ถังหลีซื้อของมากมายจนเต็มตะกร้าสะพายหลัง ข้าวของส่วนใหญ่เป็เสื้อผ้าสำเร็จรูปและรองเท้า ส่วนอาหารนางซื้อมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรอาหารในมิติของนางก็กินไม่มีวันหมด ดังนั้นสิ่งของที่จำเป็เวลานี้จึงเป็เสื้อผ้าที่นางไม่สามารถตัดเย็บเองได้ มีเงินซะอย่าง อยากซื้ออะไรก็ซื้อเลย
‘วันนี้ขายสินค้าให้เป่ยจินถังได้เงินมาตั้งสิบตำลึง ขายเครื่องปรุงให้หอเฟิ่งไหลก็ได้เงินมาอีกยี่สิบตำลึง ยังไม่นับว่าพรุ่งนี้ต้องนำอาหารชนิดใหม่มานำเสนอ การหาเงินมันก็ไม่อยากเท่าไหร่นี่นา’ ถังหลีเดินยิ้มไปตลอดทางจนกระทั่งถึงจุดนัดพบที่จ้าวเต๋อบอกไว้
“ข้ายังพูดกับท่านพ่อและพี่ใหญ่อยู่เลยเพราะกลัวว่าเ้าจะหลงทางหรือไม่ก็ถูกผู้อื่นหลอกเราเงินไปหมด” จ้าวเจี่ยงซีเดินไปช่วยรับตะกร้าของถังหลี “เ้าซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาจริงๆ ด้วย สมุนไพรที่เอามาขายคงได้ราคาดีมากเลยสิ”
“หากท่านสนใจ วันหลังข้าจะชวนท่านขึ้นไปเก็บสมุนไพรด้วยกันนะเ้าคะ” ถังหลีเสนออย่างใจดี นางมีความรู้เื่สมุนไพรไม่มาก แต่นางก็รู้จักเม็ดเก๋ากี้ บนูเามีเม็ดเก๋ากี้ขึ้นเต็มไปหมด แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่สุก รออีกสองสามวันก็คงจะเก็บได้แล้ว ถึงตอนนั้นนางจะชวนจ้าวเจี่ยงซีขึ้นไปเก็บเม็ดเก๋ากี้มาตากแห้งไว้ขาย
“ไม่รบกวนเ้าหรอก ข้าไม่มีความรู้เื่สมุนไพรเลย”
“ข้าก็รู้จักสมุนไพรแค่บางตัวเท่านั้นเ้าค่ะ”
“ในเมื่อคนมาครบแล้วก็กลับกันเถอะ” จ้าวเต๋อบอก
“มา...ข้าช่วย” จ้าวเจี่ยงรุ่ยยกตะกร้าของถังหลีขึ้นไปวางไว้บนเกวียน “หนักขนาดนี้เ้าแบกมายังไงไหว”
“หนักอะไรกันเ้าคะ ตอนทำงานในไร่ข้าแบกดินยังหนักกว่านี้อีก” ถังหลียิ้ม นอกจากร้านชำวิเศษที่ติดตัวมา ดูเหมือนนางจะได้ของแถมเป็พละกำลังที่มากขึ้นด้วย
จ้าวเจี่ยงรุ่ยเห็นรอยยิ้มของถังหลีก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือเห็นใจ นางมีชีวิตที่ยากลำบากขนาดนั้น แต่ทำไมนางถึงได้ดูมีความสุขนัก
ถังหลีแบกตะกร้าเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี ‘วันนี้อากาศร้อน กลับไปต้องเอาน้ำอัดลมเย็นๆ ออกมาดื่มสักหน่อยแล้ว’
แต่ทันทีที่เดินเข้าประตูรั้วมา นางรู้ได้ทันทีว่าในบ้านของนางมีคนอยู่ แล้วจะเป็ใครกันล่ะที่เข้าไปในบ้านของนางทั้งๆ ที่รู้ว่านางไม่อยู่บ้าน ถังหลีมองหาไม้ขนาดเหมาะมือมาถือไว้ จากนั้นนางก็เดินเข้าไปในบ้าน และสิ่งที่ทำให้นางใคือพี่สะใภ้ที่นั่งขดตัวและร้องไห้ด้วยท่าทางหวาดกลัว
“พี่สะใภ้!” ถังหลีรีบเดินเข้าไปหาเซียงเหลียน “ท่านเป็อะไรไปหรือเ้าคะ หรือว่ามีใครทำร้ายท่าน คงไม่ใช่พี่ใหญ่ของข้าหรอกนะเ้าคะ”
เซียงเหลียนส่ายหน้า “หลีเอ๋อ ข้ากลัว...”
