“ท่านลุงฮ่าว เกิดอันใดขึ้นท่านถึงได้มาหาข้าถึงที่นี่” จ้าวลู่ชิงกำลังนั่งคัดแยกเห็ดขมวดคิ้วกับท่าทีร้อนใจของผู้ดูแลภัตตาคารในตำบลหลงซีที่วิ่งนำหน้านายประตู
“ภัตตาคารเฟิ่งไหลน่ารังเกียจนั่น พยายามมาซื้อตัวพ่อครัวของภัตตาคารพวกเรา”
“แล้วมีผู้ใดทรยศหรือไม่” นางพอจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าไม่มีผู้ใดกล้าทรยศกับเศษเงินที่อีกฝ่ายเสนอ เพราะว่าพนักงานแต่ละคนฉากหลังแตกต่างจากฉากหน้าที่แสดงออก แต่เพื่อความั่นใจนางจึงต้องถาม
“ไม่มีขอรับ แต่ว่าภัตตาคารเฟิ่งไหลมันแอบส่งคนของมันมาทานอาหารที่ภัตตาคารหย่งเล่อ แล้วกลับไปทำเลียนแบบ
พวกมันประกาศกร้าวว่าพรุ่งนี้ภัตตาคารเฟิ่งไหลจะมีอาหารเหมือนกับภัตตาคารพวกเราทุกอย่าง และพวกมันยังลดราคาอาหารให้ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการภัตตาคารมันครึ่งหนึ่ง” ฮ่าวหลงจู๊รายงานด้วยความแค้นใจ
“เฟิ่งไหลช่างไร้คุณธรรมเสียจริง เหตุใดถึงได้ทำเช่นนี้ ท่านรอข้าสักครู่” จ้าวลู่ชิงตรงดิ่งกลับไปยังเรือน นางรีบเข้ามาในห้องหนังสือกลางแผ่นกระดาษแล้ววาดรูปสิ่งที่ต้องการลงไป
นางมั่นใจเรื่องรสชาติอาหารว่าคนพวกนั้นไม่มีทางทำออกมาได้เหมือนภัตตาคารหย่งเล่อแน่นอน นางจะไม่ไยดีปล่อยให้คนพวกนั้นลอกเลียนแบบก็ย่อมได้ ทว่านางเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ภัตตาคารที่ไร้คุณธรรมในวงการค้าขายเช่นนี้หากนางไม่เอาเท้าไปแหย่เล่นย่อมต้องเจ็บใจ
หยิบดินสอที่นางทำขึ้นวาดรูปลงไปบนแผ่นกระดาษใช้เวลาไม่นานรูปภาพที่ต้องการก็ปรากฏ นางรีบเขียนกำกับรายละเอียดเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย
ม้วนแผ่นกระดาษเดินตรงกลับไปยังบริเวณหน้าห้องครัว ฮ่าวหลงจู๊กำลังช่วยแยกเห็ด เห็นคุณหนูเดินมาด้วยหน้าตาบึ้งตึงก็รีบลุกขึ้น
“ท่านช่วยนำแบบตามที่ข้าวาดไปให้ร้านตีเหล็กทำออกมาให้แล้วเสร็จภายในพรุ่งนี้เช้า หากแล้วเสร็จตามเวลาข้าจะจ่ายค่าแรงเพิ่มเป็นสองเท่า” สิ่งที่นางต้องการไม่ได้อยากเย็นอันใด ประกอบเข้ากันได้ง่ายมาก
ฮ่าวหลงจู๊มองรูปภาพในกระดาษ มิได้ถามให้มากความน้อมรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว
จ้าวลู่ชิงสั่งให้ฮ่าวหลงจู๊ทำตามสิ่งที่นางต้องการอยู่สักพัก พอผู้ดูแลภัตตาคารกลับไปนางก็เดินเข้าไปในห้องครัว ถือขวานเดินตรงดิ่งไปยังเรือนไผ่ บ่าวทุกคนต่างนั่งอ้าปากค้าง สีหน้างงงวยว่าคุณหนูกำลังจะทำอันใด
