เทพสงครามมังกรเทวะ

    เสวียเหม่ยยินยอมพร้อมใจ

    เฟยหรงยิ่งครุ่นคิดในใจก็ยิ่งมีคำถามเข้ามายกใหญ่ แต่เขาเองก็ไม่ได้กล่าวถามออกไปเพราะว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเสวียเหม่ย ดังนั้นจึงไม่คิดก้าวก่าย ส่วนทางด้านเสวียเหม่ยนั้นตอนนี้นางได้แต่กัดฟัดมืออันเรียวงามที่กำเอาไว้แน่นมีเลือดไหลออกไปและกลายเป็นน้ำแข็งในทันที เห็นได้ชัดเลยว่านางไม่ยินยอมที่จะตัดใจจากบัลลังก์ราชันโดยง่ายเป็นแน่แท้

     

    "ท่านผู้อาวุโสไม่มีทางอื่นให้นางเลยหรือ ข้าขอรับประกันด้วยบัลลังก์ราชันทั้งสามว่านอกจากเรื่องแก้นางจะไม่ใช้บัลลังก์ราชันในทางที่ผิดแน่นอน หากผิดจากคำกล่าวของข้า ข้ายินยอมที่จะสละบัลลังก์ราชันของข้าทิ้งในทันที!"เฟยหรงกล่าวขึ้น เสียงของเขาสร้างความตกตะลึงให้กับทั้งเจ้าบัลลังก์ราชันและเสวียเหม่ยไม่น้อย ในเวลานี้หญิงสาวได้แต่มองมาที่เฟยหรงด้วยแววตาที่สั่นเคลือ นี่เขาถึงขนาดเอาบัลลังก์ราชันมารับประกันให้นางเชียวหรือแถมไม่ใช่เพียงบัลลังก์เดียวแต่ใช้ถึงสามบัลลังก์ด้วยกัน

     

    ยิ่งคิดมาถึงจุดนี้แววตาของหญิงสาวที่มองมาหาชายหนุ่มยิ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายและไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะมีใครที่ยอมทำเพื่อนางมากมายขนาดนี้

     

    "เห้อ ถึงข้าจะยกเว้นเงื่อนไขแรกให้ได้ก็เปล่าประโยชน์เส้นลมปราณของนางเวลานี้อ่อนแอเกินไป หากโดนปราณน้ำแข็งที่รุนแรงไหลผ่านนางก็ไม่อาจทนรับไว้ได้อย่างแน่นอน แต่หากเจ้าขจัดปัญหาข้อนี้ได้บวกกับการรับประกันของเจ้าข้าจะยอมให้นางเป็นผู้สืบทอดก็ได้"เจ้าบัลลังก์ใจอ่อนโดยพลันเฟยหรงที่ได้ฟังก็ดวงตาเป็นประกายในทันที

     

    "จริงนะหรือเปล่าเจ้าคะ!!"เสวียเหม่ยแตกตื่นตกใหญ่ เฟยหรงที่ได้เห็นถึงกับแปลกใจว่าทำไมนางถึงดีใจขนาดนี้ เพราะการที่จะทำให้เส้นลมปราณของนางกลับมาเป็นดังเดิมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างน้อยต้องใช้โอสถระดับเก้าขึ้นไปถึงจะสามารถทำได้ แต่หญิงสาวกลับดีใจทั้งๆที่นักปรุงโอสถระดับเก้าบนโลกใบนี้หายากมากเลยทีเดียว แต่ถึงจะมีนักปรุงโอสถ สมุนไพรที่ใช้ก็ใช่ว่าจะหากันง่ายดายถึงเพียงนั้น

     

    "เรื่องจริงแน่นอน ข้าจะโกหกเจ้าทำไม!!"เมื่อได้ยินเจ้าแห่งบัลลังก์กล่าวเช่นนั้นเสวียเหม่ยหันไปมองเฟยหรงอย่างเจ้าเล่ห์จนชายหนุ่มถึงกับคนลุกขนชันเสียวสันหลังวาบกันไปเลยทีเดียว

