บทที่ 17 มา! ยิ้มให้ฉันหน่อย
[แต้มความคับแค้นจากลั่วเทียนเซียง 1,000 แต้ม!]
เจียงหนานเพิ่งจะนึกขึ้นได้!
เขาคือ ‘ลั่ว’ จากเวยป๋อไม่ใช่เหรอ?
ตามสายเน็ตมาจริง ๆ ด้วย?
เจียงหนานไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพาคนมากี่คน!
พื้นเพเป็ยังไง หรือตำแหน่งอะไร!
ต่อให้นายจะพาผู้ทรงพลังขั้น์วิถีมามันก็เท่านั้นแหละ!
ตราบใดที่ฉันยืนอยู่บนผ้าปูแผงลอย ฉันก็คือผู้ไร้พ่าย!
ค่าแผงลอยที่จ่ายไปจะไม่มีทางเปล่าประโยชน์!
ลั่วเทียนเซียงโมโหจนตัวสั่น แววตาเต็มไปด้วยความดุดัน “ปากเก่งนักใช่ไหม? ไอ้ตัวตลกน่ารำคาญ!”
“บอกให้รู้ไว้! ฉันไม่สนว่านายเป็ใคร! มีความสัมพันธ์อะไรกับจงอิ๋งเสวี่ย! แต่ต่อไปนี้ นายต้องอยู่ให้ห่างจากเธอ!”
“ฉันมีทั้งตำแหน่งและเงินทอง! ฉันให้ทุกอย่างกับเธอได้! นายมีอะไร? ก็แค่ยาจกคนหนึ่ง!”
“จะเอาอะไรมาเทียบกับฉัน?”
“ถ้าฉันเห็นนายติดต่อกับเธออีก! ฉันจะทำให้นายไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้อีกต่อไป!”
เจียงหนานขมวดคิ้วแน่น
เขามาเพราะจงอิ๋งเสวี่ยเหรอ? หมอนี่เป็ใครกัน?
จำได้ว่าตอนกินข้าว เซี่ยเหยาเหมือนจะพูดถึงเขาอยู่นิดหน่อยนะ...
จงอิ๋งเสวี่ยดูเหมือนจะกังวลใจมาก
เฮอะ! ในเมื่อมาเจอฉันแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องจะปล่อยไป!
เจียงหนานลูบคาง “ทำให้ฉันไม่ได้เห็นพระอาทิตย์พรุ่งนี้เหรอ? ยังไงล่ะ? ดูพยากรณ์อากาศมาแล้วเหรอ?”
“พรุ่งนี้ฝนจะตกเหรอ?”
...
ผู้คนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ทนไม่ไหวอีกต่อไป!
[พรืด…]
[บ้าเอ๊ย! พยากรณ์อากาศ พูดแบบนี้พรุ่งนี้ฝนจะตกจริง ๆ นะ!]
[รู้แล้ว! ฉันเข้าใจแล้ว!]
[นี่มันความคิดของอัจฉริยะแบบไหนกัน?]
ห้องไลฟ์ของสวี่หยวนะเิไปนานแล้ว คอมเมนต์ไหลขึ้นเต็มหน้าจอจนมองไม่เห็นหน้าคน!
ลั่วเทียนเซียงโกรธจนกัดฟันกรอด “พยากรณ์อากาศบ้าบออะไรของแก! ถ้าอยากตายนัก ฉันจะช่วยให้แกได้สมใจ!”
“จับตัวมันมา! พาตัวไป! พูดไม่รู้เื่ใช่ไหม? ฉันจะทำให้แกพูดไม่ออกอีกเลย!”
สองนักเลงร่างกายใหญ่โตพุ่งเข้ามาราวกับสัตว์ป่า!
คนหนึ่งเป็ผู้ปลุกพลังขั้นทองแดงเก้าดาว อีกคนเป็ผู้ปลุกพลังขั้นเหรียญเงิน!
ถึงแม้ว่าต่อหน้าฝูงชนพวกเขาจะไม่สามารถใช้พลังวิเศษได้ตามใจชอบ…
แต่สภาพร่างกายแบบนี้ คนธรรมดาไม่มีทางเทียบได้อย่างแน่นอน!
ความดุดันโเี้ต้องได้เรียนรู้มาจากสนามรบเท่านั้น!
โดยปกติแล้ว เจียงหนานที่เป็ผู้ปลุกพลังขั้นเหล็กนิลเก้าดาว ถึงแม้จะมีพลังสายมิติและใช้ยาน้ำพลังมหาศาลช่วย แต่ก็คงไม่มีทางสู้ได้แน่
แต่ปัญหาคือ ตอนนี้เขายืนอยู่บนผ้าปูแผงลอย!
หมัดที่กำลังจะกระแทกลงมาของนักเลงร่างใหญ่พุ่งตรงมาที่ท้องของเจียงหนานอย่างดุดัน!
เจียงหนานเบี่ยงตัวหลบ คว้าแขนของนักเลงร่างใหญ่แล้วดึงอย่างแรง!