ซูเซียงกับซูเจินรีบทิ้งงานตรงหน้าวิ่งตามคุณหนูไปด้วยความไม่เข้าใจ
จ้าวลู่ชิงเดินมาถึงป่าไผ่ ขวานในมือสับครั้งเดียวต้นไผ่ที่ตั้งตรงก็ขาดลำไผ่ล้มลงกับพื้น
พลเงาที่กำลังพักผ่อนอยู่ในเรือนไผ่หลังจากเฝ้าเวรยามมาทั้งคืนต่างได้ยินเสียงสับต้นไผ่ อารมณ์ของผู้ที่สับน่าจะคุกรุ่นพอสมควรถึงได้สับต้นไม้ขาดในครั้งเดียว
ซูเจินกับซูเซียงยังมึนงงว่าคุณหนูของพวกตนต้องการทำอันใด หลังจากหอบปล้องไผ่ที่ถูกตัดกลับมาลานหน้าห้องครัว คุณหนูก็นั่งเหลาไม้ไผ่ไม่พูดไม่จา ดูท่าว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะโหมเข้าใส่ภัตตาคารเฟิ่งไหล
ยามเช้ามืดกระดาษแผ่นใหญ่ติดประกาศไว้หน้ากำแพงบ้าน จากนั้นจ้าวลู่ชิงกับสาวใช้ข้างกายสองคนและโม่เอินก็ออกเดินทางไปยังตำบล
พระอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า ทุกเช้าชาวบ้านแต่ละหลังคาเรือนมักจะเดินมาดูป้ายที่ติดประกาศอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ แม้ว่าจะอ่านตัวอักษรไม่ออก แต่ก็มีนายประตูคอยบอกว่าวันนี้ติดประกาศเรื่องใด
ชาวบ้านที่มาสอบถามตั้งแต่เช้ามืดต่างวิ่งกลับไปบ้านเพื่อบอกคนในครอบครัวว่าวันนี้จ้าวลู่ชิงมิได้รับซื้อสมุนไพร แต่จะรับซื้อเห็ดเยื่อไผ่ ในราคาจินละสามเหวิน ได้ยินคราแรกทุกคนต่างตกใจว่าเพราะเหตุใดถึงรับซื้อเห็ดพิษ แต่พอเห็นว่ารับซื้อในราคาจินละสามเหวินทุกคนก็โยนความสงสัยทิ้งไป รีบปลุกลูกหลานที่นอนขี้เซา ยกโขยงกันไปเก็บเห็ดเยื่อไผ่ทั้งครอบครัว
บรรยากาศในหมู่บ้านครึกครื้นตั้งแต่เช้า ทุกคนต่างมุ่งหน้าสู่ป่าไผ่ผืนใหญ่ที่มีเห็ดเยื่อไผ่เจริญเติบโตอยู่ละลานตา
บ้านเจียงรีบวิ่งตรงไปยังป่าไผ่ที่เก็บเห็ดเมื่อวาน ทุกคนในครอบครัวต่างแบกกระบุงบนหลัง เวลาวิ่งกระบุงเด้งไปเด้งมา เมื่อวานเห็ดที่ยังไม่บานเต็มที่มีอยู่เต็ม วันนี้พวกมันต้องโตจนสามารถเก็บได้อย่างแน่นอน
จ้าวหนิงเอ๋อนั่งคอตกอยู่หน้าเตา เช้านี้เขาต้องทำอาหารทานเอง เพราะคนในครอบครัวทุกชีวิตต่างแบกกระบุงขึ้นเขาไปเก็บเห็ดเยื่อไผ่มาแลกเงิน นั่งมองไข่สองฟองที่กำลังอยู่ในกระทะ บุรุษเช่นเขาทำอาหารเป็นเสียเมื่อไหร่ ต้มไข่ไม่รู้ว่าจะสุกหรือไม่
บุรุษที่ได้ทำงานบนสวนผลไม้เช้านี้ต่างมีชะตากรรมเดียวกันกับจ้าวหนิงเอ๋อ ทุกคนต่างลงมือทำอาหารทานเองด้วยใจที่ห่อเหี่ยวกับรสชาติ แม้กระทั่งผู้สูงวัยที่ควรอยู่บ้านยังหอบสังขารไปเก็บเห็ด เช้านี้ป่าไผ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก ภายในหมู่บ้านดูเงียบเหงาหากโจรเข้ามาปล้นก็คงขนของกลับออกไปอย่างสบาย
