Chapter 4
แต่งโดย:Belive13
.
“เห้ย! ทำเหี้ยไรกันวะ?”
เสียงทุ้มใหญ่ของใครคนนึงดังขึ้นสนั่นไปทั่วห้องจึงทำให้ชายทั้งสามที่กำลังทำกิจอย่างว่าถึงขึ้นผละออกและรีบรูดซิบกางเกงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นมันก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะว่าคนที่อยู่ตรงหน้าประตูเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ครูอาน!” เสียงรามเรียกชื่อของครูที่มีนิสัยค่อนข้างดุด้วยน้ำเสียงที่ใ
“พวกมึงทำเหี้ยอะไรกัน? ผู้ชายด้วยกันนะไอชิบหาย”
“…อึก...อุ๊บ-” งาข้าวดูเหมือนกำลังจะอ้วกอะไรออกมาด้วยความขยะแขยงพร้อมกับเบือนหน้าหนี
“พวกมึงโดนไล่ออกก่อนสอบแน่”
“ครู! ครูครับอย่าเลย อาทิตย์หน้าพวกผมก็สอบแล้ว” เสียงบาสร้องขอพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้
“แต่พวกมึงกำลัง bullyคนอื่นหน้าอย่างพวกมึงน่ะนะจะจบ? ไม่มีความเป็มนุษย์มหาลัยพวกมึงเจอดีแน่”
“แต่มันยอมพวกผมใช่มั้ย เพชร” เพื่อนที่เงียบก็ถูกเรียกอีกครั้งดูเหมือนจะพยักหน้าเห็นด้วย
“จริงเหรอ? ไองา? กูไม่เชื่อว่ะ”
“…” งาข้าวส่ายหัวพร้อมกับสีหน้าทั้งสามกำลังถลึงตามอง
“มึงเจอกูเรียกเข้าห้องปกครองแน่ ไม่รอดแน่พวกมึง”
…
นานแค่ไหนแล้วที่วันนี้มีแต่เื่ยุ่งทั้งวันถึงแม้การใช้ปากเมื่อครู่...สิ่งๆ นั้นไม่ได้ออกมาก็เถอะ นับว่าเป็ความโชคดีแล้วเขาไม่้าแบบนั้นและถึงแม้เื่ในวันนี้จะยุ่งทั้งวันครูอานก็เป็อีกเสียงนึงที่เข้าข้างเขาจึงทำให้เื่เมื่อตอนเช้าผู้อำนวยการรับฟังและเข้าใจเป็อย่างดี
อย่างน้อยก็เข้าใจ...ขอบคุณจริง ๆ
“มึงเป็อะไรมั้ย? โดนแกล้งนานรึยังทำไมไม่บอกกู?” คำหยาบของครูอานเอ่ยถามคนที่ทำหน้าซึม
“…ขอบคุณนะครับที่ช่วย ผมไม่เป็อะไรแล้ว”
“กูถามว่าโดนแกล้งนานรึยัง?”
“นานแล้วครับั้แ่มัธยมต้นแต่่ปลาย ๆ...”
“โอเคเข้าใจล่ะ”
ลึก ๆ แล้วครูอานก็เป็ครูที่ใจดีคนนึงเพียงแต่เขาชอบพูดคำหยาบกับนักเรียนไม่ถึงขั้นมากแกเป็แบบนี้อยู่แล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ก็เข้ากับแกได้ทุกคนจึงทำให้สนิทได้เร็วขึ้น ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้เป็คนพูดคำหยาบมากจนเกินไปไม่ได้ไล่เที่ยวด่าคนอื่นแบบไม่มีเหตุผล
“ทีหลังก็บอก เข้าใจมั้ย?ฉันจะได้ช่วยทัน” เพราะไม่มีใครชอบหรอกเวลาโดนแกล้งครูอานก็คิดแบบนั้น
“ไม่เป็ไ...”
“น่ะ ก็เพราะมึงพูดแบบนี้มึงยอมคนอื่นง่ายว่ะ”
ที่ยอมมาโดยตลอดก็เพราะเขากลัวถูกถอนรายชื่อนักเรียนทุนต่างหาก...ยิ่งถ้าปฏิเสธมากขนาดไหนเขายิ่งมีโอกาสสูงที่จะถูกถอนรายชื่อผอ.โรงเรียนนี้เชื่อเขาที่ไหนแม้ภายนอกจะบอกก็เถอะว่าอย่าดูถูกคนอื่นทั้งที่จริงแล้วตัวเองก็ไม่ต่างกัน อย่างน้อยสอบเข้ามาที่นี่มันก็ยากพอสำหรับเขาแล้ว
ตอนปัจฉิมจะซัดหน้าไอเสือสักหมัดดีมั้ย?...
