ในขณะที่ฝ่ามือน้อย ๆ ของหลี่หรงหรงยื่นไปแตะกับฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างแนบสนิท จู่ ๆ ก็มีประกายแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือของคนทั้งสองฝ่าย
ไม่กี่ชั่วลมหายใจต่อมา ในหัวของทั้งสองฝ่ายก็เกิดเสียงดัง ‘ติ๊ง!’ ขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
[เปิดใช้งานโหมด แปลงภาษาอัตโนมัติ!]
[เปิดใช้งานโหมด กู้คืนความทรงจำของหลี่หรงหรง!]
[ความสามารถพิเศษฟังเสียงในหัว อัพเกรดสมบูรณ์ 100%]
เสียงแปลกประหลาดของหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในหัวของทั้งสองฝ่าย ร้อนให้ทั้งเหวินซินหลิงและหลี่หรงหรงจำต้องเบิกตากว้าง
แล้วทันใดนั้นเอง ความทรงจำของเด็กน้อยผู้เป็เ้าของร่างก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวของหลี่หรงหรงราวกับเขื่อนแตก
“อะโอ้ยยยอะไรเนี่ย ปวดหัว!! ปวดหัวเหมือนมีคนเอามีดมาผ่าสมองของข้าออกเป็สองซีกเลย อุ้บบบบ!” หลี่หรงหรงเบิกตากว้างหนักเข้าไปอีก สองมือน้อย ๆ รีบยกขึ้นปิดปากตัวเอง
คำพูดทุกคำที่เป็ภาษาจากโลกอนาคต ถูกแปลงให้เป็ภาษาในยุคโบราณทั้งหมด
ยังไม่ทันที่หลี่หรงหรงจะหายปวดหัวเลยด้วยซ้ำ จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยเสียงผลักบานประตูไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดโดยไม่มีการเอ่ยขออนุญาตแต่อย่างใด
สาวใช้นางหนึ่งสวมชุดสีเขียวเข้มก้าวฉับ ๆ เข้ามาในห้อง ในมือของนางถือประคองถาดไม้ไว้ บนนั้นมีชามยาสีดำเมี่ยมที่ส่งกลิ่นขมปี๋ลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง ใบหน้าของนางผู้นั้นประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะเคารพนบนอบต่อร่างนี้
ทว่า… มันก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น
"ฮูหยิน ท่านตื่นแล้วหรือเ้าคะ บ่าวต้มยามาให้แล้ว รีบดื่มตอนที่ยังร้อนเถิด อาการจะได้ดีขึ้น" สาวใช้ผู้นี้มีนามว่า 'ซุนฮวา' นางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงโอนอ่อนพร้อมกับยกชามยาเข้ามาใกล้เหวินซินหลิงอีกนิด
[รีบ ๆ กระเดือกลงคอไปเสียทีเถิด นังผู้หญิงไร้ค่า อยู่ไปก็เกะกะสายตาอนุจ้าวเปล่า ๆ ยานี่ผสมผงกระดูกคร้านเข้าไป ดื่มสะสมทุกวันจะได้สิ้นใจตายไปเงียบ ๆ ข้าจะได้เบิกเงินรางวัลเอาไปใช้เสวยสุข และไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก กลิ่นอับในเรือนนี้ทำให้เสื้อผ้าข้าเหม็นไปหมดแล้ว!]
โอ้โห์ ไม่เพียงสามารถได้ยินเสียงในหัวของกันและกัน แต่เหวินซินหลิงกับหลี่หรงหรงยังสามารถได้ยินเสียงในหัวของคนอื่นได้อีกด้วย นี่คงเป็ผลพวงมาจากการที่ความสามารถพิเศษถูกอัพเกรดให้อยู่ในระดับสมบูรณ์ 100% สินะ
เหวินซินหลิงแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินเสียงอะไร นางกวาดตามองชามยาสีดำเมี่ยม กลิ่นของสมุนไพรหลายชนิดเตะจมูก สมองที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักแยกแยะส่วนประกอบพื้นฐานได้ทันที
[ถุงมือจิ้งจอก[1]ผสมกับสารหนูในปริมาณต่ำ มีฤทธิ์กดประสาทและทำให้กล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลันหากสะสมในปริมาณมาก แผนลอบสังหารแบบค่อยเป็ค่อยไปสินะ]
นางยังคงตีหน้าซื่อ เรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ให้อีกฝ่ายสงสัย "ขอบใจเ้ามาก วางไว้ตรงนั้นเถิด ข้ายังไม่กระหาย รอให้เย็นลงสักหน่อยค่อยดื่มก็แล้วกัน"
ซุนฮวาขมวดคิ้ว รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มแข็งค้าง "ไม่ได้นะเ้าคะฮูหยิน ยานี้ต้องดื่มตอนร้อน ๆ ถึงจะออกฤทธิ์ดี อนุจ้าวกำชับบ่าวมาอย่างหนักหนาว่าต้องดูแลท่านให้ดีที่สุด หากท่านไม่ยอมดื่ม บ่าวคงถูกลงโทษแน่ ๆ เ้าค่ะ"
[กล้าขัดคำสั่งข้าเชียวหรือ นังผู้หญิงชั้นต่ำ ป่วยใกล้ตายอยู่แล้วยังไม่เจียมตัวอีก! ปกติหัวอ่อนสั่งให้ทำอะไรก็ทำ วันนี้ผีเข้าหรืออย่างไร ถึงวางตัวเฉยเมยเช่นนี้ หากขืนชักช้าเดี๋ยวก็เสียแผนกันพอดี บังคับกรอกปากเลยดีหรือไม่!]
เหวินซินหลิงหรี่ตาลง บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงหลายส่วน มือที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มกำแน่น นางกำลังคำนวณระยะห่างระหว่างตัวนางกับสาวใช้คนนี้
หากนางกล้าล้ำเส้นมาอีกแค่นิดเดียว เหวินซินหลิงก็พร้อมจะพุ่งตัวไปสกัดจุดเส้นเืใหญ่ที่ลำคอเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของนางชั่วคราว
แต่ก่อนที่เหวินซินหลิงจะได้ขยับตัวไปทำในสิ่งที่อยากทำ ก้อนแป้งน้อยข้างกายก็พุ่งพรวดออกไปเสียก่อน!
"แง! ท่านแม่ ของพวกนั้นกลิ่นเหม็นจนแสบจมูกไปหมดแล้ว หรงหรงไม่ชอบกลิ่นนี้ หรงหรงไม่อยากให้ท่านแม่ดื่มมัน"
หลี่หรงหรงแผดเสียงร้องลั่นพร้อมกับะโโถมตัวเข้าใส่ซุนฮวาอย่างแรง แขนป้อม ๆ ปัดเปะปะไปมาด้วยท่าทางของเด็กดื้อรั้นที่กำลังงอแงสุดขีด
เพล้ง!
ชามยาตกลงกระแทกพื้น แตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำยาสีดำขุ่นหกเลอะเทอะเต็มพื้นกระดานไม้ ซ้ำยังกระเด็นไปเปื้อนชายกระโปรงของซุนฮวาจนเป็รอยด่างดวง
"ว้าย! คุณหนู!" ซุนฮวาร้องเสียงหลง ถอยกรูดด้วยความใ ใบหน้าของซุนฮวาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่กระนั้นนางก็พยายามข่มกลั้นความโกรธเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
[นังเด็กผี! นี่มันอาภรณ์ใหม่ของข้าเชียวนะ! ยาที่อุตส่าห์เคี่ยวมาค่อนวันเสียทิ้งหมด นังลูกบิดาไม่รักนี่! ถ้าไม่ติดว่ายังต้องรักษาหน้าเอาไว้ ข้าจะตบให้คว่ำเลยคอยดู!]
หลี่หรงหรงวิ่งกลับมาหามารดาบนเตียงนอน นางซุกหน้าลงกับอกของเหวินซินหลิงแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวสั่นเทา "ท่านแม่… ท่านแม่เ้าคะ หรงหรงกลัว พี่สาวซุนฮวาทำตาขวางใส่หรงหรง ข้าแค่ไม่อยากให้ท่านแม่ดื่มยาขมพวกนั้น ไม่อยากเห็นท่านแม่ต้องนอนปวดท้องเหมือนคราวที่แล้ว..."
