ชวีหนานอีคิดว่าการที่สตรีผู้นั้นใกล้ชิดยาวจิ่วเป็เื่บังเอิญ แต่การทำร้ายเฟิ่งฮัวภายในคณะละครตระกูลเยี่ยนไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอน มีความเป็ไปได้สูงมากที่นางจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่เดินอยู่บนเส้นทางอบายมุขบางอย่าง คนเหล่านี้มักถูกแบ่งเป็สองประเภท ประเภทแรกคือ ผู้ใช้มนตร์ดำ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มชาวบ้าน พวกเขาเชี่ยวชาญในการกระทำสิ่งชั่วร้าย ล่อลวงบ่มเพาะผู้คนโดยผ่านการกระทำที่โหดร้าย เช่น การกินเนื้อเด็ก พยายามบรรลุเป้าหมายที่จะมีอายุยืนยาวและเป็ะ คนเหล่านี้ก่อคดีรุนแรงถึงแก่ชีวิตมากมาย แต่ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทำให้รอดพ้นไปได้ ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือ นักบวช พวกเขาอ้างว่าสามารถสื่อสารกับเทพเ้าด้วยการสังเวยเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเอง้า มีคนขอความมั่งคั่ง มีคนขอฝน มีคนขอบุตร มีคนขอให้อายุยืน ทั้งสองประเภทล้วนเป็เพราะความโลภในจิตใจมนุษย์ที่ไม่รู้จักพอ! หากโลกใบนี้มีเทพเ้าอยู่จริง เหตุใดเทพเ้าจึงทนต่อการสังเวยชีวิตเ่าั้?!
ชวีหนานอีมิอาจทนเห็นพวกตัวประหลาดเหล่านี้สร้างความวุ่นวาย บางคราความปรารถนาเป็สิ่งดี หากบางคราความปรารถนาเ่าั้กลับกลายเป็แผ่นหินที่จุดศูนย์กลางคือความโลภของมนุษย์ เช่นนั้นแล้วล่อที่ลากแผ่นหินจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ได้อย่างไร?
ไม่ว่าซานเซียวตัวปลอมนี้จะเป็มนุษย์ อสูร เทพ หรือหมอผี ก็ล้วนแต่สมควรตายทั้งสิ้น!
อย่างไรก็ตาม คำพูดเหล่านี้ห้ามพูดกับคนนอกเป็อันขาด
ในเวลานี้ประชาชนต่างเชื่อในเื่เทพเ้า อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการสังเวยและนับถือนักบวช หากเขาพูดเช่นนี้ออกไป อย่าว่าแต่จะไม่สามารถเป็ใต้เท้าเสี้ยนลิ่งต่อไปได้ เกรงว่าแม้แต่ร่างกายของเขาก็อาจจะถูกโยนไปย่างอยู่บนกองไฟเพื่อใช้ความตายในการขอขมาลาโทษสำหรับความผิดฐานที่ดูิ่เทพเ้า
ดังนั้นไม่ว่าปีศาจตนนั้นจะเดินอยู่บนเส้นทางสายใด นางก็เป็แค่ซานเซียว ปีศาจตนหนึ่งที่กำลังจะขัดเกลาและทำลายผู้คนในภายภาคหน้า การสังหารเท่านั้นจึงจะสาแก่ใจ!
ม้าเร็วสองตัว หยาอีหกคน และเสี้ยนลิ่งหนึ่งคน มุ่งหน้าไปที่ด้านหลังเชิงเขา
ด้านหลังเชิงเขามีหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อ ‘หมู่บ้านเซี่ยเหอ’ ในหมู่บ้านมีหญิงม่ายที่อ้างว่าตนเองเห็นซานเซียวสวมเสื้อผ้าสวยงามเดินผ่านมา มิหนำซ้ำยังขโมยวอวอโถว[1] สองลูกกับแม่ไก่ตัวน้อยที่ช่วยนางทำมาหากินไปหนึ่งตัว จากนั้นหญิงม่ายก็ร้องห่มร้องไห้ฉุดกระชากชวีหนานอีไม่ยอมปล่อย เพราะ้าให้ท่านชิงเทียนชดเชยวอวอโถวสองลูกกับแม่ไก่ตัวน้อยให้แก่นาง
ชวีหนานอีกล่าวอย่างจริงใจ “แม่นางผู้นี้อย่าได้กังวลใจ รอให้จับตัวซานเซียวให้ได้เสียก่อน นางจะชดใช้วอวอโถวสองลูกกับแม่ไก่ตัวน้อยอีกหนึ่งตัวให้เ้าอย่างแน่นอน”
หญิงม่ายเป็คนโอหังอยู่เสมอ ในหมู่บ้านนี้หากมีบุรุษคนใดกล้าแสดงความเ้าชู้ต่อหน้านาง ล้วนถูกนางถอนขนทุกคน ณ ตอนนี้เมื่อนางเห็นว่าชวีหนานอีพูดด้วยง่าย ความกล้าหาญจึงบังเกิด นางกอดขาของเขาพร้อมโอดครวญ “หิวจะตายอยู่แล้วเ้าค่ะ! หิวเจียนตายแล้วเนี่ย! ท่านชิงเทียนไม่สนใจชีวิตของสตรีอย่างพวกเราว่าจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรหรือเ้าคะ วันนี้คงไม่รอดแล้ว สู้เอาหัวโขกฝาให้ตาย ๆ ไปยังจะดีเสียกว่า!”
ชวีหนานอีใบหน้าอึมครึม เขาหันไปพูดเสียงดังกับหลี่ต้าจ้วง “เอาหมูตัวนั้นไป ข้าสงสัยว่ามันอาจจะมีส่วนรู้เห็น! ต้องจับทรมานเพื่อให้มันรับสารภาพ” เขาก้มหน้าพูดกับหญิงม่ายด้วยเสียงอ่อนโยน “ท่านป้าผู้นี้ลุกขึ้นเถิด โปรดให้ความเชื่อมั่นในการตัดสินอย่างจริงจังของท่านชิงเทียนผู้นี้ เ้าหมูน้อยของท่านจักต้องยอมสารภาพออกมาตรง ๆ ว่าเหตุใดจึงร่วมมือกับซานเซียวตัวนั้นขโมยวอวอโถวสองลูกกับแม่ไก่ตัวน้อยหนึ่งตัวที่ท่านพึ่งพาอาศัย”
หลี่ต้าจ้วงพูดในใจ : ดูเถิด ใต้เท้าโกรธแล้วสินะ? เปลี่ยนจากเรียก “แม่นาง” เป็ “ท่านป้า” ไปเสียแล้ว
พลันนั้นหญิงม่ายถึงขั้นสะอึก นางใจนรีบปล่อยขาชวีหนานอี จากนั้นกลิ้งล้มลุกคลุกคลานเข้าไปในเล้าหมู นางกอดลูกหมูตัวนั้นไม่ยอมปล่อย ท่าทางของนางเหมือนกับตอนที่กอดชวีหนานอีไม่มีผิดเพี้ยน
ชวีหนานอีปัดคราบรอยนิ้วมือที่อยู่บนเสื้อคลุมของตนเอง เขากวาดตามองลูกหมูปราดหนึ่งอย่างไม่เต็มใจ หญิงม่ายใจนตัวสั่น นางกระโจนทับลูกหมูตัวนั้นพร้ะโกนโหวกเหวก “หมูอยู่ ข้าน้อยอยู่! หากหมูไม่อยู่ ข้าน้อยก็จะขอตายอยู่ที่นี่!” น้ำเสียงสั่นเครืออย่างขาดความมั่นใจ ถึงจะเป็ชัยชนะ แต่ก็เป็ชัยชนะบนความอัปยศ
ชวีหนานอียิ้ม เขาไม่ได้สนใจหญิงม่ายที่ใกลัวผู้นั้น ตอนที่นำเหล่าหยาอีเดินตรวจค้นหมู่บ้าน แม้ว่าเขาจะไม่เห็นซานเซียว แต่ก็มั่นใจว่ามันมาที่นี่ เพราะหากไม่ใช่บ้านนี้มีผักหายไป บ้านนั้นก็มีแป้งทอดหายไป
ภายในเมืองไม่เจอซานเซียว มันคงหนีมาที่หมู่บ้าน ในเมื่อซานเซียวไม่ได้อยู่ที่นี่ มันก็คงขึ้นเขาไปแล้ว
ชวีหนานอีเงยหน้ามองไปยังูเา นึกถึงภาพในครั้งนั้นตอนที่เขาเดินทางจากที่นี่ไปหมู่บ้านชิงเหมียว ใช่แล้ว เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน เขาได้เผาร่างผู้ที่ตายแล้วและฟื้นคืนชีพในหมู่บ้านชิงเหมียว
เขาโบกมือส่งสัญญาณให้เหล่าหยาอีนำชาวบ้านขึ้นไปสำรวจบนเขา! ผลที่ได้คือหลังจากใช้เวลาทั้งวัน ก็ยังไม่เจอข้อมูลของซานเซียวแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าสัตว์เดรัจฉานตัวนั้นคงวิ่งเข้าไปในป่าลึกแล้ว
ยามราตรีมิอาจอยู่บนเขา ชวีหนานอีจึงทำได้เพียงยอมแพ้ เขาลากสังขารที่แสนเหนื่อยล้ากลับลงมาพร้อมกับความล้มเหลว ระหว่างที่ผ่านบ้านหญิงม่าย ชวีหนานอีพลันขมวดคิ้วตามสัญชาตญาณ เมื่อไม่นานนี้ในหมู่บ้านมีของหาย แล้วเหตุใดจึงมีแค่หญิงม่ายผู้นี้ที่เห็นซานเซียว? คำบรรยายของนางเกี่ยวกับซานเซียวก็เหมือนกับที่ทุกคนในคณะละครตระกูลเยี่ยนพูดไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งเดียวที่แตกต่างคือหญิงม่ายกล่าวว่าซานเซียวตัวนั้นมีขนสีดำปกคลุมทั่วใบหน้า ทว่าคนของคณะละครตระกูลเยี่ยนกลับบอกว่านอกจากใบหน้าที่เป็สีดำ ทั่วทั้งร่างของมันถูกปกคลุมด้วยขนสัตว์ แต่ไม่ว่าขนนั้นจะอยู่ส่วนใด ย่อมเป็ตัวเดียวกันอย่างแน่นอน
ชวีหนานอีเคาะประตูบ้านของหญิงม่ายอีกครา
หญิงม่ายซึ่งหวาดกลัว พิรี้พิไรอยู่นานกว่าจะยอมเปิดประตูใหญ่ นางแสดงอากัปกิริยายั่วยวน เอนตัวพิงขอบประตูด้วยท่าทางแข็งทื่อ พยายามแสร้งทำเขินอายราวกับหญิงสาวที่เพิ่งออกเรือนขณะชำเลืองมองชวีหนานอีปราดหนึ่ง
ชวีหนานอีมองกลับด้วยท่าทางนิ่งสงบ ทว่าเท้าของเขากลับถอยไปหนึ่งก้าว ซ้ำยังทำท่าเหมือนพร้อมที่จะเหยียดขาเตะคนได้ทุกเมื่อ
หญิงม่ายคิดไม่ถึงว่าชวีหนานอีจะกลับมา เห็นได้ชัดว่าต้องมีบางอย่างผิดพลาด
ชวีหนานอีไม่อ้อมค้อม เขาถามนางอย่างตรงไปตรงมา “ไหนเ้าลองพูดใหม่อีกครั้งซิ เ้าเห็นซานเซียวตัวนั้นได้อย่างไร?”