ถังหลีกอดเซียงเหลียนแล้วตบหลังนางเบาๆ อย่างปลอบใจ “มีใครทำร้ายท่านหรือเ้าคะ ท่านใจเย็นๆ แล้วบอกข้ามา เราจะได้หาทางช่วยกันแก้ไข”
“ข้า...ข้าใช้หินตีหัวน้องสาม ไม่รู้ว่าอาการของเขาเป็อย่างไรบ้าง ตอนที่ข้าวิ่งหนีออกมา ข้าเห็นแต่หน้าของเขาที่มีเืเต็มไปหมด”
“ท่านใช้หินตีหัวถังซุนหรือเ้าคะ? ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้น” ถังหลีขมวดคิ้ว “หรือว่าถังซุนคิดจะทำมิดีมิร้ายท่าน”
เซียงเหลียนได้ยินอย่างนั้นก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง “จะมีใครเชื่อคำพูดของข้าหรือไม่หลีเอ๋อ ข้ากลัว...กลัวว่าชาวบ้านจะเข้าใจผิด และกลัวว่าพี่ใหญ่ของเ้าจะไม่เชื่อคำพูดของข้า”
“ตกลงแล้วเป็ถังซุนที่คิดจะทำร้ายท่านจริงๆ” ถังหลีฉุดพี่สะใภ้ให้ลุกขึ้นยืน “ท่านนั่งรอข้าอยู่ในนี้อย่าออกไปไหนนะเ้าคะ ข้าจะกลับบ้านไปดูอาการของถังซุนสักหน่อย จะถือโอกาสนี้เรียกพี่ใหญ่มาที่นี่ด้วย”
“หลีเอ๋อ” เซียงเหลียนคว้ามือถังหลีไว้ “หากท่านพ่อท่านแม่รู้ว่าข้าทำร้ายน้องสาม พวกเขาต้องให้ท่านพี่หย่าข้าแน่นอน ข้าไม่อยากหย่า ข้า...ข้าไม่มีที่ไป”
ถังหลีจับมือพี่สะใภ้ “ข้าเชื่อว่าพี่ใหญ่ต้องไม่หย่ากับท่านแน่นอนเ้าค่ะ ท่านอย่าเพิ่งกังวลไป”
“แต่ว่า...” เซียงเหลียนที่ทั้งใและกลุ้มใจจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาแล้ว ตอนนี้นางสับสนไปหมด
“เชื่อข้าเถิดเ้าค่ะ พี่ใหญ่ไม่มีทางหย่ากับท่านหรอก หากเขาทำ ข้าจะรับท่านมาอยู่กับข้าเอง”
เซียงเหลียนมองน้องสาวสามีทั้งน้ำตา “ขอบใจนะหลีเอ๋อ”
“ใคร! ใครมันทำร้ายเ้า เ้ารีบบอกข้ามา” จวงหุยเหนียงกลับจากทำนามาก็เห็นลูกชายคนเล็กนอนหมดสติอยู่ ทั้งใบหน้าของเขาก็อาบไปด้วยเื
ถังซุนกุมหน้าผากที่เต็มไปด้วยเืของตนเองไว้ แต่เขาก็ยังไม่พูดอะไร เพราะเขากำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะบอกกับมารดาอย่างไรดี จะบอกว่าพี่สะใภ้ทำร้ายเพราะยั่วยวนเขาไม่สำเร็จ หรือจะบอกว่ามีโจรมาปล้นบ้าน
อย่างไรเหตุผลข้อแรกก็ฟังดูน่าเชื่อถือมากกว่า พี่สะใภ้มักจะทำงานอยู่ที่บ้านคนเดียว เขาใช้ข้ออ้างนี้บอกว่าพี่สะใภ้ทนความเหงาไม่ไหวเพราะพี่ชายเอาแต่ทำงานหนักและไม่ยอมทำการบ้าน เท่านี้ท่านพ่อท่านแม่ก็คงจะเชื่อแล้ว แต่หากอ้างเหตุผลว่าโจรมาปล้นบ้าน บ้านของพวกเขาจนขนาดนี้แล้วโจรจะมาปล้นเอาอะไร ไม่ต้องพูดถึงเงินเก็บทั้งหมดของบ้านที่มีอยู่เพียงยี่สิบตำลึง ทั้งเงินเ่าั้ท่านแม่ก็พกมันติดตัวไว้ตลอด
ขณะที่ถังซุนกำลังจะเอ่ยปาก ถังหลีก็ถือไม้วิ่งเข้ามาในบ้าน “ไหน! มันอยู่ไหน อันธพาลที่คิดจะมาปล้นจนทำร้ายพี่สะใภ้ของข้ามันอยู่ที่ไหน วันนี้ข้าจะจับมันไปส่งทางการด้วยตัวเอง”
“ปล้นบ้าน? เ้าหมายความว่าอย่างไร” จวงหุยเหนียงถาม