     

    "ทะ ท่านมองข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร??ข้าไม่มีสมุนไพรปรุงยาให้ท่านหรอกนะ ทั้งยังเป็นแค่นักปรุงยาระดับแปดเท่านั้น หากจะรักษาท่อนต้องรอให้ข้าเป็นนักปรุงยาระดับเก้าเสียก่อน"เฟยหรงกล่าวอย่างหวั่นใจ ดูเหมือนว่านางจะมีจุดประสงค์อะไรสักอย่างแต่ยังไม่ได้กล่าวออกมา

     

    "ในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วเจ้าจะช่วยข้าใช่หรือไม่??"เสวียเหม่ยกล่าวถามสองเท้าเปลือยเปล่าของนางก้าวเข้ามาใกล้เฟยหรงเรื่อยๆ

     

    "แน่นอนย่อมช่วยเหลือ ถ้ามันไม่มากเกินไปละนะ"เฟยหรงกล่าวพร้อมเก้าถอยหลังอย่างหวั่นๆเห็นได้ชัดเลยว่าที่นางถามเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

     

    "เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องหาแต่อย่างใดเพราะเจ้าคือยาที่ว่านั้นอย่างไรละ"เสวียเหม่ยกล่าวจบร่างงามก็มาโผล่ตรงหน้าของเฟยหรงในทันทีด้วยพลังระดับครึ่งก้าวเทพอมตะนี้ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะหนีได้อย่างแน่นอน

     

    "ท่านหมายความว่าอย่างไร??"เฟยหรงกล่าวอย่างไม่เข้าใจ เขาจะเป็นยาให้นางได้อย่างไร แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงไม่ใช่ว่านางจะต้องหลอมตัวเขามากินหรอกหรือ

     

    "อย่ามาทำเป็นแกล้งโง่หน่อยเลย เหยาเหยาเป็นตัวอย่างที่ดีหรือว่าเจ้าจะปฏิเสธว่าที่นางเส้นลมปราณกลายพันธุ์ไม่ได้มาจากตัวเจ้า"เสวียเหม่ยพูดไปก็หน้าแดงไปในใจเต็มไปด้วยความเขินอายที่ต้องพูดอะไรเช่นนี้ เฟยหรงที่ได้ยินก็นิ่งอึ้งไปพักใหญ่นี่มันหมายความอย่างไรหญิงสาวนางนี้จะให้เขาทำเหมือนกับที่เขาทำกับภรรยางั้นหรือ

     

    "แต่ข้าทำแบบนั้นกับท่านไม่ได้!!เป็นไม่ได้เป็นภรรยาของข้า ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร หากแค่ต้องการที่จะสรรสร้างเส้นลมปราณขึ้นมาใหม่โดยใช้ประโยชน์จากข้า ข้าเฟยหรงคงต้องขอปฏิเสธ ข้าเฟยหรงแม้ตายแต่ก็ไม่อาจจะทำเช่นนั้นกับคนที่ไม่มีใจกับข้าได้แม้ว่าจะงดงามเพียงใดก็ตาม"ปณิธานของชายหนุ่มช่างเเน่วแน่ หากชายใดมาอยู่ในสถานการณ์แบบเขาคงจะรับข้อเสนอของนางไปแล้วแต่นั่นไม่ใช่กับเฟยหรง เขาไม่คิดจะมีความสัมพันธ์กับคนที่ไม่มีใจกับเขา หากจะมีความสัมพันธ์อีกฝ่ายจะต้องมาเป็นภรรยาของเขาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นชายหนุ่มก็จะดูไม่ต่างจากคนเสเพลไร้ความรับผิดชอบน่ะสิ นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการที่สุด

     

    "เจ้า!!"เมื่อเห็นความดึงดันของอีกฝ่ายนางถึงกับต้องอุทานออกมาไม่คิดว่าความงดงามของนางจะไม่สามารถสยบชายหนุ่มได้ โดยที่ไม่รู้เลยว่านางใกล้จะทำให้ปณิธานในใจของชายหนุ่มเกือบจะสั่นไหวไปเสียแล้ว

