ยามนั้นหัวใจของเว่ยเซี่ยแทบจะแหลกเป็นเสี่ยง เพราะใบหน้าของหญิงสาวผู้งดงามภายในห้องนอน ที่กำลังจะร่วมรักกับผู้ชายอีกคนช่างเหมือน ฟางเหนียง มารดาของมันเสียเหลือเกิน ราวกับเป็นคนคนเดียวกัน
"นี่มัน….เป็นไปไม่ได้ ท่านแม่ของข้าจะ…. หือ? ประเดี๋ยวก่อน มีบางอย่างไม่ถูกต้อง"
เว่ยเซี่ยหรี่ตามองหญิงสาวคนเดิมอีกครั้งอย่างตั้งใจ ก่อนที่มันจะเริ่มพบกับความจริงที่ว่า สตรีนางนี้หาใช่มารดาของมันไม่..! ข้อแรกนางมีไผเม็ดเล็ก ๆ ตรงมุมปาก ซึ่งฟางเหนียงไม่มี สอง ด้วยขนาดรูปร่าง ขนาดของทรวงอกที่ดูใหญ่กว่าของฟางเหนียงพอสมควร และสาม โทนเสียงที่เอ่ยยามพูดออกมา ค่อนข้างทุ้มต่ำกว่าฟางเหนียงพอสมควร ดังนั้นสตรีนางนี้จึงไม่ใช่มารดาของมันอย่างแน่นอน... เช่นนั้น แล้วนางเป็นผู้ใดกันเล่า? ถึงได้มีใบหน้าละม้ายคล้ายฟางเหนียงได้ถึงเพียงนี้
เว่ยเซี่ย อยากรู้ใจจะขาด แต่มันก็มิรู้ว่าตนควรจะต้องทำเช่นไรต่อดี ก่อนที่ในยามนั้นจะได้มีเสียงใส ๆ ของเด็กสาวผู้หนึ่งตวาดดังลั่นขึ้นมาด้านหลังของมัน
"เจ้าเป็นผู้ใดกัน..!! และมาทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ หน้าห้องของท่านพ่อ ท่านแม่ข้า"
เสียงนั้นทำเอาเว่ยเซี่ยตกใจเป็นอย่างมาก และมันยังดังไปเข้าหูของทั้งทหารยามที่เฝ้าอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น ร่วมถึงชายหญิงสองคนในห้องด้วย
"ผู้ใดอยู่ตรงนั้น…!!" ชายในห้องแผดเสียงดังลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมกับส่งรังสีอำมหิตอันรุนแรงแผ่ซ่านออกมา นั่นทำให้เว่ยเซี่ยถึงกับขนลุกไปทั่วร่าง เพราะมันรับรู้ได้ทันทีว่า คนผู้นี้มีกำลังภายใน และวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา น่าจะมากที่สุดเท่าที่มันเคยพบ แต่ยกเว้น อดีตประมุขพรรคมาราคะเฒ่า หยวนซิงก้าน ซึ่งคนผู้นี้มีความสามารถในการปกปิดฝีมือแท้จริงเอาไว้ซึ่งน่าจะเหนือกว่าผู้ชายในห้องหลายขั้น
"ท่านพ่อมีคนร้ายบุกเข้ามาในพรรคออกมาจัดการมันเลย..!" เสียงของเด็กสาวคนเดิมร้องออกมาพร้อมชี้นิ้วมาที่เว่ยเซี่ย
"ชิ.! แผนของข้าพังหมดแล้ว เพราะเจ้าแท้ ๆ ยัยเด็กบ้า มานี่เลย" ยามนั้นเว่ยเเด็ดเดี่ยวยทั้งตกใจ ทั้งโกรธที่แผนการของมันถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี ไหนจะมีเด็กสาวที่ไหนก็ไม่รู้มายืนชี้หน้าส่งเสียงดังโวยวายเรียกคนอื่น ๆ มาอีก แต่เว่ยเซี่ยก็มีไหวพริบในการเอาตัวรอดพอสมควร เพราะเมื่อครู่มันได้ยินนางเรียก ผู้ชายในห้องว่าบิดา เช่นนั้นหากจับเด็กสาวผู้นี้เป็นตัวประกัน แล้วหลบหนี ย่อมจะมีทางรอดมากกว่า มันจึงพุ่งเข้าไปรวบเอวของนาง แล้วใช้วิชาตัวเบา ฝ่าเท้ามารราคะท่องวายุ เร่งหลบหนีในทันที