“อ้าว...ท่านแม่ไม่รู้หรือเ้าคะว่ามีอันธพาลแอบเข้ามาในบ้านของเราตอนที่พี่สะใภ้ทำงานอยู่ในบ้านคนเดียว” ถังหลีหันไปมองถังซุน “แล้วนั่นหัวเ้าไปโดนอะไรมาหรือน้องสาม คงไม่ได้ถูกอันธพาลพวกนั้นทำร้ายหรอกนะ”
“อันธพาล? อันธพาลที่ไหนกัน าแของข้าเป็ฝีมือของ...” ถังซุนยังพูดไม่ทันจบ
ถังหลีรีบพูดแทรกก่อนที่น้องชายจะพูดจบประโยค “คงไม่ใช่อันธพาลจากหมู่บ้านข้างๆ ที่เ้ามักจะไปคลุกคลีด้วยกระมัง ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าคนพวกนั้นไม่ใช่คนดี ทำไมเ้าถึงชอบไปมาหาสู่กับพวกเขานัก คนพวกนั้นทั้งชอบข่มเหงสตรี เล่นการพนัน และมีนิสัยเกียจคร้าน เ้าที่เป็บัณฑิตร่ำเรียนอยู่สำนักศึกษา เหตุใดต้องเอาตัวเองไปคบหากับคนแบบนั้นด้วย”
ถังซุนใจนหน้าซีด ‘ถังหลีรู้ได้อย่างไรว่าสหายของข้าคืออันธพาลที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ’
ถังหลีเห็นน้องชายหน้าซีดก็รีบพูดต่อ ต้องขอบคุณความทรงจำของร่างเดิมจริงๆ ที่นางเคยเห็นน้องชายไปเล่นการพนันกับอันธพาลเ่าั้ “น้องสามไม่ต้องใไป ข้าเชื่อว่าเ้าคงไม่ไปคบหากับคนพวกนั้นเป็สหายหรอก เพราะในอนาคตเ้าต้องสอบเข้ารับราชการ เ้าจะมีอนาคตที่สดใส หากเ้าไปคบค้ากับอันธพาล ประวัติของเ้าก็จะด่างพร้อย อนาคตของเ้าก็คงจะจบสิ้นแน่ เล่นการพนันเอย ข่มเหงสตรีเอย หรือแม้แต่ผลาญเงินของครอบครัวไปกับหอนางโลม เหล่านี้เ้าคงไม่เคยทำใช่หรือไม่”
ถังซุนเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน ครั้งนั้นเขาไม่ได้เข้าใจผิดไปจริงๆ พี่สาวเห็นเขากับสหายอันธพาลรังแกสตรีที่ป่าท้ายหมู่บ้าน พี่สะใภ้ต้องบอกความจริงกับพี่สาวไปแล้วแน่ และคำพูดของพี่สาวก็เป็คำขู่เพื่อไม่ให้เขาใส่ร้ายพี่สะใภ้
ถังซุนได้แต่เก็บคำพูดและจ้องถังหลีอย่างไม่พอใจ ‘เ้าถึงกับกล้าเอาเื่นี้มาขู่ข้า’
ถังหลีเดินเข้ามาใกล้น้องชายแล้วกระซิบให้ได้ยินแค่สองคน “หากเ้ากล้าใส่ร้ายว่าพี่สะใภ้ยั่วยวนเ้า ข้าจะบอกทุกคนว่าเ้าคบหากับอันธพาล รวมถึงเื่ที่เ้าข่มเหงสตรีและเล่นการพนัน และที่เ้ากลับมาอยู่บ้านคราวนี้ก็เพราะเ้าถูกสั่งพักการเรียน”
ถังซุนเปลี่ยนความโกรธเป็ความใอีกครั้ง แม้แต่เื่ที่เขาถูกสั่งพักการเรียนนางก็รู้อย่างนั้นหรือ ถังซุนกัดฟัน “อันธพาลที่ไหนกัน อาจเพราะข้าเดินเข้าบ้านมาเงียบๆ พี่สะใภ้ก็เลยเข้าใจผิดคิดว่ามีคนจะมาปล้นบ้าน นางก็เลยเผลอทำร้ายข้า”
ถังหลีไม่คิดว่าถังซุนจะเปลี่ยนเป็ข้ออ้างอื่น แต่มาคิดให้ดีก็พอจะเข้าใจได้ หากถังซุนยอมรับว่าเป็อันธพาลจากหมู่บ้านข้างๆ ตั้งใจเข้ามาปล้นบ้าน ด้วยนิสัยของจวงหุยเหนียงกับถังต้าหลาง พวกเขาจะต้องไปร้องเรียนกับหัวหน้าหมู่บ้านแล้วยกพวกไปจัดการกับอันธพาลกลุ่มนั้นทันที จากนั้นเื่ที่อันธพาลกับถังซุนเป็สหายกันก็จะแดงออกมา นับว่าถังซุนยังฉลาด
