บทที่ 12
ออมสินมองหน้าชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามรักยิ้มเล็กๆแก้มซ้ายฉายแววน่ารักสดใส ในใจตอนนี้มีแต่ความปลาบปลื้มเธอไม่เคยกลัวปัญหาใดๆมีแต่ความยินดี ความอบอุ่น ความปลื้มปิติ ความรู้สึกที่อยากจะอยู่กับผู้ชายตรงหน้าคนนี้ทั้งวัน....และทั้งคืน
‘บ้าแล้วเรา คิดอะไรอยู่วะนี่’ออมสินคิดในใจแววตาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยกลับฉายแววมีความสุขด้วยซ้ำ
“แกคิดอะไรอยู่วะ กลัวอะไรเป็บ้างป่าวนี่”กานดากระทุ้งศอก
“ไม่อ่ะเพราะชั้นมี.....”แววตาสานสบกับทรงกลด เสียงพึมพำ
“มีอะไร...แก”ต่างจ้องหน้าออมสินรอคำตอบ
“ก็...มีพวกแกงัย”
“ชั้นรู้หรอกว่าแกจะสื่ออะไร”ดิ๊สค์รู้ทัน
กว่าจะเสร็จมื้อนี้ก็ร่วมสองชั่วโมงกว่าทรงกลดเรียกเช็คบิล ่บ่ายคล้อยจึงชวนกันออกจากร้านทั้งหมดเดินเตร็จเตร่แถวหน้าวิทยาลัยฯวันนี้หมดชั่วโมงเรียนกันแล้ว
“ทรงกลดวันนี้เราไปฟอสส์วิลล่ากันดีมี๊ย”กานดาเอ่ยปากชวน เธอรู้ว่าแค่ชวนทรงกลดคนเดียวที่เหลือ ไม่ใช่ปัญหา
“แต่วันเลยเหรอแก”เติมขวัญตาโตถาม
“เหอะเหอะ ใครไหวไปก่อน ชั้นมีแลปต้องเคลียเพียบเลย” ดิ๊สค์ขอตัว
“บทคำนิยามเบื้องต้นแกซาโล่วเลยนะดิ๊สค์
“ก็คงเป็งั้นหล่ะเจมส์
ฮ่าฮ่า ฮ่า ทั้งกลุ่มพร้อมใจกันหัวเราะ ทุกคนเข้าใจ ร่วมงานกับ 2 หนุ่มฮ็อตค่าตอบแทนคงมีแต่จดหมายน้อยของสาวๆต่างคณะเท่านั้นเหนื่อยแน่ ดิ๊สค์เอ๋ย “นั่นเค้ามุงอะไรกันอ่ะ ไปดูกันเหอะ”ออมสินเหลียวไปเห็นฝูงชนกำลังมุงอะไรสักอย่างอยู่ในสวนสาธารณะเธอวิ่งข้ามถนนตรงดิ่งไปที่เกิดเหตุ เพื่อนๆที่เหลือรีบสาวเท้าตามไปติดๆ
ภาพตรงหน้าฝูงชนพลุกพล่านละลานตาประมาณสามสิบคน ยืนล้อมดูเหตุการณ์ ชายคนหนึ่ง ถูก อีกคน ไล่ต่อยเซไปเซมามีหนุ่มลูกครึ่งเอเชียกับสาวน้อยในชุดนักศึกษาหน้าตาคม ตาโต จัดว่าเป็คนสวยคนหนึ่งยืนกอดอกดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆชายอีก2คนน่าจะเป็บอดี้การ์ดยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ
“เฮ๊ย! พี่วินหว่ะแก” เติมขวัญพูดขึ้นอย่างใ
“อืม”
“รู้จักกันเหรอ”ทรงกลดเอ่ยถาม
“อืม”สามสาวตอบพร้อมกัน
“แฟนใครเหรอ”
“อืม”
“พวกแกพูดอย่างอื่นไม่เป็กันแล้วใช่มั๊ย”ดิ๊สค์เริ่มรำคาญ
“อืม”
ก็ใครจะมีกะจิตกะใจตอบคำถามภาพตรงหน้าดูโหดร้าย น่าสยดสยอง ชายคนที่ถูกต่อยคือ วินทวัส เบิงกอลดี รุ่นพี่ที่พวกเธอเพิ่งรู้จักส่วนคนต่อยก็ หน้าตาดี แต่งตัวสะอาดสะอ้าน เสื้อแจ๊คเก็ตสวมทับเสื้อยืดคอกลมกางเกงยีนส์ดำ เรียกว่า หล่อชนหล่อเลย งานนี้จะไม่ให้สาวๆกรี๊ดได้งัย
วินทวัสหน้าตาบวมปูดผงะถอยหลังเซไปเซมาทุกครั้งที่โดนหมัดกระแทกใส่ใบหน้า ก่อนจะล้มลงบอดี้การ์ดร่างั์2 คน ก็เข้ามาประคองเขาไว้ โพสอิทหลากสีเกลื่อนกระจายเต็มพื้นหญ้า
“ออมแกดู นี่ไม่ใช่ที่ส่งให้แกเหรอ”เติมขวัญหยิบโพสอิทแผ่นหนึ่งใกล้ๆเท้ายื่นส่งให้ออมสินรับมาหน้าตางงๆ ลายมือนี้ ใช่เลย
“เฮ๊ย!นี่พี่วินเองเหรอ” เสียงออมสินอุทานทุกคนเริ่มเข้าใจอะไรลางๆ ไอโรคจิตที่ชอบส่งโพสอิทให้ออมสินก็คือ วินทวัส?
สองบอดี้การ์ดประคองวินทวัสที่อยู่ในสภาพยับเยินตาปรือ คอตก เืไหลเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้า
“ทีหลังมึงอย่ามายุ่งเื่ของกูอีกถ้าไม่อยากเจ็บตัวมึงรู้มั๊ยว่ากูเป็ใคร” ชายหนุ่มชี้หน้าวินทวัส
“ไอสัสสส!” วินทวัสพยายามลืมตาที่ใกล้จะปิด ฝืนพูดออกมา
“เกิดเื่อะไรเหรอครับพี่”เจมส์หันไปถามชายด้านข้างเขามองซ้ายมองขวาอย่างระแวงสีหน้าหวาดๆแล้วหันมาพูดเสียงเกือบกระซิบ
“น้องอย่าไปยุ่งกับเค้าเลยไอคนนั้นมันชื่อ สิทธา แล้วนั่นน้องสาวชื่อ อลิสาได้ข่าวว่ามันชอบส่งข้อความให้กับสาวสวยๆ ไอ้นี่มันสตรองเกอร์โรคจิตเลยนะข่าวนักเรียนที่ะโหอตายเมื่อเดือนที่แล้วสงสัยว่าเป็ฝีมือมัน”
“อ้าวแล้วตำรวจไม่จับเหรอ อย่างนี้”
“ไม่มีหลักฐานนะสิแล้วมันก็เป็ลูกชายผู้ว่าการด้วย ใครจะกล้าไปยุ่งหล่ะ”
“แล้วคนที่โดนซ้อมหล่ะพี่”
“อ่อไอวินเหรอ เตะฟุตบอลด้วยกันทุกเย็น ไม่รู้ยังงัยนะมาถึงก็กระชากเสื้อโปรยโพสอิทเต็มพื้นนี่แหล่ะ ไอนั่นก็ไม่ฟังเสียง ต่อยๆๆๆอย่างเดียว”
พอจับความได้ว่าไอลูกผู้ว่าการคนนี้คงโดนจับได้เื่โพสอิทวินทวัสตามมาเอาเื่ แต่เขามาคนเดียวจะสู้พวกมากกว่าได้อย่างไร
สิทธาวิรโรจน์ กับอลิสา วิรโรจน์สองพี่น้อง วัยยี่สิบและสิบหกปี ลูกของ พิชิตชัยวิรโรจน์ผู้ว่าการใหญ่เมืองกรีนแลนด์ สิทธา นิสัยเ้าชู้ เกเร ก้าวร้าว ส่วนอลิสา สวย เชิด หยิ่ง หรูหราไม่เห็นหัวใคร เพราะความเป็ลูกสุดรักจึงไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย ปกติทั้งคู่จะมีบอดี้การ์ดสองคนคอยดูแลแต่วันนี้ อลิสา อยู่กับพี่ชาย จึงไม่จำเป็ต้องใช้คนมากให้เกะกะ แค่คนของพี่ชายก็พอแล้ว
ส่วนหนุ่มเอเชียอีกคนคืออองแตฮวน เป็นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากเกาหลี เชี่ยวชาญเทควันโด กับคาราเต้เขาเป็เพื่อนสนิทของสิทธา
หนึ่งนักเลงสองบอดี้การ์ด กับอีกหนึ่งเทควันโด้สายดำ ระดับหกแค่นี้ก็พอจะเดาได้วินทวัสเอ๋ยแกฆ่าตัวตายชัดๆ
ตุบ! พั๊วะ! ผึก! พลั๊ก!
“สิทธายังคงรัวหมัดซ้ายขวาใส่ทั้งใบหน้าและลำตัววินทวัสเสียงกำปั๊นกระทบเนื้อฟังแล้วบาดใจผู้ชมรอบๆยิ่งนัก
“ออมเราไปแจ้งความดีมั๊ย”เติมขวัญเอ่ยเสียงสั่น
ทรงกลดหรี่ตามองวินทวัสโดนต่อยอยู่ข้างเดียวเขาคิดตาม ‘ยังงัยก็เพื่อนออมช่วยเหลือสักหน่อยก็ดี’ นิ่งคิดหาวิธีว่าจะช่วยยังงัยดี
เขาเหลียวมองสำรวจไปรอบๆด้วยความจำที่เป็เลิศ พบว่ามีคนคุ้นเคยเจ็ดสิบสองคน คนไม่รู้จักสิบห้าคน เก้าคนไม่วิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังเสี่ยงอยู่ดี ถึงแม้เื่แค่นี้สบายมาก เอาอยู่ แต่เขาจะแสดงตัวไม่ได้ ระยะนี้สังเกตุเห็นว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นหลายคนมีท่าทางน่าสงสัย เขาจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
และแล้วโอกาสก็มาถึงเมื่อสิทธารัวหมัดใส่ท้อง วินทวัสถึงกับเซถอยหลังมาทางนี้พอดีทรงกลดคว้าแขนประคองช่วยพยุงไม่ให้ล้ม เขามองสบตาวินทวัสลอบใช้นิ้วชี้แตะข้อศอกถ่ายทอดพลังบางอย่างให้วินทวัสออกอาการกะตุกเล็กน้อย ไม่มีใครเห็นสิ่งผิดสังเกตนี้ เพราะสภาพวินทวัสแสนจะย่ำแย่อยู่แล้วพร้อมที่จะล้มลงได้ทุกเมื่อ
“เฮ๊ย! อย่าเสือก มึงอยากตายอีกคนเหรอ” สิทธาตะคอกเสียงดัง ทรงกลดรีบปล่อยมือออกอาการใ
สิทธาปรี่เข้าใส่วินทวัสอีกครั้งชกหมัดซ้ายขวาใส่ใบหน้าทันทีวินทวัสร่างส่ายโงนเงน กลับหลบหมัดชุดนี้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ท่าทางดูพลิ้วเป็ธรรมชาติอย่างกับหวงเฟยหงร่ายรำมวยหมัดเมายังงัยยังงั้น
