"!!!" ไป๋หยุนเฟยพยุงชายชราแน่นด้วยความเป็ห่วงกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด น้ำเสียงชายหนุ่มสั่นเครือไม่เชื่อ"ทะ ท่าน จะบอกว่า…ท่าน…ท่านคือกษัตริย์พระองศ์ที่สิบเก้า!?"
คำพูดของชายชรารุนแรงประดุจสายฟ้าฟาดกระหน่ำกึกก้องเข้าใส่สองหูชายหนุ่มโดยตรงส่งผลใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์แปรเปลี่ยนไปมา หัวสมองไป๋หยุนเฟยอื้ออึงอยู่กับที่ปากชายหนุ่มอ้าค้างพะงาบไปมาเหมือนอยากเอ่ยถามแต่ไม่อาจกระทำได้ สำหรับมันเื่ราวคราวนี้สมควรใหญ่โตจนเกินไปถึงแม้จิตใจชายหนุ่มจะยินยอมปรับความเข้าใจเพื่อรับฟังทว่าเมื่อรับรู้ความจริงที่ยิ่งตื่นตระหนกเช่นนี้? ต่อให้มีจิตใจที่เข้มแข็งสักเพียงใดก็ไม่อาจฝืนทำใจให้นิ่งสงบได้
หลังจากได้พ่นโลหิตดำเสียตกค้างคาออกมาสีหน้าชายชราดูดีขึ้นเล็กน้อย ก่อนแหวนไม้ในมือขวาส่องสว่างวาบปรากฏขวดเม็ดยาขนาดเล็กออกมาทันทีที่ชายชรากลืนเม็ดยาลงไปสีหน้าซีดขาวเริ่มกลับคืนสู่ปกติ ก่อนจะเล่าต่อด้วยเสียงหดหู่เสียใจ"ถูกแล้ว...ข้าคือผู้นำความอัปยศอดสูมาสู่วงศ์กระกูล...ผู้สืบทอดสายโลหิตเทพราชันพยัคฆ์์ราชวงศ์กษัตริย์องศ์ที่ 19!"
"เื่อัปยศครั้งนี้มันเริ่มต้นั้แ่ข้าได้สืบทอดราชบัลลังกษัตริย์พระองศ์ที่18พระราชบิดาของข้า...ท่านมีพระโอรสผู้สืบทอดราชลังบังเพียงสองพระองค์เสด็จพี่ของข้า...ไป๋...เทียน...ิ!"
ยามเอ่ยนามของไป๋เทียนิชายชราเค้นเสียงออกมาจากไรฟันน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเครียดแค้นชิงชังอย่างถึงที่สุดกำหมัดแน่นจนกระทั่งเส้นเืปูดโปน
"ไป๋เทียนิ! มันและข้าเราสองคนล้วนเกิดจากมารดาคนเดียวกัน วันเดียวกันแต่่เวลาที่แตกต่างกัน...เมื่อเราสองคนยามเด็กเรามักแข่งขันกันเรื่อยมาและข้ามักจะนำหน้าไป๋เทียนิในหลายๆด้านทุกครั้ง ทว่าด้วยนิสัยใจคอของเราสองคนที่แตกต่างกัน ข้าผู้สนใจแต่การปกครองผูกมิตรอย่างสงบสุขไม่ว่าอาณาจักรน้อยใหญ่ข้าไม่เคยข่มแหงรังแกแต่กลับไป๋เทียนินั้นแตกต่าง...ไป๋เทียนิสนใจแต่การปกครองแบบทหารยิ่งผยองในอำนาจสายโลหิตของตนจนเกินไป ไม่เคยเลียบมองผู้คนธรรมดาหรือต่ำกว่า...ด้วยความคิดที่แตกต่างกันเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ต้องไม่เห็นชอบ...พระราชบิดาได้ยกราชบัลลังให้ข้าเป็ผู้สืบทอดสายโลหิตเทพราชันพยัคฆ์์พระองศ์ที่19...