สำหรับข้าวขวัญคงต้องใช้เวลา แต่สำหรับเขานั้นไม่เลย แค่เขาเห็นเธอเขาก็ยอมทิ้งทุกอย่าง แต่เขาอยากจะให้ข้าวขวัญเข้าใจเขาบ้าง แต่เขาก็ขี้ขลาดเกินที่จะไปหาเธอ แต่ก็ไม่คิดว่าไข่นุ้ยจะทำถึง แม้จะเป็นแผนที่เขาไม่ได้รับรู้มาก่อน จากที่อยากจะเตะ เขากลับอยากจะกอดไข่นุ้ยแน่นๆ สักที
"คุณข้าว"
"..."
"ผมรู้นะ ว่าคุณยังไม่หลับ"
"ว่ามา.."
น้ำเสียงเป็นมะนาวไม่มีน้ำอย่างนี้ เขาต้องง้อขนาดไหนกันนะ เธอถึงจะยอมให้เขากอดดีๆ
"ผมอยากจะฟัง ว่าที่ผ่านมา คุณต้องเจอกับอะไรบ้าง บอกกันหน่อยสิ"
"อย่าเลย นายอยากจะรู้ไปทำไม ที่ผ่านมา นายไม่เห็นจะอยากรู้เลย แค่คิดจะตามหาฉัน นายก็ยังไม่ทำ"
"อืมม! ก็จริง แต่จริงๆ แล้วผมอยากรู้นะ ว่าคุณต้องเจอกับอะไรบ้าง ตอนที่ผมไม่ได้อยู่กับคุณ"
"เพื่อ?"
"เพื่อ...เพื่อแบ่งเบาความทุกข์ของคุณ แม้ว่ามันจะผ่านไปแล้ว แต่ผมเชื่อว่า คุณคงไม่ได้ระบายให้ทุกคนฟังหรอก คุณอยากจะคุยกับผมมากกว่า เหมือนที่ผมอยากจะคุยกับคุณนั่นแหละ"
"แล้วนายก็ไม่อยู่ จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อตอนที่ฉันต้องการนายที่สุด นายกลับไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้"
ในความมืด เหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงกลั้นสะอื้นจากหญิงสาว แต่เขาก็ไม่กล้าแตะต้องเธอ ทั้งๆ ที่เขาอยากจะกอดเพื่อปลอบใจ แล้วร่างนุ่มนิ่มที่เขาเคยกกกอด ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเลย อยากจะกอดให้หายคิดถึงก็ทำไม่ได้ ทำไมความรักของเขามันต้องทรมานขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้
"คุณข้าวคงไม่ยกโทษให้ผม"
"..."
"คุณคงโกรธผมมากที่ผมหายไป"
"..."
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ผมคงคิดถูกแล้ว ที่ไม่ได้ตามหาคุณข้าว เพราะผมไม่อยากจะเห็นแววตาที่โกรธเกลียดของคุณ ไม่อยากเห็นท่าทางเฉยชาของคุณ มันเป็นสิ่งที่ผมทนไม่ได้ แล้วผมก็ได้เห็นมันจริงๆ คุณข้าวไม่เคยเลิกโกรธเลิกเกลียดผม เหมือนอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ..."
"..."
ที่ทิวไทพูดมาทั้งหมด มันทำให้เธอประหลาดใจกับความคิดของเขา เขาแคร์เธอมากจนตรรกะของเขาผิดเพี้ยนไปหมดแล้วหรือไง อะไรกันเนี่ย เธอไม่เคยได้ยินอะไรอย่างนี้มาก่อน ไม่อยากจะเจอเพราะกลัวว่าจะเห็นแววตาที่โกรธเกลียดของเธอ
"นายมันบ้า..."
ในที่สุด ข้าวขวัญก็ยอมเปิดปาก
"นายมันแย่ที่สุด มีอย่างที่ไหนกัน ไม่ตามหา เพราะไม่อยากเห็น ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน นายไม่ต้องพูดแล้วนะ ยิ่งพูดยิ่งน่าโมโห ฉันไม่อยากได้ยินตรรกะห่วยๆของนายแล้ว โอ้ยย!"
ข้าวขวัญพลิกตัวเร็วไปหน่อย เลยปวดตรงข้อเท้า ทิวไทต้องลุกขึ้นนั่ง
"เจ็บหรือคุณ?"
"ฉันแค่พลิกตัวเร็วไปหน่อย ไม่มีอะไร?"
"พูดเสียงห้วนกับผมจังเลย คุณข้าว"
"..."