วืดวืด ขวับ ขวับ แย็บ ฮุค อัพเปอร์คัพ ทุกหมัดของสิทธาดูเป็ระเบียบ สวยงามต่อเนื่องวินทวัสยังคงส่ายร่างหลบด้วยท่าทางยียวนกวนสุดๆกลับหลบรอดไปได้อย่างฉิวเฉียดทุกครั้งไปหมัดของสิทธาล้วนไร้ผล อาการอย่างนี้ภาษาไพ่เรียกว่า ‘จั่วลม’
ฝ่ายหนึ่งไล่ต่อยอีกฝ่ายโยกหลบ สิทธาเริ่มออกอาการแล้ว ไม่ใช่อาการเมาหมัดแต่เป็อาการโมโหสุดขีดถ้าควันออกหูได้คงได้เห็นกันคราวนี้ เริ่มมีเสียงเชียร์รอบด้านทำให้สิทธาโกรธตาวาวหูแดงเลยทีเดียว
เฮ! เฮ! เฮ!เฮ! เสียงเหล่าคนมุงร้องเชียร์อย่างสนุกสนานทุกคนเริ่มมีอารมณ์ร่วมไม่มีใครกลัวสิทธาอีกต่อไปเมื่อรังแกกันเกินไป พลังเงียบก็จะออกมาต่อต้านเอง นี่คือกฎของธรรมชาติ
อองแตฮวนที่ยืนมองอย่างเงียบๆ หลี่ตาเอียงคอ รู้สึกฉงนกับภาพตรงหน้า และแล้วสายตาเขาก็เบิกกว้างด้วยอาการใเสียงกรีดร้องขออลิสาดังอยู่ใกล้ๆ
วินทวัสที่โงนเงนสลึมสลือย่อตัวปล่อยหมัดฮุคขวาสวนเข้าปลายคางสิทธาอย่างจัง
พั๊วะ! กร๊อบ! โครม! เสียงหมัดกระแทกปลายคางอย่างถนัดถนี่ เสียงกระดูกกรามหักดังสนั่น ร่างของสิทธาเสียการทรงตัวลอยละลิ่วปลิวถอยห่างออกไปร่วมสามวาหล่นกระแทกพื้น นอนสงบแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น
ส่วนวินทวัสเ้าของแชมป์ไฟต์นี้ ร่างทรุดฮวบหมดสติทันที คงหมดแรงเฮือกสุดท้ายของเขา
เงียบทุกอย่างเงียบ ทุกคนตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า ใครจะคิด หมัดเดียวแค่หมัดเดียวเท่านั้น นี่คือหมัดกระชากิญญาหมัดที่ทุกคนจดจำไม่มีวันลืม
หลังเหตุการณ์สิทธา ถูกลูกน้องหามขึ้นปอร์เช่คันงามและจากไป ส่วนวินทวัสเพื่อนๆช่วยกันประคองกลับที่พักทรงกลดและพวกต่างแยกย้ายกลับบ้าน เหล่าคนมุงเริ่มกระจายหายไปพร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาทุกคนยังตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายคนถึงกับยกมือทำท่าทางฮุคขวาด้วยอารมณ์สะใจ
‘อืมแถวนี้มีอะไรแปลกๆ มีเื่หักมุมเกิดขึ้นอยู่เรื่อย’ชายร่างท้วมวัยห้าสิบสองปีในชุดจ๊อคกิ้งสวมเฮดโฟนตัวจิ๋วข้างหูซ้ายพึมพำกับตัวเอง
“ได้ภาพมั๊ย”
“เพียบเลยครับบอส”เสียงดังลอดมาทางเฮดโฟน
“ตรวจสอบทุกคนในเหตุการณ์นี้”
“ครับบอส”
กล่าวจบชายผู้ถูกเรียกว่า‘บอส’ ก็ออกวิ่งเหยาะๆหายลับไปในสวนสาธารณะด้านหลัง