มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 38.คนธรรมดาในโลกที่สอง

    แสงแรกของวันค่อย ๆ ไล่ความมืดออกจากผืนป่า

    หยดน้ำค้างเกาะอยู่ตามปลายใบไม้ ก่อนสะท้อนแสงสีทองจากขอบฟ้าที่กำลังสว่างขึ้นทีละน้อย

    ใต้พุ่มไม้หนาทึบแห่งหนึ่ง ร่างของชายสองคนนั่งพิงโคนต้นไม้ด้วยสภาพเหนื่อยล้า เสื้อผ้าขาดวิ่นตามแขนและชายเสื้อ รอยขีดข่วนจากกิ่งไม้ยังปรากฏอยู่ทั่วร่าง

    นัทค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

    "...เช้าแล้วเหรอวะ"

    เสียงแหบพร่าหลุดออกมาเบา ๆ

    เขาขยับไหล่ ความเจ็บแล่นผ่านร่างจนต้องกัดฟัน

    "อย่าขยับเยอะ"

    มาร์โกนั่งอยู่ข้าง ๆ มือหนึ่งกดบาดแผลบริเวณแขน อีกมือวางอยู่บนเข่า สีหน้าเหนื่อยไม่ต่างกัน

    นัทก้มมองสภาพตัวเอง ก่อนถอนหายใจยาว

    "เมื่อคืนวิ่งเหมือนหมาเลยนะพี่"

    "นายเป็นคนวิ่งนำเอง"

    "ก็ถ้าผมหยุด พวกนั้นก็คงจับได้"

    "แล้วนายวิ่งเข้าป่าหนาม"

    "ผมไม่รู้ว่าป่ามีหนามนี่"

    มาร์โกเงียบไปครู่หนึ่ง

    "...เหตุผลดี"

    นัทหลุดหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ จริงจังขึ้น

    เขายกมือขึ้น

    กระแสพลังปราณเริ่มไหลผ่านร่างกาย ความร้อนอุ่น ๆ ค่อย ๆ แผ่จากภายในไปตามแขนและลำตัว ก่อนซึมเข้าสู่บาดแผลอย่างช้า ๆ

    มาร์โกเองก็เริ่มใช้พลังปราณเช่นกัน ทั้งสองนั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบ

    ผ่านไปพักใหญ่ ความเจ็บปวดจึงค่อย ๆ ลดลง นัทถอนหายใจ

    "อย่างน้อยปราณเยียวยายังช่วยเราได้"

    "ถ้าไม่มีมัน เมื่อคืนเราคงเดินต่อไม่ไหว"

    มาร์โกก้มมองบาดแผลของตัวเอง ก่อนจะพูดขึ้น

    "แต่เราก็เสียของไปอย่างหนึ่ง"

    นัทหันขวับ

    "อะไร?"

    มาร์โกมองหน้าเขา

    "ขวาน"

    นัทนิ่ง

    เงียบไปสองวินาที

    สามวินาที

    จากนั้นยกมือขึ้นกุมหน้า

    "...เชี่ย"

    มาร์โกหัวเราะเบา ๆ

    "เพิ่งนึกได้?"

    "กูทิ้งขวานไว้ในห้องจริง ๆ ด้วย!"

    "ใช่"

    นัทถอนหายใจอย่างเจ็บปวด

    ขวานใหญ่ด้ามยาวที่ติดตัวเขามาตลอด ตั้งแต่โลกที่หนึ่งจนมาถึงที่นี่ บัดนี้ยังคงนอนอยู่ในห้องพักแห่งนั้น

    อาวุธที่เขาใช้ฝึกฝนและต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนถูกทิ้งไว้เพียงเพราะเมื่อคืนต้องหนีเอาชีวิตรอด

    นัทลูบหน้าตัวเอง

    "เสียดายฉิบหาย..."