การแสดงละครน้ำเน่าของเด็กนี่ช่างสมบทบาทยิ่งนัก หลี่หรงหรงพูดถึงเื่อาการปวดท้อง ความทรงจำของร่างนี้คงไหลกลับคืนมาหมดแล้วสินะ
แม้ปากของหลี่หรงหรงจะส่งเสียงร้องกระจองอแง แต่ทว่าในหัวของนางกลับเต็มไปด้วยคำเย้ยหยันด่าทอ
[ฮ่า ๆ ๆ สะใจจริงโว้ย! สมน้ำหน้า นังบ่าวชั้นต่ำ!]
เหวินซินหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อยพลางกอดร่างเล็กที่กำลังสั่นงันงกเอาไว้แน่น นางที่ได้ยินเสียงในหัวของหลี่หรงหรงก็แทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ นังเด็กนี่แสบได้โล่จริง ๆ
เหวินซินหลิงลูบหลังหลี่หรงหรงอย่างปลอบประโลม ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองสาวใช้ด้วยแววตาที่ต่างไปจากเดิม มันไม่ใช่แววตาที่ซุนฮวาคุ้นเคย ชั่วแวบหนึ่งที่ได้มองสบตากับดวงตาคู่นั้น จู่ ๆ ซุนฮวาก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก
"ซุนฮวา ลูกข้ายังเด็ก ขวัญอ่อนนัก เ้าออกไปก่อนเถิด ส่วนยา รบกวนเ้าไปต้มมาใหม่ก็แล้วกัน ครั้งหน้าก็ระวังให้มากหน่อย อย่าให้หกเลอะเทอะเช่นนี้อีก"
น้ำเสียงของนางนุ่มนวล แต่แฝงอำนาจบางอย่างที่กดดันจนผู้ฟังหายใจไม่ทั่วท้อง ซุนฮวากัดริมฝีปากแน่น ก้มหน้าลงซ่อนแววตาอาฆาตมาดร้ายเอาไว้ "ขะ...เข้าใจแล้วเ้าค่ะ บ่าวจะทำความสะอาดและเตรียมยามาใหม่"
นางรับปากแบบส่ง ๆ โดยไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะหมุนตัวเดินกระทืบเท้าตึงตังออกไป ไม่แม้แต่จะย่อตัวทำความเคารพเมื่อประตูปิดลง
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องหับอีกครั้ง หลี่หรงหรงผละออกจากอกของเหวินซินหลิงเปลี่ยนจากสีหน้าหวาดกลัวร้องไห้ขี้มูกโป่งมาเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์แสนกล ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างคนรู้ทัน
"การแสดงเมื่อครู่ใช้ได้หรือไม่เ้าคะ ท่าน! แม่!" เด็กหญิงขยิบตาให้อย่างซุกซน
“เด็กโง่เอ้ย แสบได้โล่จริง ๆ แต่ทีหลังต้องห้ามทำอะไรเสี่ยง ๆ เข้าใจไหม ถ้ามีแผนอะไรต้องปรึกษากันก่อน” เหวินซินหลิงพยักหน้าพอใจให้กับความแสบซนของหลี่หรงหรง แต่นางก็ยังมิวายเอ่ยกำชับตักเตือน เผื่อว่าวันหน้าคนที่หลี่หรงหรงต้องเผชิญหน้าด้วยไม่ใช่สาวใช้ต่ำต้อย จะได้ไม่เกิดปัญหาบานปลาย
“รู้แล้วน่า ก็ใครใช้ให้นังสาวใช้คนนั้นมันน่าหมั่นไส้กันล่ะ” มือป้อม ๆ ของเด็กน้อยยกขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออกจากเบ้าตาและช่อแก้มแบบลวก ๆ เหวินซินหลิงเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้า เอามาซับคราบน้ำตาที่บีบออกมาอย่างยากลำบากให้บุตรสาว
หลี่หรงหรงจู่ ๆ ก็คลี่ยิ้มหวานอย่างคนเ้าแผนการ ทั้งที่บนช่อแก้มยังมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่
“เ้ายิ้มอะไร? มีแผนการอะไรอีก?” เหวินซินหลิงเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้าอยากสูบเืสูบเนื้อคนตระกูลนี้ให้หมดตัว โทษฐานที่ไม่มีใครดีกับพวกเราเลยสักคน พอสะสมสมบัติได้ครบแล้ว พวกเราก็หนีออกไปใช้ชีวิตอิสระข้างนอก คิดว่าไม่เลวเลยล่ะ”
