รถบ้านแล่นฉิวไปตามถนนสี่เลนอย่างราบรื่นสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพร ณัฐธัญได้เปลี่ยนระบบจากรถสันดาปเป็รถไฟฟ้าทำให้ไม่ต้องคอยเติมหรือห่วงเื่น้ำมันหมด แถมเสียงเครื่องยนต์ยังเงียบมากขนาดวิ่งผ่านซอมบี้ มันก็ยังไม่วิ่งตาม ถือว่าเป็ข้อดีอีกประการหนึ่ง
ตอนนี้เขาเหลือ22,100 แต้ม ไม่ใช่ว่ายังไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไรแต่ของที่เขา้าส่วนใหญ่ต้องใช้พื้นที่รถ เขาจึงอยากไปให้ถึงเมืองทางผ่านก่อนเพื่อเก็บวัสดุจำพวกโลหะทั้งหลายจากรถยนต์ที่ถูกทิ้งแล้วเอาไปลดราคาการขยายพื้นที่รถ
จากเขตปลอดภัยโซนแปดไปที่เมืองทางผ่านมีระยะทาง370 กิโลเมตร คาดว่าอีกไม่นานก็คงถึงแล้ว
“นี่ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ นายมีของป้องกันหรือเปล่า” จู่ ๆลีโอนีที่นั่งอยู่หน้ารถก็กระซิบถาม
ณัฐธัญที่กำลังขับรถอยู่เลิกคิ้ว“ป้องกันอะไร..?”
ลีโอนีหน้าแดงเล็กน้อย“ป้องกันนั่นน่ะ ท้อง...”
ณัฐธัญสะดุ้งจนเกือบเหยียบเบรกเขาหันขวับมา “เธอท้องเหรอ...?”
“ไม่ใช่เมื่อวานซืนยังปลอดภัยอยู่ แต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อนเพราะยังไงมันก็ไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์” ลีโอนีกล่าว
ณัฐธัญครุ่นคิดก็จริงอย่างที่ลีโอนีว่า ยิ่งถ้าเกิดป่องเอาตอนนี้ จะเป็อะไรที่นรกแตกมากป่วยในวันสิ้นโลกก็ว่าลำบากแล้ว ถ้าเกิดท้องในวันสิ้นโลกไม่ต่างอะไรกับก้าวขาลงนรกไปข้างหนึ่ง
“ขอแนะนำนาโนบอทควบคุมการสืบพันธุ์ในระดับเซลล์มันจะแปรสภาพเป็รังไข่เทียมที่ส่งสัญญาณหลอกระบบต่อมไร้ท่อหยุดการตกไข่อย่างเป็ธรรมชาติ ทำให้ไม่มีประจำเดือนป้องกันการตั้งครรภ์หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีระบบป้องกันโรคติดต่อไม่มีผลข้างเคียงทั้งระยะสั้นและระยะยาวและหาก้าให้รังไข่กลับมาผลิตเซลล์ไข่เหมือนเดิม สามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อโดยระบบรังไข่จะกลับมาทำงานภายในสิบนาที”
เสียงผู้ช่วยดังขึ้นในหัวของณัฐธัญจวบจนตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกทึ่งในความเข้าใจสถานการณ์ของผู้ช่วยและเทคโนโลยีของระบบจริงๆ รู้ใจเขาอย่างกับอยู่ด้วยกัน ไม่สิ...ก็ฝังอยู่ในตัวเขาเลยนี่หว่า
เขาเพียงใช้ความคิดหน้าจอของระบบพร้อมกับรายการนาโนบอทควบคุมการสืบพันธุ์ก็โผล่ขึ้นมาบอกรายละเอียดและวิธีใช้ให้เสร็จสรรพ เป็แบบแคปซูลให้กินเข้าไป ราคาเม็ดละ 1,000 แต้ม
รูปร่างมันคล้ายกับยาชนิดแคปซูลด้านหนึ่งมีสีชมพู อีกด้านหนึ่งมีสีขาว โดยจะมีนาโนบอทขนาด 0.0007 มม. นับแสนอยู่ข้างใน
แน่นอนว่าเขาซื้อมาสี่เม็ดโดยไม่ลังเลหยิบส่งให้ลีโอนีพร้อมกับสาธยายสรรพคุณ
ลีโอนีตาลุกวาวไม่ใช่เพราะสรรพคุณป้องกันการตั้งครรภ์ แต่เป็การที่หยุดประจำเดือน เพราะเวลาที่ประจำเดือนมาคือ่เวลาที่เธอรำคาญมากที่สุด และหงุดหงิดมากที่สุด
ขณะที่ลีโอนีกำลังจะเอาเข้าปากทั้งสี่เม็ดณัฐธัญก็รีบห้าม บอกว่ากินแค่เม็ดเดียวก็พอแล้ว
ลีโอนีขมวดคิ้วทันที“แล้วนายซื้อมาทำไมตั้งสี่เม็ด..?”
ณัฐธัญตอบแบบกระดากใจว่า“ก็เอาไปให้คนอื่น ๆ ด้วยไง”
ลีโอนีหรี่ตาทันทีถ้าสายตาสามารถแปลงเป็มีดได้ คงแทงทะลุร่างเขาเป็ร้อยรู ณัฐธัญจึงรีบอธิบาย“ก็ฉันได้ยินว่าผู้หญิงจะรู้สึกไม่สบายตัวทุกเดือน จะได้ไม่ต้องมาคอยไม่สบายใจไง”
“ฮึ ข้ออ้าง”ลีโอนีแค่นลมออกจมูก แล้วมุดเข้าไปในตัวรถ แจกจ่ายนาโนบอทพร้อมกับอธิบายสรรพคุณ
เป็อย่างที่คาดสาว ๆ อีกสามคนตาเป็ประกายทันทีที่ได้ยินว่าหยุดการตกไข่แต่พอทราบว่าจุดประสงค์หลักของมันคือหยุดการตั้งครรภ์ส่วนประจำเดือนเป็เพียงผลพลอยได้ ท่าทีของพวกเธอก็เปลี่ยนไปทันที
อลิเซียหน้าแดงซ่านหยิบแคปซูลนาโนบอทขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนเตียงชั้นบน มาน็องส่งสายตาทิ่มแทงไปหาณัฐธัญแม้ว่าเขาจะนั่งอยู่เบาะหน้ารถ แต่ก็ยังรู้สึกหนาวสันหลังอย่างไม่ทราบสาเหตุส่วนเทเรซ่ามองดูด้วยความสนอกสนใจ เธอรู้สึกว่าต่อไปถ้าเขาเปลี่ยนรถคันนี้ให้บินได้ก็คงไม่น่าประหลาดใจแล้ว
หลังจากขับรถมาไม่นานก็เริ่มเห็นเมืองด้านหน้า และที่ตามมาคือเริ่มเห็นซอมบี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องบอกว่านี่คือจำนวนซอมบี้ที่เยอะที่สุดเท่าที่ณัฐธัญเคยเห็นมาถ้าไม่ถึงหลักพันก็หลายร้อย
ซอมบี้นับร้อยยืนขวางถนนเต็มไปหมดไม่มีช่องทางให้เลี้ยวซิกแซกได้เลย จึงต้องชนสถานเดียว
โครม..!
คราวนี้ต่อให้เครื่องยนต์จะเงียบอย่างไรก็ต้องดึงดูดซอมบี้เพราะเสียงชนที่ดังสนั่น ซอมบี้แห่กันกรูเข้ามา เสียงเล็บขูดกับเหล็กดังอื้ออึงไปรอบตัวรถ
แน่นอนว่าตัวรถไม่สะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น ต่อให้ซอมบี้ทั้งเมืองมายืนขูดทั้งชาติก็ไม่สึกหรอ
ตอนแรกอลิเซียรู้สึกกลัวแต่เมื่อเธอรู้ว่าตัวรถปลอดภัยก็ค่อยโล่งใจ จนถึงขนาดเริ่มโบกมือทักทายซอมบี้..!
เมืองทางผ่านนี้มีขนาดเล็กมากไม่ถึงครึ่งของเขตปลอดภัยโซนแปดด้วยซ้ำ หลังจากขับเข้าเมืองไม่นานซอมบี้บางตัวที่ตามไม่ทันก็เลิกตาม จนซอมบี้ที่ตามมาค่อย ๆ ลดลงแต่ก็ยังไม่ถึงกับหายหมด
แต่ที่น่าแปลกใจคือในเมืองมีซอมบี้น้อยมาก ราวกับมีคนเคยเคลียร์ไว้แล้ว
“ซอมบี้มันน้อยแปลกๆ หรือเปล่า” ลีโอนีที่กลับมาหน้ารถแล้วพูดขึ้นเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้เหมือนกัน
“น้อยก็ดีแล้วนี่”ณัฐธัญตอบ เขากำลังขับวนไปรอบ ๆ ตัวเมือง พยายามมองหาบริเวณที่มีรถจอดเยอะ ๆ
เมืองนี้ไม่มีตึกสูงเลยสักตึกเดียวส่วนใหญ่เป็บ้านชั้นเดียวหรือไม่ก็สองชั้นณัฐธัญนึกขึ้นได้ว่านี่เป็แค่เมืองทางผ่าน อาจมีรถไม่เยอะเท่าไร
ไม่นานนัก เขาก็เจออาคารที่คล้ายกับซูเปอร์มาเก็ตด้านหน้าซูเปอร์มาเก็ตเป็ลานจอดรถกว้างขวาง มีรถจอดอยู่หลายสิบคันเขาจึงตัดสินใจจอดรถที่นี่
ลีโอนีลงไปเคลียร์ซอมบี้รอบนอกรถเธอใช้มีดพกทหารที่มีขนาดยาวเพียงไม่กี่นิ้วแต่กลับสามารถตวัดฟันคอของซอมบี้ขาดกระเด็นได้..!
พอเหลือซอมบี้ไม่กี่ตัวเธอก็เรียกให้อลิเซียลงมา อย่างน้อยถ้าอยากช่วยต่อสู้ก็ต้องฝึกฆ่าซอมบี้ให้ได้เสียก่อน
อลิเซียค่อย ๆก้าวลงจากรถด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ มาน็องเดินตามติดประชิด แต่ลีโอนีห้ามมาน็องเข้าใกล้มาน็องจึงทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่พูดอะไร
ลีโอนียื่นปืนพกสั้น9 มม. ให้อลิเซียกระบอกหนึ่งพร้อมกับสอนวิธีการใช้และข้อควรระวังอย่างละเอียดก่อนจะถอยออกมาและบอกให้อลิเซียลองยิง
ปัง..!
นัดแรกที่ลั่นไกอลิเซียเกือบทำปืนหลุดจากมือ เธอใกับแรงดีดจนลีโอนีต้องกำชับให้จับแน่น ๆ
ณัฐธัญที่ลงมาเห็นก็ยิ้มด้วยความเห็นใจเขาปล่อยพวกเธอไว้ตามลำพัง แล้วเดินมาที่ซากรถ
รถส่วนใหญ่ถูกงัดเอาเครื่องยนต์ไปหมดแล้วคาดว่ากลุ่มกองกำลังจากเขตปลอดภัยโซนแปดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งคงขึ้นมาหาทรัพยากรถึงตรงนี้ไม่อย่างนั้นเขาก็นึกไม่ออกแล้วว่ายังมีกลุ่มไหนอีก
เขาใช้เครื่องย้ายวัตถุที่มีรูปร่างคล้ายนาฬิกาแตะไปที่ซากรถแล้วซากรถนั้นก็เรืองแสงสีเหลือง ก่อนจะหายไปโดยไม่เหลือร่องรอย
คลังมิติที่อยู่ในระบบขึ้นแจ้งเตือนพอเขาดูก็เห็นข้อมูล
เหล็กกล้า – 400 กิโลกรัม
อะลูมิเนียม– 150 กิโลกรัม
ณัฐธัญพยักหน้าเข้าใจเขาไม่รู้ว่าเหล็กกล้า 400กิโลกรัมถือว่ามากหรือน้อย จึงไล่เดินแตะรถไปเรื่อย ๆ จนได้เหล็กกล้าทั้งหมดเกือบแปดตันและอะลูมิเนียมเกือบสามตันเมื่อเขาคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว เสียงผู้ช่วยก็ดังขึ้น
“หากเ้าของ้าอัปเกรดรถบ้านให้ใหญ่เท่าระดับเอ-คลาส เ้าของต้องใช้เหล็กกล้าเพิ่มอีก 23 ตัน แต่ถ้าหากเ้าของคิดจะใช้เป็ส่วนลดตอนนี้เลยเหล็กแปดตันจะกลายเป็ส่วนลด 35 เปอร์เซ็นต์เท่ากับเหลือตารางเมตรละ 6,500 แต้ม”
ณัฐธัญรู้สึกว่ามันก็เยอะอยู่ดีเขาต้องหารถอีกสิบห้าคันถึงได้ส่วนลด 90% แถมยังขยายได้แค่เมตรเดียว
เขาเดินมาที่ซูเปอร์มาเก็ตอยากเห็นสินค้าต่างโลกว่ามีอะไรที่แปลกไปจากโลกเก่าของเขาบ้าง
เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าบรรยากาศก็กลายเป็เงียบเหงาวังเวง ภายในมืดสลัวผิดกับข้างนอกโรคเก่าของณัฐธัญกำเริบ ทำให้เขาลังเลใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่
ต้อบอกตามตรงว่าสิ่งที่เขากลัวจริงๆ ไม่ใช่ผี แต่เป็จังหวะจัมป์สแกร์ (Jumpscare) เขาไม่เคยรู้สึกดีกับมันเพราะเวลาอยู่ที่เปลี่ยว เงียบ และวังเวง เขาจะตื่นตัวจนระแวง พอเกิดอะไรนิดอะไรหน่อยก็สะดุ้ง
แต่ถ้ามีฝนตกเสียงฝนจะดังกลบเกือบทุกอย่าง สลายความระแวงของเขาไปเกือบหมด
เขาค่อยๆ เดินเข้าไป สายตากวาดมองหาซอมบี้เป็อันดับแรก เพราะเขาอยากจัดการมันก่อนที่จะโผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง
แต่น่าแปลกที่นี่ไม่มีซอมบี้สักตัวเดียวเขาเดินไปตามชั้นวางของ แทบไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่อาหารสัตว์เลี้ยงก็ไม่มียกเว้น จะเหลือก็เพียงหนังสือหรือไม่ก็ของเล่นเด็ก
พอเขาเดินมาจนสุดก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงประตูเปิด เขารีบหันไปมอง เห็นประตูของห้องสต๊อกสินค้ากำลังปิดลงพอดี
ณัฐธัญเริ่มระแวงสงสัยว่าเป็ซอมบี้ขาขาดที่ผลักออกมาหรือเปล่า จึงค่อย ๆ เดินไปทางประตูห้องสินค้า
เมื่อมาถึงเขาก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ เขาใช้มือข้างหนึ่งผลักประตูเข้าไป มืออีกข้างหนึ่งจับไปที่ด้ามปืนโดยที่ตัวยังอยู่หลังขอบประตู
เมื่อเปิดประตูจนสุดเขามองเข้าไปข้างใน พบว่ามันเกือบจะมืดสนิท ผิดกับข้างนอกลี้ลับ
ณัฐธัญไม่คิดจะเข้าไปแน่ถ้าจะให้เข้าไป ต้องเข้าไปพร้อมกับลีโอนี
ขณะนั้นเองณัฐธัญได้ยินเสียงคล้ายลมพัดมาจากด้านหลัง เขารีบหันไปดู แต่ก็ไม่พบเจออะไร
เขาเริ่มไม่อยากอยู่ต่อแล้วเพราะไม่มีอะไรน่าสนใจให้ดูอีก จึงผละมือออกจากประตู หันหลังกลับ
เป็อีกครั้งคล้ายได้ยินเสียงลม ไม่สิ ต้องบอกว่าเหมือนกับวัตถุแหวกอากาศด้วยความเร็ว เสียงมันเบามากบนจนหากมีเสียงรบกวนเพียงนิดเดียว อาจกลบเสียงนั้นจนเงียบหายไปเลย
เมื่อเขาสะบัดศีรษะหันไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจว่าต้องเห็น ก็ไม่พบอะไรเหมือนเดิม
แต่แล้วเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแหลมคมัักับกลางหลังของเขาตามด้วยเสียงเ็า
“หยุดอย่าขยับ”
เป็เสียงของผู้หญิงณัฐธัญใจหายวาบ เขาเดินมาตั้งนาน แน่ใจว่าไม่มีสัญญาณมนุษย์ แล้วเธอโผล่มาจากไหน
“ใจเย็นก่อนนะผมแค่มาเดินดูของอะไรเล่น ๆ เฉย ๆ” ณัฐธัญตอบ เขาพยายามจะหันศีรษะไปดู
“ฉันบอกว่าอย่าขยับไม่ได้ยินหรือไง” เธอเร่งเสียงขึ้น พยายามกดมีดไปที่กลางหลังของณัฐธัญแรงกว่าเดิมแต่ณัฐธัญไม่รู้สึกอะไร อย่าว่าแต่มีดเลย ต่อให้ใช้ปืนสั้นยิงมาก็ไม่รู้สึก
แต่เขายังยอมทำตามอีกฝ่ายเพราะการใช้กำลังไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา ค่อย ๆ ยกมือขึ้น เป็สัญญาณว่าไม่ใช่ศัตรู
“ผมบอกว่าใจเย็นก่อนผมไม่ได้มาร้าย คุณอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ มีคนอื่นไหม” ณัฐธัญถามเขาพิจารณาจากเสียงของเธอ น่าจะอายุไล่เลี่ยกัน
“ไม่ต้องมาหลอกถามฉันฉันไม่หลงกล ตอบมา พวกนายเป็ใคร มาทำอะไร” หญิงสาวปริศนาถาม
“ผมมาจากเขตปลอดภัยโซนแปดกำลังจะขึ้นเหนือ แต่เห็นว่าที่นี่มีเมืองจึงแวะจอดเพื่อดูว่าพอมีอะไรเหลือใช้บ้าง” ณัฐธัญตอบตามตรง
“ที่นี่ไม่มีอะไรเหลือแล้วนายออกไปเถอะ” หญิงสาวปริศนากล่าวเสียงเ็า
ณัฐธัญยังไม่ยอมแพ้คะยั้นคะยอถามต่อ “แล้วตกลงคุณติดอยู่ที่นี่หรือว่า...”
ทว่าเขายังไม่ทันถามจบประโยคเสียงเ็าก็แทรกขึ้นมา “นายไม่ต้องวุ่นวายเื่ของฉันหรอกฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดี รีบไปซะก่อนมืด ไม่งั้นนายจะไม่ได้ออกไปอีกตลอดกาล”
พอสิ้นเสียงคล้ายดั่งมีสายลมพัดผ่าน นำพาทั้งเสียงและร่างของเธอหายไป
สุดท้ายณัฐธัญจึงตัดสินใจหันไปมองปรากฏว่าไม่พบใครแล้ว เขาเริ่มสงสัย ที่คุยอยู่เมื่อครู่นี้คนหรือผี..?
ณัฐธัญเดินออกมาจากซูเปอร์มาเก็ตเขาแวะไปหาพวกลีโอนี บอกว่าจะเดินดูรอบ ๆ เมือง ตอนแรกลีโอนีขอตามไปด้วยแต่เขาปฏิเสธ ถ้าใส่ชุดนี้แล้วยังต้องกลัวอันตราย คงไม่ต้องใส่แล้ว
เขาไล่เดินเก็บซากรถรอบเมืองเวลาเจอซอมบี้ก็ใช้ปืนยิง ถือเป็โอกาสฝึกความแม่นยำภายในตัวแต่ระหว่างทางเขารู้สึกเหมือนมีใครตามอยู่ตลอด พอหันไปมองดูรอบ ๆ ก็ไม่เห็น ทำให้รู้สึกสงสัยว่าคิดไปเองหรือไม่
เวลาล่วงเลยมาถึงบ่ายเมื่อเขาเก็บซากรถที่คาดว่าน่าจะเป็คันสุดท้ายในเมืองก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง
“นายทำอะไรทำได้ยังไง”
เสียงของหญิงสาวปริศนาดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ได้ใช้มีดจี้แล้ว
พอณัฐธัญหันไปมองก็ไม่เห็นใคร จึงกล่าวขึ้นว่า “อย่างน้อยถ้าจะคุยกัน ก็ขอเห็นหน้ากันได้หรือเปล่า”
ได้ยินเพียงสายลมพัดผ่านไม่มีอะไรเกิดขึ้น ณัฐธัญจึงทอดถอนใจ ก่อนจะหันไปเดินต่อ
ทว่าวินาทีที่หันหลังกลับเขาแทบสะดุ้งใ เพราะเห็นผู้หญิงผมยาวประบ่าสีดำกำลังยืนขวางอยู่ข้างหน้าเธอมีดวงตาเรียวคม จมูกโด่งเป็สัน ทั้งหน้าตาและทรวดทรงงดงามผุดผาดปอยผมข้างหนึ่งทัดไว้หลังหู ดูมีเสน่ห์อย่างยิ่งเพียงแต่เนื้อตัวและเสื้อผ้าออกจะมอมแมมไปบ้าง
เธอมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงจนณัฐธัญอยากจะเอื้อมมือไปจับว่าใช่คนหรือเปล่า แต่พอเอื้อมมือหญิงสาวตรงหน้าก็ถอยหลังพร้อมกับชักมีดขึ้นมา กล่าวว่า “อย่าเข้ามาใกล้”
ณัฐธัญชะงักยิ้มเจื่อนแล้วก้าวถอยกลับ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ
เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าณัฐธัญยอมถอยไปจึงคลายใจลง ก่อนจะถามว่า “งั้นนายตอบได้แล้วใช่ไหม นายทำอะไร แล้วทำได้ยังไง”
เธอแอบตามเขามาเพราะสงสัยว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์แท้จริงอะไร เนื่องจากหากเป็คนอื่นคงไม่ทำตัวเอ้อระเหยลอยชายแบบนี้
แต่เมื่อแอบตามมาได้สักพักเธอก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น ณัฐธัญเพียงใช้ข้อมือเคาะไปที่ซากรถและรถก็เรืองแสงหายวับไป ราวกับไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน
และเขายังเริ่มยิงปืนใส่ซอมบี้บางทีขนาดซอมบี้อยู่ห่างออกไปตั้งห้าสิบเมตร เขาก็ยังพยายามยิงราวกับเป็เป้าซ้อมความสงสัยจึงบังเกิดแก่ใจเธออีกครั้ง เขาไม่กลัวะุหมดหรือ
เพราะคนปกติที่เธอเคยเจอ จะไม่ยิงทิ้งยิงขว้างแบบนี้เนื่องจากะุมันหาผลิตไม่ได้แล้ว แถมถ้าจะหาก็ต้องหาตามคลังอาวุธในค่ายทหารหรือสถานีตำรวจแต่ที่นี่แทบจะอยู่ติดชายแดน ห่างไกลความเจริญมาก ไม่มีค่ายทหาร สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดก็คือเขตปลอดภัยโซนเจ็ด
หลังจากแอบตามไปเรื่อย ๆ ณัฐธัญก็ทำแบบเดิมเรื่อย ๆ จนเธอเริ่มเก็บงำความสงสัยไม่ไหวถามออกไป แม้ว่าเธอจะไม่กลัวเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ระวัง
ณัฐธัญยิ้มเดินมานั่งลงบนหัวจ่ายน้ำดับเพลิง ถามว่า “เอาน้ำไหม”
“ถ้าเป็น้ำจากหัวจ่ายน้ำดับเพลิงนั่นมันหมดไปั้แ่เดือนก่อนแล้ว ทุกคนไปแงะถังเก็บน้ำดับเพลิงกันหมด”หญิงสาวปริศนากล่าว
ณัฐธัญไม่พูดอะไร ลำแสงโฮโลแกรมสีฟ้าปรากฏขึ้นในมือกลายเป็น้ำสองขวด แล้วโยนให้เธอขวดหนึ่ง
หญิงสาวเบิกตากว้างมองไปที่น้ำสองขวดในมือของณัฐธัญอย่างไม่เชื่อสายตา พอณัฐธัญโยนขวดน้ำมาเธอก็รับด้วยความงุนงง เธอจับลูบคลำอยู่สักพัก จึงรับรู้ได้ว่าไม่ใช่ภาพลวงตาแต่เป็ของจริง..!