บทที่9-1 อาถรรพ์
เมื่อหลงจู๊เฉาได้เดินออกจากห้องไปแล้วเหลือไว้แต่ความกระอักกระอ่วนใจที่เขาได้สร้างไว้ให้กับหนุ่มสาวทั้งสองคนเว้นแต่สาวใช้ทั้งสองคนของหวังิซินที่หันมองหน้าและยิ้มให้แก่กัน แต่ก็ต้องรีบก้มหน้าหลบซ่อนรอยยิ้มของพวกตนไว้
“คุณหนูอย่าได้ถือสากับคำพูดของหลงจู๊เฉาเลยข้าเห็นว่า จิ่งเทียนรักท่านเหมือนพี่สาวจึงกำชับให้คนงานเคารพและคอยให้ความช่วยเหลือท่านอีกอย่างข้ามีข่าวเื่อาถรรพ์เ้าสาว มิอยากให้ผู้ใดต้องมาเดือดร้อนด้วย”
เื่อาถรรพ์เ้าสาวของคุณชายหลิวอี้โจวหวังิซินก็พอรู้มาบ้าง เื่เกี่ยวกับว่าที่เ้าสาวทั้งสามคนของเขาได้เสียชีวิตก่อนวันแต่งงานเหมือนกันทั้งสามคน ทำให้จนถึงตอนนี้ชายหนุ่มมีอายุสิบเก้าปีแล้วแต่ยังมิได้แต่งงาน
ทางด้านชายหนุ่มเขาไม่เชื่อเกี่ยวกับเื่อาถรรพ์เ้าสาวของเขา เขาคิดว่า ต้องเป็แผนร้ายของใครสักคนเพียงแต่เขายังหาตัวผู้บ่งการไม่เจอ จึงไม่อยากให้สตรีคนใดต้องมาเสี่ยงชีวิตอีกโดยเฉพาะสตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้
เขาได้พบนางครั้งแรกบนเรือสำราญนางกำลังเอ่ยปลอบใจน้องชายของเขาอยู่ ตอนนั้นนางอายุเพียงแค่สิบเอ็ดหนาวแต่หน้าตาของนางส่อแววว่าเมื่อโตขึ้นจะต้องเป็โฉมสะคราญผู้หนึ่งอย่างแน่นอนหลังจากวันนั้นน้องชายของเขายังคงไปมาหาสู่กับหญิงสาวเสมอ เมื่อเขารู้ว่า นางชอบสิ่งใดก็จะเสาะหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้นางเสมอเพื่อตอบแทนที่นางมอบความรักและความอบอุ่นให้แก่น้องชายของเขา
จนกระทั่งถึงวันปักปิ่นของนางเขาได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ของอำเภออู่โหวนี้ด้วยเมื่อเขาได้เห็นนางจึงได้รู้ว่า จากเด็กสาวได้กลายเป็หญิงสาวโฉมสะคราญผู้หนึ่งไปแล้วเมื่อเขาเห็นรอยยิ้มงามพิลาสและดวงตาที่เปล่งประกายสดใสของนางหัวใจของเขาพลันเต้นระรัวราวกับกลองศึก สายตาพร่ามัวหลงมอมเมาไปกับรอยยิ้มของนางเขาจึงได้รู้ตัวว่า ความรู้สึกที่เขามีให้กับนางมันมากกว่าการ้าตอบแทนสิ่งที่นางทำให้กับน้องชายของเขาแต่เขายังไม่สามารถจัดการเื่ของตนเองได้จึงไม่อยากให้นางต้องมาเกี่ยวข้องและเสี่ยงอันตรายด้วย
หวังิซินได้ยินคำพูดของชายหนุ่มที่สวนทางกับสีหน้าและการกระทำของเขาอย่างยิ่งยวดตอนนี้ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู หวังิซินพิจารณาใบหน้าของเขาที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างถี่ถ้วนชายหนุ่มมีดวงตาดอกท้อสองชั้นที่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล ขนตายาวคิ้วดาบที่วางได้อย่างเหมาะเจาะบนใบหน้า จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากหยักได้รูปองคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าต่างสอดรับกันอย่างลงตัวช่างเป็ใบหน้าที่ชวนให้ผู้คนลุ่มหลงยิ่งนัก
ยิ่งตอนนี้ที่ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็สีแดงเนื่องมาจากความเขินอายกลับยิ่งเสริมรูปลักษณ์ให้น่ามองยิ่งขึ้น หวังิซินรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเริ่มกระตุก และเต้นรัวเร็วมากยิ่งขึ้นนางรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่า ทำไมหัวใจของนางจึงเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุทั้งๆ ที่นางนั่งเฉยๆ อยู่กับที่เช่นนี้
‘แปลกเสียจริงเกิดอันใดขึ้นกับหัวใจของข้า เหตุใดจึงต้องเต้นเร็วและแรงเช่นนี้’
