ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    หมิงเฉียน

            เมื่อเห็นต้าหมิงสามารถควบคุมกลิ่นอายสังหารของตนเองได้ในพริบตาหลายคนก็กลายเป็นผิดหวังโดยเฉพาะพวกหยางเซิ่น ด้วยพลังของต้าหมิงอีกไม่นานจะต้องมาถึงชั้นที่ 3 อย่างแน่นอน

            “ในชั้นที่ 2 ใครกันจะหยุดอสูรคลั่งได้” จอมเวทย์ที่อยู่ในชั้นที่ 2 พากันกล่าวด้วยสีหน้ากังวล

            “ต่อไป” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ฟุบ!!!!!!!”

            จอมเวทย์ระดับจอมพลขั้นต้นคนหนึ่งขึ้นมาบยสนามประลองอีกครั้ง คราวนี้เป็นหญิงสาวที่สวมหน้ากากเอาไว้แบบเดียวกับต้าหมิงแต่เสน่ห์เย้ายวนของนางยังคงปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องเพราะเสื้อผ้าที่แสนบางของนางทำให้เห็นสัดส่วนของนาง

            “น้องชายอสูรคลั่งพี่สาวคนนี้ไม่มีทางเลือกที่จะต้องหยุดเจ้าเอาไว้ที่นี่เพราะงั้นอย่าโกรธพี่สาวเลย” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ายวน แสงของนางทำให้วิญญาณของต้าหมิงสั่นใหวทันที

            “จอมเวทย์วิญญาณงั้นเหรอ” ต้าหมิงตื่นตระหนกใช้พลังความเย็นทำให้สติของตนเองกลับมาเป็นปกติทันที

            แต่ในขณะที่ต้าหมิงใช้เวลาในการควบคุมสติของตนเองร่างของหญิงสาวก็กลายเป็นควันสีม่วงและเข้าใกล้ต้าหมิงในพริบตา มีดสั้นอาบยาพิษแทงออกไปหมายจะแทงให้ทะลุหัวใจของต้าหมิง

            “เหอะ ผู้ใช้มายาสังหารงั้นเหรอ เจ้าคงมาจากเผ่าภูติสินะ” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            ในตอนนั้นเองในมือของต้าหมิงก็ปรากฏหอกเล่มหนึ่งและกวาดออกไปปัดป้องการโจมตีของหญิงสาวทันที ใบหน้าของหญิงสาวตื่นตระหนกและถอยออกไปแต่ต้าหมิงกลับไม่หยุดโจมตี ต้าหมิงปาหอกออกไปพร้อมกับเคลื่อนใหวตรงหาหญิงสาวพร้อมกับหอกที่พุ่งออกไปทันที

            “อะไรกัน!!!!!!” หญิงสาวตื่นตระหนกและหลบการโจมตีอีกครั้ง

            แต่ต้าหมิงกลับรวดเร็วอย่างมากพริบตาด้านหลังของต้าหมิงปรากฏแขนอีก 3 คู่ที่ถูกสร้างจากเวทย์น้ำแข็งงอกออกมาและในมือเหล่านั้นต่างก็มีอาวุธอยู่

            “นี่หนะหรือพลังที่เจ้าแอบซ่อนเอาไว้” หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจ

            ตามจริงนางเป็นหมากที่หมิงเย่สั่งให้มาตายเพื่อทดสอบพลังที่แท้จริงของต้าหมิงซึ่งนางเองก็ไม่สามารถขัดอีกฝ่ายได้เพราะสถานะของอีกฝ่ายนั้นสูงอย่างมากในเผ่าภูติ ต้าหมิงชี้หอกไปที่คอของหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชา

            “ข้าจะให้เลือก ติดตามข้าหรือตาย” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ทำไมเจ้าถึงให้ตัวเลือกกับข้า” หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ในสังเวียนนี้สังหารตัวนางน่าจะง่ายกว่าไม่ใช่หรือ

            “ข้าเสียดายนะ ด้วยฝีมือแบบเจ้ากลับต้องมาเป็นหมากตัวหนึ่งของคนอื่นมันชั่งไม่คุ้มเสียเลย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับมองไปยังชั้นที่ 3 ซึ่งมีหมิงเย่ยืนมองอยู่

            “เจ้าไม่กลัวว่านี่จะเป็นแผนของข้างั้นเหรอ” หญิงสาวกล่าว

            “แววตาของเจ้านั้นมันเตรียมใจที่จะตายตั้งแต่ลงมาสนามประลองแล้ว” ต้าหมิงกล่าวคำพูดสั้นๆแต่หญิงสาวกลับสั่นสะท้าน นางไม่คิดว่าต้าหมิงจะสามารถเข้าใจตัวนางได้หลังจากเพียงสบตากับอีกฝ่าย

            “แล้วเจ้าแน่ใจงั้นเหรอว่าจะไม่เสียใจทีหลัง” หญิงสาวกล่าว

            “จะเสียใจหรือไม่มันคือตัวข้าเจ้าไม่ต้องมากังวล” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับหันไปทางผู้ดูแลทันที

            “ได้ ข้าตกลงจะติดตามเจ้า” หญิงสาวกล่าวนางเองก็ไม่คิดว่านางจะต้องมาติดตามอสูรคลั่งแบบนี้ แต่สำหรับนางที่ถูกสั่งมาให้ตายมันก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