“อย่ายอมคนสิวะชีวิตมึงไม่ได้เกิดมาให้เป็ทาสของพวกแม่ง หัดโต้ตอบกลับซะบ้าง”
“แล้วถ้าเกิดผมทำไปแล้วแล้วเขามาเอาเื่ล่ะครับ”
“มึงสิ ต้องเอาเื่มันมันทำมึงขนาดนี้ไม่โกรธบ้างเหรอ?”
“…”
“เอาเถอะ กูไปสอนคาบสุดท้ายละจำที่บอกไว้ด้วยเข้าใจมั้ย?”
“ครับขอบคุณนะครับครูอาน”
แม้ลึก ๆ แล้วเขาเองแค่ตอบส่งๆ ไปก็เท่านั้นไม่อยากที่จะรบกวนอะไรครูอีก...
ถึงเวลาที่ต้องกลับเข้าห้องแล้ว...แต่เขาไม่อยากไปเจอหน้าใครคนนั้นเลย...ความรู้สึกในตอนนี้มันเริ่มเกลียดสิ่งที่คนๆ นั้นกระทำในวันนี้ เขาค่อนข้างที่จะไม่โอเคจึงทำให้ทั้งวันเขาต้องอยู่แต่ในห้องสมุดไม่ยอมออกไปไหน การได้ตากแอร์เย็น ๆ พร้อมกับอ่านหนังสือไปด้วยนั้นมันทำให้ความรู้สึกของเขาใจเย็นได้อีกระดับนึง
อย่างน้อยก็อาจจะช่วยลืมเื่ในวันนี้
# Sua Part #
‘รูปคนที่มึงส่งมาใครวะน่ารักชิบ’ รามทักเข้ามาถาม
‘เออๆ กูอยากได้มั่ง’ เสือพูดเสริมตอบ
‘ก็คนในห้องกูแหละ มันอยากได้เงินก็แค่นั้น’
‘เรียกมาหน่อยดิ๊ เดี๋ยวกูเอาของที่มึงอยากได้ให้พร้อมน้ำยามันเลย’
‘เรียกมาทำไมจะให้มันใช้ปากเหรอ?’ ผมถามตอบด้วยความสงสัย
‘บ้าไอสัสกูผู้ชายไม่ทำเหี้ยอะไรแบบนั้นหรอก’
นั่นแหละเหตุผลก็แค่บุหรี่ไฟฟ้าบอกเลยว่าน้ำยาโคตรรดีอีกอย่างกะหรี่อย่างไองามันก็คงต้องยอมอยู่แล้ว รอบแรกแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมมึงถึงขัดขืนก็ไม่ได้ใช้ปากมันจะอะไรวะ?
หลังจากที่ส่งตัวมันไปผมก็เดินกลับตามปกติโดยไม่คิดอะไร
แต่ทำไมมัน...ผมรู้สึกหวงของเล่นของผมแปลก ๆ จะมีใครรู้อะไรบ้างว่าั้แ่ที่ผมเริ่มแกล้งมันสมัยตอนมัธยมต้นและจนตอนนี้ใกล้จะจบอยู่ละ ผมมีความรู้สึกหนึ่งอย่างที่ไม่ได้บอกคนอื่น
ใช่ครับ ผมชอบมันฟังไม่ผิดหรอก ก็แค่อยากให้มันสนใจผมเท่านั้นเอง
เชี่ย...แล้วถ้าพวกแม่งทำขึ้นมาจริงๆ ...
คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมครูอานถึงรู้ผมเป็คนเรียกเอง
เื่เมื่อเช้าดูเหมือนจะไม่เป็ผลลุงผมดันเข้าใจซะได้อันที่จริงมันไม่ได้เป็คนทำแหละ ผมเองเป็คนทำแต่ไม่ได้โพสต์รูปลงสาธารณะแต่อย่างใด ก็แค่ส่งรูปให้เพื่อนในกลุ่มลับดูก็เท่านั้นรูปมันเซ็กซี่มั้ยล่ะ? ก็ต้องแน่อยู่แล้ว
แถมปากแม่งโคตรจะนิ่ม ไอสัส
วันนี้แทบทั้งวันผมไม่เจอมันที่ห้องมีแต่กระเป๋าข้างในก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกเสียจากหนังสือเล่มบางหนาในกระเป๋าเก่า ๆตามปกติแล้วมันต้องอยู่ในห้องสมุดแน่
“ไปห้องสมุดปะ?”
“ไปทำเหี้ยไร เล่นเกมกับพวกกูดีกว่าถ้ามันเสียงดังได้ก็ดี” ไอเนตรเพื่อผมแย้ง
“ก็กูอยากไป ทำไมวะ?”
“จะสอบอยู่ละค่ะ อีดอก” นาราพูดแทรกพร้อมกับวางหนังสือลงกลางโต๊ะ
“โอ๊ยไรมึงเนี่ยออกไปไกล ๆ เลย” อาร์มพูดก่อนจะผลักหนังสือและกดเข้าเกม “เชิญมาเนตร”
“มึงสิเล่นกันทำเหี้ยอะไรคะ?อ่านหนังสือหนังหาบ้าง ไม่ใช่มัวแต่เล่นเกม”
“เออ 1:1 กูสักตามั้ยสัส” อาร์มปกติแล้วไม่ชอบแพ้ผู้หญิงแต่ดูเหมือนจะแพ้ให้นาราตลอด
ก็แม่งผู้หญิงไรวะเล่นเก่งชิบหาย เสียดายที่ไม่ใช่สายเติมปกติแล้วผู้หญิงในห้องเรียนนาราจะเป็คนที่เล่นเกมเก่งที่สุด มันจึงเข้ากับพวกผมได้ง่ายขึ้นหน่อย
“เดี๋ยวมึงก็แพ้อีกอ่ะไอควายกูอายแทนไอเหี้ย”
“ก็ตอนนั้นก็แค่อ่อนให้”
“อ่อนหรือกากคะ?เออเสือมึงจะไปห้องสมุดใช่มั้ย? ฝากเอาหนังสือไปคืนได้ปะ กูอยากต่อยเด็กแถว ๆนี้ว่ะ” นาราพูดและแสยะยิ้มเหยียดใส่ไออาร์ม
“ได้เดี๋ยวกูเอาไปคืนให้ แลกกับติวให้กู เค๊?”
“เออ ๆ รีบ ๆไปได้ละเดี๋ยวแม่งก็ปิดก่อน”
“ฝากซื้อน้ำให้กูด้วย” เนตรบอก
“ซื้อเองสัส”
“เอ้าเพื่อนกันเปล่า? ไอเชี่ยเสือ”
“มึงยังไม่คืนเงินกูเลยครับไอเชี่ยเนตร กูไปละเสียเวลา”
.
.
# Write part #
…
ร่างใหญ่ได้ก้าวเข้ามาภายในห้องสมุดเป็ที่เรียบร้อยแล้วแน่นอนว่าสิ่งที่เขาต้องทำต่อจากนี้คือการคืนหนังสือ เมื่อคืนเสร็จเรียบร้อยสายตาคมก็เริ่มกวาดมองไปยังห้องสมุดเพื่อสอดส่องมองหาใครคนนึงมันไม่ได้อยู่ที่ห้องสมุดเหรอวะ? หายไปไหน? นั่นคือสิ่งที่เขาคิดในใจในตอนนี้
“ขอโทษนะครับหลีกทางหน่อย...ส...เสือ?” บางทีร่างเล็กก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาเจอหน้ากันด้วย
“ครับ เชิญครับคุณงาข้าว”
“…”
“กูหลีกทางให้มึงแล้วมองหน้ากูทำไม?”
“ยืมครับ”
“ส่งวันอังคารนะคะ นี่ค่ะ”
สุดท้ายงาข้าวก็ไม่ได้สนใจอะไรเสือเลยแม้แต่น้อยเขามองตาขวางก่อนจะรับหนังสือ และก็รีบเดินหนีคนตัวสูงเข้าใจเหตุผลแล้วใช่มั้ยว่าทำไมเขาต้องแกล้งให้อีกคนสนใจ
“ไม่คิดจะทักทายกูหน่อยเหรอ?”
“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”
“เหรอ?ไม่บอกหน่อยเหรอว่าเมื่อเช้าเป็ยังไงบ้าง”
“คุณให้ผมใช้ปากทำให้พวกเขาไม่ใช่เหรอครับ?”
เสือเงียบไปครู่นึงกะแล้วว่าไอพวกนี้แม่งไว้ใจไม่ได้ ไอพวกเชี่ยนี่...
แต่แล้วเขาก็ต้องปั้นหน้ายิ้มกลับเพราะถึงยังไงแล้วยังไงอีกคนก็คงไม่ได้พูดแย่ๆ ใส่แน่
“แล้วมันทำไม?สนุกมั้ยล่ะ? ฉันจะได้เรียกใช้งานแกอีก”
ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองสบตาก่อนจะกระตุกยิ้มภายใต้กรอบแว่นดำและเอ่ยขึ้นมาว่า...
“ครับ น้ำพวกเขาก็อร่อยดีเหมือนกันอร่อยกว่าของคุณอีก :)”