กร๊อบ!
เสียงข้อต่อหลุดดังขึ้นอย่างชัดเจนจนขนลุกชัน!
นักเลงร่างใหญ่เซถอยหลังไป รู้สึกถึงลมวูบหนึ่งที่ด้านหลังศีรษะ
เจียงหนานคว้าอิฐแดงขึ้นมาแล้วฟาดลงไปอย่างดุดัน!
นักเลงร่างใหญ่ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายไม่มีเวลาสนใจอย่างอื่น จึงตัดสินใจจะใช้พลังกลายร่างทันที!
แต่มันกลับใช้ไม่ได้ผล
ปัง!
อิฐสีแดงแตกกระจายเป็ผุยผง ชายร่างใหญ่ล้มลงไปตามแรงกระแทก
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี ผู้ปลุกพลังขั้นเหรียญเงินจึงตั้งใจจะใช้พลังสายวารี!
แต่เมื่อเขาพยายามจะเรียกมันออกมา กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย!
ชายคนนั้นงุนงง เกิดอะไรขึ้น? นี่เป็ครั้งแรกเลยนะ!
แต่ฝ่ามือของเจียงหนานก็ฟาดใส่เขาเสียก่อน ด้วยความชำนาญการต่อสู้ด้วยมือเปล่า เด็กหนุ่มบิดข้อมือของอีกฝ่ายจนหัก!
เจียงหนานยกขาถีบเข้าไปที่ขาที่อ่อนแรงของอีกฝ่ายอย่างแรง!
เสียง ‘กร๊อบ’ ดังขึ้นอีกครั้ง ฟังแล้วขนลุกซู่
ชายร่างใหญ่ทั้งสองนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น!
พวกเขาเ็ปจนเหงื่อท่วมหัว แต่กลับไม่มีเสียงร้องโอดครวญใด ๆ เลยทั้งสิ้น!
ดูเหมือนเจียงหนานจะสวมบทบาทจนเป็อันหนึ่งอันเดียวกับตัวละคร เขาแสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมา!
เด็กหนุ่มวางท่าและโบกมือ “เข้ามาพร้อมกันสิบคนเลย!”
ผู้ชมต่างพากันอึ้งไปตาม ๆ กัน!
“เยี่ย… เยี่ยเหวิน? อาจารย์เยี่ย นั่นคุณหรือเปล่า?”
“สิบคน? มีถึงสิบคนที่ไหนกัน? นับให้ดี ๆ สิเหลืออยู่แค่เก้าคนเอง…”
“ซี๊ด... เขาอายุเท่าไหร่กัน?”
“ไม่แปลกใจเลยที่แข็งแกร่งขนาดนี้!”
[แต้มความคับแค้นจากลั่วเทียนเซียง 1,000 แต้ม!]
“แก… เป็ไปไม่ได้! แกแค่เหล็กนิลเก้าดาวเท่านั้น! แค่ใช้มือเปล่าจะ…”
สมองของลั่วเทียนเซียงมึนงงไปชั่วขณะ!
เมื่อครู่ที่เข้าไปนั้นมีผู้ปลุกพลังิญญาขั้นเหรียญเงินอยู่ด้วย! เขาสามารถใช้พลังสายวารีตัดแผ่นเหล็กได้เลยด้วยซ้ำ!
แต่กลับโดนจัดการจนล้มลงได้ในสองที!
พลังวิเศษยังไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าส่งผลต่อมุมมองโลกของเขาอย่างรุนแรง!
แข็งแกร่งขนาดนี้? ยังมาตั้งแผงขายของอีก?
เขาไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงหรอกเหรอ?
เจียงหนานพูดเสียงดัง “เหล็กนิลของฉันคือเหล็กอุกกาบาต!”
พวกเขาไม่มีทางรู้เลย
ขอแค่เขายืนอยู่บนผ้าปูแผงขายของ ต่อให้จะเป็เหรียญเงินหรือทองคำ ก็ล้มเขาไม่ได้หรอก!
“คุณชายลั่ว ระวังด้วย! เขาจัดการยากมาก! เ้าหนูนี่มันไม่ธรรมดา ผมคิดว่าเขาน่าจะมีพลังสายเขตแดน!”
“อย่าเข้าใกล้เขา! ไม่งั้นพวกเราคงปกป้องคุณชายไม่ได้…”
ลั่วเทียนเซียงแสดงสีหน้าดุร้าย “ฉันไม่สนหรอก! พวกแกไปจัดการมันให้หมด! ฉันจะดูว่ามันจะทนได้นานแค่ไหน!”
แต่ในตอนนั้นเอง ใครคนหนึ่งก็ะโขึ้นมา “ถ้ายังต่อยตีกันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจนะ!”
“ผู้ปลุกพลังิญญากล้าลงมือในที่สาธารณะเชียวเหรอ? ใจกล้าจริง ๆ!”
สวี่หยวนพูดแทรกขึ้นมา “ผมมีแฟนคลับมากมายกำลังดูอยู่นะ!”
