เวลาผ่านไป เหยียนจื่อลืมตาขึ้นเขาเห็นเพดานห้องของตนเขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกวาดตามองภายในห้องของตน ที่โต๊ะไม้มีกระบี่ของเขาวางอยู่แต่ตอนนี้กระบี่ของเขามีฝักสวมไว้อยู่ ฝักกระบี่นี้มีสีดำสลักลายสีเงินอันงดงามวิจิตเอาไว้ มีสายสะพายสีดำติดเอาไว้ บนโต๊ะใกล้ๆกันนั้นมีทักษะตำราทั้งสามเล่มวางไว้อยู่อย่างเป็ระเบียบ ข้างๆนั้นมีขวดโอสถสีขาวปิดฝาวางเอาไว้อยู่ เขาลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะไม้พร้อมหยิบขวดขึ้นมาเขาเขย่าขวดเล็กน้อยได้ยินเสียงเม็ดยากระทบกับขวดแก้ว ได้ยินเสียงนั้นเขาเดาว่าข้างในนั้นมีเม็ดยาอยู่สองเม็ด เหยียนจื่ิอเปิดฝาขวดออกกลิ่นหอมของโอสถโชยออกมากกระทบกับจมูกของเหยียนจื่อทันที เมือสูดเข้าไปเขารู้สึกว่าการบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเขาเทโอสถลงบนฝ่ามือก็เห็นเม็ดยา สีขาวกับสีเขียวอย่างละหนึ่งเม็ด
“ท่านปู่ให้ยาอะไรข้ามา”
เหยียนจื่อเกาหัวด้วยความงุนงงเมื่อมองดูเม็ดยาทั้งสอง เขาไม่รู้ถึงสรรพคุณขอมันจึงเก็บมันไว้ในขวดเหมือนเดิม ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตนนั้นหลับไปนานเท่าไหร่เพราะตอนนี้ท้องของเขาประท้วงเสียงดัง เหยียนจื่อเปิดประตูออกไปข้างนอก เมื่อสาวใช้เห็นเขาเดินออกมาจึงเดินไปหาเขา
“นายน้อยท่านฟื้นแล้ว อาการดีขึ้นแล้วหรือเ้าคะ”
“ตอนนี้ข้าไม่เป็อะไรแล้ว ช่วยบอกข้าทีว่าข้าหลับไปนานเท่าไหร่”
“เอ่อ ท่านหลับไปสองวันเต็มๆเลยเ้าค่ะ”
“สองวัน”
เหยียนจื่อตะลึงไปเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตนหลับไปสองวัน ตอนนั้นเขาใช้พลังปราณไปจนหมด ตอนนี้ทำให้เขารู้ว่าทักษะสะบั่นหมอกนั้นกินพลังปราณเป็อย่างมาก การบ่มเพราะของเขาตอนนี้ยังต่ำเกินไปที่จะใช้ ตอนนั้นเองท้องของเขาก็ร้องออกมาเสียงดัง ทำให้เหยียนจื่อรู้สึกเขินอายขึ้นมา สาวใช้ยกมือป้องปากแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย หากนางทำกิริยาเช่นนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช้เหยียนจื่อแล้วหละก็นางคงถูกลงโทษไปแล้ว แต่เหยียนจื่อเป็คนง่ายๆสบายๆทำให้คนที่อยู่รอบๆตัวเขาผ่อนคลายเป็อย่างมาก
“เอ่อ ท่านช่วยทำอาหารมาให้ข้าหน่อยตอนนี้ข้าหิวไม่ไหวแล้ว”
“ได้เ้าค่ะ”
เหยียนจื่อเดินไปนั่งรอที่ห้องโถง ไม่นานสาวใช้ก็นำอาหารมามาเสิร์ฟ มีทั้งเนื้อทั้งผักวางอยู่บนโต๊ะด้วยความหิวเหยียนจื่อกินอาหารอย่างรวดเร็วทีละจานทีละจานได้หมดไป เมื่อเขากินเสร็จก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงปู่ของตน
“เ้าเห็นท่านปู่หรือไม่”
“ท่านไปประชุมกับเหล่าผู้าุโในตระกูลเ้าค่ะ”
