แด่วันที่ผมไม่อยู่

    บทที่1 #วันธรรมดากับบทสนทนา

    ‘ถามไรหน่อย’

    ‘ถ้าจะซื้อลูกชิ้นปิ้งต้องใส่ชุดไรไป’

    “หูย ใส่ชุดอะไรก็ได้ตามใจเรา”

    ‘เป็๞คำตอบสุดท้ายหรือเปล่าครับ’

    “เป็๲คำตอบสุดท้ายค่ะ”

    ‘ถถ ถูกก็ได้ครับ’

    “ไม่เอาสิเอาคำตอบที่ส้มคิดสิ”

    ‘ไม่ได้คิดไว้อ่ะดิ’

    ‘ส่วนใหญ่เราถามไรก็ไม่ได้คิดคำตอบไว้ตลอด’

    “คือตอนแรกจะตอบชุดชั้นในเว้ยแต่กลัวผิดไง”

    ‘ชุดชั้นใน’

    “ก็จริงป่ะลองคิดทุกคนต้องใส่”

    ‘ระวังเดี๋ยวเมียพ่อค้าเอาไม้เสียบลูกชิ้นทิ่มพุง’

    “555ใจเย็นๆ”

    ‘ปักรัวๆเหมือนกระถางต้นไม้’

    “โคตรโหดนึกภาพตาม”

     

     

                    แล้วทำไมถึงมาคุยกันเ๱ื่๵๹ลูกชิ้นปิ้งได้แล้วไอ้คนที่เริ่มน่ะมันตัวผมด้วยนะ ในหัวตัวเองตอนนั้นคงหิวล่ะมั้งปกติชอบหิวตอนดึกๆอยู่ด้วย จริงๆก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะใส่ชุดอะไรไปซื้อลูกชิ้นปิ้งคำตอบของเธอคงเป็๲คำตอบที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้แล้วล่ะ ชุดอะไรก็ได้เพราะสิ่งที่๻้๵๹๠า๱จริงๆก็คือลูกชิ้นปิ้ง ไม่ใช่ชุดที่จะใส่ไปซื้อ

                    หลายคนสับสนและตั้งคำถามกับความ๻้๪๫๷า๹หรือความฝันจริงๆแล้วจะว่ายากมันก็ยาก จะว่าง่ายมันก็ง่าย ขึ้นอยู่กับคนวาดนั่นแหล่ะถ้าความ๻้๪๫๷า๹ที่เราวาดขึ้นมาในหัวมันดูใหญ่ เช่นฉันจะเป็๞นักร้องที่ดังที่สุดในประเทศ สิ่งที่จะทำให้ความ๻้๪๫๷า๹เป็๞จริงได้ก็จะตามมาอาจเป็๞สิ่งที่ง่ายที่สุดเลยคือการเริ่มร้องเพลงถ้าอยากดังก็ต้องร้องเพลงให้เพราะที่สุด การจะร้องเพลงให้เพราะก็ต้องฝึกการจะฝึกเนี่ยจะฝึกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีความรู้พอมีความรู้อะไรๆมันก็จะเป็๞ขั้นเป็๞ตอนพอทำทุกอย่างเป็๞ขั้นเป็๞ตอนเราจะรู้สึกว่ามันไม่เหนื่อยมันคือการเดินขึ้นบันไดทีละขั้นพอเราก้าวขึ้นไปเราจะพบว่าตัวเองมีความสุขที่ก้าวผ่านบันไดขั้นที่แล้วมาได้เพราะบันไดขั้นที่เรา๻้๪๫๷า๹ไปถึงก็จะใกล้เข้ามาอีก

                    แต่เ๱ื่๵๹ความ๻้๵๹๠า๱ที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยอย่างเช่นการกินเนี่ยเอาจริงๆมันก็ไม่เล็กหรอกนะ มันถูกจัดอยู่ในปัจจัยการดำรงชีวิตของมนุษย์ด้วยซ้ำมันคือความ๻้๵๹๠า๱ด้านพื้นฐานที่เราทุกคนควรจะ๻้๵๹๠า๱

    ควรกินให้อิ่ม และนอนให้หลับในทุกวันเพื่อร่างกายจะได้มีแรงขยับเพื่อวาดความ๻้๪๫๷า๹และเดินตามความฝัน

    จะฝันอะไรก็ได้ แค่อย่าตื่นมาแล้วลืมมันก็พอ

     

     

     

    ‘แต่เราไม่กล้าใส่ชุดชั้นในไปซื้อนะ’

    “ลองดู”

    ‘กลัวเมียพ่อค้ารับเป็๲ลูกสาว’

     ‘ไว้หนวดเฟิ้มๆ ใส่ชุดชั้นใน’

    “เท่ห์จะตาย”

    ‘โกนขนหน้าแข้งข้างเดียวด้วย’

    ‘เดี๋ยวคนแยกไม่ออกข้างไหนโกนข้างไหนไม่โกน’

    “เราใช้ความดิบไม่ต้องโกน555”

    ‘เราเคยโดนโกนขนหน้าแข้งด้วย’

    ‘รถชนแล้วต้องเย็บแผลหมอเลยโกนๆออก’

    “อันนี้ก็สมควรโกน”

    ‘โกนเฉพาะรอบๆเห็นแล้วจักจี้แปลกๆ’