ซึ่งเื่ราวใหญ่โตในครั้งนั้นไป๋เทียนิและคนติดตามของมันส่วนหนึ่งล้วนคัดค้านไม่เห็นชอบ...พวกเราได้ต่อสู้กัน7คืน7วันและข้าก็เป็ผู้ชนะอย่างยุติธรรม...ด้วยความพิโรธของพระบิดาท่านได้เนรเทศไป๋เทียนิไปอยู่ทางชายแดนทางทิศตะวันตกกับกองกำลังทหารเพียงหนึ่งแสนนายเท่านั้น...ซึ่งแตกต่างจากข้าที่มีทหารทั่วดินแดนภายใต้การปกครองกว่าสิบล้านนาย..หลายร้อยปีที่ข้าครองบัลลัง ข้าได้ส่งทหารเฝ้าติดตามไป๋เทียนิทุกย่างก้าวทว่า หลังจากข้าขึ้นครองบัลลังเสวยสุขอย่างสงบสุขนานจนเกินไปหรืออย่างไร?...ข้าไม่รู้เลยว่า ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ไป๋เทียนิยิ่งโกรธแค้นชิงชังข้ามากเท่านั้น! ความแค้นที่มันมีต่อข้าและราชบัลลังช่างมากมายนัก!?"
"ถึงอย่างนั้น...่เวลาที่ข้าบัลลังเพียงไม่กี่ร้อยปีถ้าเปรียบเทียบกับกษัตริย์พระองค์ก่อนมันช่างแสนสั้นนัก...แต่สำหรับข้ามันชั่งเป็่เวลาอันแสนมีค่าที่เปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกแห่งความสุขยิ่ง!"
พูดถึงตรงนี้สายตาไป๋เทียนอวิ๋นมองไปไกลั์ตาสีเงินทอประกายหวนคิดถึงความหลังมุมปากคลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนที่แหวนไม้เรืองแสงส่องประกายวาบในมือชายชราหยิบสิ่งของออกมาสองชิ้นชิ้นแรกเป็แผ่นหยกหกเหลี่ยมชิ้นหนึ่งเนื้อหยกส่องประกายสีขาววิสุทยากประเมินค่าตรงกลางมีรูปพยัคฆ์น่าเกรงขามผุดขึ้นออกมายามจ้องมองทำให้สายเืในกายไป๋หยุนเฟยร้อนรุ่มเหมือน้าให้ชายหนุ่มก้มกราบคาราวะ...ส่วนอีกชิ้นเป็เพียงแผ่นกระดาษสีทองแผ่นหนึ่งเท่านั้น
ไป๋เทียนอวิ๋นส่งยื่นให้ไป๋หยุนเฟย "ในสมบัติมากมายทั่วผืนพิภพที่ข้าเคย นอกจาก’แผ่นประกาศิตจอมราชันเทพสยัคฆ์’และกระดาษธรรมดาแผ่นนี้แล้วไม่ว่าของมีค่ามากมายเพียงใดล้วนไร้ค่าสำหรับข้า" ชายชรายิ้มแย้มเนิ่นนานก่อนจะกล่าวต่อ "สำหรับแผ่นประกาศิตจอมราชันเทพพยัคฆ์มันคือสมบัติแห่งผู้ถือครองสายโลหิตเทพพยัคฆ์์อันบริสุทธิ์เท่านั้น และมีเพียงกษัตริย์แห่งราชวงศ์ที่สามารถได้! พบเจอป้ายกระกาศิตเท่ากับพบเจอองค์ราชัน สั่งการได้ทั่วหล้า!...ความสามารถของป้ายประกาศิตจอมราชันเทพพยัคฆ์ยังคงไม่อาจระบุแน่นอนข้างในจิติญญาป้ายประกาศิตมีเคล็ดวิชาเทพพยัคฆ์์ที่แท้จริงของวงศ์ตระกูลเราทั้งหมดเจ็ดบทและใช้ได้เพียงองค์กษัตริย์แต่ละรุ่นเท่านั้น!...