จ้าวลู่ชิงมาถึงภัตตาคารหย่งเล่อสาขาตำบลหลงซีตั้งแต่เช้า นางรีบตรงดิ่งไปยังห้องครัว เนื้อหมูสะอาดถูกหั่นตามที่สั่งวางอยู่ในกะละมัง
นางรีบเข้าไปหมักเนื้อตามสูตรที่เคยทำในชาติที่แล้ว อาหารชนิดนี้คือของโปรดนางตอนที่บิดามารดาพาย้ายไปอาศัยอยู่ประเทศไทย
เสี่ยวเอ้อภัตตาคารเฟิ่งไหลดึงดูดความสนใจของลูกค้าด้วยการตะโกนลดราคาอาหารครึ่งหนึ่งทุกรายการ ทว่าสีหน้าเต้มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวกับควันที่ลอยโขมง
เสี่ยวเอ้อภัตตาคารหย่งเล่อใช้พัดโบกถ่านที่อยู่ในเตาลักษณะแปลก ๆ จนมันแดงฉาน ยิ่งควันลอยไปฝั่งตรงข้ามมากเท่าไหร่ยิ่งดี
แค่ก! แค่ก!
เสียงไอดังขึ้น
“พวกเจ้ากำลังทำอันใด” ชายวัยกลางคนที่มาลิ้มลองอาหารเทพเซียนของภัตตาคารหย่งเล่อเมื่อวานแล้วเกิดติดใจจึงกลับมาอีก ยืนมองการกระทำของเสี่ยวเอ้อด้วยความแปลกใจ เหตุใดถึงได้มาจุดไฟอยู่แถวหน้าภัตตาคาร เตาที่ใช้จุดไฟก็มีลักษณะแปลก ๆ ทุกอย่างล้วนทำจากเหล็ก
“ข้าน้อยกำลังติดไฟขอรับ วันนี้พวกเรามีอาหารชนิดใหม่มานำเสนอ”
“พวกเจ้ามีอาหารเทพเซียนอีกแล้วรึ”
เสี่ยวเอ้อส่งยิ้มให้กับลูกค้าแทนคำตอบ
“ยามใดข้าจะได้ลิ้มลอง”
“นายท่านโปรดรอสักครู่นะขอรับ เชิญนายท่านเข้าไปนั่งจิบชาด้านในก่อน” เสี่ยวเอ้ออีกคนรีบมาต้อนรับลูกค้าคนแรกของวันนี้ สายตากวาดมองภัตตาคารตรงข้ามที่มีลูกค้าทยอยเข้าไปใช้บริการ
จ้าวลู่ชิงกับสาวใช้ข้างกายถือถาดที่มีหมูเสียบอยู่กับไม้ออกมาด้านหน้า เตาไฟตั้งอยู่ข้าง ๆ ประตูทางเข้าภัตตาคาร ในเตามีถ่านแดงฉานอยู่ด้านใน นางตักขี้เถ้าโรยบนถ่านเพื่อลดความความร้อนของไฟ
ตะแกรงเหล็กถูกวางบนเตาไฟสูงระดับเอว จ้าวลู่ชิงจ่ายค่าเตาไปทั้งหมดหกก้วน แท้จริงแล้วค่าเตาเพียงสองก้วนอีกสี่ก้วนคือเงินพิเศษที่นางบอกว่าจะให้ ฮ่าวหลงจู๊บอกว่าร้านตีเหล็กเร่งทำงานให้นางจนดึกดื่น นางจะผิดคำพูดได้อย่างไร
หมูที่เสียบอยู่ในไม้ ทยอยวางเรียงบนตะแกรง น้ำมันหมูหยดลงบนถ่านร้อน ๆ ดังซูซ่าพลันกลิ่นหอมก็ตลบอบอวล
จ้าวลู่ชิงกระซิบข้างหูเสี่ยวเอ้อ เพียงไม่กี่ประโยคเสี่ยวเอ้อผู้หัวเร็วก็รีบทำตาม
เพียงจ้าวลู่ชิงพยักหน้าส่งสัญญาณเสี่ยวเอ้อห้าคนที่มีพัดขนาดใหญ่อยู่ในมือยืนเรียงรายโบกกลิ่นหอมและควันให้มันลอยไปถึงภัตตาคารฝั่งตรงข้ามอย่างพร้อมเพรียง
ย๊ะ!