เหยียนจื่อผิดหวังเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าปู่ของตนไปประชุม
“ขอบใจเ้ามาก”
เหยียนจื่อลุกขึ้นจากโต๊ะเขาเดินไปที่ห้องของตนเขาหยิบกระบี่แล้วเดินไปทีสนามฝึกทันที เหยียนจื่อเริ่มทำการฝึกทักษะทลายูเาทันที ณ ห้องประชุมของตระกูล ตอนนี้ทุกคนภายในห้องแต่ละคนมีสีหน้าเรียบเฉย พวกเขานั่งรอเวลาก่อนจะเริ่มการบะชุม บางคนคุยกับด้วยเสียงอู้อี้ถ้าหากคุยกันเสียงดังแกร่งว่าจะไปรบกวนผู้าุโคนอื่นที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ เวลานี้เองประตูของห้องประชุมไปเปิดออก ชายวันกลางคนเดินเข้ามาเขาเดินไปยังเก้าอี้ของผู้นำตระกูลเเล้วนั่งลง เขาคือผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูลเทียน เทียนหลง เมื่อเขานั่งลงทุกคนในห้องโถงต่างเงียบเสียงลงทันที เขามองดูผู้าุโทุกคนที่อยู่ภายในห้องแล้วจึงเริ่มเปิดประเด็นในการประชุม
“ทางสำนักศึกษาชางหวงได้ส่งจดหมาดมา ในจดหมายเขียนไว้ว่าจะเลื่อนการประลองเข้ามาเป็อีกสองดือน”
ผู้นำตระกูลเทียนเปิดปากเอ่ยขึ้นมาเพื่อเปิดประเด็นในการประชุมในครั้งนี้ทักที ทุกคนภายในตระกูลต่างอ้ำอึ้งไปเล็กน้อยการที่สำนักศึกษาชางหวงจะเลือนเลื่อนปารประลองคัดเลือกศิษย์เข้ามานั้นต้องมีเื่เกิดขึ้นแน่
“ข้าคิดว่าเราจะเลื่อนการประลองคัดเลือกตัวแทนรุ่นเยาว์เข้ามา ให้เป็หนึ่งเดือนข้างหน้า”
“พวกท่านมีอะไรจะเสนอหรือไม่”
“ข้าไม่มีอะไรเสนอในเื่นี้”
มีผู้าุโคนหนึ่งพูดออกมา เมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนี้พวกเขาต่างพยักหน้าเห็นด้วย เทียนหลงเงียนอยู่นานเขาคิดถึงเื่ของรางวัลของผู้ชนะการประลองห้าอันดับแรก
"ข้าคิดว่าพวกเราควรมีของรางวัลให้ผู้ชนะการประลองห้าอันดับแรก"
“เพื่อกระตุ้นให้รุ่นเยาว์ในตระกูลต่างมุ่งมั่นในการประลองในครั้งนี้”
“ท่านคิดหรือยังว่าจะเอาของรางวัลแบบไหนมอบให้แก่รุ่นเยาว์ห้าอันดับแรกหรือ”
ผู้าุโคุุมหอตำราได้เอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัยรางวัลแบบไหนกับที่ผู็นำตระกูลคิดจะมอบให้รุ่งเยาว์ห้าอันดับแรก ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นท่ี่สงสัย คนทั้งห้องประชุมต่างก็สงสัยเหมือนกัน หากของรางวัลที่จะมอบให้แก่คนทั้งห้ามันเกินกว่าที่พวกเขายอมรับได้นั้นแน่นอนว่าต้องมีคนคัดค้านกับรางวัลที่จะมอบให้แน่นอน
“ที่ห้าเม็ดยาลมปราณสองเม็ด ที่สี่เม็ดยาลมปราณสี่เม็ด ที่สามทักษะระดับรวมปราณขั้นกลาง”
“ที่สองอาวุธระดับมนุษย์ขั้นกลาง ที่หนึ่งเม็ดยาบัวครามหนึ่งเม็ด”