     

    "ไม่ต้องพูดแล้ว! ข้าจะพยายามช่วยหาสมุนไพรมารักษาท่าน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้วิธีลัดเช่นนี้"เฟยหรงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นางมารคนนี้อันตรายจริงๆ หากเขายอมรับในสิ่งที่นางขอแม้จะมีความสุขกับความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แต่ในใจของเขากลับไม่อาจยอมรับได้ หากเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่ต่างอะไรจากเครื่องมือที่นางใช้เพื่อแก้แค้นน่ะสิ

     

    เฟยหรงเตรียมตัวจะหันกลับในทันทีเพราะหากขืนอยู่ต่อไปมีหวังปณิธานในใจอาจจะโดนนางทำลายได้เช่นกัน เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายการที่มีหญิงงามมาขอให้ช่วยเรื่องแบบนี้มันก็ดูเป็นสิ่งที่ยั่วยวนใจเกินไป ดังนั้นเพื่อไม่ให้ความต้องใจโดนทำลายไปซะก่อนเฟยหรงจึงต้องรีบจากไป

     

    แต่ในขณะนั้นเองดูเหมือนว่าเสวียเหม่ยจะไม่ได้ฟังคำกล่าวของเฟยหรงแต่อย่างใด ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าลงดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงในใจเพราะตอนนี้แผ่นหลังของเขากลับมีภูเขาใหญ่สองลูกกดดับลงมาพร้อมด้วยรอบเอวที่มีมืออันเรียวงามกอดเอาไว้ เฟยหรงยิ่งตื่นตระหนกในใจยกใหญ่ เพราะตอนนี้ร่างกายของเขาและนางแนบชิดกันมากจริงๆทั้งยังมีกลิ่นหอมชื่นใจราวกับหมู่มวลบุปผาเหมันต์ลอยโชยมาจนทำให้เลือดลมของเฟยหรงสูบฉีด

     

    "ท่าน!!"เฟยหรงอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ไม่คิดว่านางจะกล้าทำอะไรเช่นนี้ ทั้งๆที่หลงเสี่ยวหยากล่าวไว้ว่านางนั้นไร้หัวใจแต่เฟยหรงกลับสัมผัสได้ว่าหัวใจของนางตอนนี้เต้นแรงไม่ต่างอะไรจากเขาเลยแม้แต่น้อย

     

    "งั้นก็ทำให้ข้ากลายเป็นภรรยาของเจ้าซะเลยสิ!"เฟยหรงที่ได้ยินน้ำเสียงที่เขินอายของนางถึงกับผงะไป จนต้องหันมาหาเสวียเหม่ยอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงได้ดึงดันเช่นนี้ เรื่องแก้แค้นมันสำคัญถึงขนาดให้นางต้องสละอะไรมากมายเช่นนี้เชียวหรือ

     

    แต่เมื่อหันกลับไปสิ่งเขาเห็นคือใบหน้าที่อ้อนวอนของหญิงสาวทำที่ทำให้จิตใจที่ยึดมั่นของเขาสั่นสะท้านและแหลกสลายไม่มีชิ้นดี คำถามที่มีล้วนมลายหายสิ้นไปในระยะเวลานี้จนหมดสิ้น

     

    "ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไรสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาเส้นลมปราณของข้ามันไม่มีอยู่ในโลกใบนี้ เมื่อรู้เช่นนี้เจ้ายังไม่คิดจะช่วยข้าอีกหรือ"เสวียเหม่ยกล่าวแต่กลับไม่กล้าสบตาชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านเฟยหรงที่ได้ยินก็ถึงกับผงะไปเลยทีเดียว เขาหันไปมองเจ้าแห่งบัลลังก์ราวกับจะไถ่ถามว่าที่นางพูดมานั้นจริงหรือไม่ และสิ่งที่ได้คือนางพยักหน้าให้ เป็นสัญญานบอกว่าที่เสวียเหม่ยพูดนั้นเป็นความจริงอย่างแน่นอน