"ปล่อยข้านะเจ้าคนชั่ว..! จะพาข้าไปไหน เจ้าหนีไม่รอดหรอก ท่านพ่อของข้ามีวรยุทธ์สูงส่ง เจ้าตายแน่..!" เด็กสาวที่เว่ยเซี่ยโอบร่างอยู่ร้องเสียงดังโวยวาย แถมดีดดิ้นไม่หยุด
"หุบปากไปเลยยัยบ้า..! เพราะเจ้าคนเดียวทำเอาแผนการของข้าพังหมด หนีไม่พ้นกระนั้นรึ? ก็มาลองดูกัน" เว่ยเซี่ยตวาดนางกลับ พร้อมเร่งความเร็วเพิ่มขึ้น
แต่ในเวลาไล่เลี่ยกัน บิดา และมารดาของเด็กสาวผู้นั้น ก็สวมเสื้อผ้าอย่างหลวม ๆ และออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว ทั้งสองเห็นใบหน้าของเว่ยเซี่ย อยู่ครู่เดียว แล้วก็เห็นบุตรสาวของพวกมันถูกจับไป
หญิงสาวผู้เป็นมารดาดูจะมีสีหน้าตกใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะพลันเปลี่ยนเป็นตึงเครียด ผิดกับสามีนางที่ ดูโมโหสุด ๆ มันและพวกทหารยามพร้อมอาวุธในมือจึงได้รีบไล่ตามไปคิด ๆ และพอทุกคนจากไป หญิงสาวผู้นั้นก็รีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อทำอะไรบางอย่าง…
ระยะห่างของคนสองกลุ่มที่กำลังไล่จับกันอยู่นั้นช่างแตกต่างกันยิ่งนัก ฝ่ายหนึ่งเร่งฝีเท้าสุดกำลังแต่ก็มิอาจร่นระยะห่างให้เหลือน้อยจนเข้าใกล้ได้
"มันเป็นผู้ใดกัน? และลอบเข้ามาถึงในพรรคตั้งแต่เมื่อไร ทำไมข้าถึงไม่รู้ตัว แถม…..วิชาตัวเบาที่ใช่อยู่ก็ไม่ธรรมดาเลย ขนาดข้าเองที่เร่งโคจรลมปราณสูงสุดก็ยังมิอาจตามทัน…"
ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้นั้นกำหมัดแน่น และกัดฟันกรอด แท้จริงมันมิได้ห่วงบุตรสาวที่โดนจับอยู่เลยสักนิด หากแต่รู้สึกคับแค้นใจเสียมากกว่าที่โดนกระตุกหนวดเสือ
"ฮ่าๆๆๆๆ เห็นไหมเล่ายัยบ้า ว่าข้านั้นรวดเร็วยิ่งกว่าบิดาของเจ้าเป็นไหน ๆ" เว่ยเซี่ยหัวร่อออกมาอย่างผู้มีชัยในขณะที่กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว เด็กสาวร่างอวบอั๋นในอ้อมแขนของมันรู้สึก เสียหน้าเป็นยิ่งนัก แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายก็พลันปรากฏขึ้นมาแทนก่อนที่นางจะกล่าวว่า
"ดูเหมือนข้าจะคิดผิดจริง ๆ วิชาตัวเบาของเจ้าล้ำลึกกว่าบิดาของข้ายิ่งนัก แต่ว่า……"
"แต่อันใด? " เว่ยเซี่ยหันไปมองหน้าของนางพร้อมกับสังหรณ์ใจไม่ดี