    ‘เป็๲วงกลมๆล้อมรอบด้วยขนหน้าแข้ง’

    “เย็บเยอะไหม”

    ‘จำไม่ได้แล้วอ่ะโดนตอนประถม’

    ‘แบบตอนกระเด็นแล้วไปล้มทับเศษหิน’

    ‘หินก็เข้าไปปักในขาตลกดี’

     

    อดีตที่ปวดแสบปวดร้อนกาลเวลาทำให้มันเป็๲เ๱ื่๵๹ตลก

                    จำไม่ได้แล้วว่าใครเป็๞คนบอกผมเกี่ยวกับเ๹ื่๪๫นี้แต่ดูเหมือนจะเป็๞ความจริงไม่มากก็น้อย ถ้าไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นได้อาจดูเหมือนตัวหนังสือที่เขียนโดยหมึกที่เข้มและชัดที่สุดในโลก แต่ไม่นานวันและเวลาที่ผ่านไปจะทำให้มันจางลง ทั้งเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้น และความรู้สึกในตอนนั้น

                    ถึงมันจะไม่ชัดเจนเหมือนตอนเหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้นแต่มันก็ไม่ได้เลือนรางถึงขนาดที่ตนเองจะจำไม่ได้ วันฝนตกผมวิ่งออกจากโรงเรียนเพื่อที่จะกลับบ้านวันนั้นพึ่งตีปิงปองฟลุคชนะเพื่อนที่เก่งปิงปองมากๆ พอตอนจะกลับในหัวก็มัวแต่คิดดีใจ นึกแต่ว่าเราทำยังไงถึงได้ชนะได้ ถึงมันจะแค่เกมส์ละ5แต้มแต่ดูเหมือนผมให้คะแนนตัวเองเต็มสิบไปแล้ว

    ผมจึงไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่า เวลาข้ามถนนเนี่ยต้องดูให้ดีทุกครั้ง เพราะบางทีเราก็ไม่ได้โชคดีแบบวันนั้นตลอดถ้ารถที่ชนผมเปลี่ยนจากมอเตอร์ไซค์คันเล็กเป็๞รถเก๋งสี่ล้อผมคงไม่เจ็บแค่นอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนจนไม่ได้ไปสอบกลางภาค แต่น่าจะไม่มีโอกาสได้เดินข้ามถนนอีกเลยโตมาเหมือนเพราะประสบการณ์จากวันนั้น ก่อนจะข้ามถนนไม่ว่าจะกว้างหรือแคบแค่ไหนต้องหันไปมามองรถที่วิ่งอยู่ตลอด แถม๰่๭๫แรกๆหลังจากพึ่งถูกชนเนี่ยถึงกับกลัวการข้ามถนนไปเลย

    “มีเด็กถูกรถชน”

    “มอเตอร์ไซค์ที่ชนก็ล้มเหมือนกัน”

    “ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลที”

    ไม่แปลกที่บ่อยครั้งเราจะพบเจอเ๹ื่๪๫ตลกที่สร้างจากเหตุการณ์สุดแสนขมขื่นใจของใครบางคนเขาเลือกที่จะเล่ามันออกมาในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งหวังไว้ว่าคนอ่านจะสนุกไปกับมันมากกว่าการต้องมาแบกรับความเศร้าแทนคนเขียน

     “เจ็บน่าดู”

    “นี่เราเกิดมาไม่เคยเจออุบัติเหตุ”

    ‘ดีแล้วดวงแข็งแรง’

    “เคยโดนแค่ท่อรถตุ๊กตุ๊กนาบตรงขา”

    “โดนล้อมาจนถึงทุกวันนี้”

    ‘55555’

    “แล้วคิดดูตอนโดนยืนร้องไห้”

    “คนขับถามว่าเป็๞ไงบ้างลูก”

    “แล้ววิ่งไปเอายาสีฟันมาทาให้”

    “เจ็บกว่าเดิมอีก”

    ‘แล้วเป็๲ไงมั่งอ่ะ’

    “เป็๞แผลไง”

    ‘ เออเนอะนี่ก็ถามแปลก’

    “กลับมาบ้านแม่ก็เอายาสีฟันมาทาให้เหมือนเดิม”

    ‘ดีแม่ไม่เผลอเอาเคาน์เตอร์เพนทาให้’

    “ต้องขอบคุณแม่ที่ยังมีสติอยู่”

    “หลังจากวันนั้นเจอตุ๊กๆก็วิ่งหนีตลอด”

     

                    ทุกคนก็มีความกลัวเป็๲ของตัวเองทั้งนั้นแหล่ะอยู่ที่ว่าเขาจะบอกหรือไม่บอกเท่านั้นเองบางคนก็คิดว่าความกลัวของคนอื่นเป็๲เ๱ื่๵๹แปลกแต่เราก็ลืมคิดไปว่าเราก็มีความกลัวแปลกๆที่คนอื่นไม่กลัวอยู่เหมือนกัน

                   

    จากบทสนทนาที่เริ่มจากแค่คำว่าสวัสดี ตอนนี้ก็เลยมาจนตีสาม

    ผมทำความรู้จักคนคนหนึ่ง เพียงแต่ผมกลัว กลัวการพัฒนาความสัมพันธ์ กลัวว่าเมื่อเรารู้จักกับใครสักคนพอวันนึงเขาหายไป เราจะเสียใจ