“ถ้าเื่แพร่ออกไปคงไม่ดีแน่!”
เจียงหนานทำให้เขามีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ เห็นทีว่าเขาคงจะนั่งดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้!
ลั่วเทียนเซียงโกรธจนกัดฟันกรอด!
ถึงแม้ตระกูลลั่วของเขาจะมีอำนาจและอิทธิพลมากมาย
แต่ในยุคนี้ การที่ผู้ปลุกพลังิญญาลงมือในที่สาธารณะนั้นเป็เื่ต้องห้ามอย่างยิ่ง!
ประเทศจีนกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในยุคที่พลังิญญาฟื้นคืนชีพนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของสังคม ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
และตลาดกลางคืนเจียงเฉิงก็มีผู้คนมากมาย ทุกคนจึงเห็นกันอย่างชัดเจน!
ถ้าเกิดเื่ขึ้นจริง ๆ ตระกูลลั่วของเขาจะตกอยู่ในจุดเสี่ยง ความเสียหายใหญ่หลวงจะตามมา!
“ฝากไว้ก่อนเถอะ! ฉันจะทำให้แกอยากตายดีกว่ามีชีวิตอยู่! เชื่อฉันสิ ฉันทำแบบนั้นได้แน่!” ลั่วเทียนเซียงพูดอย่างเกรี้ยวกราด
เจียงหนานหัวเราะเยาะเย้ย “หมาที่กัดคนมันไม่เห่าหรอกนะ!”
“แก…”
“พวกเรา กลับ!”
ลั่วเทียนเซียงโยนโทรศัพท์มือถือลงพื้นอย่างแรง แล้วหันหลังเดินจากไป
โทรศัพท์มือถือที่เพิ่งเปลี่ยนเครื่องใหม่ในตอนเช้า วันเดียวพังไปสองเครื่อง...
ทั้งหมดก็เพราะเจียงหนาน!
เจียงหนานรีบเรียกเอาไว้ “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไปสิ!”
พูดจบเขาก็เริ่มเก็บของ!
ตอนที่เขาไล่ตามไปถึงทางเข้าตลาดกลางคืน รถลินคอล์นก็ขับออกไปแล้ว!
“เดี๋ยวก่อน? เกิดอะไรขึ้น? พ่อค้าคนนั้นไล่ตามไปเหรอ?”
“ฉันยอมเขาเลยจริง ๆ!”
โรงเรียนมัธยมหลิงอู่ซ่งเจียงยังไม่รู้เลยว่าลูกชายคนโตของตระกูลลั่วโดนเจียงหนานเล่นงานหนักขนาดนี้ที่ตลาดกลางคืน
เจียงหนานจะยอมได้ยังไง? เขามองรถลินคอล์นที่กำลังพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือจีนเทพของตัวเองออกมา และใช้พลังเคลื่อนย้ายตัวเองหายไปในพริบตา
ภายในรถลินคอล์น ลั่วเทียนเซียงทำสีหน้าบึ้งตึง มือขวาถือแก้วแชมเปญไว้
วินาทีถัดมาเจียงหนานก็เคลื่อนย้ายตัวเองเข้ามาในรถอย่างกะทันหัน และใช้แขนพาดบ่าของลั่วเทียนเซียง
ลั่วเทียนเซียงใจนตาเหลือก แชมเปญในแก้วหกใส่กางเกงจนเปียกโชก
“เฮ้ย! แก…”
เจียงหนานชูมือถือจีนเทพขึ้นมา “มา! ยิ้มหน่อย!”
พูดจบก็โอบลั่วเทียนเซียงพร้อมกับยิ้มกว้าง
กริ๊ก!
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ก่อนที่เจียงหนานจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!
คนขับรถลินคอล์นใกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเหยียบเบรกรถกะทันหัน!
เนื่องจากแรงเหวี่ยง หัวของลั่วเทียนเซียงที่เพิ่งเปียกโชกก็พุ่งเข้าไปติดอยู่ในตู้เก็บไวน์อย่างจัง
เสียงแก้วแตกดังระงม!
เศษแก้วและไวน์กระจายเต็มพื้น!
ก่อนจะมีเสียง ‘ปัง!’
รถเรนจ์โรเวอร์ที่ตามมาเบรกไม่ทันและชนท้ายเข้าให้!
ลั่วเทียนเซียงเพิ่งดึงหัวออกมา ยังไม่ทันจะได้หายใจ...
ตู้เก็บไวน์ทั้งตู้ก็ล้มลงมาทับร่างของเขา!
“อ๊าก!”
เจียงหนานมองดูรูปในโทรศัพท์มือถือขณะเดินกลับบ้าน
ในรูป เจียงหนานยิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนลั่วเทียนเซียงใจนตาเหลือก แถมยังเปียกโชกเป็บริเวณกว้างตรงส่วนล่างของร่างกาย...
“เฮอะ… หมอนี่ไม่เข้าท่าเลยแฮะ!”