และอีกหนึ่งความสามารถที่ยิ่งใหญ่ก็คือเมื่อใดก็ตามที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์ได้ถือครองแผ่นประกาศิตนี้...แผ่นประกาศิตจอมราชันเทพพยัคฆ์สามารถริบทอนอาภรณ์จิตอสูรในสายเืย่อยหรือมีความบริสุทธิ์ในสายโลหิตต่ำกว่าจองจำได้ทั้งหมด!...และั้แ่วันนี้ข้ามอบให้เ้า"
ไป๋เทียนอวิ๋นส่งยื่นให้ไป๋หยุนเฟยรับไว้ชายหนุ่มแสดงสีหน้าเหลอหลาตัวแข็งข้างอยู่กับที่
"ของวิเศษอันยิ่งใหญ่เช่นนี้...ข้าจะรับไว้ได้อย่างไรท่านปู่...ท่านคิดสิ่งใดอยู่กันแน่" ไป๋หยุนเฟยกล่าวกระตุกกระตักไม่กล้ารับ
ไป๋เทียนอวิ๋นส่ายหัว ยิ้มแย้มกล่าว "ทุกอย่างย่อมมีเหตุและผล...ตราบใดที่ข้าคิดว่าจะฝากมันไว้ที่เ้าจิตใจข้าชั่งผ่อนคลายยิ่งเหมือนยกภาระอันหนักอกออกจากบ่า...ข้าคิดว่าเมื่อใดก็ตามที่เ้ารักษาเส้นชีพจริญญาอุดตันสำเร็จตอนนั้นมันอาจมีประโยชน์แก่เ้าบ้าง ไม่มากก็น้อย..."
ได้ยินคำกล่าวชายชราทำให้สีหน้าไป๋หยุนเฟยยับยู่ยี่ประดุจไม่ได้ขับถ่ายเสียนาน เพื่อฝากสิ่งของอันล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินค่าไว้แก่ตนชายชราทำเพียงความรู้สึกอารมณ์ของตนเพียงเท่านั้น...สำหรับไป๋หยุนเฟยจิตใจชายหนุ่มร้องโอดอวยคร่ำครวญในใจ...นี่มันไม่ใช่มอบให้ธรรมดาเสียแล้วนี่มันยกภาระอันยิ่งใหญ่ให้กันชัดชัด!
ชายหนุ่มยังไม่ยอมรับไป๋เทียนอวิ๋นไม่สนใจก่อนจะจ้องมองแผ่นกระดาษสีทองในมือด้วยรอยยิ้มทว่ารอยยิ้มที่ชายชราแสดงออกมาจากใบหน้ายามนี้สร้างความตกตะลึงแก่สายตาไป๋หยุนเฟยอย่างยิ่งรอยยิ้มที่แสดงออกมายามจ้องมองรูปภาพสีทองข้างหน้าคล้ายความรู้สึกอันท่วมท้นในจิตใจชายชราพุ่งวาบออกมา ไม่ว่าจะรอยยิ้มสายตาอันอ่อนโยนสุดใดเปรียบทุกสิ่งทุกอย่างที่อบอุ่นอ่อนโยนด้วยความรักมากมายเช่นนี้ชายชรากำลังแสดงออกมาให้ไป๋หยุนเฟยได้เห็นเป็ครั้งแรกในชีวิต! เห็นใบหน้าของไป๋เทียนอวิ๋น่เวลานี้ ไป๋หยุนเฟยคลี่ยิ่มอบอุ่นตามออกมา
