เล่ม 1 บทที่ 6 คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าว
บทที่ 6คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวแขกที่ได้รับเทียบเชิญเริ่มทยอยเดินทางมาถึงงานฉลองแล้ว แม้หลินอี้หยางเชิญญาติสนิทมิตรสหายไม่กี่สิบคน แต่ภายในโรงครัวกลับวุ่นวายมีงานยุ่งจนล้นมือ บ่าวรับใช้ช่วยกันเตรียมอาหาร จัดขึ้นจาน ดูแลความเรียบร้อยในงานโดยไม่หยุดพัก หลินเหมยกุ้ยเห็นว่านหนิงฮวาทำงานหนัก เด็กสาวจึงอาสาช่วยเหลือ น้ำชาที่ใช้ต้อนรับแขกเหรื่อในงาน ล้วนมาจากความพยายามและฝีมือการรังสรรค์ของคุณหนูประจำตระกูลทั้งสิ้น“กุ้ยเอ๋อหยุดมือก่อนเถิด หากเจ้าวิ่งวุ่นไม่หยุดเช่นนี้ แม่เล็กเกรงว่าอาการป่วยจะกำเริบขึ้นมาอีก”ว่านหนิงฮวาเอ่ยปราม พลางจูงมือลูกเลี้ยงไปนั่งพักที่ศาลาใหญ่ ไม่ไกลจากประตูทางเข้าออกเท่าไรนักหลังหลินเหมยกุ้ยปรับความเข้าใจกับว่านหนิงฮวาแล้ว นางส่งสาวใช้ทั้งหมดคืนให้อู๋ฟางเซียน ป้องกันไม่ให้ข้างกายมีสายลับนำความในออกไปเล่าให้คนนอกฟัง นางต้องติดตามอาจารย์ไปเรียนรู้การปรุงโอสถหลายปี จึงไม่รีบร้อนหาสาวใช้คนใหม่ในตอนนี้ หลินเหมยกุ้ยดูแลตนเองได้ แต่ว่านหนิงฮวากลัวว่านางจะไม่ได้รับความสะดวกสบาย จึงอาสาดูแลคุณหนูประจำตระกูลด้วยตนเอง“แม่เล็กอย่าได้กังวลไปเลย กุ้ยเอ๋อไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด”หลินเหมยกุ้ยยิ้มกว้าง พลางหยิบขนมหวานใส่ปาก ดวงตาทรงเสน่ห์เหลียวมองประตูทางเข้าออกบ่อยครั้ง จนกระทั่งชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินผ่านประตูเข้ามา นางจึงขออนุญาตว่านหนิงฮวาออกไปต้อนรับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเกลี้ยงเกลามีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้า เขาอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนสบายตา ก้าวเดินเนิบนาบผ่านประตูเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม พลางกวาดตามองรอบงานเพื่อหาผู้ที่ส่งเทียบเชิญถึงตนเอง“ท่านน้าเจ้าคะ”จ้าวหลิงเหอหันไปมองตามเสียงเรียก รอยยิ้มกว้างหุบลง เมื่อเห็นเด็กสาวรูปร่างโปร่งระหงกระโจนเข้าใส่ตนเองโดยไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าใกล้ เอื้อมมือช้อนร่างเบาหวิวเข้ามาในอ้อมแขน หมุนตัวตามแรงโถมใส่ เพื่อทรงตัวไว้ไม่ให้ล้มลง ร่างทั้งสองเหวี่ยงตัวลอยละลิ่ว ชายผ้าพลิ้วโบกสะบัดราวดอกไม้บาน ก่อนจะร่อนกลับมายืนด้านล่างได้อย่างปลอดภัยวรยุทธ์ล้ำเลิศ ท่วงท่างดงามราวกับร่ายรำ ทำให้เด็กสาวหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ แต่คิ้วเข้มบนใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายใหญ่ กลับขมวดแน่นด้วยความกังวล“กุ้ยเอ๋อ เจ้าอยากให้น้าอกแตกตายหรืออย่างไร วันหลังอย่าได้ทำเช่นนี้ อีกเด็ดขาด หากเจ้าเป็นลมล้มพับขึ้นมา ท่านยายของเจ้าได้ฉีกอกน้าเป็นชิ้น ๆ แน่”จ้าวหลิงเหอตำหนิ แต่ดวงตาและน้ำเสียงกลับอ่อนโยนราวคั้นน้ำได้ ยิ่งเห็นรอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าขาวใส เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือโยนปลายจมูกรั้นไปมาด้วยความเอ็นดูหลินเหมยกุ้ยเป็นผู้สืบสายเลือดครึ่งหนึ่งของตระกูลจ้าว เด็กสาวถูกท่านตาของตนเองเกลียดชังจนไม่อยากมองหน้า จ้าวหยางเฟยเสียใจที่บุตรสาวมากพรสวรรค์ต้องจบชีวิตลง เพื่อให้หลานสาวไร้ค่า ไร้พรสวรรค์ได้ถือกำเนิดความคิดของประมุขชราขัดแย้งกับฮูหยินจ้าวและบุตรชายเหลือเกิน พวกเขาทั้งสองรักใคร่ในตัวหลินเหมยกุ้ยยิ่งนัก เด็กน้อยงดงาม น่าเอ็นดู ยามอยู่กับพวกเขา ช่างเจรจาออดอ้อน ทุกครั้งที่โดนดวงตาทรงเสน่ห์ช้อนมอง สองผู้สูงศักดิ์ใจอ่อน ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ความปรารถนาของนางเป็นจริงไม่กี่วันก่อนจ้าวเหมยลี่ได้ยินข่าวลือที่ทำให้นางโกรธเกรี้ยวเป็นที่สุด นางได้ยินว่าประมุขตระกูลไป๋ส่งหนังสือขอถอนหมั้นอย่างเป็นทางการไปให้ตระกูลหลิน พวกเขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร หลานสาวของนางกำลังเจ็บปวดร่างกายเพราะโรคร้ายรุมเร้า เหตุใดถึงได้ซ้ำเติมเด็กสาวด้วยความเจ็บปวดทางจิตใจกันเล่า คนตระกูลไป๋ช่างน่ารังเกียจเหลือเกินจ้าวเหมยลี่ยิ่งคิดยิ่งโมโห แต่นางออกหน้าพูดแทนหลานสาวไม่ได้ ไปหาที่ตระกูลหลินเพื่อปลอบโยนด้วยตนเองไม่ได้ ทำได้เพียงฝากความปรารถนาดีมากับบุตรชาย ขอให้เขาปลอบประโลมนางให้ดีที่สุดจ้าวหลิงเหอรับคำมารดา ชายหนุ่มพิจารณาใบหน้าหวานล้ำอย่างถี่ถ้วน แต่ไม่พบร่องรอยผิดหวังปรากฏออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย แก้มนุ่มเปล่งปลั่งอมชมพู ดวงตาทรงเสน่ห์ทอประกายสดใส มีรอยยิ้มพรายเต็มใบหน้า หลินเหมยกุ้ยดู เริงร่าเหมือนกวางน้อยกลางพนาไม่มีผิด“น้าได้ยินว่าบิดาของเจ้าตอบรับหนังสือถอนหมั้นจากตระกูลไป๋แล้ว เป็นเรื่องจริงหรือไม่”จ้าวหลิงเหอคอยสังเกตสีหน้าของหลินเหมยกุ้ยตลอดเวลา เขาเกรงว่าคำถามตรงไปตรงมาของตนเองจะสะกิดแผลใจ จนหลานสาวไม่อาจหักห้ามความเสียใจเอาไว้ได้“เป็นเรื่องจริงเจ้าค่ะ บิดาให้รองพ่อบ้านอันส่งหนังสือตอบรับการถอนหมั้นไปให้ตระกูลไป๋เมื่อสองวันก่อน”คำยืนยันของหลานสาว ทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวเพิ่มความระมัดระวังในการสนทนามากขึ้น จ้าวหลิงเหอลอบตำหนิพี่เขยในใจ ทั้งที่รู้ความต้องการของบุตรสาวดีกว่าผู้ใด เหตุใดจึงไม่ช่วยทำให้ความปรารถนาของนางเป็นจริงกันเล่า“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป”หากหลานสาวต้องการแต่งให้คุณชายไป๋ หากตระกูลหลินช่วยเหลือนางไม่ได้ ทางตระกูลจ้าวจะเป็นผู้ออกหน้าช่วยเหลือนางด้วยตนเอง“ท่านน้าถามเช่นนี้ เพราะกังวลว่าข้าจะหาคนออกเรือนไม่ได้หรือเจ้าคะ”หลินเหมยกุ้ยไม่ตอบคำถามของจ้าวหลิงเหอ นางจะทำเช่นไรได้ ในเมื่อ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความต้องการของตนเอง ยามนี้เริ่มมีข่าวลือหนาหูว่า‘คุณหนูใหญ่ตระกูลหลินถูกประมุขไป๋ขอถอดถอนการหมายหมั้น นางเสียใจแต่ทำอันใดไม่ได้ นอกจากตอบรับหนังสือถอนหมั้นอย่างเป็นทางการกลับไปทั้งน้ำตา’ข่าวลือที่แพร่สะพัดในยามนี้ไม่ใช่ฝีมือของใครอื่นใด ล้วนเป็นหลินเหมยกุ้ยจัดการปล่อยข่าวทั้งสิ้น นางทำเพื่อกลบเกลื่อนความน่าสงสัยและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หลังได้รับชีวิตใหม่ของตนเองคุณหนูใหญ่ตระกูลหลินถูกถอนหมั้น นางเสียใจอย่างหนักทำให้จิตใจไม่ปกติ ช่างเป็นข้ออ้างที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อถือคำพูดของนางอย่างง่ายดาย มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่รู้ว่า หลินเหมยกุ้ยหาได้เดือดร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ นางดีอกดีใจที่แก้ไขความผิดพลาดในชีวิตได้สำเร็จ“เรื่องคู่ครองสำคัญยิ่งนัก เจ้าอย่าได้เพิกเฉยเด็ดขาด หากปล่อยเรื่องนี้ให้เนิ่นนานออกไป แล้วยังไม่มีผู้ใดตบแต่งเจ้าเข้าเรือน เจ้าจะมาร่ำไห้ พร่ำบ่นให้น้าชายฟังไม่ได้รู้หรือไม่”จ้าวหลิงเหอเอ่ยเตือนแกมหยอกเย้า หลานสาวของเขาจะได้ตบแต่งหรือไม่ เขาไม่ใคร่ห่วงใยเรื่องนี้เท่าไรนัก หลินเหมยกุ้ยงดงามจับตา ใบหน้าของนางคัดลอกออกมาจากพี่สาวของเขาไม่ผิดเพี้ยน หากนางเติบใหญ่จะต้องเป็นหญิงงามทรงเสน่ห์ เป็นที่กล่าวขานของผู้คนทั่วไปมากกว่ามารดาของนางเสียอีก นางไม่มีพรสวรรค์แล้วอย่างไร ในเมื่อนางมีตระกูลหลิน ฮูหยินใหญ่ตระกูลจ้าวและตัวเขาคอยสนับสนุน อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ชีวิตของกุหลาบแดงดอกนี้ย่อมสุขสบายเหนือผู้ใด“ท่านน้าไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ อีกไม่นานข้าต้องได้พบกับบุรุษที่ดีพร้อม ทั้งรูปกายและจิตใจ มีความสามารถเหนือผู้ใดมาเป็นหลานเขยของท่านอย่างแน่นอน