    มาร์โกตบไหล่เขาเบา ๆ

    "ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็สร้างใหม่ได้"

    นัทเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

    "จริง"

    เขาก้มมองปืนต้นแบบที่ยังเหน็บอยู่กับตัว อย่างน้อยสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเขาเพิ่งสร้างขึ้นมายังอยู่

    ปืนของเขายังอยู่ ปืนของมาร์โกก็ยังอยู่ และอาวุธติดตัวอื่น ๆ ก็ยังครบ นัทจึงค่อย ๆ ลุกขึ้น

    "งั้นไปกันเถอะ"

    "กลับเมือง?"

    นัทส่ายหน้า

    "ยัง"

    เขาหันมองแนวป่าด้านหน้า

    "เรายังไม่รู้ว่าพวกผู้คุ้มอยู่แถวไหน ถ้ากลับตอนนี้ก็เหมือนเดินกลับไปหาพวกมันเอง"

    มาร์โกพยักหน้าเห็นด้วย

    "งั้นหาอาหารกับข้อมูลก่อน"

    "ตามนั้น"

    ทั้งสองจึงเริ่มเดินลึกเข้าไปในป่า

    ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง

    สภาพป่าค่อย ๆ เปลี่ยนไป

    จากต้นไม้หนาทึบ กลายเป็นพื้นที่เปิดมากขึ้น เสียงนกร้องดังเป็นระยะ และมีกลิ่นดินชื้นลอยมาตามลม

    จนกระทั่งมาร์โกยกมือขึ้น

    "หยุด"

    นัทหยุดทันที ทั้งสองมองไปยังพุ่มไม้ด้านหน้า มีเสียงบางอย่างดังอยู่ด้านหลัง

    กรอบ...กรอบ... เหมือนมีใครกำลังคุ้ยดิน นัทแตะมือบนปืน

    "มอนสเตอร์?"

    มาร์โกส่ายหน้า

    "อย่าเพิ่งยิง"

    ทั้งสองค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่มอนสเตอร์

    เป็นคนสามคน ชายวัยกลางคนกำลังใช้จอบขุดดิน

    หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเก็บพืชสีเขียวจากพื้น

    ส่วนเด็กหนุ่มอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีกำลังแบกตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยก้อนหินและแร่

    ทั้งสามหยุดทันทีเมื่อเห็นนัทกับมาร์โก ชายวัยกลางคนยกจอบขึ้น

    "พวกนายเป็นใคร?"

    นัทชะงักเล็กน้อย

    "พวกเรา..."

    เขาหันมองมาร์โก มาร์โกมองกลับ ทั้งคู่ไม่ต้องพูดกันก็เข้าใจตรงกัน ไม่ควรเปิดเผยเรื่องโลกที่หนึ่ง

    นัทจึงตอบสั้น ๆ

    "นักเดินทาง"

    ชายวัยกลางคนมองเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของทั้งคู่ มองอาวุธ แล้วมองบาดแผล

    "...นักเดินทางที่ดูเหมือนเพิ่งโดนอะไรไล่กัดมา"

    นัทก้มมองตัวเอง

    "ก็ประมาณนั้น"

    เด็กหนุ่มหลุดหัวเราะ หญิงสาวรีบปิดปาก ชายวัยกลางคนลดจอบลง

    "บาดเจ็บใช่ไหม?"

    "นิดหน่อย"

    "ถ้าอย่างนั้นมานั่งพักก่อน"

    คำตอบนั้นทำให้นัทประหลาดใจ เขาคิดว่าจะถูกระวังตัวหรือถูกไล่ไปเสียอีก แต่ชายวัยกลางคนกลับชี้ไปยังพื้นที่ใต้ต้นไม้ ทั้งสองจึงเดินไปนั่ง หญิงสาวส่งน้ำให้ นัทรรับมาดื่มทันที

    "ขอบคุณ"

    "ไม่เป็นไร"

    เธอยิ้ม

    "พวกเรามาเก็บสมุนไพรกับแร่ธรรมดาแถวนี้"

    นัทหันไปมองตะกร้า

    "แร่?"

