หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 3

    เนื่องจากลีมูน และเพื่อนๆ ไม่เคยเห็นชุดอะไรแปลกตาแบบนี้มาก่อน ลีมูนจึงคาดเดาว่าคนตรงหน้าต้องมาจากต่างหมู่บ้านแน่นอน เพราะไม่นานมานี้มีข่าวว่าที่นั่นถูกมอนสเตอร์โจมตี ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านนั้นๆต่างพากันอพยพหนีเอาชีวิตรอดไปยังเมืองอื่นๆ “น้องชาย เจ้าหนีตายมาจากหมู่บ้านไหนอย่างนั้นรึ” มิเชลหันไปถามหลงเฟย โดยไม่ได้คิดกลัวว่าคนตรงหน้าจะสะเทือนใจ เขาคิดแค่ว่าต้องสอบถามให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน หลงเฟยไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี เขาไม่แน่ใจว่าที่โลกนี้จะมีคนรู้เรื่องโลกของเขารึเปล่า เขาสามารถตอบไปตามตรงได้หรือไม่ และเขาก็ไม่ได้ถามรีเอลไว้ด้วยสิ หรือควรตอบว่ามาจากหมู่บ้านนั้นดี ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าอยู่บ้านนั้นมันคือที่ไหน แต่คนจากที่นั่นคงจะเป็นคนที่น่าสงสาร เพราะเขาสังเกตเห็นลีมูนทำหน้าสงสารเขา ตอนที่คิดว่าเขามาจากที่นั่น ‘ตอบๆ ไปก่อนละกัน’ หลงเฟยคิดในใจ“เอ่อ.. ใช่ ผมมาจากหมู่บ้านที่ถูกโจมตีนั้นแหละครับ แต่ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้ที่หมู่บ้านจะเป็นยังไงบ้าง พวกเราต่างก็หนีกันไปคนละทิศคนละทาง ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ และคนในหมู่บ้านจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง ตัวผมเองรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี้แล้ว” หลงเฟยตีเนียนทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จออกไป “ไม่เป็นไรนะหนุ่มน้อย เจ้ารอดมาได้ก็ดีแล้ว แล้วเจ้ามีวิชาอะไรติดตัวบ้าง ใช้ดาบ หรือธนูเป็นบ้างหรือเปล่า? ถ้าพอใช้อาวุธได้ ก็ลองมาสมัครเป็นทหารดูสิ ถึงเงินเดือนจะน้อยแต่ก็ไม่อดตาย” ลีมูน และเพื่อนๆ ต่างก็แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเล็กน้อย และพยายามช่วยคิดหาทางออกให้กับเด็กหนุ่มต่างหมู่บ้านคนนี้“ผมไม่เคยฝึกอะไรเลยครับ ส่วนใหญ่ก็ปลูกผักอยู่กับคนในหมู่บ้าน พอเลี้ยงชีพได้เป็นวันๆ ไป” แม้จะตอบออกไปอย่างลื่นไหล แต่ในใจของหลงเฟยภวานาขอให้อาชีพปลูกผักเลี้ยงชีพไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับโลกนี้ด้วยเถอะ “อ๋อ อย่างงั้นหรือ ว่าแต่เจ้านี่ดูแปลกๆ นะ การแต่งตัว และการใช้ภาษาของเจ้า มันช่างแปลกประหลาดจริงๆ แต่เอาเถอะ ข้านั้นมีนามว่า ลีมูน ส่วนน้องชายล่ะมีนามว่าอะไร”“ผมชื่อหลงเฟย เรียกว่าเฟยเฉยๆ ก็ได้ครับ”“หลงเฟยเหรอ แม้แต่ชื่อก็ยังแปลกประหลาดเหมือนเคย เอาเป็นว่า ข้าจะเรียกเจ้าว่าเฟยก็แล้วกัน” แล้วมหกรรมการแนะนำตัวก็เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาสั้นๆ หลงเฟยจึงใช้โอกาสนี้สอบถามในเรื่องที่เขาต้องการรู้ทุกอย่างกับกลุ่มคนตรงหน้า“เอ่อ พี่ชายครับ ผมจะหาอาวุธมาจากไหนได้บ้างครับ ผมมีเงินติดตัวอยู่ไม่มาก มีแค่ราวๆ 10 เหรียญเงิน” หลงเฟยเห็นว่าทุกคนต่างก็มีอาวุธประจำตัว เขาจึงคิดว่า มันคงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีติดตัวไว้สำหรับในโลกนี้ หลงเฟยยังไม่เคยฝึกฝนต่อสู้ ไม่รู้วิธีการล่า และอาวุธก็ยังไม่มี ตอนนี้ในช่องเก็บของของเขาก็มีเพียงแค่ถุงยามเก่าๆ ระดับ A