ข้าขอแค่ท่านสัญญาว่า เมื่อวันนั้นมาถึง ท่านต้องพาน้าสะใภ้มาร่วมงานแต่งของข้าให้ได้ก็พอ”คำพูดของหลานสาวทำให้จ้าวหลิงเหออึ้งจนพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง พอหาย ตกตะลึง ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง“กุหลาบน้อย วาจาของเจ้าช่างร้ายกาจนัก”คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวถูกหลานสาวสุดที่รักเล่นงานเข้าแล้ว ชายหนุ่มยกมือยีศีรษะกลมมนด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู จนผมที่จัดแต่งอย่างดีฟูยุ่งไม่เป็นทรงจ้าวหลิงเหอไม่ใช่บุรุษอัปลักษณ์ ไม่ได้ไร้ความสามารถจนไม่เป็นที่ปรารถนา เขาทั้งรูปงาม อ่อนโยน มีพรสวรรค์ล้ำเลิศไม่น้อยหน้าผู้ใด มีหญิงงามมากมายอยากได้ตำแหน่งฮูหยินน้อยตระกูลจ้าวไปครอบครอง หนึ่งในสตรีมากมายเหล่านั้น มีคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่รวมอยู่ด้วยมู่หลานหลานแสดงออกชัดเจนว่า นางพึงใจในตัวจ้าวหลิงเหอ น่าเสียดาย ที่ชายหนุ่มไม่ได้คิดสิ่งใดกับนางทั้งสิ้น เขาปฏิเสธไมตรีจากคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ ไปอย่างหนักแน่น ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคำปฏิเสธของชายหนุ่มรุนแรงเพียงใด รู้เพียงไม่กี่วันต่อมา ผู้คนต่างร่ำลือว่าจ้าวหลิงเหอเป็นบุรุษที่นิยมตัดแขนเสื้อมากกว่าสตรีงดงามชื่อเสียงที่ได้มาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวยังไม่ได้ตบแต่ง สตรีใดเข้าตระกูลเสียที ทั้งที่อายุของเขาล่วงเลยเข้าปลายเลขสองแล้ว จ้าวหลิงเหอไม่ได้นิยมตัดแขนเสื้อ เพียงแต่สตรีที่ใจเฝ้าตามหายังไม่ปรากฏตัวออกมาเท่านั้นเอง“ท่านน้าเจ้าคะของกำนัลที่ข้าให้ท่านตามหาเป็นเช่นไรบ้าง ท่านจัดเตรียมให้ข้าแล้วหรือยัง เรียบร้อยดีใช่หรือไม่”ในเทียบเชิญที่หลินเหมยกุ้ยส่งถึงน้าชาย มีคำขอร้องสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จภายในวันนี้แนบลงไปด้วย“น้าจัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่เจ้าไปเปิดมันเท่านั้นเอง”ยามคิดถึงข้อความในเทียบเชิญ สีหน้าของจ้าวหลิงเหอเคร่งขรึมลงเรื่อย ๆ รอยยิ้มหยอกเย้าเลือนหายไป เหลือเพียงประกายตาเยียบเย็นเต็มไปด้วยโทสะ“ดียิ่ง พวกเรารีบเข้าไปเปิดดีหรือไม่ ข้าอยากรู้จะแย่อยู่แล้วว่าของกำนัล ที่ท่านนำมาจะถูกใจพวกนางสักเพียงใด พวกนางจะทำเช่นไรเมื่อได้รับมัน”หลินเหมยกุ้ยเร่งเร้า นางจูงมือน้าชายหายเข้าไปในงาน รอยยิ้มเริงร่าบนใบหน้างดงามเปลี่ยนเป็นเย็นชา ดวงตาสีดำสนิทราบเรียบราวกับคืนที่ไร้ดาว