ผู้าุโทุกคนต่างพยักหน้าตามคำพูดของเทียนหลงแต่เมื่อมาถึงที่หนึ่งของการแข่งขันที่บอกว่าจะให้เม็ดยาบัวครามนั้นสีหน้าคนในห้องต่างเปลี่ยนไป เพราะเม็ดยานี้จะทำให้ผู้ที่กินเข้าไปทะลวงระดับขั้นย่อยได้สองถึงสามระดับย่อย ซึ่งมันล้ำค่าสำหรับผู้าุโบางคนพวกเขาต้องทำคุณความดีให้ตระกูลมากถึงจะได้สักเม็ดหนึ่ง การที่จะมอบให้กับรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งนั้นพวกเขายอมรับไม่ได้
“ข้าขอคัดค้านการที่จะให้เม็ดยาบัวครามเป็รางวัล”
“ข้าด้วย ข้าด้วย ข้าด้วย”
เมื่อมีคนหนึ่งคัดค้านออกมา คนที่ไม่กล้าเปิดปากคัดค้านก่อนหน้านี้ก็เริ่มเอ่ยออกมาด้วยความกล้าเมื่อมีคนนำก็ย่อมมีคนตาม มีสี่คนที่คัดค้านเื่นี้ พวกเขาทั้งหมดเป็ผู้าุโระดับต่ำของตระกูลพวกเขาไม่เคยได้เห็นหรือแตะต้องเม็ดยาชนิดนี้เลยสักครั้ง
“ข้าขอเหตุผลของพวกท่านที่คัดค้านเื่เม็ดยาบัวครามหน่อย”
เทียนหลงเอ่ยถามผู้าุโเ่าั้ทันที มีหรือที่เขาจะไม่รู้เหตุผมของคนที่คัดค้านเื่นี้ พวกเขาแค่อิจฉาคนที่จะได้รับเม็ดยานี้เท่านั้นเอง การที่ตนไม่ได้รับเลยสักเม็ดยาแต่รุ่นเยาว์ได้รับนั้นพวกเขายอมรับไม่ได้
“ข้า ข้า”
พวกเขาได้แต่อำอึ่งพูดไม่ออกทันทีเมื่อมองไปยังเทียนหลง
“มีใครคัดค้านเื่นี้อีกหรือไม่”
ผู้าุโทุกคนต่างใช้ความเงียบเป็การยอมรับว่าไม่มีผู้ใดคัดค้านการตัดสินใจในครั้งนี้
“ในเมื่อไม่มีผู้ใดคัดค้านอีก ขอให้พวกท่านแพร่กระจายข่าวเื่การประลองที่จะเลื่อนเข้ามานี้ออกไปด้วย”
“แล้วก็อย่าลืมบอกเื่ของรางวัลที่จะได้รับเมื่อได้ห้าอับดับแรกด้วยหละ”
“ข้าขอจบการประชุมในครั้งนี้”
ทุกคนในห้องต่างลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องโถงประชุมทันที เวลาผ่านไปไม่นานเื่ประลองที่ขยับเข้ามาก็ได้ถึงหูรุ่นเยาว์ทุกคนในตระกูลพวกเขาตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินถึงของรางวัลที่จะได้รับเมื่อเข้าสู่ห้าอันดับแรก ต่างคนต่างเริ่มปิดด่านเก็บตัวฝึกฝนแล้ว เวลานี้ที่คฤหาสน์ของผู้าุโสูงสุด เวลานี้ดวงจันทร์เปล่งแสงออกมาให้แสงส่างยามราตรี หมู่ดวงดาวทั้งหลายส่องสว่างประดับเต็มท้องฟ้า เหยียนจื่ออยู่ใจกลางสนามฝึกเขาร่ายรำทักษะทลายภูผาอยู่ ผมสีเงินสะท้อนกับแสงของดวงจันทร์ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืด บนใบหน้าของเขามีเหงื่อเม็ดเล็กเม็ดน้อยอยู่ การร่ายรำนี้ดูพริ้วไหวมากแต่ในความพริ้วไหวนั้นก็มีความแข็งแกร่งดุจขุนเขาอยู่ในกระบวนท่า รอบๆตัวเขาตอนนี้มีความแหล่มคมของกระบี่อยู่ หากมีใครเขามาใกล้เขาตอนนี้เสื้อผ้าของพวกเขาคงถูกตักเป็รอยเล็กๆไปแล้ว เมื่อผู้าุโสูงสุดเดินเข้ามาเห็นเหยียนจื่อเขายืนนิ่งอยู่กับที่ไปทันทีเมื่อเห็นภาพการร่ายรำของเหยียนจื่อ
“อะ ไอปราณกระบี่ เ้าเด็กคนนี้”