี้รออยู่ที่หน้าประตูเรือน"
เซี่ยวหลินหลุนลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาเบิกกว้างมันไม่คิดว่าพรรคป้อมอัคคีจะเข้ามาหามันถึงในเรือน
"ปล่อยให้เข้ามา"
เพียงเวลาไม่นานซูจ้าวก็เดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับผู้ใช้ลมปราณขั้นสีน้ำเงินอีก 4 คน
"ไม่ได้พบกันนานนะท่านซูไม่ทราบว่าท่านมีเื่อันใดถึงได้มาหาข้าถึงหมู่บ้านที่ห่างไกลเช่นนี้"
ซูจ้าวยังไม่กล่าวสิ่งใด มันมองซ้าย มองขวาภายในเรือน และกระจายพลังโดยรอบ
"ไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อมเ้าลูกสุนัขนั่นมันอยู่ในเรือนท่านใช่หรือไม่!!"
"ท่านซูหากคนที่ท่านกล่าวถึงคือเล้งซาน มันไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านเลยหลังจากการประลอง"
"ถ้าเช่นนั้นท่านต้องบอกที่มาของมันแก่ข้า มิเช่นนั้นข้าจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด!!"
ซูจ้าวปล่อยพลังลมปราณขั้นสีเขียวออกมาแสดงถึงการข่มขู่อย่างเห็นได้ชัดซูจ้าวนั้นออกตามหาเล้งซานทางด้านประตูทิศใต้กว่า 2 วัน มันไม่พบร่องรอยใดๆของเล้งซานแม้แต่น้อยการถูกเด็กหนุ่มอายุคราวลูกปั่นหัวหลายครา ทำให้ความอดทนมันถึงขีดสุดมิเช่นนั้นคงไม่มาถึงหมู่บ้านเมฆาล่อง แห่งนี้
เซี่ยวหลินหลุนลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ยอมเลิกลาได้ง่ายๆจึงได้แต่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
"เล้งซานบอกข้าว่ามันมาจากแดนใต้ของทวีปเต่าทมิฬ มันเป็เด็กกำพร้าในอดีตเคยเป็ศิษย์แกนหลักของสำนักเทือกเขาไท่จู"
"สำนักเทือกเขาไท่จู?เหตุใดข้ามิเคยได้ยินชื่อสำนักนี้"
"ข้าก็ไม่เคยได้ยินเช่นกันสำนักในแดนใต้นั้นมีนับพัน นับหมื่น อาจเป็สำนักเล็กๆที่ไม่มีชื่อก็เป็ได้"
"ท่านจะบอกข้าว่าศิษย์จากสำนักเล็กๆที่มีเพียงชั้นลมปราณสีม่วงกลับทำผู้ฝึกสอนที่มีลมปราณชั้นสีน้ำเงินแห่งพรรคป้อมอัคคีของข้าาเ็สาหัสไปหนึ่ง และสังหารไปหนึ่ง อย่างนั้นรึ!!"
เซี่ยวหลินหลุนเบิกตากว้างมือทั้งสองข้างของมันสั่นสะท้าน เื่ที่เล้งซานทำให้ผู้ฝึกสอนระดับชั้นลมปราณสีน้ำเงินาเ็สาหัสไปหนึ่ง และถูกสังหารไปหนึ่งนั้น ไม่ได้ถูกแพร่กระจายออกไปเพราะมันนับว่าเป็ความอัปยศของพรรคป้อมอัคคีเซี่ยวหลินหลุนที่รีบเดินทางกลับหมู่บ้านย่อมไม่รู้เื่นี้
"ทะ..ท่านว่าอะไรนะ มันเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุ 15 เท่านั้น มันกลับกระทำการดังท่านว่าเชียวรึ!!"
"เหอะ!!มันใช่เื่ที่ข้าจะนำมาโป้ปดท่านเล่นๆ หรือไงกัน หากมันกลับมาทีนี่ท่านต้องแจ้งแก่พรรคป้อมอัคคีของข้า มิเช่นนั้นแม้ต้องแตกหักกับตระกูลเซี่ยวหลินข้าก็จะมาถล่มที่นี่!!"
ซูจ้าวหันหลังกลับทันทีโดยไม่สนใจท่าทีของเซี่ยวหลินหลุนแม้แต่น้อย ทิ้งให้เซี่ยวหลินหลุนร่างสั่นสะท้านอยู่ ณ เื้ั...
..............
หลังผ่านการประลองมาได้ครบ5 วันอาการาเ็ของเล้งซานทั้งหมดหายเป็ปลิดทิ้งซึ่งในความจริงอาการาเ็ทั้งภายนอกและภายในของมันจำต้องให้เวลาร่วมเดือนในการรักษาสร้างความแปลกใจให้แก่ อี้หลงเทียน เป็อันมากแม้แต่เล้งซานเองก็ยังประหลาดในใจพลังฟื้นตัวเช่นนี้
"เฟรย่าท่านคิดว่าที่พลังฟื้นตัวของข้าสูงขึ้นมากมายเช่นนี้เป็เพราะ ร่างสถิตย์ัฟ้าหรือไม่?"
"เราก็คิดเช่นนั้นร่างสถิตย์ัฟ้า ความแข็งแกร่งและพลังฟื้นตัวจะมากกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายเท่าหรืออาจจะมากกว่าเผ่าเทพ และเผ่าอสูรเสียด้วยซ้ำไป"
"ท่านจะมิยอมบอกที่มาของร่างสถิตย์ัฟ้า แก่ข้าหน่อยหรือ?"
"เหอะ!!มันยังไม่ถึงเวลา เ้าจะให้เราเสียคำมั่นต่อปู่เ้าหรือไง"
"เฮ้ออ...ท่านก็นำปู่ข้ามาอ้างทุกที" เล้งซานส่ายหน้าเล็กน้อย
เมื่ออาการาเ็ทั้งหมดหายดีแล้วมันจึงเริ่มโคจรพลังที่ตกค้างของเจี่ยอ้าวตี้ทันที จนกระทั่งผ่านไป 1 ชั่วยาม..
'สำเร็จพลังลมปราณชั้นสีครามขั้นที่ 1'