"ลูกเฟย...เ้ารู้หรือไม่? รูปภาพใบนี้คือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับข้า...ไม่ว่าจะเอาทองคำครึ่งโลกกองสุมไว้ตรงหน้าหรือถมท้องมหาสมุทรก็ตามสิ่งเ่าั้ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับกระดาษบางบางแผ่นนี้ได้...สำหรับบางคนมันอาจเป็เพียงเศษกระดาษธรรมดาแผ่นหนึ่งแต่สำหรับข้า...มันชั่งมีค่ายิ่ง...มีค่าต่อจิตใจชายชราผู้นี้มากมายนัก...มากมายจนไม่อาจจะนำสมบัติล้ำค่าใดมาแทนที่ได้!" ยามกล่าวจบไป๋เทียนอวิ๋นส่งยื่นแผ่นกระดาษให้พร้อมป้ายประกาศิตจอมราชันเทพพยัคฆ์อย่างเชื่องช้าใบหน้าชายชราเศร้าสร้อยคล้ายไม่้าจะจากลายามส่งให้ชายหนุ่มสายตาไป๋เทียนอวิ๋นจ้องมองด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์อย่างสุดแสน"ของสองสิ่งนี้...ข้าขอมอบให้เ้า...ชิ้นหนึ่งคือสมบัติที่สำคัญมากสำหรับข้าและวงศ์ตระกูลจงรักษาไว้ให้ดียิ่งชีพ! ส่วนอีกชิ้นหนึ่งคือสมบัติที่สำคัญมากต่อจิตใจข้า...และต่อจากนี้มันอาจเป็สิ่งที่สำคัญต่อจิตใจเ้าเช่นเดียวกัน"
ไป๋หยุนเฟยยังไม่รับั์ตาทอประกายสะท้อนแสงสีแดงจ้องเขม็งไปยังรูปภาพอย่างเบิกกว้างสั่นสะท้านในที่สุดชายหนุ่มยื่นมือไปรับอย่างเชื่องช้าราวเวลาที่เคลื่อนผ่านแต่ละวินาทีหยุดนิ่งด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย ชายหนุ่มเค้นคำพูดจากก้นบึ้งจิตใจเอ่ยถามอย่างยากลำบาก
"ทะ...ท่านปู่...นี่...ใช่..."ไป๋หยุนเฟยถามอย่างกะตุกกะตัก น้ำเสียงแฝงแววตื่นตระหนกอย่างชัดเจน เห็นท่าทางของชายหนุ่มไป๋เทีนยอวิ๋นแย้มยิ้มก่อนจะกล่าวด้วยความรักอาดูร
"ใช่แล้ว...สตรีที่สวมใส่ครรภ์ลองสีขาวบริสุทธิ์งดงามข้างกายข้า...คือมารดาของเ้า...ไป๋เซียนเออร์!"
ดุจสายฟ้าฟาดลงมาจากสรวง์ชายหนุ่มเซถอยไปด้านหลังสองก้าวอย่างไม่เชื่อ ั์ตาสีแดงเริ่มประปรายด้วยหยาดน้ำตาก่อนจะยื่นมือไปคว้ารูปภาพมาดูอย่างเชื่องช้านิ้วมือขยับเลื่อนััใบหน้างามในรูปภาพไปมาอย่างโหยหาประกายตาเอ่อคลอจ้องมองไปยังรูปภาพอย่างเหม่อลอย
รูปภาพกรอบทองแสดงออกถึงความสูงส่งของวงศ์ตระกูลในรูปภาพปรากฏผู้คนยืนเรียงรายทั้งหมดแปดคนตามลำดับตรงกลางรูปภาพยืนไว้ด้วยชายวัยกลางคนหล่อเหลาสูงสง่าผู้หนึ่ง ใบหน้าแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่แห่งจักรพรรดิจอมราชันสตรีงดงามวัยกลางคนสูงศักดิ์หาใดเปรียบยืนแนบชิดกัน ถัดออกมาติดกับสตรีกลางคนเป็บุรุษองอาจหน้าตาคละคล้ายชายวัยกลางคนอีกสามคน...ส่วนด้านข้างฝั่งชายกลางคนมีสตรีงดงามวัยแรกเริ่มหาใดเปรียบผู้หนึ่งถัดจากนางยังคงมีบุรุษองอาจหล่อเหลาอีกสองคน แต่ละคนล้วนสวมใส่อาภรณ์สีทองปนลวดลายพยัคฆ์ขาวทั้งสิ้น!