ย๊ะ!
ย๊ะ!
กลิ่นหอมสามารถดึงดูดใจลูกค้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในภัตตาคารเฟิ่งไหลที่โอ้อวดว่ามีอาหารเทพเซียนเช่นเดียวกัน ทว่าราคาถูกกว่าภัตตาคารหย่งเล่อครึ่งหนึ่ง
“สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการภัตตาคารหย่งเย่อในวันนี้พวกท่านจะได้รับหมูปิ้งเป็นของแถม หากผู้ใดชักช้าระวังจะไม่ทันการณ์นะขอรับ หมูปิ้งมีจำนวนจำกัด” เสียงป่าวประกาศดังชัดถ้อยชัดคำ
“พวกเจ้ากำลังทำอันใด กลิ่นถึงได้หอมเพียงนี้”
คุณชายกลุ่มใหญ่พร้อมกับคนอื่น ๆ ยืนมุงสิ่งที่วางอยู่บนตะแกรง พวกมันส่งกลิ่นหอมหวนจนต้องกลืนน้ำลายตาม
“นี่คือหมูปิ้งขอรับ เป็นอาหารสูตรใหม่ของทางภัตตาคารหย่งเล่อ” เสี่ยวเอ้อรีบพูดตามที่คุณหนูชี้แนะ
จ้าวลู่ชิงกับสาวใช้ยืนปิ้งหมูไม่พูดไม่จา พวกนางปลอมตัวเป็นบุรุษ หากพูดออกไปกลัวว่าเสียงหวาน ๆ จะทำให้ผู้อื่นจับได้ว่าเป็นสตรีจึงให้เสี่ยวเอ้อเป็นคนตอบคำถาม
“พวกเจ้าขายอย่างไร ข้าจะซื้อกลับบ้าน”
“นายท่านขอรับ หมูปิ้งพวกนี้พวกเรามิได้ขาย พวกเราทำขึ้นสำหรับแจกลูกค้าที่เข้ามาทานอาหารในภัตตาคารหย่งเล่อเท่านั้น”
ย้ำข้อตกลงอีกครั้ง
“หมูปิ้งคงเป็นอาหารที่เทพเซียนแปลงกายลงมาบอกผู้ที่คิดค้นสูตรอาหารให้กับทางภัตตาคาหย่งเล่อสินะ”
เสี่ยวเอ้อชะงักก่อนจะกลับมาลื่นไหลตามเดิม “หมูปิ้งกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลเพียงนี้ ท่านคิดว่าผู้ใดเป็นคิดค้นกันล่ะขอรับ” แววตามีเลศนัยปล่อยให้ชาวเมืองพวกนี้คาดเดากันเอาเอง
จ้าวลู่ชิงพัดกลิ่นหอม ๆ ให้กระจายไปทั่วหน้าภัตตาคาร ชาวเมืองที่มุงดูต่างสูดกลิ่นหอมกันเป็นแถบ นางหยิบหมูปิ้งที่สุกแล้วหนึ่งไม้ยื่นให้สตรีนางหนึ่งที่ยืนมุงอยู่ตรงหน้า
“ให้ข้า?”
