เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 บทที่ 104 เรือนเมี่ยวโส่ว

            ฝูเอ๋อร์พูดเสียงเบาลงเรื่อยๆดวงตาที่กลมอยู่แล้วเบิกกว้างขึ้นไปอีก

            “คุณหนูหมายความว่า...”

            จิ่วหานเห็นคางของฝูเอ๋อร์แทบจะหล่นลงพื้นก็หัวเราะลั่นทันทีไม่เหลือภาพลักษณ์ของมือสังหารสิบอันดับแรกของการจัดอันดับในยุทธภพแม้แต่น้อย

            “นายท่านหมายความว่า บ่อนพนันว่านก้วนคือกิจการของนายท่านอย่างไรเล่า!”

            ระหว่างที่จิ่วหานหัวเราะเขาก็ยกม้านั่งมาก่อนจะนั่งลง จากนั้นก็เชิดหน้าขึ้นสูงอย่างรู้สึกเป็นเกียรติ

            ฝูเอ๋อร์ที่ถูกหัวเราะใส่มีสีหน้าแดงก่ำนางกัดริมฝีปากล่างและไม่กล่าวอะไรสักคำ

            ไป๋เซี่ยเหอถลึงตามองจิ่วหาน

            คนหลังเงียบเสียงทันที ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนตัวตรงอย่างเงียบงัน

            เซี่ยถิงเดินออกมาจากด้านข้างเขาเอาตัวบังฝูเอ๋อร์ไว้ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็เอ่ยกับไป๋เซี่ยเหอ “นายท่านเราเข้าพักในเรือนหลังนี้นานแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำป้ายติดที่ประตูเลยขอรับ”

            คำกล่าวนี้กระตุ้นความสนใจของผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย

            “ใช่แล้วๆ นายท่านคิดว่าเรือนของเราควรใช้ชื่ออะไรดีขอรับ?”

            จิ่วหานกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีนับตั้งแต่ได้ติดตามไป๋เซี่ยเหอ เขารู้สึกราวกับมีชีวิตชีวาไม่รู้จบ

            เมื่อจิ่วหานยืนคู่กับเซี่ยถิงก็ยิ่งทำให้ทั้งสองดูแตกต่างกันอย่างชัดเจน

            “ใช้ชื่อว่าเรือนเมี่ยวโส่ว[1]แล้วกัน”

            “เรือนเมี่ยวโส่ว?”

            จิ่วหานไม่ทราบว่าเหตุใดไป๋เซี่ยเหอถึงใช้ชื่อนี้ทว่าเซี่ยถิงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

            “นายท่านคิดจะให้ฮูหยินพักฟื้นที่เรือนหลังนี้หรือขอรับ?”

            “ถูกต้อง”ไป๋เซี่ยเหอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

            “นี่เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเพียงแต่หากฮูหยินอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเราก็ไม่อาจฝึกซ้อมที่นี่ได้ จะให้รบกวนฮูหยินก็คงไม่ดีกระมังขอรับ”

            เซี่ยถิงพิจารณาคำกล่าวของไป๋เซี่ยเหออย่างถี่ถ้วนในขณะเดียวกันก็พยายามเสาะหาหนทางอื่น

            “ผู้ใดบอกพวกเจ้าว่าข้าจะสร้างฐานทัพใหญ่ที่นี่เล่า?”

            ไป๋เซี่ยเหอส่ายหน้าด้วยท่าทีผ่อนคลาย

            “ข้าไม่ทำเช่นนั้นแน่เพราะมันสะดุดตาเกินไป”

            เมื่อกล่าวจบ

            จิ่วหานก็ถลาเข้ามาใกล้แววตาของเขาเป็นประกาย “นายท่าน ข้ารู้จักสถานที่ดีๆ แห่งหนึ่งขอรับ”

            จากนั้นเขากระซิบที่ข้างหูของไป๋เซี่ยเหอประมาณสองสามประโยคด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            ไป๋เซี่ยเหอตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีชมพูมีรอยยิ้มเล็กน้อย“สถานที่แห่งนั้นไม่ได้สร้างมาเพื่อพวกเราหรอกหรือ?”

            เมื่อทุกคนเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าแม้ว่าในใจจะเกิดความสงสัย ทว่าไม่มีผู้ใดถามให้มากความ เพราะรู้ว่าหากถึงเวลาที่สมควรนายท่านย่อมบอกเอง

            “เด็กๆ เมื่อครั้งก่อนเป็นอย่างไรบ้าง?”

            จิ่วหานเกาศีรษะ ใบหน้ามีรอยยิ้มเจื่อนๆ“เหลือเพียงสองคนแล้วขอรับ”

            “ก็ไม่เลว”

            เดิมทีนางคิดว่าจะไม่เหลือเลยสักคนดังนั้นแม้จะมาถึงที่นี่แล้ว นางจึงไม่ได้รีบถามในทันทีว่าเด็กเหล่านั้นยังอยู่หรือไม่

            นางไม่คิดว่าจะยังเหลืออยู่สองคน

            นี่นับว่าอยู่เหนือความคาดหมายของนาง

            “จิ่วหาน เจ้าทำตัวตามปกติข้าจะคอยดูอยู่ด้านข้าง”

            เมื่อสบตากัน จิ่วหานก็เข้าใจทันทีว่าไป๋เซี่ยเหอต้องการจะทำอะไร

            “เซี่ยถิงเจ้าพาฝูเอ๋อร์ไปกินข้าวก่อน ข้าจะตามไปทีหลัง”

            “ขอรับ”

            เซี่ยถิงเดินนำฝูเอ๋อร์ที่ยังคงมีท่าทีงุนงงเดินไปอีกทาง

            ตอนนี้เป็นเวลาอาหารกลางวันและแน่นอนว่าย่อมเป็นเวลาที่ผู้คนลดการป้องกันของตนเองลง

            เป็นอย่างที่ไป๋เซี่ยเหอคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดในเรือนปีกข้าง หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีกำลังกินข้าวด้วยท่าทีไร้ซึ่งความกังวล ดูไม่เหมือนศัตรูที่แข็งแกร่งแม้แต่น้อย

            แววตาของไป๋เซี่ยเหอมืดครึ้มนางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

            ‘เพล้ง’

            เงาร่างสีดำสายหนึ่งกระโจนเข้ามาทางหน้าต่างอย่างกะทันหันโต๊ะอาหารตั้งอยู่ใต้หน้าต่างพอดี

            แสงสีเงินพาดผ่าน ผ้าปูโต๊ะเลิกขึ้นอาหารและจานกระเบื้องบนโต๊ะลอยอยู่กลางอากาศอย่างพร้อมเพรียง

            จานกระเบื้องมากมายหล่นลงมากระแทกตัวคนแม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต ทว่าศีรษะย่อมมี ‘เนินเขาเล็กๆ’ ปูดออกมาสักสองสามลูกอย่างแน่นอน

            เป็นภาพที่ไม่ได้สวยงามนัก

            ทว่าสิ่งที่ไป๋เซี่ยเหอคาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้น

            สีหน้าของคนสองคนที่นั่งกินข้าวอย่างไร้ความกังวลอยู่ตรงนั้นไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อยพวกเขาเพียงลุกขึ้นและถอยหลังอย่างเงียบเชียบ

            จานและอาหารทั้งหมดร่วงลงบนพื้นเสียงแตกของกระเบื้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฟังแล้วบาดหูยิ่งนัก

            สตรีนางนั้นหลบออกไปด้านหนึ่งก่อนจะสะบัดปลายเท้า เก้าอี้ที่นางนั่งอยู่เมื่อครู่ถูกนางตวัดลอยไปทางจิ่วหาน

            ดาบในมือของจิ่วหานเคลื่อนไหวอย่างดุดันก่อนจะฟันลงตรงหน้าอย่างเร็วรี่

            เก้าอี้ตัวนั้นถูกฟันออกเป็นสองซีก

            จากนั้นการเคลื่อนที่ของดาบก็เลี้ยวโค้งไล่ตามด้านหลังของบุรุษไป

            บุรุษพยายามหลบหลีกทว่าเขาไม่ได้คล่องแคล่วเท่าสตรีนางนั้น กระทั่งหลบช้าไปหลายครั้งแม้แต่เสื้อผ้ายังถูกคมดาบอันดุดันฟันจนขาด

            แสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งไปหาจิ่วหานด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ

            ‘ติ๊ง’

            แสงสีขาวกระทบกับดาบจิ่วหานรู้สึกเพียงง่ามนิ้วของตนเองสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แทบไม่อาจจับดาบไว้ในมืออย่างมั่นคง

            หากมองให้ดีจะพบว่า

            แสงสีขาวสายนั้นคือจานที่แตกครึ่งซีก

            ทว่าตอนนี้มันได้แตกเป็นผุยผงเรียบร้อยแล้ว

            “ดี!”

            ไป๋เซี่ยเหอเดินเยื้องย่างเข้ามาพร้อมกับปรบมือ

            ทั้งสามคนหยุดต่อสู้ทันทีก่อนจะทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

            “นายท่าน”

            “อืม” ไป๋เซี่ยเหอชี้ไปที่สตรีนางนั้น“เจ้าชื่ออะไร?”

            “ข้าน้อยเจี่ยงอิงเอ๋อร์เจ้าค่ะ”

            “เคยเรียนวรยุทธ์มาก่อนหรือ?”

            เพื่อความคล่องแคล่ว เจี่ยงอิงเอ๋อร์จึงไม่ได้สวมชุดกระโปรงที่งดงามเช่นสตรีทั่วไปทว่าสวมชุดจิ้นจวงรัดรูปสีเหลืองขมิ้น ขับให้ใบหน้าเล็กดูกล้าหาญไม่น้อย

            “ไม่เคยเรียนมาก่อนเจ้าค่ะข้าน้อยเป็นเด็กกำพร้า ร่อนเร่พเนจรเพียงลำพัง เคยติดตามคณะละครร่ำเรียนการร่ายรำมาเล็กน้อยเท่านั้นเจ้าค่ะ”

            แม้ว่าวรยุทธ์ของนางจะไม่เป็นระเบียบนักทว่ากลับตอบสนองได้อย่างว่องไว

            เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วบุรุษผู้นั้นกลับดูด้อยกว่ามาก

            อย่างไรก็ตาม ยามที่ถูกโจมตีในตอนแรกการตอบสนองของนางยังดูตื่นตระหนกอยู่บ้าง

            “แล้วเจ้าเล่า?”

            ไป๋เซี่ยเหอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วชี้ไปยังบุรุษผู้นั้น

            เขาก้มหน้าลง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน“ข้าน้อยต้วนจั่นขอรับ”

            “เงยหน้าขึ้น”

            ร่างกายสูงใหญ่สั่นสะท้านทว่ายังคงเงยหน้าขึ้น

            ก่อนหน้านี้ต้วนจั่นยืนหันหลังให้ไป๋เซี่ยเหอนางเองก็ไม่ได้สนใจที่จะมองหน้าเขา ตอนนี้จึงเห็นว่าต้วนจั่นดูเคร่งขรึม เย็นชาและหยาบกระด้างเล็กน้อย ส่วนใบหน้ามีรอยแผลเป็นทั่วหน้า ทว่าก็ไม่ได้ขี้เหร่

            ต้วนจั่นเงยหน้าขึ้นตามคำกล่าวของไป๋เซี่ยเหอเมื่อสบตากับดวงตาอันใสกระจ่างคู่นั้นของนาง เบ้าตาก็แดงก่ำทันที

            หลายปีมานี้ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ใดล้วนถูกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์เพราะรอยแผลเป็นอัปลักษณ์บนใบหน้าทุกคนล้วนคิดว่าเขาไม่ใช่คนดี ตอนเป็นขอทานก็ยังถูกผลักไส ถูกพวกขอทานด้วยกันเพ่งเล็ง

            แม้กระทั่งตอนที่จิ่วหานเห็นเขาครั้งแรกก็ยังอดไม่ได้ที่จะมุ่นคิ้วเล็กน้อย

            ทว่าสตรีที่เพิ่งจะมีอายุสิบสองปีตรงหน้านี้กลับมอบความมั่นใจและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับเขา

            แววตาของนางสุกใส ไม่มีร่องรอยการดูแคลนแม้แต่น้อยนางพยักหน้าให้เขา

            “เจ้าถนัดอะไร?”

            ต้วนจั่นตัวสั่น ความเยือกเย็นคืบคลานไปบนแผ่นหลัง

            เขาเริ่มคาดเดาคร่าวๆเจี่ยงอิงเอ๋อร์ที่วรยุทธ์โดดเด่นถูกนายท่านเก็บเอาไว้ ทว่าเขา...

            นายท่านเคยพูดไว้ในตอนแรกว่านางไม่เก็บคนไร้ประโยชน์ไว้ข้างกาย

            สองมือของต้วนจั่นที่ห้อยอยู่ข้างตัวค่อยๆกำแน่น เล็บจิกฝ่ามือจนเป็นแผลรูปจันทร์เสี้ยว“ข้าน้อย...ข้าน้อยถนัดทำบัญชีขอรับ”

            หลายวันมานี้ ต้วนจั่นตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของตนเองนั้นแทบจะเป็นศูนย์

            “ทำบัญชีหรือ? เจ้าเคยเรียนมาก่อนหรือไม่?”

            ต้วนจั่นผงกศีรษะ แววตาเผยความไม่ยินยอมและดุดันเปลวเพลิงแห่งความแค้นเผาไหม้ไปทั่วสรรพางค์กาย

            “ข้าน้อยเกิดในตระกูลพ่อค้าเป็นบุตรคนเดียวของตระกูล ได้เรียนบัญชีกับบิดามาตั้งแต่เล็กเพียงแต่ภายหลังถูกคนคิดบัญชี จึงตายยกตระกูลในชั่วข้ามคืนเหลือเพียงข้าน้อยคนเดียวเท่านั้น”

            ------------------------

            [1] เมี่ยวโส่วหมายถึง มือฉมัง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592