    เด็กหนุ่มพยักหน้า

    "ครับ เอาไปขายในเมือง"

    นัทมองก้อนแร่ในตะกร้าอย่างสนใจ ก้อนหินหลายชนิดถูกเก็บรวมกันอย่างหยาบ ๆ

    "พวกนายไม่มีพลังเหรอ?"

    ทั้งสามเงียบไป ชายวัยกลางคนหัวเราะ

    "มีสิ"

    เขายกมือขึ้น

    ประกายพลังเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ ก่อนจะดับลงอย่างรวดเร็ว

    "แต่ไม่ได้เก่งอะไร"

    นัทมองอย่างตั้งใจ

    "แล้วทำงานแบบนี้ทุกวัน?"

    "ใช่"

    "ไม่กลัวมอนสเตอร์?"

    ชายวัยกลางคนหัวเราะ

    "กลัวสิ"

    คำตอบตรงไปตรงมาทำให้นัทชะงัก

    "ถ้าเจอมอนสเตอร์ที่สู้ไม่ได้ เราก็หนี"

    หญิงสาวพูดเสริม

    "ไม่ได้มีใครเก่งจนสู้ทุกอย่างได้หรอก"

    นัทเงียบไป ตั้งแต่มาถึงโลกที่สอง สิ่งที่เขาเห็นมาตลอดล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ คนบินได้

    นักธนูที่ยิงไกลจนแทบมองไม่เห็น นักเวทที่สร้างเปลวไฟขึ้นจากอากาศ

    และผู้คุ้มที่สามารถทำให้พวกเขาต้องหนีหัวซุกหัวซุน จนเขาเกือบลืมไปว่า...

    คนธรรมดาก็มีอยู่ที่นี่เหมือนกัน

    คนที่ต้องทำงาน เก็บแร่ เก็บสมุนไพร หาเงิน และหลบหนีจากมอนสเตอร์ที่ตัวเองสู้ไม่ได้

    โลกที่สองไม่ได้มีแต่ยอดฝีมือเพียงแต่คนที่เขาเห็นในเมืองก่อนหน้านี้ 

    ส่วนใหญ่เป็นคนที่เดินอยู่ในเส้นทางของการต่อสู้เท่านั้นนัทมองกลุ่มคนตรงหน้าอีกครั้งบางที...

    การเรียนรู้โลกนี้อาจไม่ได้เริ่มจากการถามยอดฝีมือก็ได้

    "แถวนี้มีมอนสเตอร์เยอะไหม?"

    นัทถาม

    เด็กหนุ่มชี้ไปทางแนวป่า

    "มีครับ พวกเขี้ยวหิน"

    "เขี้ยวหิน?"

    "เหมือนหมาป่า แต่ตัวใหญ่กว่า หนังหนามาก"

    มาร์โกถามต่อ

    "อันตรายแค่ไหน?"

    ชายวัยกลางคนส่ายหน้า

    "ถ้ามาตัวเดียวก็พอรับมือได้"

    เขาหยุดเล็กน้อย

    "แต่ถ้ามาเป็นฝูง... วิ่งครับ"

    นัทกับมาร์โกมองหน้ากัน นัทแตะปืนที่เอว

    "งั้นลองดูไหมพี่"

    มาร์โกเลิกคิ้ว

    "ลองอะไร?"

    "ลองปืนกับมอนสเตอร์จริง"

    มาร์โกมองปืนของตัวเอง ก่อนยิ้มบาง ๆ

    "เอาสิ"

    ชายวัยกลางคนหันมามองทั้งสอง

    "พวกนายจะล่าพวกมัน?"