จ้าวลู่ชิงหยักหน้า มือเหี่ยวย่นก็รีบหยิบแล้วยัดเข้าปากทันที
ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าสตรีนางนี้ยัดหมูปิ้งร้อน ๆ เข้าปาก เคี้ยวหนุบหนับหน้าตาเคลิบเคลิ้มไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิด นี่มันปากคนหรือปากเหล็กเหตุใดถึงได้ทนทายาดยิ่งนัก
“อร่อย ดี ดี อร่อยยิ่งนัก” พยักหน้าราวกับไก่กำลังจิกข้าวสารอย่างบ้าคลั่ง
“หากผู้ใดอยากลิ้มลอง เชิญด้านในได้เลยขอรับ พวกเราแจกเฉพาะลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารในภัตตาคาร”
จากที่ยืนมุงกลืนน้ำลายกับความหอมเป็นกลุ่มก้อนก็สลายเข้าไปด้านในภัตตาคาร ลูกค้าที่กำลังจะย่างเท้าเข้าไปในภัตตาคารเฟิ่งไหลต่างแห่แหนกลับมาใช้บริการภัตตาคารหย่งเล่อเพราะกลิ่นหอมของอาหารเทพเซียนชนิดใหม่ดึงดูดใจ หากนั่งอยู่ในภัตตาคารเฟิ่งไหลคงต้องสำลักควันตาย
หลงจู๊ภัตตาคารเฟิ่งไหลยืนสีหน้ามืดมนจ้องมาทางฝั่งตรงข้าม จ้าวลู่ชิงยักคิ้วส่งให้ มือถือพัดโบกให้กลิ่นหอมลอยไปฝั่งตรงข้าม
ภัตตาคารไร้คุณธรรมกลิ่นเหม็นเน่าสมควรถูกกลิ่นหอม ๆ ของหมูปิ้งนางกลบ อย่าให้รู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง กล้าดีอย่างไรถึงมาเป็นคู่แข่งกับตระกูลจ้าว
“คุณชาย หอมมากขอรับ” ซูเซียงปิ้งหมูจนมือระวิง กลิ่นหอมทำให้นางกลืนน้ำลายแล้วกลืนน้ำลายอีก อาหารชนิดใหม่ที่คุณหนูคิดค้นช่างหอมน่ารับประทานเหลือเกิน
จ้าวลู่ชิงเรียกเสี่ยวเอ้อสามคนมาช่วยปิ้งหมู ส่วนนางไปลากเก้าอี้มานั่งอยู่แถวบริเวณนั้น สายตาจ้องไปทางภัตตาคารฝั่งตรงข้าม นางนั่งฟังเสี่ยวเอ้อคู่แข่งประกาศรายการอาหารพร้อมกับข้อเสนอลดค่าอาหารให้ลูกค้าครึ่งราคา
ลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้ามาทานอาหารในภัตตาคารหย่งเล่อกันจนเต็มร้าน หมูปิ้งที่อยู่บนเตาสุกไม่ทันความต้องการ พนักงานต่างปิ้งจนมือเป็นระวิง แม้จะปิ้งไม่ทันแต่ลูกค้ากลับไม่โวยวายเพราะว่ามีอาหารอร่อยอุดปาก
“พวกเจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” หลงจู๊ของภัตตาคารเฟิ่งไหลเดินเข้ามาต่อว่าด้วยใบหน้าถมึงทึง
จ้าวลู่ชิงยกนิ้วขึ้นแคะหูเล็กน้อย หยิบยาจากอกหนึ่งเม็ดแล้วโยนเข้าปาก
“พวกข้าทำอันใด” เสียงทุ้มราวกับเสียงบุรุษโต้ตอบ
ซูเซียงกับซูเจินและเสี่ยวเอ้อที่อยู่บริเวณนั้นต่างตกใจกับเสียงที่เปลี่ยนไปของคุณหนูพวกตน เสียงอ่อนหวานที่เคยได้ยินบัดนี้มันทุ้มห้าวหาญเฉกเช่นบุรุษ
“พวกเจ้านำอาหารมาปรุงหน้าร้านจนเกิดควันโขมงทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พวกเจ้าคิดจะรมควันฆ่าพวกเราหรืออย่างไร” ปัดควันสีขาวที่ลอยขึ้นบนอากาศ สิ่งที่อยู่บนตะแกรงส่งกลิ่นหอมเท่าไหร่ยิ่งทำให้เขาโมโห
“ผู้ใดเดือดร้อน” จ้าวลู่ชิงยียวน
“ควันจากเตาไฟแปลกประหลาดของพวกเจ้ามันลอยเข้าไปในภัตตาคารพวกข้า ทำให้ไม่มีลูกค้ากล้าเข้าไปนั่งทานอาหาร”
“พวกท่านลอกเลียนแบบอาหารภัตตาคารหย่งเล่อข้ายังไม่เห็นจะเดือดร้อนเลย เหตุใดควันแค่นี้ท่านถึงได้โกรธจนหน้าเขียว”
“คุณชาย ท่านพูดจาซี้ซั้วเช่นนี้ได้อย่างไร ภัตตาคารเฟิ่งไหลคิดค้นสูตรอาหารขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกัน หาได้ลอกเลียนแบบพวกท่าน”
“ท่านแน่ใจรึว่าที่พูดมาเป็นเรื่องจริง เมื่อวานมีคนจากเฟิ่งไหลมายื่นข้อเสนอให้คนจากหย่งเล่อไปทำงานด้วย ท่านมิทราบหรือขอรับ”
“ข้าจะทราบได้อย่างไร เพราะข้าไม่ได้ส่งคนไปทำเรื่องน่าละอายเช่นนั้น”
“โอ้ว! แต่รายการอาหารที่ท่านจ้างปรมาจารย์ด้านการเขียนพู่กันอันดับต้น ๆ มาเขียนให้ ชื่อมันช่างเหมือนกับรายการอาหารของหย่งเล่อเสียจริง”
เอามือไขว่หลัง เดินหลังตรงไปหยุดอยู่หน้าภัตตาคารฝั่งตรงข้าม มองดูรายการอาหารที่เขียนออกมาอย่างสวยงาม คงหมดเงินไปมิน้อยถึงใช้เวลาแค่เพียงวันเดียวจัดการทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย ผู้อยู่เบื้องหลังต้องมีอำนาจเหลือล้นแน่นอน
“ในใต้หล้านี้ชื่ออาหารเหมือนกันมีถมเถไป ที่ต้องแข่งกันจริง ๆ คือรสชาติต่างหากล่ะ” มั่นใจในฝีมืออาหารของพ่อครัวชื่อดังที่คัดสรรมาจากเมืองใหญ่ ตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้มีพ่อครัวฝีมือดีมาปักหลักทำอาหารให้ทานนับว่าดีเท่าไหร่แล้ว
“ริมฝีปากท่านช่างเจรจาเสียจริง ภัตตาคารเฟิ่งไหลมีผู้ใดเป็นเจ้าของรึ เหตุใดถึงได้ไร้คุณธรรมเช่นนี้ อยู่ในวงการค้าขายผู้ใดสอนสั่งให้พวกท่านตัดช่องทางทำมาหากินผู้อื่น หากคนของข้าไม่ภักดีคงถูกภัตตาคารของท่านซื้อตัวไปหมด”
“คุณชายกล่าวหากันเช่นนี้ไม่ดีนะขอรับ”
“ท่านทำอันใดย่อมรู้อยู่แก่ใจ อย่าให้ข้าต้องสาธยาย ครั้งนี้ข้าจะถือว่าให้โอกาส หากครั้งหน้าท่านยังไร้คุณธรรมอยู่อีกข้าไม่ใจดีเหมือนครั้งนี้แน่”
จ้าวลู่ชิงกำลังเตือนหลงจู๊ภัตตาคารเฟิ่งไหลด้วยใบหน้าจริงจัง ไม่รู้เลยว่ากระถางต้นไม้ใบใหญ่ที่อยู่บนชั้นสองกำลังจะตกใส่ศีรษะ
“คุณชายระวัง!” ซูเซียงกำลังยืนปิ้งหมูตะโกนเสียงดังเป็นคนแรกเมื่อนางสังเกตเห็นกระถางร่วงลงมาใกล้จะถูกศีรษะของจ้าวลู่ชิง นางพุ่งกระโจนเข้าไปช่วยแต่ไม่ทันการณ์
เพล้ง!
เสียงแตกกระจายของกระถางดังจนทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นหยุดหายใจไปชั่วขณะ แหงนหน้ามองว่ากระถางตกลงมาได้อย่างไร
จ้าวลู่ชิงถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอดของผู้ใดก็มิทราบ ใบหน้าของนางแนบกับหน้าอกแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกายผสมกลิ่นเลือดทำให้นางรับรู้ได้ว่าคนผู้นี้บาดเจ็บ