     

    "ท่าน แน่ใจจริงหรือ! หากเราก้าวข้ามจุดนั้นไปจะไม่มีทางหวนกลับมาเสียใจได้อีกแล้วนะ"เฟยหรงกล่าวถามเพื่อความมั่นใจ ในตอนนี้เขากระจ่างในใจแล้วว่าทำไมเสวียเหม่ยถึงต้องดึงดันเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะนางรู้อยู่แล้วว่าสมุนไพรที่รักษานางได้นั้นไม่มีและหากนางพลาดโอกาสนี้ไปบัลลังก์ราชันเหมันต์ที่นางใฝ่หาก็จะหลุดลอยไปตลอดกาลนั่นเอง

     

    "หลายล้านปีมานี้ ผู้ที่หมายจะครอบครองข้ามีมากมายนับไม่ถ้วนหากข้าต้องการไม่มีผู้ใดคิดปฏิเสธข้า แต่เจ้านั้นแตกต่างออกไป ทั้งยังกล้าถึงขนาดใช้บัลลังก์ราชันในการรับประกันฐานะผู้สืบทอดบัลลังก์ให้ข้า ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้เพียงพอแล้วที่จะทำให้เสวียเหม่ยผู้นี้ยินยอมพร้อมใจ และเจ้าไม่ต้องมาห่วงว่าข้าจะเสียใจภายหลังในเมื่อตัดสินใจไปแล้วข้าย่อมไม่เสียใจที่ได้เลือกมัน"เสวียเหม่ยกล่าว นางในเวลานี้ไม่เหมือนนางมารเหมันต์เขาชายหนุ่มรู้จักอีกต่อไป แต่เหมือนหญิงสาวตัวน้อยที่กำลังเขินอายในความรักเสียมากกว่า

     

    เฟยหรงที่ได้ยินคำกล่าวนี้ของนางก็อึ้งตะลึงไปพักใหญ่ ในเมื่ออีกฝ่ายยอมทำขนาดนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องหักห้ามตัวเองอีกต่อไปเพราะอย่างไรก็ถือว่านางยินยอมและเขาไม่ได้ขู่เข็นนางแต่อย่างใดนั่นเอง

     

    "อะแฮ่ม! ก็เข้าใจละนะว่ากำลังจะเข้าสู่ห้วงความรักอันหวานซึ้งแต่ข้าว่าไปหาที่ลับตาทำกันจะดีกว่าไหม ถึงข้าจะเป็นเสี้ยววิญญานแต่ก็อายเป็นเหมือนกันนะ"เจ้าบัลลังก์กล่าวขัดขึ้น เฟยหรงเกาหัวอย่างเขินอายเวลานี้เขาช่างรู้สึกว่าแหวนมิติจิตวิญญานที่นำมาช่างมีประโยชน์มากมายจริงๆดังนั้นเขาจึงพาเสวียเหม่ยเข้าไปด้านในทันที

     

    "เห้อ เมื่อครู่ยังเย็นชาใส่กันอยู่เลย ไม่คิดว่าเพียงแค่เจ้าหนุ่มนั้นใช้บัลลังก์ราชันรับประกันให้นางจะทำให้หัวใจของนางหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้ สงสัยในช่วงชีวิตนับล้านปีของนางคงไม่เคยเจอใครทำเช่นนี้ให้กระมัง เอาเถอะก็ไม่ได้แย่เท่าไรถึงอย่างไรนางก็เป็นคนของตระกูลข้าละนะ ทั้งเจ้าหนุ่มนั่นก็มีพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานพรด้วยแล้ว เรียกได้ว่ายัยหนูนั่นโชคดีที่ได้เขาเป็นสามีมากกว่า"เจ้าบัลลังก์ราชันกล่าวก่อนที่นางจะเคลื่อนกายมังนั่งอิงที่จิ้งจอกเก้าหางตามเดิม

     