น่าปล้ำน่าปราบมาก เด็กดื้อของไอ้ทิว แต่ทิวไทไม่ทำหรอก เพราะเขาไม่ใช่ผู้ชายอย่างนั้นสักหน่อย
"คุณข้าวดื้อจัง ทำไมน้าา คุณข้าวถึงได้ดื้อกับไอ้ทิวนัก"
ทิวไทลองหยั่งเชิงดูว่าข้าวขวัญจะต่อปากต่อคำกับเขาหรือเปล่า แต่เธอก็เงียบ ชายหนุ่มเริ่มจะเครียดแล้ว เขาจึงนอนนิ่งไว้ก่อน พรุ่งนี้เขาค่อยคิดหาวิธีที่จะคืนดีกับเธอใหม่ก็ได้
เช้าแล้ว ทิวไทตื่นมาก็ยังเห็นข้าวขวัญนอนหลับอยู่ ขาของเธอข้างที่เจ็บนั้นตกจากหมอนที่เขาเอารองขาเธอไว้เมื่อคืน ทิวไทยกขาเรียวเล็กขึ้นแล้วสอดหมอนกลับเข้าไปให้อย่างเดิม มันบวมน้อยลงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเช้านี้เธอจะเดินได้หรือเปล่า
ทิวไทเดินลงเขาไปหาสัญญาณโทรศัพท์แล้วโทรหาไข่นุ้ย
Errrrr.....
ไข่นุ้ย_ [พี่ทิว ว่าไงฮะ?]
ทิวไท_ [หายานวดที่เป็นหลอดๆ มาให้หน่อย พี่ข้าวของเอ็งเขาขาแพลง]
ไข่นุ้ย_ [วิ่งหนีพี่ทิวละสิ ใช่มั้ย?]
ทิวไท_ [เป็นเด็ก เอ็งอย่าทำเป็นรู้ดี]
ไข่นุ้ย_ [แล้วพี่ทิวเอาอะไรอีกมั้ย?]
ทิวไท_ [ไม่ต้อง แต่อยากรู้ว่า คุณข้าวมาได้ไงวะ?]
ไข่นุ้ย_ [พี่ข้าวจะมาอยู่ที่นี่สามวัน เขาขอไปนอนที่บ้านบนเขาสองคืน แล้วเขาก็จะกลับอเมริกาเลย แล้วไม่กลับมาอีก เพราะว่าพี่ทิวตายแล้วไง]
ทิวไท_ [ฉันยังไม่ตายโว้ย]
ไข่นุ้ย_ [ก็นั่นแหละ ไม่ตายก็เหมือนตาย ป้าเล่าให้ฉันฟังว่า พี่ทิวตายพี่ข้าวก็เลยไม่โกรธ แต่ถ้าพี่ทิวไม่ตาย พี่ข้าวจะโกรธ]
ทิวไท_ [มิน่า รู้งี้ตายยังจะดีเสียกว่า เออๆ เอ็งรีบมานะ ก่อนที่คุณข้าวจะตื่น เพราะฉันต้องรบกับเขาอีกวันนึง]
ไข่นุ้ย_ [ได้พี่ เดี๋ยวฉันวิ่งขึ้นไปให้ที่บ้าน]
"ไข่นุ้ยจะมากี่โมง?"
ทันทีที่ทิวไทตัดสายจากไข่นุ้ย เสียงของข้าวขวัญก็ถามมาทันที เธอเปลี่ยนเป็นชุดของตัวเองเรียบร้อย สะพายเป้พร้อมไปจากเขา
"อยู่ด้วยกันอีกวันนึงจะเป็นไรไป คุณข้าว"
"ฉันไม่อยากจะอยู่แล้ว"
"เอาจริงๆนะ คุณจะโกรธผมไปจนถึงไหนกัน ผมก็ไม่ตายให้แล้วนี่ไง"
"ฉันไม่รุ?"
ข้าวขวัญทำเสียงห้วนสั้นแล้วเดินกระเผลกๆกลับขึ้นไปที่บ้าน หญิงสาวกอดเป้ที่เอามาแล้วนั่งรออยู่ที่เทอเรซหน้าบ้าน ทิวไทเดินตามมาแล้วส่ายศีรษะ
"ดื้อจัง"
"ฉันไม่ได้ดื้อ"
"จะเลิกกับผมหรือไง?"
"เราไม่ได้เป็นอะไรกัน"
"อ๊ะ! หยุดเลยนะคุณข้าว ใครสอนให้พูดอย่างนี้"
ทิวไทจ้องหน้าจริงจัง หรือเธอจะกลับมารักเขาไม่ได้อีกจริงๆ ช่วงที่ไม่มีเขาเธอคงทรมานมาก มันคงมากจนเธอนึกไม่ออกว่าจะกลับมารักเขาได้ยังไง
"คุณคงนึกไม่ออกแล้วสินะ ว่าเราเคยรักกันยังไง คงนึกไม่ออกว่าจะกลับมารักผมได้ยังไง เพราะผมคงทำคุณทรมานใจมากจริงๆนั่นแหละ"
"..."