    "แค่ทดลอง"

    นัทตอบ

    "ถ้ามีปัญหาก็หนี"

    ชายวัยกลางคนหัวเราะ

    "อย่างน้อยก็รู้จักหนี"

    เสียงคำรามดังขึ้นจากป่าในเวลาไม่นาน กรรรรร! พุ่มไม้ด้านหน้าสั่นสะเทือนร่างขนาดใหญ่สามร่างพุ่งออกมา

    เขี้ยวหิน รูปร่างของมันคล้ายหมาป่า แต่ตัวใหญ่กว่าสุนัขทั่วไปเกือบสองเท่า

     ผิวหนังสีเทาแข็งกระด้างราวกับหิน ดวงตาสีแดงจับจ้องเหยื่อเบื้องหน้า

    ชายวัยกลางคนรีบดึงหญิงสาวและเด็กหนุ่มถอยออกไป

    "สามตัว!"

    นัทชักปืน

    มาร์โกชักปืนตาม

    ทั้งคู่มองหน้ากัน

    "ตัวซ้าย"

    "ตัวกลาง"

    "ตัวขวาฉันจัดเอง"

    นัทพยักหน้า เขายกปืนขึ้น เล็ง หายใจเข้า นิ่ง

    ปัง!

    กระสุนพุ่งออกไป กระแทกเข้ากลางลำตัวของเขี้ยวหินเต็มแรง ร่างของมันกระเด็นถอยไปหลายเมตรแต่...

    มันยังลุกขึ้น นัทเบิกตา

    "...หนังหนากว่าที่คิด"

    มาร์โกยิงตามทันที ปัง! กระสุนกระแทกเข้าขาหน้าของมัน เลือดไหลออกมา แต่เขี้ยวหินยังคงพุ่งเข้ามา

    "มันไม่ล้ม!"

    นัทถอยหนึ่งก้าวเขี้ยวหินกระโจนเข้าใส่

    นัทเอียงตัวหลบกรงเล็บที่ฟาดผ่านใบหน้า ก่อนหมุนตัวกลับแล้วซัดหมัดเข้าลำตัวของมันเต็มแรง

    ตูม! ร่างของสัตว์ร้ายกระเด็นไปชนต้นไม้ นัทชะงักเล็กน้อย

    "...ถ้าใช้ปืนอย่างเดียวคงไม่ง่าย"

    มาร์โกตะโกน

    "ระวัง!"

    เขี้ยวหินอีกตัวพุ่งเข้าหา ปัง! มาร์โกยิงเข้าที่หัว

    ร่างของมันล้มลงทันที นัทหันกลับไปมองตัวที่ตัวเองยิง

    มันกำลังพยายามลุกขึ้น เขายกปืนขึ้นอีกครั้ง เล็งไปที่ศีรษะ ปัง!

    ร่างใหญ่ล้มลงกับพื้น ตัวสุดท้ายเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงหันหลังวิ่งหนีเข้าป่า

    นัทไม่ได้ไล่ตาม เขาลดปืนลง ถอนหายใจ

    "ใช้ได้"

    มาร์โกมองปืนในมือ

    "ใช้ได้จริง"

    ชายวัยกลางคนทั้งสามคนยังคงยืนมองพวกเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง เด็กหนุ่มมองศพเขี้ยวหิน

    จากนั้นมองปืน

    "อาวุธอะไรครับ?"

    นัทมองปืนในมือ

    "ปืน"

    "ใช้เวทมนตร์เหรอครับ?"

    "ไม่"

    "พลังปราณ?"

    "ก็ไม่"

    เด็กหนุ่มยิ่งงง

    "แล้วมันทำงานยังไง?"

    นัทกำลังจะตอบ มาร์โกพูดแทรกขึ้นก่อน

    "เดี๋ยวค่อยอธิบาย"

    นัทพยักหน้า เขาก้มมองศพเขี้ยวหิน หนังของมันหนากว่าที่คาดไว้จริง ๆ

    ปืนสามารถฆ่ามันได้ แต่ไม่ใช่เพราะกระสุนมีอานุภาพเหนือทุกสิ่ง

    พวกเขาต้องยิงให้ถูกจุด และถ้าเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่านี้...