หญิงม่ายชะงักเล็กน้อย นางยังคงปากแข็งตอบไปว่า “ก็...ก็เห็นอย่างนั้นแหละเ้าค่ะ ท้องฟ้ากำลังสว่างพอดี ข้าน้อยลุกขึ้นมาให้อาหารไก่ แต่พบว่าไก่หายไปแล้ว ข้าน้อยเห็นว่าประตูบานนี้เปิดอยู่จึงไล่ตามออกไปด่า ข้าน้อยได้ด่าไปว่า ขอให้บุตรที่คลอดออกมาไม่มีรูทวาร...ขอให้ถูกคนนับหมื่นขึ้นขี่...”
ชวีหนานอียกมือขึ้นห้ามการสบถของหญิงม่าย แล้วสอบถามต่อ “เ้าเห็นหรือว่านางเป็หญิงสาว?”
หญิงม่ายพยักหน้า “ใช่สิเ้าคะ นางยืนอยู่ที่ประตูบานนี้ ตอนที่ข้าน้อยไล่ตามออกมา นางยังถลึงตาใส่ข้าน้อยทีหนึ่งอยู่เลยก่อนจะวิ่งหนีไป”
ชวีหนานอีครุ่นคิด “ถลึงตาใส่เ้าทีหนึ่ง?”
หญิงม่ายใช้มือตบหน้าอกจนเกิดเสียง “ปึก ๆ” นางพูดยืนยัน “เ้าค่ะ! นังแพศยานั่นถลึงตามองข้าน้อย! ข้าน้อยเสียใจมาก เติบโตมาขนาดนี้...”
ชวีหนานอีพลิกตัวขึ้นหลังม้าและนำอยู่ด้านหน้าสุด เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก ซานเซียวตัวปลอมนั่นจงใจล่อให้เขามาที่นี่ ซ้ำยังเห็นเขาเป็พวกหน้าโง่! ซานเซียวตัวปลอมอยู่ที่นี่ติดต่อกันหลายวัน เกรงว่าคงรู้จักนิสัยคนในหมู่บ้านจนทั่วแล้ว จึงจงใจปรากฏตัวต่อหน้าประตูบ้านหญิงม่ายเป็พิเศษเพื่อล่อให้เขามาที่นี่ จุดประสงค์หาใช่้าล่อให้เขาขึ้นเขาด้วยตนเองไม่ แต่เป็เพราะ้าให้หญิงม่ายดูิ่เขาต่างหาก! ดี ชั่วร้ายมาก ยังไม่ได้เจอหน้าก็สร้างความโกรธเคืองต่อกันเสียแล้ว น่า! สน! ใจ!
ชวีหนานอีรู้สึกว่าเขาและหูเหยียนยังไม่เคยเจอหน้ากัน เมื่อพวกเขาได้เจอหน้ากันครั้งแรก เขาจะทำให้อีกฝ่ายตระหนักว่าความเ็ปเป็เช่นไร ส่วนเวลานี้ เป็เพียงอาหารเรียกน้ำย่อย
หญิงม่ายเห็นว่าชวีหนานอีและคนของเขาหายไปแล้ว นางจึงปิดประตูใหญ่ก่อนจะรูดตัวลงนั่งที่พื้น ยกมือขึ้นลูบอกพร้อมพึมพำ “โธ่เอ๋ย นึกว่าจะมาแย่งหมูของข้าเสียอีก”
.
.
.
[1] วอวอโถว คืออาหารชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้งข้าวโพด แป้งข้าวฟ่าง หรือธัญพืชอื่นๆ มีลักษณะเป็โคน ตรงก้นเป็หลุม