
ฤดูหนาวที่ยาวนานลมพัดแรง หิมะตกหนักการสัญจรค่อนข้างลำบากการทำมาหากินค้าขายก็ลำบากต้องกักตุงอาหารไว้ก่อนเนิ่นๆ
ยิ่งอาหารและยารักษาโรคต้องมีในจวนทุกคน
อากาศเย็นลมหนาวหิมะตกหนักทำให้หลายๆคนมีอาการหนาวสั่นเป็ไข้จนถึงโรคเก่ากำเริบในเช้าวันหนึ่งที่สาวใช้ทำงานเป็ปกติแต่ภรรยาคนที่สี่ของนายพลเกิดป่วยขึ้นมาด้วยอากาศที่เย็นและด้วยที่นางแท้งค์ล฿กถึงสองครั้งจึงทำให้ภูมิต้านทานต่ำร่างกายขาดความอบอุ่นด้วยที่จวนขาดฟืนเติมไฟ
สาวใช้พึ่งเห็นว่าไอจามแล้วไปหาฟืนมาเติมในจวนไปได้ไม่นานกลับมานางก็เสียชีวิตแล้วจึงเรียกทุกคนในจวนมา นายท่านไม่อยู่ก็ทำพิธีวันนี้พรุ่งนี้ฝังอากาศเย็นหนาวแบบนี้ไม่มีใครอยากออกจากบ้านรีบทำพิธีรีบฝังฮูหญิงใหญ่พูดขึ้น ทุกคนในจวนยังไม่รู้ทั่วกันเลย นี่เ้า ฤดูหนาวหนาวเย็นเช่นนี้จะรีบฝังนานทำไมเก็บไว้ที่จวนนางรอนายพลกลับมาค่อยฝัง ฮูหญิงเฒ่าบอก ท่านแม่เก็บไว้ในจวนทำไมเดี๋ยวทุกคนก็กลัวหรอก เอาละท่านแม่ข้ารู้ท่านแม่กับนางมีความสัมพันที่ดีกว่าคนในจวน แต่ข้าดูแลค่าใช้จ่ายในจวน
ขอท่านแม่ให้สะใภ้ทำหน้าที่ของตัวเองด้วยเถอะสะใภ้จะทำให้ดีที่สุด ใรเมื่อขอไม่ได้ได้เพียงแต่ทำตามสะใภ้ใหญ่เท่านั้น ลี่เหลียง
เ้าว่ายังไง ท่านย่าในเมื่อแม่ใหญ่กล่าวเช่นนั้นก็ทำตามเถอะเ้าค่ะ ลี่เหลียงไม่กล้ายุ่งหรอกเ้าค่ะ ช่างเถอะท่านย่า หลังจากตั้งพิธีศพ ภรรยาคนที่สี่ ของนายพล วันเดียวคืนเดียว รุ่งเช้าก็ไปฝัง อากาศเย็น หิมะตกหนักทุกคนก็เร่งรีบทนหนาวจนเสร็จกลับมา หลังจากกลับมาทุกคนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแถมยังได้ยินเสียงนินทาต่างๆนานๆว่านางไม่มีลูกคงไม่มีใครเหลียวแลรีบฝังดีแล้วจะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็ภาระตระกูลลั่วเหลียงซึ่งสาวใช้ได้ยินเลยมาบอก
ลี่เหลียงไป๋นางเป็คนที่แม่บุญธรรมเลี้ยงดูจนโตอบรมสั่งสอนย่อมผูกพันเป็ธรรมาดาแม้จะไม่ได้ให้กำเนิดแต่ก็ดูแลรักเหมือนแม่ลูกแท้ๆ แม้แต่หน้ายังไม่ได้ดูนานยิ่งทำให้เ็ป จึงไปนั่งเผากระดาษเงินกระดาษทองเผาเสื้อผ้าไปให้แม่บุญธรรม แต่ก็ยังดีในจวนตระกูลลั่วเหลียงยังมีท่านย่าที่ยังรักยังเอ็นดูอยู่บ้าง จึงรู้สึกสบายใจขึ้นในทุกๆครั้งที่เสียใจหลังจากที่แม่บุญธรรมเสียชีวิต ก็มีท่านย่าคอยดูแลปลอบใจอยู่เคียงข้าง