“หนอยแน่...เซียงซื่อตัวดี ไม่ดูให้ดีว่าเป็ใครก็มาทำร้ายลูกชายของข้า วันนี้ข้าคงเก็บเ้าไว้ไม่ได้แล้ว” จวงหุยเหนียงหยิบไม้ที่อยู่ใกล้มือ จากนั้นนางก็เดินตรงไปที่ห้องครัว แต่ไม่เห็นใคร นางเดินไปถีบประตูห้องนอนของถังซานและเซียงเหลียนจนพังก็ยังไม่เห็นใคร “นังลูกสะใภ้ตัวดีไปอยู่ที่ไหน ซุนเอ๋อ...เ้าไปตามนังนั่นมาให้ข้า วันนี้ข้าจะตีมันที่มันกล้าทำร้ายเ้า”
ถังหลีกับถังซุนที่ยังยืนอยู่ด้วยกัน “เ้าจัดการเื่นี้ให้ดี อย่าให้แม่ของเ้าทำร้ายพี่สะใภ้ หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง ความลับของเ้าจะไม่เป็ความลับอีกต่อไป”
ถังซุนมองพี่สาวต่างมารดาอย่างไม่พอใจ “ต่อให้เ้าจะเอาความลับของข้าไปพูด เ้าคิดหรือว่าท่านพ่อกับท่านแม่จะเชื่อ”
“ท่านแม่เ้าคะ ข้ามีความลับบางอย่างจะบอกเ้าค่ะ”
ถังซุนรีบเอามือปิดปากพี่สาวทันที “ท่านแม่ ทั้งหมดเป็เื่เข้าใจผิด ท่านจะโทษว่าเป็ความผิดของพี่สะใภ้ไม่ได้นะขอรับ หากท่านยังคิดที่จะทำร้ายพี่สะใภ้ ข้าจะเก็บของกลับไปอยู่ที่สำนักศึกษา หลังจากนี้ข้าจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย”
จวงหุยเหนียงรีบวิ่งเข้ามาหาลูกชายอย่างหน้าตาตื่น “ไม่ได้นะซุนเอ๋อ เ้าจะไม่กลับมาหาพ่อกับแม่ไม่ได้”
“ก็เพราะท่านแม่เอาแต่โมโหและไม่ฟังคำพูดของข้า ข้าบอกว่าเื่นี้เป็แค่เื่เข้าใจผิด ท่านก็อย่าไปเอาความกับพี่สะใภ้เลย หากชาวบ้านรู้เข้า พวกเขาจะคิดว่าท่านอาศัยสถานะแม่เลี้ยงกลั่นแกล้งลูกสะใภ้นะขอรับ เมื่อเกิดเื่นินทา ท่านคิดว่ามันจะกระทบกับชื่อเสียงของข้าหรือไม่เล่า”
จวงหุยเหนียงคิดตามก็เห็นว่าจริง แม้แต่ตนเองนินทาผู้อื่น ตนเองยังพูดเกินจริงจนคนที่ถูกพูดถึงไม่กล้าออกจากบ้านตั้งหลายวัน แล้วลูกชายของนางที่เป็บัณฑิตย่อมหน้าบางกว่าชาวบ้านทั่วไป อีกทั้งชื่อเสียงของบัณฑิตก็สำคัญ ทั้งหมดล้วนมีผลต่ออาชีพการงานในอนาคตทั้งนั้น “ก็ได้...ข้าจะไม่เอาความกับนังสารเลวนั่นก็ได้ แต่ถ้าครั้งหน้านางยังกล้ามาทำร้ายเ้า ถึงตอนนั้นเ้าก็ไม่ต้องมาห้ามข้าแล้ว ข้าจะเอาเืของมันมาชดเชยให้เ้าเอง”
จวงหุยเหนียงเดินออกจากบ้านเพื่อไปขอซื้อสมุนไพรจากหมอประจำหมู่บ้านมารักษาลูกชาย
ถังซุนหันมามองถังหลี “ครั้งนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เ้าจะขู่ข้าได้”
ถังหลียิ้มให้น้องชายอย่างไม่มีท่าทางหวาดกลัว “ครั้งนี้ก็จะเป็ครั้งเดียวที่เ้าจะทำร้ายพี่สะใภ้ได้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ต่อให้ข้าไม่พูดเื่เลวๆ ของเ้า แต่การกระทำของเ้าต่างหากที่จะทำให้คนอื่นรู้ได้ด้วยตัวมันเอง อ้อ...ไม่ใช่แค่พี่สะใภ้ พี่ใหญ่ของข้าเ้าก็ห้ามแตะต้องเขา”