เมื่อรู้เหตุผลพิมพ์มณีก็รีบกระวีกระวาดลงไปทันทีเพราะความหิว หล่อนฉุดแขนชายหนุ่มพาตรงไปยังร้านอาหารร้านแรกที่เห็นทันที ซึ่งชายหนุ่มก็ปล่อยให้หล่อนสั่งอาหารได้ตามใจ ส่วนตัวเขาสั่งเพียงน้ำผลไม้แก้วเดียว...
และเมื่อพนักงานนำอาหารมาเสริฟ หญิงสาวก็รีบตักเข้าปากแต่เพราะความร้อนของอาหารจึงทำให้หญิงสาวรีบคายออกมาอย่างรวดเร็วท่าทางลุกลี้ลุกลนอย่างนั้นทำให้คนเ้าระเบียบที่นั่งตรงข้ามถึงกับตาเขียวขึ้นมาอีกจนได้
“ทำอะไรให้มันเรียบร้อยหน่อยได้ไหมเป็ผู้หญิงแท้ๆทำตัวน่าเกลียดจริงๆ” เขาเอ็ดอย่างไม่ไว้หน้า
“ก็ไหนจะเหมือนผู้หญิงปลอมๆอย่างคุณล่ะกิริยามารยาทเนี้ยบอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว” หญิงสาวเถียงเขาทั้งที่น้ำตาคลอจากการที่ทานของร้อนเข้าไป
“พูดอะไรของเธอ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่เข้าใจ
“ช่างฉันเถอะ” หญิงสาวตัดบท ก่อนก้มลงตักอาหารเข้าปากในกิริยาที่เรียบร้อยกว่าเดิมแต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลที่ถูกเขาดุหรอกน่ะนิสัยจริงๆของพิมพ์มณีก็ไม่ใช่แย่อะไรนักหนาหรอกน่าแต่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็เพราะความหิวจนตาลายเท่านั้นธนวินท์นั่งดื่มน้ำผลไม้เพียงแก้วเดียวในระหว่างที่รอหญิงสาวทานอาหาร
“กลับกันเถอะ”
หญิงสาวชวนทันทีเมื่อทานอิ่ม
ออกจากร้านอาหารธนวินท์พาหญิงสาวมาที่ร้านเสื้อผู้หญิง ซึ่งจำหน่ายพวกชุดสูทแบบสวย เก๋ สำหรับใส่ในวันทำงาน
“อย่าบอกนะ ว่าคุณคิดจะใส่ชุดพวกนี้”
พิมพ์มณีอุทานหน้าตื่น มองเขาตาโต
“บ้าสิ” เขาเอ็ด “ฉันจะซื้อให้เธอต่างหาก”
“งั้นไปร้านโน้นดีกว่า”
หญิงสาวดึงแขนเขาจะพาไปที่ร้านเสื้อผ้าแบบวัยรุ่น เปรี้ยวเฉี่ยวที่อยู่ถัดไป แต่เขาขืนตัวไว้
“ถ้าเธอจะทำงานกับฉันก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบการแต่งตัวเสียใหม่”
“เื่อะไรล่ะ” หญิงสาวโวยวายเพราะชอบที่จะเป็ตัวของตัวเองอยู่อย่างเดิมและไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
“ถ้าเธอไม่ทำตามคำสั่งของฉันฉันก็จะไล่เธอออก” เขากล่าวเสียงเฉียบ
“อะไรกันคุณฉันพึ่งจะทำงานได้วันเดียวเองน่ะ”
“ก็เมื่อเธอจะเข้าไปเป็ลูกน้องของฉันแต่ถ้าเธอไม่ทำตามคำสั่งของฉัน ก็แล้วฉันจะจ้างเธอไว้ทำไม”
“แต่เื่การแต่งตัวมันไม่เกี่ยวกับงาน”
“ทำไมจะไม่เกี่ยวถามหน่อยเถอะถ้าเลขารองประธานแต่งตัวเหมือนผู้หญิงหากินอย่างนี้ใครกันมันจะมาเชื่อถือบริษัทพอดีพอร้ายก็พาลพากันคิดว่าฉันเป็สมภารบ้ากามที่ชอบกินไก่วัด”
“กรี๊ดดดด......” หญิงสาวตะเบ็งเสียงลั่นห้างด้วยความโกรธที่ถูกเขาว่าแต่งตัวเหมือนผู้หญิงหากินซ้ำร้ายเธอคิดหาคำมาตอบโต้เขาให้เจ็บแสบพอกันไม่ทันเสียด้วย
“จะบ้าหรือไง” ชายหนุ่มเอ็ดเสียงขุ่น ขณะรีบเข้าไปเอามือปิดปากของหญิงสาวไว้แต่ภาพของชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ยืนเถียงกันอยู่หน้าร้านเสื้อก็เริ่มเป็ที่สนใจของผู้คนที่เดินขวั่กไขว่อยู่ในห้างนี้แล้ว “ถ้าคิดว่าจะทำงานกับฉันต่อไปก็เข้าไปในร้านเสื้อกับฉันดีดีเดี๋ยวนี้” เข้าสั่งเสียงเข้มหญิงสาวจึงต้องเดินหน้ามุ่ยตามเขาเข้าไปแม้จะไม่เต็มใจ แล้วเขาก็จัดการเลือกทั้งเสื้อทั้งกระโปรงรองเท้า กระเป๋าให้เองเสียทั้งหมด...
“ทำไมถึงไม่เลือกชุดชั้นในให้ด้วยล่ะ” หญิงสาวกล่าวประชดเมื่อมองถุงเสื้อหลายถุงที่เขาถือมาเมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย
“ใส่ไซส์ไหนล่ะ” เขาย้อนถามกลับมาหน้าตาเฉย ทำเอาหญิงสาวอยากจะกรี้ดขึ้นมาอีกรอบ คนบ้าไม่รู้หรือไงว่าเขาประชด
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
พอกลับถึงบ้าน คุณวิยดาก็รีบออกมารับถึงหน้าบ้าน
“เป็ไงบ้างหนูพิ้มการทำงานวันแรก แล้วทำไมกลับเสียค่ำละจ๊ะ”
พิมพ์มณีย่นจมูกกับคำถามแรกแล้วเลือกตอบคำถามสุดท้าย ขณะที่สายตามองตามหลังของคนตัวสูงที่เดินจ้ำอ้าวเข้าบ้านไปก่อนอย่างไม่พอใจ
“พี่ก้างเขาพาไปซื้อเสื้อผ้าคะ บอกว่าถ้าจะทำงานกับเขาก็ต้องใส่ชุดรุ่นคุณยายพวกนี้”
หญิงสาวชูถุงเสื้อผ้าหลายถุงที่หิ้วมาให้คุณวิยดาดู ซึ่งผู้สูงวัยกว่ารีบรับไปเปิดออก แล้วก็พบว่ามันคือชุดทำงานที่แสนจะสวยเก๋ น่ารัก เหมาะกับสาวน้อยวัยเริ่มทำงานทีเดียว ไม่ได้แย่อย่างที่หญิงสาวว่าสักนิด เพียงแต่มันเป็คนละสไตล์กับที่หญิงสาวชอบสวมอยู่ก็เท่านั้น