คำพูดของมิจฉาชีพน้อยจุดประกายอะไรบางอย่างขึ้นในหัวของเหวินซินหลิง
เหวินซินหลิงละมือออกจากการเช็ดคราบน้ำตาออกให้เด็กน้อย นางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนบนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ เดินไปเปิดหน้าต่างบานเล็กเพื่อระบายกลิ่นยาพิษที่คลุ้งอยู่บนพื้น สายตาทอดมองออกไปยังลานกว้างด้านนอกที่เต็มไปด้วยวัชพืชรกเรื้อ
[ศัตรูรายล้อมรอบด้าน ทรัพยากรมีจำกัด ร่างกายอ่อนแอ สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต จำเป็ต้องคัดกรองภัยคุกคามตามลำดับความสำคัญ แม่สามีคือศูนย์กลางอำนาจ อนุจ้าวคือหนามแหลมข้างตัว บ่าวไพร่คือสายสืบ ก่อนจะคิดเื่ถลุงสมบัติของคนตระกูลนี้ เราสองคนแม่ลูกต้องหาทางฟื้นฟูร่างกายก่อน จากนั้นค่อยรวบรวมทุนทรัพย์ หาจังหวะเหมาะสมแล้วหนีออกจากจวนบ้า ๆ นี่]
หลี่หรงหรงที่นั่งแกว่งขาอยู่บนเตียงรับฟังแผนการในใจของมารดา ด้วยดวงตาที่เป็ประกายวิบวับ
"ท่านแม่" เด็กหญิงส่งเสียงเรียก "ท่านว่าจวนเจิ้นกั๋วกงนี่… คลังสมบัติหลักอยู่ตรงเรือนไหนหรือเ้าคะ?"
[ในเมื่อจะหนีทั้งที ก็ต้องกอบโกยไปให้หมดสิ! ถ้วยชาม เครื่องประดับ ภาพวาด อะไรที่เปลี่ยนเป็ตั๋วเงินได้ ข้าจะกวาดให้เรียบ! ปล่อยให้พวกมันทั้งตระกูลกินหญ้าแทนข้าวไปเลย!]
ความคิดของหลี่หรงหรงช่างใจจืดใจดำนัก สมกับที่เป็มิจฉาชีพน้อยจากโลกอนาคต
เหวินซินหลิงหันกลับมามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังส่งยิ้มหวานชื่นมาให้ แม้ในใจของเด็กน้อยจะเต็มไปด้วยแผนการโจรกรรมระดับชาติก็ตาม
"คลังเก็บสมบัติงั้นเหรอ?" เหวินซินหลิงหรี่เปลือกตาลง พยายามเค้นความทรงจำครุ่นคิด ว่าคลังเก็บสมบัติอยู่ตรงไหน แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก นั่นแสดงว่าร่างนี้ไม่รู้จักที่เก็บสมบัติของสกุลหลี่
เหวินซินหลิงเดินกลับมานั่งที่ขอบเตียง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยเสมอ "ข้าไม่รู้ว่าคลังเก็บสมบัติของพวกมันอยู่ที่ไหน เอาเป็ว่าเื่นี้คงต้องให้เ้าช่วยสืบหาอีกแรง แม่ลูกร่วมใจย่อมไม่มีสิ่งใดเป็ไปไม่ได้"
สองแม่ลูกต่างสายเืส่งยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของอดีตแพทย์ทหารและเด็กสลัมเหลือขอหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ นับแต่นี้ไม่มีอีกแล้วฮูหยินเอกผู้อ่อนแอ และคุณหนูน้อยผู้บอบบางไร้เดียงสา
จะมีก็แต่สองแม่ลูกมหาภัยที่เตรียมจะปล้นจวนสกุลหลี่ให้หมดหน้าตักก็เท่านั้น
[1] ถุงมือจิ้งจอก หมายถึง Foxglove (ถุงมือจิ้งจอก) ดอกไม้มีพิษติดอันดับต้นๆ ของโลก พิษของ Foxglove ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ผู้ถูกพิษบางคนอาจเกิดอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติและ พิษของมันยังสามารถฆ่ากระต่ายได้อย่างง่ายดาย