    ผลลัพธ์อาจแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นัทหยิบมีดออกมา

    "หนังนี่ขายได้ไหม?"

    ชายวัยกลางคนพยักหน้า

    "ได้ครับ"

    "งั้นเอาไปขายด้วย"

    มาร์โกยิ้ม

    "อย่างน้อยวันนี้ก็หาเงินได้แล้ว"

    นัทพยักหน้าเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากมายจากการฆ่าเขี้ยวหินสามตัว

    แต่เขาได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง ปืนใช้ได้จริง แต่ไม่ได้ทำให้เขาไร้เทียมทาน

    และนั่นเป็นสิ่งที่ดี เพราะเขาไม่อยากหลงคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งอีกครั้งเหมือนเมื่อคืน

    หลังจัดการกับเขี้ยวหินเรียบร้อย ทั้งสองจึงตัดสินใจเดินทางกลับเมืองพร้อมกลุ่มคนเก็บแร่

    ระหว่างทาง นัทเริ่มถามข้อมูลทีละเล็กทีละน้อย ไม่ได้ถามเรื่องใหญ่โต

    เพียงเรื่องที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต แร่ชนิดไหนขายได้ ร้านไหนรับซื้อ

    อาหารราคาเท่าไร มอนสเตอร์ชนิดไหนควรหลีกเลี่ยงบริเวณใดปลอดภัย

    และกิลด์อยู่ตรงไหน ข้อมูลเล็ก ๆ เหล่านี้ค่อย ๆ ต่อกันเป็นภาพของโลกที่สองในหัวของเขา

    ขณะเดินผ่านเนินเขา เด็กหนุ่มหันมาถาม

    "พี่ครับ"

    "ว่าไง?"

    "ปืนของพี่... ทำขึ้นเองเหรอ?"

    นัทมองปืนในมือ

    "ใช่"

    "ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"

    นัทอมยิ้ม

    "งั้นก็จำไว้"

    เด็กหนุ่มพยักหน้า

    "ทำไมครับ?"

    นัทตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

    "เพราะมันยังยิงไม่ดีพอ"

    มาร์โกหัวเราะ

    "เพิ่งสร้างเสร็จเองนะ"

    นัทมองไปยังเมืองที่เริ่มปรากฏอยู่ไกลออกไป มือหนึ่งแตะปืนที่เอว

    อีกมือกำแน่นเล็กน้อย เขานึกถึงเมื่อคืน ผู้คุ้ม ความแตกต่างของพลัง

    การถูกไล่ล่า และขวานใหญ่ที่ยังนอนอยู่ในห้องพัก

    เขายังไม่รู้ว่าผู้คุ้มจะกลับมาเมื่อไร ยังไม่รู้ว่าจะกลับไปเอาขวานได้เมื่อไร

    และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ระดับไหนเมื่อเทียบกับผู้คนในโลกนี้

    แต่ตอนนี้อย่างน้อยเขารู้เรื่องหนึ่งแล้ว โลกที่สองไม่ได้มีแต่คนที่แข็งแกร่งจนเขาเอื้อมไม่ถึง

    ยังมีคนธรรมดา ยังมีคนที่ต้องดิ้นรนเหมือนเขา และยังมีพื้นที่อีกมากที่เขาไม่เคยรู้จัก

    นัทหันไปมองมาร์โก

    "พี่"

    "ว่า?"

    "ผมว่าเราเริ่มจากตรงนี้ก่อนดีกว่า"

    "ตรงไหน?"

    นัทมองเมืองเบื้องหน้า

    "เรียนรู้โลกนี้ทีละอย่าง"

    มาร์โกยิ้ม

    "เห็นด้วย"

    ทั้งสองเดินต่อไปพร้อมกับกลุ่มคนธรรมดา โดยไม่มีใครรู้ว่า... สำหรับมนุษย์จากโลกที่หนึ่งสองคน

    การเดินทางกลับเข้าเมืองครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ 

    โลกที่สองในแบบที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน