ใครที่อดใจไม่ไหว ไม่อยากที่จะรออ่านรายตอนให้ขัดอารมณ์ ตอนนี้มี E-book ยังคงลดราคาอยู่นะคะ ได้ฟินก่อนใครแถมยังได้อ่านตอนพิเศษสุดหวาน ที่มีเพียงเฉพาะใน E-book เท่านั้น
ราคาน่าตำแบบสุด ๆ ไปเลย จากราคาเต็ม 299 บาท เหลือแค่เพียง 149 บาท เท่านั้น!!!
ไปกดกันตามพิกัดด้านล่างได้เลย
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTAyNzI2MzIiO3M6NzoiYm9va19pZCI7aTozMDI2MTA7fQ
บทที่สามสิบสอง
งานเลี้ยงช่วงเย็น
“โดนข่มเหงแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วเอิงเอย” สิงหราชเอ่ยถามภรรยาของตัวเองขึ้นเสียงเข้ม หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
“พี่สิงห์ไม่ต้องไปคิดมากกับคำพูดของพี่ไอริณหรอกค่ะ” นิรณาเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าคนพี่ยังคงหงุดหงิดอยู่กับคำพูดของพี่สาวคนโตของเธอ
“ภรรยาของพี่โดนดูถูกด้วยคำพูดแบบนั้น จะไม่ให้พี่คิดมากได้หรือเอิงเอย” ร่างหนาเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง มือหนาสั่นเทิ้มไปด้วยความโมโห
วินาทีที่ได้ยินคำพูดไม่ให้เกียรติเหล่านั้น หลุดออกมาจากปากของผู้หญิงคนนั้น สิงหราชยอมรับว่ารู้สึกโกรธเสียจนหน้ามืด หากแต่ก็พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ เพราะยังคำนึงถึงความรู้สึกของภรรยา
มันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ หากเจ้าบ่าวและพี่สาวของเจ้าสาว จะมามีเรื่องทะเลาะวิวาทหรือด่าทอกันในวันแต่งงาน แม้จะรู้สึกโกรธเพียงใด หากแต่สิงหราชก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอ ที่จะไม่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันบานปลายไปมากกว่านี้
“แล้วพี่สิงห์จะมาเสียงดังใส่เอิงทำไมคะ” นิรณาที่เริ่มฉุนขึ้นมาบ้างเอ่ยถามกลับไปด้วยเสียงที่ดังไม่ต่างกัน
สิงหราชจะมาเค้นเอากับเธอให้ได้อะไร ในเมื่อเธอเองก็เป็นคนที่โดนคำพูดนั้นตอกหน้ามาเช่นเดียวกัน นิรณาเข้าใจว่าคนพี่กำลังรู้สึกโกรธ แต่จะเอาความโกรธนั้นมาลงที่เธอ มันถูกต้องแล้วหรืออย่างไรกัน
“เฮ้อ” สิงหราชถอนหายใจออกมา ร่างหนาพยายามที่จะปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังไม่มีเหตุผล พาลใส่อารมณ์เอากับภรรยา ทั้งที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้เป็นคนผิด
“ใครจะพูดยังไงก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ เอิงเองก็ไม่ได้คิดมาก เรื่องจดทะเบียนสมรสอะไรทั้งนั้น” ร่างเล็กเอ่ยพูดขึ้นสำทับ เมื่อเห็นว่าคนพี่เริ่มใจเย็นลงบ้างแล้ว
“พี่ขอโทษนะ ที่หงุดหงิดใส่” สิงหราชที่เริ่มมีสติจากความโกรธ สวมกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิด
“เอิงเข้าใจที่พี่สิงห์จะโกรธนะคะ แต่เอิงไม่ใช่พี่ไอริณ พี่สิงห์จะมาคาดคั้นทุกอย่างเอากับเอิง ก็คงจะไม่ได้คำตอบหรอกค่ะ” นิรณาเอ่ยตอบกลับไป ยอมรับว่ารู้สึกใจเสียอยู่ไม่น้อย กับการที่เกือบต้องทะเลาะกับคนพี่ในวันแต่งงานแบบนี้
“ขอโทษครับ พี่ผิดเองที่ไม่รู้จักแยกแยะ” ร่างหนาเอ่ยย้ำคำขอโทษออกมาอีกครั้ง
“เอิงไม่โกรธพี่สิงห์หรอกค่ะ ขอแค่พี่สิงห์ไม่ต้องเก็บเรื่องนี้มาคิดมากก็พอแล้ว เรื่องจดทะเบียนสมรสมันไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” ร่างเล็กวางมือทาบทับลงบนท่อนแขนแกร่ง ก่อนจะเอ่ยพูดไปตามความคิดของตัวเอง
นิรณาไม่ได้เอ่ยพูดเพื่อต้องการที่จะประชดแต่อย่างใด แต่พูดออกไปเพราะเข้าใจเหตุผลและเงื่อนไขทุกอย่างได้เป็นอย่างดี และสามารถที่จะยอมรับกับเรื่องนี้ได้จริง ๆ แบบที่ไม่มีเลยสักข้อโต้แย้ง
เพราะทราบดีการจดทะเบียนสมรสนั้น มันจะตามมาด้วยสิทธิตามกฎหมายอีกหลายประการ ซึ่งในส่วนนี้นิรณาเองก็ไม่เคยคิดที่จะเรียกร้องเอากับสิงหราชเลยแม้แต่น้อย
“แต่พี่อยากมีคนมาช่วยใช้นามสกุลเพิ่มนี่ครับ” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงฟังดูกะล่อน ก่อนจะเกยคางเอาไว้บนไหล่เล็ก
“เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะพี่สิงห์” นิรณารีบเอ่ยปราม เพราะคิดว่าคนพี่พูดออกมาในเชิงล้อเล่นมากกว่าที่จะคิดจริงจัง
“ก็ใครบอกล้อเล่นล่ะ เตรียมตัวเป็นคุณนายมยมราชพลีคนต่อไปได้เลย” สิงหราชปรับโทนน้ำเสียงของตัวเองให้จริงจังขึ้น
ร่างเล็กรีบหันกลับไปมองคนด้านหลังด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ได้สบตากับสิงหราช เพราะสายตาของอีกฝ่ายนั้นเต็มไปด้วยความจริงจังและมั่นคง จนตัวเธอเองสัมผัสถึงความรู้สึกเหล่านั้นได้
“พี่สิงห์” นิรณาเอ่ยเรียกชื่อของคนพี่ออกมาด้วยความตื้นตันใจ
“ไว้เราหาเวลาไปจดทะเบียนสมรสกันนะ” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะแนบหน้าผากลงกับหน้าผากเล็กของคนน้อง
นิรณาทำเพียงพยักหน้ารับรัว ๆ ก่อนจะโถมตัวไปกอดสิงหราชเอาไว้แน่น แม้จะบอกว่าไม่ได้คิดมากกับเรื่องจดทะเบียนสมรส หากแต่พอได้ยินคำพูดชวนจากปากของอีกฝ่าย มันก็ทำให้นิรณาดีใจเป็นอย่างมาก
หลังจากที่พูดคุยกันจนเข้าใจดีแล้ว สิงหราชและนิรณาก็ถูกจับแต่งตัวใหม่อีกครั้ง โดยในครั้งนี้สิงหราชเองสวมใส่แค่เพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางกางเกงขายาวสีครีม ส่วนนิรณาก็อยู่ในชุดเดรสสีขาวแบบเรียบแค่เพียงเท่านั้น
เจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินจับจูงกันลงมาด้านล่าง เพื่อต้อนรับแขกเหรื่อที่กำลังทยอยกันมาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีกับคนทั้งคู่ เจ้าสาวที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นใครเป็นการส่วนตัว เดินตามติดและคอยส่งยิ้มหวานอยู่เคียงกายของสามี