อยู่แค่อย่างเดียว“พวกอาวุธน่ะมันก็มีขายอยู่นะ แต่มันแพงมาก เราจะต้องใช้เหรียญทองจำนวนมากเลยละ ถึงจะชื้อมันได้ ถ้ามีงบเพียงแค่นั้น ข้าแนะนำให้หาจากพวกมอนสเตอร์ หรือทำเองจะดีกว่านะ” มิเชลอธิบาย หลังจากที่หลงเฟยได้ฟัง ก็เข้าใจแล้วว่า พวกอุปกรณ์นั้นก็มีขายอยู่ แต่ว่ามันจะแพงมาก“ถ้าเจ้าจะหาอาวุธจากมอนสเตอร์ จะต้องเป็นมอนสเตอร์ที่เป็นประเภทไม้ แต่ปกติมันจะได้แต่อาวุธระดับ C กันทั้งนั้น มีส่วนน้อยมากที่จะได้ระดับสูงๆ” ลีมูนอธิบายเพิ่มเติม จากการพูดคุยกันอีกสักพัก ทำให้เขาได้รู้ว่า ก่อนอื่นเขาควรจะต้องมีอุปกรณ์ที่จะสามารถนำมาใช้ในการออกล่าก่อน ซึ่งเริ่มต้นควรจะใช้ดาบสักเล่ม เพราะดาบจะมีราคาที่ถูกกว่าธนู และที่ธนูมันแพงกว่าก็เพราะเจ้าพวกลูกธนูนั่นเอง สรุปแล้ว การจะได้อาวุธดีๆ มาครอบครองสักชิ้นนั้นไม่ง่ายเลย หลงเฟยจึงมีความคิดอยากจะลองเปิดกล่องสุ่มอีกครั้ง โดยการแลกกับเหรียญเงินทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้ แต่เนื่องจากมันเป็นเพียงกล่องสุ่มระดับเริ่มต้นเท่านั้น โอกาสที่จะสุ่มได้ของดีๆ จึงมีน้อยมาก “เปิดกล่อง” หลงเฟยพูดที่รีเอลเคยบอกไว้ขึ้นมาเนื่องจากในโลกใบนี้มีเพียงหลงเฟยคนเดียวที่สามารถใช้งานระบบกล่องสุ่มนี้ได้ ทหารทั้งสี่คนได้ยินจึงหันมามองหลงเฟยที่กำลังยืนหันหลังให้กลุ่มของตน และคิดว่าเจ้าเด็กคนนี้ช่างประหลาดเสียจริง อยู่ๆ ก็พูดคนเดียว ‘คุณหลงเฟยได้รับ ดาบผีสิง มุรามาสะ ระดับ R ยินดีด้วยค่ะ’สิ้นเสียงรายงานก็มี ดาบรูปร่างเหมือนกับดาบซามูไร ที่เรียกกันว่าดาบคาตานะ ซึ่งมีไอสีม่วงอมแดงกระจายอยู่รอบๆ ตัวดาบ ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าตรงหน้าของหลงเฟย โดยมีรายละเอียดแสดงขึ้นมาเพื่อให้เขาได้ทราบว่าคุณสมบัติของมันเหมือนกับตอนที่เขาเปิดกล่องสุ่มได้ถุงย่ามเก่าๆ ยังไม่ทันได้อ่านคุณสมบัติของดาบ หลงเฟยก็รีบเก็บดาบเข้าไปไว้ในคลังเก็บของของเขาทันที เขาไม่รู้ว่าสำหรับโลกใบนี้ การที่อยู่ก็มีของปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ดังนั้นรีบเก็บก่อนที่จะมีใครมาทันสังเกตเห็นจะดีที่สุด “ดาบเมื่อกี้.. ระดับ R คือ ‘Rare Item’ ใช่มั้ยนะ ดาบในตำนาน ดาบหายากอะไรแบบนั้นหรอ เอาจริงดิ!! แต่มันเป็นดาบผีสิงนี่ จะเอามาทำอะไรเนี่ย” หลงเฟยพึมพำอยู่คนเดียว ใจหนึ่งหลงเฟยก็อยากจะนำดาบออกมาอ่านคุณสมบัติของมันอีกครั้ง แต่อีกใจก็กลัวว่ากลุ่มคนตรงหน้าจะผิดสังเกต หลงเฟยไม่รู้ว่ากลุ่มคนตรงหน้าจะสามารถมองเห็นค่าสถานะของสิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้ได้เหมือนเขาหรือไม่ หลงเฟยไม่แน่ใจว่า ที่มิเชลใช้พลังตรวจสอบสถานะว่าเขาเป็นมนุษย์หรือไม่ ในตอนที่พบกันครั้งแรกที่ลานน้ำพุนั้น จะใช่สิ่งเดียวกับที่เขาเห็นค่าสถานะของสิ่งต่างๆ นี่หรือไม่ และเพื่อความไม่ประมาท เห็นทีว่านี่คงเป็นอีกเรื่อง ที่เขาต้องเก็บไว้ถามรีเอลก่อน เพราะเขาไม่อยากทำเรื่องแปลกๆ ให้พวกลีมูนสงสัยว่าเขาเป็นตัวประหลาดอีก           สุดท้าย หลงเฟยก็ตัดสินใจว่า ยังไม่นำดาบออกมาในตอนนี้จะดีที่สุด แต่ลักษณะท่าทางที่หลงเฟยแสดงออกมา มันประหลาดจนทำให้ทุกคนจ้องมองมาทางเขาด้วยความสงสัย หลงเฟยจึงหันหน้ากลับมาทางพวกลีมูน ก่อนจะเกาหัวแล้วก็ยิ้มให้ทุกคนแบบติดตลก เหมือนประมาณว่า ไม่มีอะไรหรอกครับยังไงอย่างงั้น