เก็นจิยืนอยู่หน้าห้องประธานโรงแรม
เขาเคาะประตูเรียกคนข้างในได้ยินเสียงเคาะประตูก็เชิญเขาเข้ามาด้านในได้เขาเดินเข้าถึงก็ล้มตัวลงนอนที่โซฟาหรูเขาไม่เข้าใจว่าพี่ชายของเขาต้องเป๊ะหรือระเบียบเนียบอะไรขนาดนี้ และแถมของทุกชิ้นราคาไม่เบาเลยสมแล้วที่เป็ท่านประธาน
มีวันหนึ่งเขาเคยถามว่าทำไมต้องซื้อของราคาแพงมาใช้ใช้ของราคาถูกไม่เป็หรือไง พี่ชายเขาก็พูดออกมาว่า เขาซื้อเฉพาะสินค้าที่ไม่มีวันตกและราคาต้องขึ้นเรื่อยๆด้วย
“ไม่คิดจะทักทายกันเลยหรือไงมาถึงก็ล้มตัวลงนอน เหนื่อยมากล่ะสิ”
เขายักไหล่
“นิดหน่อย”
“ว่ายังไงข้อตกลงของเรา”
“อืมตกลง เอาเอกสารมาเซ็นได้เลย”
ไม่นานเอกสารก็วางอยู่ที่โต๊ะหน้าโซฟา
“เซ็น”
เขาได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นมาเซ็นอย่างง่ายดายเมื่อเซ็นเสร็จเขาก็ล้มตัวลงนอน
ขันเงินมองเก็นจิก็รู้สึกว่าน้องชายเขาดูเปลี่ยนไปมากจากปกติเขาเป็คนหัวรั้นจะทำอะไรก็เล่นตัวไว้ก่อน เื่อื่นไม่สนใจสนใจแต่เื่เดียวคือเล่นฟุตบอล
น้องชายเขาเป็คนเก่งเขาอยากให้มาช่วยสานต่อโรงแรม ส่วนตัวเขาก็จะได้ไปทำงานอย่างอื่นต่อทุกวันนี้ก็งานล้นมืออยู่แล้ว
โชคดีที่เขาไม่ละทิ้งความพยายามรบเร้าเก็นจิให้ไปลองฝึกงานอยู่แรมปี จนกระทั่งเก็นจิเปลี่ยนใจวันนั้นเขาให้เก็นจิไปดูงานก่อนว่าที่ให้ทำอะไรบ้างจะได้เป็การเข้าใจระบบการทำงานของโรงแรมเก็นจิเห็นเขาพูดอยู่หลายครั้งจึงยอม
และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเขาไปฝึกงานจนไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันเลย จนกระทั่งวันนี้ถึงจะได้เจอกัน
เขาไม่เชื่อว่าเก็นจิจะสนใจทำงานนอกจากมีอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจเขาเดินออกไปข้างนอกเพื่อกดโทรศัพท์โทรหาเจตต์ พนักงานฝ่ายบุคคล
“สวัสดีครับคุณขันเงิน”
“เจตต์นายช่วยเล่าเื่เก็นจิอย่างละเอียดให้ฉันฟังหน่อย”
แล้วหลังจากนั้นเขาก็เข้าใจเื่ราวทุกอย่างมากขึ้น
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานมองไปที่น้องชายตัวแสบที่กำลังหลับไหล เขาจำวันนั้นได้ดีวันที่พ่อแม่ของพวกเขากำลังจากไปและฝากฝังเขาให้ดูแลกันและกันให้ดี เขาไม่มีวันลืม!