แขกภายในล้วนแล้วแต่เป็นคนรู้จัก และเป็นญาติสนิทของทางเจ้าบ้านอย่างสิงหราชทั้งสิ้น เนื่องจากนิรณามีเพียงแค่ครอบครัวเท่านั้นที่สะดวกมาร่วมงานในครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศหรือเจ้าสาวรู้สึกกร่อยไปเลยสักนิดเดียว
“เหนื่อยไหมครับ” สิงหราชหันกลับมาเอ่ยถามคนข้างตัว มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผม ที่เริ่มหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียใบหน้าสวย ออกให้ด้วยความอ่อนโยน
“ไม่เหนื่อยค่ะ พี่สิงห์ล่ะคะหิวน้ำไหม” นิรณาส่ายหน้าไปมาเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยถามคนพี่กลับไปเสียงหวาน
เพราะสังเกตเห็นว่าวันนี้อีกฝ่ายค่อนข้างที่จะพูดมากกว่าทุกวัน อาจจะเป็นเพราะในงานมีแต่แวดวงคนรู้จักของเจ้าตัว พูดมากเสียจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีอาการคอแห้งและหิวน้ำตามมา
“นิดหน่อย” ร่างหนาเอ่ยตอบกลับไป ก่อนจะหันกลับไปพยักพเยิดให้กับเพื่อนสมัยวัยเรียนของตัวเอง
นิรณาที่เห็นว่าคนพี่ยังคงติดพันอยู่กับการรับแขก ร่างเล็กปลีกตัวเดินไปอีกทาง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะไปหาน้ำดื่มมาให้กับสามี ปลายเท้าของนิรณาหยุดชะงักไป เมื่อบังเอิญเกือบจะชนเข้ากับพี่สาวคนโตอย่างนวมล ที่เดินสวนออกมาจากภายในบ้าน
“พี่ไอริณจะกลับแล้วหรือคะ” นิรณาเอ่ยถามออกไป พยายามที่จะมองข้ามความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้าไป และทำหน้าที่ในฐานะเจ้าภาพอีกคนของตัวเองให้ดีที่สุด
“ใช่ ฉันไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่นานนักหรอก เวลาของฉันมันเป็นเงินเป็นทอง ที่มาก็เพราะอยากมาดูละครลิงก็เท่านั้น” นวมลเอ่ยตอบกลับน้องสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ก่อนจะสาวเท้าเดินไปอีกทางด้วยความรวดเร็ว
นิรณาได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเผลอไปทำอะไรให้พี่สาวคนโตรู้สึกขุ่นข้องหมองใจนักหนา อีกฝ่ายถึงได้ตั้งแง่ใส่ตัวเองแบบนี้ แม้กระทั่งในวันมงคลของเธอ อีกฝ่ายก็ไม่มีแม้แต่ความยินดีให้เลยสักนิด
“น้องเอิงมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ” เพลินจิตที่เห็นว่าลูกสะใภ้ของตัวเองกำลังยืนเหม่อลอยอยู่ตามลำพัง รีบเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายในทันทีด้วยความเป็นห่วง
“เอิงมาหาน้ำดื่มให้พี่สิงห์ค่ะคุณแม่” นิรณาพยายามปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มหวาน
“นี่! เอาขวดนี้ไปลูก” เพลินจิตที่ถือน้ำอยู่ในมือหลายขวด ยื่นออกไปให้กับลูกสะใภ้
“ขอบคุณค่ะ เอิงขอตัวกลับไปหาพี่สิงห์ก่อนนะคะ” คนตัวเล็กเอ่ยขอบคุณออกไป ก่อนจะเอ่ยพูดขอตัว และรีบสาวเท้ากลับไปยืนอยู่เคียงข้างกับสามี
สิงหราชรับน้ำจากภรรยามาดื่มด้วยความกระหาย ก่อนที่มือหนาจะจับข้อมือเล็กให้เดินตามตัวเอง ไปที่โต๊ะของเพื่อนพ้องที่กำลังนั่งหัวเราะเฮฮากันลั่นงาน ร่างหนายกยิ้มให้กับเพื่อนของตัวเอง
“ได้เมียสวยนี่เอง ถึงว่าล่ะไอ้สิงห์มันรีบแต่งนักหนา” เสียงเอ่ยพูดติดสำเนียงภาษาใต้ดังขึ้น เมื่อเพื่อนคนหนึ่งของสิงหราชหันมาเห็นนิรณาที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กับสิงหราชเข้า
“กูมีเมียก็แต่งเมียสิ ว่าแต่มึงเถอะ รอให้ใครมาจุดธูปเชิญ” สิงหราชเอ่ยแซวเพื่อนของตัวเองที่ยังครองตัวเป็นโสดกลับไป
“ไอ้เหี้ยมันเล่นกูแล้ว” คนที่ถูกล้อกลับเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะจากคนทั้งโต๊ะได้เป็นอย่างดี
นิรณาได้แต่ยืนยิ้มและร่วมหัวเราะไปกับการหยอกล้อของกลุ่มเพื่อนของสามี ร่างเล็กแจกจ่ายรอยยิ้มให้กับทุกคนด้วยความเป็นกันเอง แม้จะไม่ได้ร่วมบทสนทนาด้วยก็ตาม
คนตัวเล็กปรายสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่ตัวเอง ใบหน้าสวยหวานฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้กับแขกตัวจิ๋ว
“พี่คนจ๋วย” เด็กผู้หญิงยกยิ้มกว้างออกมา ในมือยื่นดอกไม้ดอกหนึ่งไปให้กับคนที่ตัวเองพึ่งเอ่ยเรียก
“ให้พี่หรือคะ” นิรณาเอ่ยถามกลับไปด้วยความแปลกใจ เพราะเท่าที่จำได้หนูน้อยคนนี้กับเธอยังไม่เคยพบเจอกันมาก่อน
“ช่ายยย” เด็กน้อยตอบลากเสียงอย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณนะคะ สวยมากเลย” นิรณายื่นมือออกไปรับดอกไม้มาถือเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณออกไปเสียงหวาน มือเล็กยกขึ้นลูบศีรษะของเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยน
เด็กน้อยที่ได้ทำตามความต้องการแล้ว วิ่งกลับไปหาผู้เป็นแม่ของตัวเอง ที่เป็นหนึ่งในแขกที่มาร่วมงานให้วันนี้ นิรณาผุดลุกขึ้นยืนตัวตรง ก่อนจะปรายสายตาไปทางแม่และเด็กน้อยคนดังกล่าว ร่างเล็กฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้คนทั้งคู่อีกครั้ง
นิรณาก้มลงมองดูดอกไม้ที่อยู่ในมือของตัวเอง ก่อนจะรู้สึกสะท้อนใจอยู่กับตัวเอง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอมักจะประเมินมูลค่าของขวัญที่ได้รับในช่วงวันสำคัญอยู่เสมอ
หากแต่ในวันนี้ที่ได้รับแค่เพียงดอกไม้ดอกเดียว กลับทำให้รู้ว่าแม้จะไม่ได้มีมูลค่าใด ๆ เลยก็ตาม หากแต่ความสุขของการที่ได้เป็นผู้รับ มันช่างเด่นชัดเสียมากกว่า ในวันที่ได้รับของขวัญราคาแพงเสียอีกด้วยซ้ำ
………………………………………………….
แล้วไอ้พ่อหนุ่มเลือดร้อนคนนั้น เขาเกือบทำเมียร้องไห้วันแต่งงานแล้ว อยากมีคนมาช่วยใช้นามสกุลว่าซ่านนนน อุ้ย เขินนนนนนน
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