ข้าวขวัญไม่ตอบ เธอเองก็ตอบไม่ได้จริงๆว่ามันคืออะไร เธอใจเต้นแรงเมื่อเจอเขา เธออยากใกล้ชิด อยากจะรักให้เหมือนเดิม แต่ลึกๆมันมีแต่ความรู้สึกน้อยใจ เพราะในวันที่เธออยู่ในจุดที่ต่ำสุด เธอต้องการเขาอย่างที่สุด แต่เขากลับไม่อยู่เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอ ความทรมานจากความรัก มันทำให้เธอกลัวที่จะกลับไปพบกับความรู้สึกนั้นอีก
มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้จริงๆ
ข้าวขวัญนั่งรอจนได้ยินเสียงสวบสาบมาแต่ไกล เมื่อไข่นุ้ยปรากฎตัว ข้าวขวัญก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกลับไปกับเด็กชาย ในขณะที่ทิวไทเดินออกมาจากข้างในบ้าน
"อ้าวพี่ข้าว ไม่อยู่ต่ออีกสักคืนหรือพี่ข้าว?"
"ไม่ละไข่นุ้ย พี่จะกลับแล้ว"
ไข่นุ้ยหน้าเสียแต่ไม่กล้าพูดอะไรมาก เด็กชายคิดว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ไป ไข่นุ้ยคงต้องทำใจที่จะไม่ได้พี่ข้าวเป็นพี่สะใภ้
"พี่ทิว นี่ยาที่พี่บอก"
ทิวไทรับแล้วส่งให้ข้าวขวัญ
"นี่ครับ ผมให้ไข่นุ้ยเอามาให้คุณข้าว แล้วก็กลับไปเลยก็ได้ เอาที่คุณข้าวสบายใจ"
ข้าวขวัญซ้อนรถไข่นุ้ยลงมาจากเขาแล้ว ทิวไทเดินกลับเข้าไปในบ้านเพราะเขาไม่อยากมองตอนที่เธอเดินออกไป เขาพยายามจะเข้าใจหญิงสาวให้มาก ว่าเพราะอะไร การตายทิพย์และการฟื้นคืนชีวิตของเขาจึงไม่มีผลต่อความรักของเขาและเธอเลยแม้แต่น้อย
แต่เขาก็คิดไม่ออก ใครก็ได้ช่วยเขาไขปริศนานี่ที เขาจะได้แก้ให้ถูกจุด
ข้าวขวัญลงเขามาพร้อมไข่นุ้ย นางขวัญเรือน นางทองกรและ รตอ.ทะนง นั่งรวมกลุ่มกันคุยที่ใต้ถุนบ้าน ข้าวขวัญทักทายทุกคนเพียงเล็กน้อยแล้วบอกว่าขอตัวไปพักผ่อนข้างบนแล้วเดินเลยไป นางทองกรกวักมือเรียกไข่นุ้ยที่เดินเข้ามาที่ใต้ถุนบ้าน
"ไข่นุ้ย มาเล่าให้ป้าฟังที"
นางทองกรกวักมือให้ไข่นุ้ยมานั่งใกล้ๆ เด็กชายนั่งลงตรงโซฟาเดี่ยวใกล้นางทองกร
"ไม่รู้ ฉันไปถึงก็เห็นพี่ข้าวรออยู่ จะลงมากับฉัน แล้วพี่ทิวก็ไม่ห้ามเลย ก็...อย่างที่ทุกคนเห็นนี่แหละจ๊ะ"
"แค่นี้เลย?"
"แค่นี้เลยจ๊ะป้า"
นางทองกรกับนางขวัญเรือนมองหน้ากันด้วยแววตาที่ต่างก็มีคำถาม ส่วน รตอ.ทะนงนั้นไม่ออกความเห็น แค่รู้ว่าเพื่อนรักยังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจมากแล้ว แต่เรื่องที่นางทองกรเล่าให้ฟังทั้งหมดเขาก็เห็นใจทิวไทอยู่เหมือนกัน
"ถ้าให้ผมเดา ก็น่าจะมีอยู่เรื่องเดียวก็คือ คุณข้าวงอน ที่พี่ทิวไม่ตายแต่ไม่ไปดูดำดูดี ดันหนีมาอยู่นี่คนเดียว ไม่ติดต่อใคร เหมือนตายไปแล้วจริงๆ"
"ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันขอไปคุยกับหนูข้าวเองนะคะ คุณพี่"
นางขวัญเรือนบอกนางทองกร
"เพราะที่คุณพี่เล่าให้ฟังเมื่อกี้ ถ้าฉันคุยกับลูกแล้ว ฉันว่าข้าวขวัญคงน่าจะเข้าใจทิวไทมากขึ้น"
"ผมเห็นด้วยกับคุณป้าครับ ผมเอาใจช่วย คุณป้าขึ้นไปคุยกับคุณข้าวตอนนี้เลยครับ"