...รูปภาพใบนี้ย่อมเป็อย่างอื่นใดมิได้นอกจากรูปภาพครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของไป๋เทียนอวิ๋น! ชายวัยกลางคนสวมใส่ชุดจอมกษัตริย์ย่อมเป็ไป๋เทียนอวิ๋นยามหนุ่มฉกรรจ์!...
ไป๋หยุนเฟยวิเคราะห์รูปภาพเนิ่นนานมุมปากชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาตลอดเวลาสายตาแดงเลื่อนผ่านใบหน้าบุคคลในรูปภาพเวียนวนไปมาหลายร้อยครั้งก่อนจะจดจ่อกับภาพสตรีข้างชายชราพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมเหม่อลอย "นาง...นางคือมารดาข้า...นางช่าง...งดงามยิ่งนัก?!"
ไป๋เทียนอวิ๋นยิ้มอบอุ่นชายชราหยักหน้าเห็นด้วย "ในอาณาจักรพยัคฆ์์มารดาของเ้าถูกขนานนามให้เป็โฉมสะคราญอันดันหนึ่ง! และเป็อัญมณีล้ำค่าแห่งดินแดนพยัคฆ์์ว่าที่ผู้สืบทอดพระราชบัลลังแห่งข้า ผู้สืบทอดสายโลหิตสยัคฆ์์รุ่นที่ 20!"
ไป๋หยุนเฟยนิ่งค้างตกตะลึงก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่รู้ "ท่านแม่ข้าเป็ผู้สืบราชบัลลังต่อจากท่าน...สตรีสามารถถือครองราชย์บังลังไว้ด้วยหรือ?!"
ฟังวาจาชายหนุ่ม ไป๋เทียนอวิ๋นหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตามองหลานชายด้านล่างเอ่ยตอบพลางยิ้มอบอุ่น "สำหรับสายโลหิตเทวะแห่งราชวงศ์เราไม่ว่าบุรุษหรือสตรีล้วนราชย์บัลลังได้ทั้งสิ้น หาได้มีความขัดแย้งไม่? การสืบทอดพระราชบัลลังล้วนขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์เข้มข้นของสายโลหิต...ผู้สืบทอดสายโลหิตเทวะรุ่นที่เก้าก็เป็จักรพรรดินีเช่นเดียวกัน!"
ได้ยินคำเฉลยของชายชราไป๋หยุนเฟยร้อง*อ๋อในใจ ก่อนจะมองรูปภาพด้วยความรัก เอ่ยถาม
"ท่านปู่...เื่ราวต่อจากนี้ละเป็เช่นไร?"
ไป๋เทียนอวิ๋นได้ยินดังนั้นใบหน้าชายชรายังคงยิ้มอุ่น หันกายไปทางทิศตะวันตกเนิ่นนานเหมือนจมอยู่ในห้วงภวังค์สีหน้าชายชราแปรเปลี่ยนไปมาก่อนจะตัดสินใจกัดฟันพูด
"ลูกเฟย...เ้าจงตั้งใจฟังให้ดีเื่ราวต่อจากนี้ข้าจะเล่าให้เ้าได้ฟังทั้งหมด...เื่ราวปริศนาถือกำเนิดของเ้ารวมถึงความแค้นของครอบครัวเรา...ที่ต้องล้างด้วยเื!"
หัวใจไป๋หยุนเฟยเต้นระรัวราวเสียงกลองอึกทึกชายหนุ่มฝืนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากกำหมัดแน่นอย่างจดจ่อ
ไป๋เทีนยอวิ๋นกล่าวต่อ
"เมื่อ19ปีที่แล้วอาณาจัรกพยัคฆ์์ภายใต้การปกครองแห่งข้า พวกเราได้เป็พันธมิตรเพื่อนบ้านกับอาณาจักรใหญ่ในอีกสองทวีป!...ตอนนั้นในทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้...ได้เกิดเื่น่ายินดีสั่นะเืทั่วทั้งดินแดนขึ้นเมื่อบุตรชายเพียงคนเดียวของ'จ้าวขุนเขาจอมราชัน...เยว่ชิงหลง’ ผู้ดำรงตำแหน่งจ้าวสำนักขุนเขาเทพราชันและภรรยาของบุตรชายเขาได้ให้กำเนิดพระธิดาขึ้น!...เมื่อข้ารู้ข่าวน่ายินดีสะท้านโลกหล้านี้...ข้าผู้เป็องค์ราชันแห่งทวีปสยัคฆ์์และยังเป็สหายสนิทกับจ้าวขุนเขาจอมราชันเยว่ชิงหลง...มีหรือจะไม่นำของขวัญเพื่อไปแสดงความยินดี!
ข้าได้นำมเหสีกับบุตรทั้งเก้าคน รวมถึงเซียนเออร์มารดาของเ้าและทหารที่ไว้ใจอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางด้วย'นาวาลอยฟ้า’ไปยังทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์เพื่อแสดงความยินดีทันที?!"
...นาวาลอยฟ้าคือเรือิญญาที่ล่องลอยไปมาบนท้องนภาขับเคลื่อนด้วยผนึกิญญาธรรมชาติความเร็วของมันรวดเร็วยิ่งรวดเร็วยิ่งกว่าความเร็วของผู้บรรลุขั้นพรมแดนิญญาสถิตหลายเท่า...
"เ้าต้องรู้..."ไป๋เทียนอวิ๋นเว้น่"สาเหตุที่สำนักขุนเขาเทพราชันมีความยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้และมีความแข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าราชวงศ์เทพพยัคฆ์์ของเราสืบเนื่องมาจากสำนักขุนเขาเทพราชันก็เป็ผู้สืบเชื้อสายโลหิตเทวะเช่นเดียวกับเรา...เทพจิติญญาแห่งธาตุพฤกษาและศาสตร์แห่งดวงดาว...เทพราชันัฟ้า!"
ไป๋หยุนเฟยนิ่งอึ้งแข็งค้างรับฟังอย่างตื่นตะลึง ไป๋เทียนอวิ๋นเงียบไปชั่วครู่ ชายชราถอนหายใจเบากล่าวต่อ
"ในสำนักขุนเขาเทพราชัน มีของวิเศษศักดิ์สิทธิ์ตกทอดแต่โบกาลกลอยู่ชิ้นหนึ่งของวิเศษชิ้นนี้มีอำนาจท้าทาย์ดูดวงชะตาทำนายอนาคต! เรียกว่า 'กระจกชะตา์’...ทันทีที่นาวาลอยฟ้าเดินทางถึงสำนักขุนเขาเทพราชันข้าและครอบครัวได้รับการต้อนรับอันยิ่งใหญ่ ทว่า เมื่อจ้าวราชันแห่งขุนเขาเยว่ชิงหลงได้นำพาพวกข้าและคนติดตามเข้าไปคุยกันที่ตำหนักห้องพระโรงกระจกชะตา์ได้ตอบสนองต่อแผ่นประกาศิตจอมราชันเทพพยัคฆ์์ที่ข้ายกให้มารดาเ้าติดตัวอยู่!...เหตุการณ์ฉุกละหุกนี้เกิดขึ้นมาเร็วมากเร็วจนพวกเราทุกคนไม่อาจทำสิ่งใดได้ทัน?...หลังจากเกิดการสั่นะเืของขุนเขาที่ยาวนานของวิเศษทั้งสองชิ้นส่องสว่างเจิดจ้ากระตกชะตา์ปรากฏหลุมดำแห่งห้วงมิติหมุนวนรุนแรงก่อนจะดูดกลืนแผ่นประกาศิตราชันเทพพยัคฆ์์รวมถึงมารดาเ้าหายเข้าไป!"
"ท่านปู่...เกิดอะไรขึ้น...แม่ข้าถูกดูดกลืนไปที่ใด?!"ไป๋หยุนเฟยร้องถามอย่างตื่นตระหนกทว่าชายหนุ่มได้คำตอบจากชายชราเพียงการส่ายศีรษะเป็เชิงปฏิเสธไปมาเท่านั้น
ไป๋เทียนอวิ๋นเล่าต่ออย่างรู้สึกผิด
"หลังจากแม่เ้าถูกดูดกลืนเข้าไปงานเลี้ยงฉลองกลับกลายเป็เวทีต่อสู้ทันที...ด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นของข้าข้ามิได้สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามหรือบุตรชายทั้งห้าห้ามปรามข้าล้วนไม่รับฟัง...ข้าได้ลงไม้ลงมือและเปิดฉากจู่โจมจ้าวราชันเทพขุนเขาทันที!...ตอนนั้นไม่ว่าผู้ใดที่อยู่บริเวณนั้นล้วนไม่ใช่คู่มือของเราทั้งคู่ข้าและจ้าวขุนเขาเทพราชันเยว่ชิงหลงต่อสู้พัวพันกันอยู่หลายวันหลายคืน...และได้รับาเ็ภายในทั้งคู่!...เมื่อการต่อสู้ใกล้มาถึงจุดสิ้นสุดจ้าวขุนเขาเทพราชันเหว่ชิงหลงรู้ว่าถ้าปล่อยเวลาผ่านไปจะนำความสูญเสียอย่างมากทั้งสองฝ่าย...ตอนนั้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์และทำให้ข้ากระจ่างเพื่อเลิกลา จ้าวขุนเขาเยว่ชิงหลงได้ทำการสะบั้นแขนขวาของตนและให้ครอบครัวของเราพักอาศัยอยู่ในสำนักขุนเขาเทพราชันเพื่อรอคอยเซียนเออร์กลับมาด้วยสถานะเทียบเท่าจ้าวสำนัก!...นึกย้อนกลับไป ด้วยความใจร้อนของข้าที่ไม่รับฟังเหตุผลข้าช่างละอายแก่ใจยิ่งนัก?!’’
ไป๋เทียนอวิ๋นมองมือทั้งสองข้างด้วยแววตาซับซ้อนชายชราถอนหายใจเบากล่าวต่อ
"หลังจากข้าเฝ้ารอ3ปี...ในที่สุดวันที่พวกเราตั้งหน้าตั้งตารอก็มาถึง! กระจกชะตา์ได้เกิดแสงเรืองรองหลุมดำแห่งห้วงมิติได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง...แต่ครั้งนี้บังเกิดลมพายุรุนแรงโหมกระหน่ำไหลทะลักออกมาจากหลุมดำสร้างความเสียหายทั่วทั้งตำหนักและจากนั้นไม่นานเซียนเออร์ก็กลับออกมา!" ไป๋เทียนอวิ๋นนึกย้อนกลับไปสีหน้าชายชราเงียบสลด ก่อนจะผันกายจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยรอยยิ้มอุ่นชายชรายื่นมือแกร่งมารูปศีรษะกระเซอะกระเซิงอย่างรักใคร่เอ็นดู
"ตอนนั้น คำถามมากมายในจิตใจที่ข้าอยากรู้คงมากมายเสียยิ่งกว่าเ้าตอนนี้เสียอีก...แต่เมื่อข้ามองไปยังเซียนเออร์ตอนนั้นนางยังคงหลับไหล...แต่ความรู้สึกของข้าสามารถพูดได้เต็มปากว่าเวลาที่นางหายไปสามปีสถานที่แห่งนั้นได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของมารดาเ้า...และประสบการณ์ที่ได้รับจากสถานที่แห่งนั้นคงมากมายยิ่ง!...ในที่แห่งนั้นมารดาเ้าอาจจะไม่ได้โดดเดี่ยวเดียวดายอย่างที่เคยเป็อีกต่อไป"
"โดดเดี่ยวเดียวดาย...ท่านหมายความว่าอย่างไร?!"ไป๋หยุนเฟยถามอย่างงึนงง
ไป๋เทียนอวิ๋นเพียงขยี้เส้นผมหลานชายอย่างรักใคร่เอ็นดูแทนคำตอบกล่าว
"เมื่อเซียนเออร์กลับมาครานั้นมารดาเ้าได้หลับใหลเข้าญาณปิดการรับรู้ทวารทั้งเจ็ดสู่ขอบเขตนิทรา กระนั้นใบหน้างดงามของนางยังคงมีรอยยิ้มโศกเศร้าอาดูรอยู่เลือนรางคราบหยดน้ำตายังคงเปรอะเปื้อนบนใบหน้าให้ได้เห็น"ไป๋เทียนอวิ๋นกล่าวอย่างเ็ปใจ ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็บุตรธิดาเพียงคนเดียวของชายชราเมื่อเห็นใบหน้าเศร้าใจของนางมีหรือผู้เป็บิดาจะไม่เ็ปตาม เล่าต่อ"เมื่อนางเข้าสู่ขอบเขตนิทราในตำนาน รอบกายนางถูกปกคุมไว้ด้วย’วายุคลั่งแห่งเจตจำนงสายลมแห่งเทวะ’!...ด้วยสายลมแห่งเทวะหมุนวนรอบกายนางไม่มีใครเข้าใกล้นางได้ในรัศมี3จ้างแม้แต่ข้าและจ้าวขุนเขาก็ตาม...สายลมแห่งเทวะที่ครอบคลุมมารดาเ้าอยู่ตอนนั้นสร้างความแตกตื่นแก่ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ และยิ่งกว่านั้นตามตำนานเล่าขานที่สืบทอดมาจากราชวงศ์ของเรา...เหตุการณ์พิสดารสั่นสะท้านสรวง์นี้เคยเกิดขึ้นกับบรรพบุรุษราชวงศ์พระองค์แรกเท่านั้น!...เมื่อใดก็ตามที่เกิดขึ้นจวบจนยามที่นางตื่นจากการหลับใหลขั้นพรมแดนของนางจะพุ่งทะยานข้ามพรมแดนที่เคยมีมาทะลวงขั้นพรมแดนที่สูงกว่าและกลายเป็ตำนานประดุจเทพเ้าที่พวกเราเพ้อฝัน!…ยังมี"
จ้องมองชายหนุ่ม ไป๋เทียนอวิ๋นยิ้นกริ่ม "การกลับมาของเซียนเออร์ครานี้ยังมีเื่ที่ทำให้ข้าตื่นใไม่แพ้กัน...การกลับมาของนางครานี้ไม่ได้กลับมาตัวคนเดียว?!"
ไป๋หยุนเฟยตื่นตะลึง หลังจากใคร่ครวญชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างกระตือลือล้น
"ใช่...ใช่บิดาข้าหรือป่าวท่านปู่?!"
ชายชรายิ้มเล็กน้อยส่ายหัวเป็เชิง
"เ้าคิดผิดแล้วเด็กน้อย..."
มือแกร่งขยี้เส้นผมดำอย่างนุ่มนวลอบอุ่น
"คนที่เซียนเออร์พามาด้วย...คือเ้า?!"
#ถ้านักอ่านผู้น่ารักคนใดชอบหรือ้าติชมผลงานของผม ช่วยคอมเมนต์หรือรีวิวผลงานของผมเพื่อเป็กำลังใจให้ผมได้สร้างสรรค์นิยายต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ ToonCrazoon