"แต่ว่า….เจ้ารู้รึทางออกอยู่ตรงไหน? ดูท่าเจ้าคงจะรีบใช้แผนชั่วลอบเข้ามา แต่น่าจะไม่รู้วิธีกลับออกไปสินะ…." วาจาของเด็กสาวที่เปล่งออกมาทำเอา ดวงตาของเว่ยเซี่ยเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"จะ จริงด้วย..! ก่อนหน้านี้ข้ามัวแต่โมโห และตกใจที่โดนจับได้ ก็เลยรีบร้อนหนีอย่างเดียว มิรู้ตัวเลยว่า ยามนี้มาอยู่ในส่วนไหนของพรรคเข้าแล้ว" พอเด็กสาวเห็นสีหน้าตกใจของเว่ยเซี่ย นางก็รู้แจ้งได้ในทันทีว่าตนเองคิดถูก
"ข้ากล่าวถูกสินะ เจ้าโจรอ่อนหัด เชิญเจ้าหนีไปเรื่อย ๆ จนหมดแรงเถอะ แต่ให้เจ้ามีวิชาตัวเบาล้ำลึกสักเพียงไหน แต่อีกไม่นานก็คงต้องอ่อนแรงลงแน่ และเมื่อถึงยามนั้นก็เตรียมตัวตายได้เลย"
"นี่เจ้า..!"
"อะ อะ อะ และอย่าคิดจะข่มขู่ข้าเพื่อให้ยอมบอกทางออกเชียวล่ะ ข้าไม่มีวันทรยศพรรคแน่นอน"
เหมือนนางอ่านใจของเว่ยเซี่ย ออก ตอนแรกมันก็คิดจะทำเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นแววตาแข็งกร้าว และเด็ดเดี่ยวของนาง เว่ยเซี่ยรู้ได้ทันทีว่าไม่มีทางทำสำเร็จเป็นแน่ แถมคนของพรรคมารราคะก็ทยอยกันออกมาตามล่าตัวมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
"บัดซบ..! แบบนี้เห็นที่ข้าคงจะไม่รอดเป็นแน่" ยามนั้นเว่ยเซี่ยดูกระวนกระวายเป็นยิ่งนัก มันมิรู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี หากสู้กันตัวต่อตัวอาจจะพอมีหนทางชนะ แต่นี่มากันทั้งพรรค ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ยากจะรอด เรื่องหนียิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะมันไม่รู้ทางออก
ทว่า....ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังนี่เอง จู่ ๆ เบื้องหน้าของมัน ก็ได้มีสตรีลึกลับสวมผ้าปิดบังใบหน้าในชุดสีดำผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้น
เว่ยเซี่ยตื่นตกใจมากเพราะคิดว่าตนคงหนีไม่รอดแล้ว แต่ทว่า..สตรีผู้นี้มิได้มีท่าทางเป็นศัตรู หรือ พุ่งเข้ามาเล่นงานมัน หากแต่นางยังทำไม้ทำมือ ให้รีบตามนางไปอีกด้วย เว่ยเซี่ยนั้นรู้สึกแปลกใจเป็นที่สุด แต่ในเมื่อไม่มีหนทางที่ดีกว่านี้ มันจึงต้องยอมตามไป ส่วนเด็กสาวในอ้อมแขน ตอนแรกนางก็ตกใจเช่นกันที่เห็นสตรีลึกลับผู้นี้โผล่มา แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่วินาที ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง อ้าปากค้างจนพูดอะไรไม่ออก ราวกับตื่นตกใจสุดขีด เมื่อรู้แล้วว่า สตรีลึกลับผู้นี้เป็นใคร…
จบบทที่ 48