            “ลงชื่อให้นางเป็นผู้ติดตามข้า ส่วนนี้คือเหรียญทองที่ต้องจ่าย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับมอบเหรียญทองให้กับชายชรา

            “ย่อมได้” ชายชราไม่ขัด

            สัญลักษณ์ของหญิงสาวหายไปและถูกดูดซับโดยต้าหมิง ต้าหมิงที่เปิดเผยหนึ่งในพลังของตนเองออกมาทำให้ผู้คนแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา

            “ในข้อมูลอสูรคลั่งเป็นจอมเวทย์อสนีไม่ใช่เหรอ หรือว่าอสูรคลั่งมีธาตุคู่กัน” ผู้คนพากันเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            “มันไม่เห็นจะแปลกเลย อสูรคลั่งเป็นอัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัยการจะมีพรสวรรค์ด้านพลังเวทย์สักสองหรือสามธาตุมันไม่ใช่เรื่องแปลก” ชายชราคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าสงบแต่จิตใจกลับเกรงกลัวอัจฉริยะคนนี้อย่างมากด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับมีความสามารถต่อสู้ที่น่าหวาดกลัวเหลือเกิน

            “เจ้ามีนามว่าอะไร” ต้าหมิงพาหญิงสาวเดินลงจากสนามประลองทันที เพราะการประลองเริ่มวุ่นวายมากเกินไปทำให้ต้าหมิงไม่อยากจะประลองต่อ

            “หมิงเฉียน” หมิงเฉียนกล่าวพร้อมกับถอดหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามและอ่อนหวาน

            “จากนี้ไปเจ้าจะไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเผ่าภูติอีก บุญคุณความแค้นทั้งหมดได้หายไปบนสนามประลองเมื่อครู่แล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ข้าเข้าใจแล้ว” หมิงเฉียนกล่าว

            “พวกเจ้าทั้งสองสอนหน้าที่สาวใช้ให้กับนางด้วย” ต้าหมิงกล่าวก่อนจะกลับไปพักในโรงเตี้ยม

            “สาวใช้งั้นเหรอ….” หมิงเฉียนกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ

            ในตอนแรกนางคิดว่าต้าหมิงจะให้นางทำหน้าที่ในการรอบสังหารหรืออะไรแบบนี้แต่นางกลับไม่คิดว่าต้าหมิงจะให้นางมาเป็นสาวใช้ จอมเวทย์ระดับจอมพลมาเป็นสาวใช้นี่ออกจะทำให้หลายคนต้องกระอักเลือดได้

            “อสูรคลั่งชั่งร้ายกาจมากจริงๆ สามารถทำให้คนของข้าติดตามไปได้ในพริบตา” หมิงกล่าวพร้อมกับกำหมัดแน่นจิตสังหารในดวงตาเปล่งประกายออกมาอย่างต่อเนื่อง

            “แล้วเราจะทำอย่างไร หมิงเฉียนนั้นรู้ความลับของเผ่าภูติมากมายถ้านางเผยข้อมูลนั้นออกไปเผ่าภูติของเราอาจจะได้รับความเสียหายก็ได้” ฉื่อเล่อกล่าว

            “หาโอกาสสังหารนางซะ” หมิงเย่กล่าว

            “คุณหนูไม่ต้องกังวลนางจะอยู่ได้อีกไม่นานแน่” หญิงชราที่ติดตามหมิงเย่มากล่าวขึ้น

            ในวันต่อมาต้าหมิงก็ปรากฏตัวที่สนามประลองอีกครั้ง คู่ต่อสู้ของต้าหมิงล้วนเป็นระดับจอมพลทั้งสิ้นแต่ต้าหมิงกลับไม่เกรงกลัวและเข้าต่อสู้อย่างบ้าคลั่งและสังหารอีกฝ่ายอย่างไร้ความปราณี

            “ไม่มีใครหยุดอสูรคลั่งได้แล้วมีเพียงสังเวียนที่ 3 เท่านั้นที่เหมาะกับอสูรคลั่ง” ผู้คนที่เห็นอัจฉริยะมากมายต้องตายไปก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวและเคารพ

            ต้าหมิงนั้นไม่ได้ใช้ลูกเล่นอะไรในการต่อสู้แต่เข้าปะทะกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาและสามารถเอาชนะได้อย่างไม่มีปัญหานี่ทำให้จอมเวทย์หลายคนรู้สึกรับถืออสูรคลั่งอย่างมาก

            “อสูรคลั่งสามารถเอาชะคู่ต่อสู้ได้ครบ 10 คนจะได้รับแต้มสังหาร 5000 แต้มและได้ขึ้นไปยังสังเวียนที่ 3 ทันที” ผู้ดูแลสังเวียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ

            ต้าหมิงในตอนนี้ได้รับแต้มสังหารมาถึง 20,000 แต้มสังหารซึ่งเป็นแต้มสังหารที่ค่อนข้างมากสำหรับเด็กใหม่อย่างต้าหมิง หลังจากที่ต้าหมิงได้ขึ้นไปยังชั้นที่ 3 เหล่าอัจฉริยะในชั้นที่ 2 ก็พากันถอนหายใจออกมาในที่สุดดาวร้ายของพวกเขาก็จากไปเสียที

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน