ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 15 เืขึ้นหน้า
ตราประทับิญญานั่น......ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
ร่างิญญาสีดำขมวดคิ้วมุ่น รั้งพลังที่ปล่อยออกไปสุดแรงกลับมา รวบรวมร่างพลังงานสีดำให้กลับมาเสถียรอีกครั้ง
สายตาของจินจ้องมองกลุ่มก้อนพลังงานสีฟ้าด้วยอาการตึงเครียด มองมันค่อยๆ ลอยขึ้นไปในอากาศช้าๆ
ตราประทับิญญาอันนั้นช่างทรงพลังจริงๆ ตัวเขาที่เป็ถึงอเวกระดับที่หกขั้นสูงยังไม่สามารถทำให้มันเกิดรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อย
ร่างิญญาสีดำลอยนิ่ง ภายในใจปั่นป่วนไปหมด หากมีกายเนื้อจริงๆ คงได้เห็นเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาจากหน้าผากไปแล้ว
ลางแห่งหายนะเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป ปัญหาที่ตามมาอาจยากที่จะแก้ไขมากกว่าในตอนนี้เสียอีก
'ในเมื่อครั้งเดียวไม่ได้ ก็ระดมหมัดจนกว่ามันจะแตกเป็เสี่ยงๆ!'
เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างิญญาสีดำก็พลันพุ่งเข้าไปโจมตีตราประทับอีกครั้ง รัวหมัดใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ก็เหมือนเดิม บริเวณตราประทับไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย มีเพียงร่างพลังงานสีดำของเขาที่สั่นไหวส่ายไปส่ายมา กับพลังงานิญญาสีฟ้าที่กะพริบวูบวาบไปตามแรงกระแทก
แม้การโจมตีของจินจะทำให้กลุ่มพลังงานสีฟ้าสั่นไหวและเคลื่อนที่ช้าลงเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับตราประทับแม้แต่น้อย
กลุ่มก้อนพลังงานยังคงล่องลอยไปยังทิศทางหนึ่งอย่างช้าๆ มันดูจะไม่สนใจร่างิญญาสีดำ ราวกับจินนั้นไม่ควรค่าแก่การสนใจ หรือไม่ก็มันเป็เพียงพลังงานที่ไร้สติปัญญา ทำงานตามที่ถูกตั้งคำสั่งมาเท่านั้น
จินที่รัวหมัดอยู่นานแต่ไม่อาจสร้างความเสียหายอะไรได้ก็หยุดมือ ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง
ถึงเขาจะสร้างความเสียหายให้กับตราประทับิญญาไม่ได้ แต่กับพลังงานที่อยู่เื้ั...มันตอบสนองต่อแรงกระแทกที่ปะทะเข้าไปอยู่ตลอดเวลา
บางที......ตัวเขาอาจจะให้ความสนใจผิดจุดมาั้แ่แรก
'ในเมื่อตราประทับมันทำลายไม่ได้ ทำไมไม่ลองทำลายสิ่งอื่นที่ผูกติดอยู่กับมันแทนเล่า?' นี่คือสิ่งที่จินคิดได้หลังจากโจมตีอย่างหนักอยู่นาน
ภายในหัวพยายามทบทวนวิชาภูตอัสนี เผื่อว่าจะมีบางสิ่งใช้งานได้บ้าง
'ถ้าลองดูดกลืนดูล่ะ? ดวงไฟสีฟ้านั่นก็เป็พลังงานิญญา ด้วยร่างิญญาที่มีพลังหยินเข้มข้นของเขาตอนนี้ ย่อมมีอำนาจข่มเหงมากพอที่จะบังคับดูดกลืนโดยตรงได้'
โดยปกติแล้วการดูดกลืนพลังงานิญญาที่คัมภีร์ภูตอัสนีได้กล่าวถึงมักจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน นั่นเพราะการดูดกลืนมักจะทำเพื่อฟื้นฟูหรือเพิ่มพลังิญญา ซึ่งควรจะใช้กับพลังงานิญญาที่แข็งแกร่งใกล้เคียงกับตนเอง
แต่พลังงานิญญาสีฟ้าตรงหน้านี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก เนื่องเพราะอเวกปกติไม่ได้ฝึกฝนพลังงานทางิญญา หรือต่อให้อยากฝึกก็ไม่ใช่จะฝึกฝนกันได้ง่ายๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างิญญาสีดำก็กระจายตัวออกเป็หมอกควันพุ่งเข้าแทรกซึมเข้าไปในพลังงานิญญาสีฟ้าทันที
แรกเริ่มนั้น พลังงานสีฟ้ามีอาการต่อต้านอยู่บ้าง แต่พอนานเข้า ก็เหมือนมันจะต้านทานควันสีดำที่แทรกซึมเข้ามาไม่ไหว ปล่อยการป้องกันให้หมอกสีดำแทรกเข้ามาโดยสะดวก
เมื่อหมอกสีดำแทรกเข้ามาได้แล้ว มันก็ทำการสวาปาม กลืนกินพลังงานสีฟ้าจนหมดสิ้น
หลังจากพลังงานิญญาสีฟ้าได้หายไปจนหมด ตราประทับิญญาที่เกาะติดอยู่ก็เหมือนจะไร้แหล่งพักพิง ลอยคว้างไม่รู้ทิศรู้ทาง เหมือนเครื่องบินที่หมดพลังงานพร้อมจะร่วงลงได้ทุกเมื่อ
ร่างิญญาสีดำที่กลับมารวมตัวเป็รูปร่างมนุษย์อีกครั้งก็จ้องมองไปยังตราประทับที่ค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง
เหมือนว่าวิธีการของเขาจะสำเร็จ
จินยิ้มที่มุมปาก ในที่สุดภัยร้ายก็ถูกผลักออกไปจากอกเสียที
แม้ตัวมันจะแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่อไม่มีแหล่งพลังงานให้เกาะติด ตราประทับก็ไม่สามารถทำหน้าที่ของมันต่อไปได้
แต่อย่าคิดว่าการแก้ปัญหานี้เป็เื่ง่ายเชียว ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีประสาทััด้านิญญายอดเยี่ยมจนค้นพบกลุ่มก้อนพลังงานที่ออกจากร่างมือสังหารชุดดำ และไม่ใช่ทุกคนที่มีความสามารถจำเพาะในการจัดการกับมัน
การที่จินสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ต้องบอกว่าโชคดีช่วยด้วยส่วนหนึ่ง โชคดีที่ตัวเขาเองก็เป็ิญญาจึงมีประสาทััในด้านนี้ฉับไวอย่างมาก และโชคดีที่ตัวเขามีทักษะพิเศษเป็ระบบบรรพบุรุษคอยช่วยเหลือ
หลังจากแก้ปัญหาได้หมดแล้ว จินก็เหลือบมองไปที่เวลาในการใช้งานยันต์นักเดินทางผู้ร่วงโรย
เสียเวลาไปมาก แต่ก็ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง หากตอนนี้เขาไปที่ตระกูลบัตส์อาจจะได้อะไรเพิ่มเติมก็เป็ได้
ร่างิญญาสีดำไม่คิดให้มากความ พุ่งตรงไปยังที่ตั้งของตระกูลบัตส์ทันที
คฤหาสน์ตระกูลบัตส์
ที่นี่ใหญ่โต กินอาณาบริเวณกว้างขวางยิ่งกว่าที่ตระกูลพีไรซ์เสียอีก กว้างจนร่างิญญาสีดำไม่รู้จะเริ่มค้นหาจากที่ไหนก่อน
“หืม กลิ่นสมุนไพร?”
“ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังมีใครมาต้มยาสมุนไพรอยู่อีก?” ร่างิญญาสีดำััได้ถึงกลิ่นสมุนไพรที่ลอยโชยอยู่ในอากาศ แม้จะไม่มีกายเนื้อ แต่ร่างนี้ก็ยังรับััได้ด้วยวิธีการพิเศษ
เขาไม่รู้ว่าเป็ผู้ใดกันแน่ที่กำลังต้มยาสมุนไพรอยู่ แต่ที่เขารู้คือมันลอยมาจากทิศใด
นี่เป็เบาะแสแรกั้แ่เดินทางมาถึงที่นี่ พื้นที่ภายในตระกูลบัตส์มันกว้างใหญ่จนเกินไป จนเขาไม่รู้จะต้องเริ่มค้นหาตรงไหนโดยไม่ให้เกิดความแตกตื่น ถ้าลองไปดูเสียหน่อยว่าคนในตระกูลนี้ยังคงลืมตาตื่นทำอะไรดึกๆ ก็คงไม่เสียหายอะไร
ร่างิญญาสีดำทะยานตามกลิ่นสมุนไพรตรงไปยังอาคารที่พักแห่งหนึ่ง
อาคารแห่งนี้เหมือนจะเป็เรือนรับรองแขกที่สร้างแยกเป็เอกเทศจากเรือนหลัก
จินในร่างหมอกสีดำค่อยๆ ลอบเข้าไปภายใน
สิ่งที่เขาเห็นเป็อย่างแรกคือชายร่างอวบ กับเตาไฟที่เห็นน้ำเดือดปุดๆ ได้อย่างชัดเจน
ร่างอวบในชุดลำลองสีขาวกำลังจดบันทึกบางอย่างลงในสมุด จากนั้นมันก็พับสมุดปิดลงก่อนจะซ่อนไว้ในกล่องไม้สีน้ำตาลเข้ม
ชายร่างอ้วนเกาหัวอยู่สองสามครั้ง จ้องมองกองสมุนไพรที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้าง เลือกหยิบใบไม้สีม่วงเข้มเติมลงไปในเตาซึ่งจินที่จ้องมองอยู่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็ใบของอะไร
หลังจากคนน้ำในเตาอยู่หลายครั้ง กลิ่นที่ลอยโชยมาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป คล้ายกับมีกลิ่นเหม็นหืนแทรกอยู่ตลอดเวลา
ชายร่างอวบพึมพำบางอย่างอยู่ในลำคอ จินได้ยินไม่ค่อยชัดนักจึงเลือกเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นเพื่อหวังจะได้ยินสิ่งที่มันกำลังบ่นพึมพำอยู่
“ไอ้พวกตระกูลชั้นต่ำ เป็แค่ตระกูลในเมืองขนาดเล็กกลับกล้ากำเริบเสิบสานกักกันหนูทดลองของข้าเอาไว้งั้นรึ”
“คอยดูเถอะ ถ้าข้าได้ตัวทดลองกลับมาอย่างปลอดภัยเมื่อไหร่ ตระกูลของพวกเ้าได้เละเป็จุณแน่”
ชายร่างอวบเผยรอยยิ้มบิดเบี้ยว แววตาของมันดูวิปลาส
“แต่หากไอ้การาวิโต้มันทำไม่สำเร็จ ข้าก็มีแผนสำรอง ข้าจะเอายาหมื่นหลับฝันนี่ไปกระจายให้ทั่วทั้งตระกูลพีไรซ์มันซะให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าข้าพาตัวหนูทดลองออกมาได้สำเร็จ ข้าจะทำลายตระกูลพีไรซ์มันทั้งตระกูล รวมถึงตระกูลบัตส์ไร้น้ำยานี่ให้สิ้น แล้วหนีออกไปจากเมืองนี้ซะ”
ยิ่งชายร่างอวบพูด รอยยิ้มมันก็ดูน่าเกลียดมากขึ้นไปอีก ดูเหมือนมันจะสนใจแค่เป้าหมายของตัวเองโดยไม่ห่วงว่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนมากเพียงไร
ร่างิญญาสีดำที่อยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินทุกสิ่งก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็อารมณ์โกรธปะทุอยู่ภายในอก
'ไอ้บัดซบนี่มันตั้งใจจะทำลายตระกูลข้า!'
ใจภายในมันร้อนแผดเผาจนฉุดไม่อยู่ สติขาดผึงอยากจะเข้าไปฉีกกระชากร่างเบื้องหน้าออกเป็ชิ้นๆ
“หืม?” และเหมือนอารมณ์ที่รุนแรงนั้นจะทำให้การลอบเร้นที่ทำมาตลอดถูกปลดออก ชายร่างอวบหยุดมือกับสิ่งที่กำลังทำ ค่อยๆ เหลียวมองมาที่ด้านหลังของตนเอง
“อั่ก!”
แต่ไม่ทันเหลียวมามองสิ่งที่อยู่ด้านหลังได้เต็มตา แรงกระแทกจากที่ไหนก็ไม่รู้ กระแทกเข้าที่่ท้องอย่างจัง
ร่างของมันปลิวกระเด็นออกไปหลายเมตร แล้วตกลงมาที่พื้น
“ตึง!”
“อั่ก แค่กๆๆ”
ร่างอวบลงไปนอนกองอยู่กับพื้นในลักษณะคว่ำหน้า แรงกระแทกทำให้มันจุกไปหมด หายใจแทบไม่ออก
มันพยายามหายใจเข้าแต่ก็ทำได้ยาก สุดท้ายได้แต่ไอออกมาอย่างรุนแรง น้ำเมือกข้นคลั่กไหลออกมาตามปากและจมูกไหลย้อยลงสู่พื้น
สองมือของมันกดไปที่พื้นตรงหน้า พยายามดันตัวขึ้นแต่ก็เ็ปเหลือเกิน
ร่างิญญาสีดำเมื่อเห็นแบบนี้ก็ไม่ให้โอกาส เข้าไปเตะซ้ำทันที
แต่มีหรือที่ชายร่างอวบจะไม่ทันสังเกตเห็น ตัวมันเป็ถึงอเวกระดับที่ห้า หากไม่ใช่เพราะอยู่ใน่ที่ไม่ได้ระวังตัวมันคงไม่มีสภาพเป็เช่นนี้
ร่างอวบล้วงมือไปที่กระเป๋ากางเกง หยิบหลอดยาบางอย่างปาออกไปก่อนที่ลูกเตะจะมาถึงตัว
หลอดยาสีเขียวลอยคว้างก่อนจะแตกออกกลางอากาศ ปลดปล่อยหมอกพิษสีเขียวปกคลุมทั่วบริเวณ
“อ๊าก!!!”