ชายหนุ่มที่เริ่มจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้รีบเอ่ยถามหญิงสาวอย่างเป็การเป็งานว่า
“เกิดเื่อันใดขึ้นหรือไม่คุณหนูเหตุใดทางร้านลี่กันต้องให้เงินกับคนงานของคุณหนูด้วย”
หวังิซินจึงเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในโรงงานให้กับชายหนุ่มได้รับรู้
“แล้วคุณหนูจะทำเช่นไรกับคนงานหญิงคนนั้น”
“ข้าคงต้องเรียกนางมาพูดคุยว่า ข้ารู้เื่ทุกอย่างหมดแล้วข้าจะไม่เอาผิดนางแต่จะให้นางทำความดีไถ่โทษ โดยให้นางเป็สายสืบของข้า คอยหาหลักฐานความผิดและคอยสืบข่าวจากทางฝั่งนั้นว่าจะมีแผนร้ายอันใดอีกหรือไม่”
“เพราะข้าคิดว่าเื่แป้งทาหน้าของปลอมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ย่อมต้องเป็ทางร้านลี่กันเป็ผู้กระทำอย่างแน่นอน พอเห็นว่า ข้าสามารถแยกแยะของจริงกับของปลอมได้จึงเปลี่ยนแผนเป็จ้างคนงานของข้าให้วางยาพิษที่การผลิตเลย”
“คุณหนูต้องระวังให้มากคนป้องกันย่อมยากกว่าคนจ้องทำลาย ถ้ามีเื่ใดที่ข้าสามารถช่วยได้ขอให้คุณหนูรีบบอกกล่าว มิต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ เช่นนั้นข้ามีเื่หนึ่งอยากขอท่านเ้าค่ะ”
“คุณหนูอยากขอให้ข้าช่วยอันใดหรือ”
“ข้าอยากขอเรียกท่านว่า พี่อี้โจวและอยากขอให้ท่านเรียกข้าว่าน้องิซิน ได้หรือไม่เ้าคะ”
เมื่อชายหนุ่มเห็นหญิงสาวเอียงศีรษะถามเขาด้วยท่าทางน่ารักจึงรู้สึกว่า สายตาของตนเองพร่าเลือน คล้ายตกอยู่ในภวังค์ ยิ่งคำว่า พี่อี้โจวที่หลุดออกจากปากนางน้ำเสียงหวานใสของนางทำให้มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มอ่อนละมุนขึ้น
หวังิซินที่ได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเป็ครั้งแรกทำได้แต่เบิกตาโพลง ทำอันใดไม่ถูก รอยยิ้มของชายหนุ่มเป็รอยยิ้มที่สว่างสดใสยิ่งส่งเสริมให้เขาดูเหมือนพานอันกลับชาติมาเกิด (พานอันคือชายหนุ่มรูปงามในประวัติศาสตร์จีน)หัวใจของนางที่เพิ่งสงบลงกลับมาเต้นระรัวเร็วอีกครั้งเพราะรอยยิ้มอันแสนงดงามของเขา
ทางด้านสาวใช้ตัวน้อยเมื่อเห็นคุณหนูของตนเองและคุณชายอี้โจวได้แต่จ้องมองหน้ากันเหมือนอยู่ในภวังค์ จึงได้เอ่ยถามออกมาว่า
“พี่ซิ่งฮวาเ้าคะ ข้าสงสัยว่า คุณหนูของเรากับคุณชายอี้โจวเป็คู่รักกันหรือเ้าคะข้าเคยเห็นพี่เพ่ยเฟินกับสามีมีอาการเช่นนี้อยู่บ่อยๆก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกันเ้าค่ะ”
หวังิซินเมื่อได้ยินคำพูดของสาวใช้ตนเองจึงได้แต่ก้มหน้าหลุบตาลงต่ำ ซ่อนใบหน้าที่เขินอายของตนเองไว้ในใจพลางนึกประณามสาวใช้ตัวน้อยว่า
‘เพ่ยฟาง เ้าจะเหมือนข้าตอนเด็กๆมากเกินไปแล้วนะ’
ทางด้านชายหนุ่มที่ได้ยินคำพูดของสาวใช้จึงได้กล่าวออกไปว่า
“ข้าและน้องิซินเป็มิตรสหายกันเ้าอย่าได้กล่าวเช่นนี้ให้ผู้อื่นได้ยิน จะทำให้คุณหนูของเ้าเสียหายได้ ข้าไม่อยากให้นางเกี่ยวพันกับชายหนุ่มที่มีเื่อาถรรพ์เช่นข้า”
“เ้าค่ะคุณชายอี้โจว”สาวใช้ตัวน้อยตอบรับคำของชายหนุ่มด้วยเสียงเบา
ผ่านไปเพียงพริบตาสำรับอาหารได้ถูกลำเลียงขึ้นโต๊ะอาหาร ภาพที่สาวใช้ตัวน้อยเห็นคือคุณหนูของนางและคุณชายอี้โจวนั่งทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุขผลัดกันตักอาหารให้แก่กันและกันใบหน้าของคุณหนูเปล่งประกายประดับไปด้วยรอยยิ้มสุขใจ ถึงแม้ว่า ใบหน้าของคุณชายอี้โจวจะไม่มีรอยยิ้มประดับอยู่แต่นางสังเกตเห็นแววตาที่บ่งบอกถึงความเปรมปรีดิ์ของชายหนุ่มได้
‘แล้วทำไมคุณชายถึงบอกว่าเป็แค่สหายข้าไม่เข้าใจจริงๆ เ้าค่ะ’