    ส่วนทางด้านเฟยหรงและเสวียเหม่ยนั้นในตอนนี้ได้เข้าสู่ห้วงความรักที่แสนหอมหวานกันด้านในของแหวนมิติจิตวิญญานเป็นที่เรียบร้อย เมื่อเข้ามาเฟยหรงรวบหญิงสาวเข้ามาบดจูบในทันทีเวลานี้เสวียเหม่ยไม่แม้แต่ขัดขืนด้วยซ้ำกลับกันนางยังเป็นผู้ตามที่ดีตามจังหวะการสอดผสานของเฟยหรงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

     

    "ท่านแน่ใจแล้วใช่ไหม ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ"เฟยหรงกล่าวถามอีกครั้ง

     

    "เจ้าคนชั่ว จะให้ผู้หญิงพูดเรื่องหน้าอายมากเท่าไรกัน ข้าบอกว่ายินยอมก็คือยินยอมสิ"นางอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี หมัดเล็กๆของนางทุบลงที่หน้าอกของเฟยหรงอย่างแผ่วเบาด้วยความหมั่นใส้ ชายคนนี้แกล้งให้นางพูดเรื่องหน้าอายหลายต่อหลายครั้งหากเป็นคนอื่นเกรงว่าจะได้ตายไปแล้วนับหล้านครั้งเป็นแน่

     

    "ข้าแค่ไม่อยากบังคับจิตใจท่าน เสวียเหม่ยกล่าวตามตรงข้าไม่เคยคิดว่าข้าและท่านจะมีวันนี้"

     

    "หึ ปากบอกไม่อยากบังคับจิตใจแต่พอเข้ามาเจ้ากลับช่วงชิงจูบแรกของข้าไปแล้ว!!"นางเค้นเสียงแล้วกล่าวอย่างประชดประชันนั้นทำให้เฟยหรงยิ่งกระชับอ้อมกอดให้นางเข้ามาใกล้ชิดเขามากขึ้นไปอีกก่อนที่จะก้มลงกระซิบข้างหูหญิงสาว

     

    "ช่วยไม่ได้ ท่านงดงามเกินไปนี่ ข้าทนไม่ได้หรอกนะ"กล่าวจบเขาก็ดึงนางมาจูบอีกหนึ่งรอบ รสชาติอันหอมหวานที่ริมฝีปากของหญิงสาวช่างตราตรึงใจเขายิ่ง ส่วนทางด้านหญิงสาวก็ไม่ได้ว่ากล่าวอันใดเพียงริมรสรอยจูบที่สองของชายหนุ่มที่มอบให้พร้อมทั้งปล่อยเขาเขาตามใจอย่างที่ปรารถนา

     

    ต่อมาไม่นานอาภรณ์ขวางกั้นร่างกายของทั้งสองก็หายไปเนื่องด้วยถูกชายหนุ่มถอดมันออกอย่างชำนาญการพร้อมทั้งใบหน้าของหญิงงามที่ยิ่งแดงซ่านเต็มไปด้วยความเขินอาย

     

    "เสวียเหม่ยท่านงดงามมาก"เฟยหรงกล่าวขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงไหล เขาค่อยๆกระชับร่างกายเข้าหาหญิงงามและเริ่มบรรเลงท่วงทำนองแห่งความรักไคร่กับเสวียเหม่ยต่อไปจนเวลาผ่านไปถึงสามวันด้วยกัน ในช่วงสามวันนี้เสียงครวญครางของหญิงสาวดังขึ้นมาไม่ขาดสาย แต่มันไม่ใช่เสียงแห่งความเจ็บปวดแต่อย่างใดกลับกันมันกลับเต็มไปด้วยความสุขสมอย่างถึงที่สุด

     

    โชคดีที่ในเวลานี้พวกเขาอยู่ในแหวนมิติแห่งจิตวิญญาน หากพวกเขาตัดสินใจกลับไปที่นิกายเกรงว่าเสียงครวญครางนี้จะทำให้เหล่าผู้อาวุโสตกตะลึงจนแทบขาดใจเลยทีเดียว

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน