เีเ่ถอนจิตสำนึกของเขาออกจากไข่มุกพิษ์และเก็บเสื้อผ้าของเด็กสาวขึ้นจากพื้นเขาขจัดพิษจากเสื้อผ้าเ่าั้และส่งมันกลับเข้าสู่ไข่มุกพิษ์ จากนั้นจึงสวมใส่เสื้อผ้าเ่าั้แก่เด็กสาวก่อนทอดถอนหายใจอย่างโล่งอก
...แม่นางน้อยนี้แท้ที่จริงแล้วคือใคร? นางมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร? ทำไมนางจึงต้องดูดเืของเขา? เหตุใดนางจึงรู้จักไข่มุกพิษ์ได้? และนางเข้ามาในไข่มุกพิษ์ได้อย่างไร?
เีเ่ไม่สามารถคิดหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้เลย…
เีเ่เหม่อมองเด็กสาวเป็เวลานานเขาพลันยื่นมือออกไปัับริเวณริมฝีปากบนของนางอย่างเบามือปลายนิ้วของเขาพลันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นเล็กน้อยตรงกันข้ามกับความเย็นเยือกประดุจน้ำแข็งก่อนหน้านี้ ทั้งยังสามารถััได้ถึงลมหายใจอ่อนๆกระทบลงบนปลายนิ้วมือ
นี่ล้วนเป็สัญญาณแห่งการมีชีวิต
“แม่นางน้อย?”
เีเ่เรียกพร้อมเขย่าร่างเพื่อปลุกนาง
ไม่ว่าในยุคสมัยใดรูปกายภายนอกของสตรีล้วนเป็หมากสำคัญในการต่อรองและอาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดหากสตรีนางนี้มิได้งดงามประดุจนาง์หากทว่าอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวถึงขั้นที่เพียงชำเลืองก็ต้องสำรอกออกมาสามวันสามคืนแล้วละก็แน่นอนว่าเีเ่คงปราศจากความลังเลที่จะเตะนางกระเด็นออกไปจากไข่มุกพิษ์ของเขายามนางปรากฏตัว เด็กสาวนางนี้ไม่เพียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกลับ นางพลันขบกัดลงยังนิ้วมือของเขาและดูดโลหิตของเขาโดยไม่ยินยอมพร้อมใจเป็เหตุให้เขาต้องหลั่งเหงื่อเยียบเย็นทั่วร่างทั้งนางยังมาปรากฏตัวอยู่ในไข่มุกพิษ์ได้อย่างแปลกประหลาด อย่างไรก็ตามเมื่อเีเ่จับจ้องมองไปยังเด็กสาว แทนที่จะรู้สึกถึงััอันตรายก่อนหน้านี้ เขากลับรู้สึกได้ถึงความสมเพชเวทนาอย่างไม่อาจปฏิเสธนี่ล้วนสืบเนื่องจากเด็กสาวช่างงดงามงดงามถึงขั้นที่ผู้คนล้วนไม่อาจผูกโยงนางกับคำว่า “อันตราย” ได้เลย
นี่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็สัญชาตญาณโดยธรรมชาติของผู้ชายนี่สมควรเรียกว่าเป็ธรรมชาติของมนุษย์โดยปกติทั่วไปมากกว่า
เีเ่ร้องเรียกเป็เวลานานหากทว่าเด็กสาวไม่ตอบสนองใดๆเขาก้าวถอยหลังมาสองสามก้าวและจับจ้องมองนางอย่างเงียบงัน
...สตรีนางนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน...
เีเ่คิดในใจทั้งแผลเป็ทั้งหลายบนร่างกาย ทั้งเสื้อผ้าขาดวิ่น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพิษบนร่างนางมิได้ถูกแพร่ใส่ด้วยความบังเอิญหากทว่าถูกบังคับแพร่พิษใส่โดยใครบางคน หากเป็เด็กสาวอายุเพียงเท่านี้พิษโดยปกติธรรมดาทั่วไปล้วนเพียงพอในการฆ่านางได้แต่ศัตรูของนางกลับใช้พิษที่มีอานุภาพสูงถึงขนาดขู่ขวัญได้แม้แต่เีเ่
บุคคลผู้สามารถใช้พิษได้ถึงระดับนี้ต้องเป็บุคคลที่น่ากลัวถึงระดับ
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือแม้ว่าร่างกายของนางถูกเคลือบคลุมด้วยพิษชนิดนี้ทั่วทั้งร่าง นางกลับยังไม่ตาย!!!
เช่นนั้นเขาควรทำเช่นไรกับนางจึงจะถูกต้อง? เขาควรปล่อยให้นางหลับอยู่ภายในไข่มุกพิษ์เช่นนี้?
เีเ่ครุ่นคิดใคร่ครวญอยู่เป็เวลานานก่อนจะออกมาจากไข่มุกพิษ์ปล่อยให้เด็กสาวอยู่ภายในต่อไป แม้นางจะดูดเืของเขาอย่างกะทันหันท่วามันดูเป็การกระทำโดยปราศจากความสำนึกรู้ตัว เด็กสาวที่สวยงามถึงขนาดนี้นางจะเป็ปีศาจไปได้อย่างไร? หากเขาถอยมามองอย่างถี่ถ้วนแล้วด้วยอายุเพียงเท่านี้ นางจะเป็อันตรายต่อเขาได้อย่างไร?
เขาเองไม่สามารถรู้ได้ว่านางจะรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อไร
หลังจากพยายามกำจัดพิษบนพื้นดินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เีเ่เตรียมตัวจากไป ภายใต้ความมืดมิดสนิทยามค่ำคืนเขาเพียงสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าของตนเท่านั้นเมื่อเขามาถึงระยะประมาณร้อยก้าวจากกำแพงหลังของตึกตระกูลเซียวเขาพลันมองเห็นเงาร่างสีดำเดินตรงมาทางตนเอง
เีเ่พลันหยุดเท้าลงและเงยหน้ามอง
...ใครกันที่แอบออกมาที่นี่ในเวลากลางดึกเช่นนี้?
เงาร่างเบื้องหน้าของเขาพลันพบเห็นชายหนุ่มและหยุดฝีเท้าลงเช่นกันถามอย่างระมัดระวังว่า “นั่นใคร?”
สุ้มเสียงที่ดังออกมาทำให้เีเ่เพ่งสายตาจับจ้องทันทีทันใดพร้อมทั้งกล่าวอย่างไม่อย่างเชื่อว่า“อาหญิงเล็ก?”
“เอ๊ะ?”เงานั้นส่งเสียงอุทานเล็กน้อย จากนั้นจึงเคลื่อนร่างเข้ามาอย่างรวดเร็วเมื่อใกล้เข้ามา แสงจันทราได้เปิดเผยให้เห็นปรางแก้มน่ารักบอบบางเปี่ยมเสน่ห์นั่นคือเซียวหลิงซีเอง เมื่อมองเห็นเีเ่อย่างชัดเจน นางเบิกตาโตกลมกว้างกล่าวว่า “เีเ่? เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“...ข้า...” เซียวเช่อเกาศีรษะตนเอง“ข้านอนไม่หลับ เลยออกมาเดินดูดาว”
“ดูดาว? คืนนี้คือคืนแต่งงานของเ้าเ้าไม่อยู่กับเซี่ยชิงเยว่ของเ้าเพื่อเสพสม...เพื่อเสพสมความสุขในคืนแต่งงานทว่าเ้ากลับออกมาเตร็ดเตร่อยู่ที่ภายนอกเพื่อดูดาว?!”เซียวหลิงซียึดกุมมือของเีเ่
สีหน้าแววตาฉาบไปด้วยแววเคืองขุ่น“เ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าที่นี่มันอันตราย? บางครั้งคราจะมีสัตว์อสูรลมปราณปรากฏตัว ยามค่ำคืน บางทีอาจมีพวกโจรเล็กโจรน้อยมาที่นี่หากเ้าไปพบเจอกับพวกมันเข้าจะเกิดอะไรขึ้น? ข้าบอกเ้าตั้งไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้วถ้าไม่มีท่านปู่หรือว่าข้าอยู่ข้างกาย เ้าห้ามออกมาที่นี่อย่างเด็ดขาดแม้จะเป็ตอนกลางวันก็ตาม เ้า...เ้าไม่เคยเชื่อฟังข้าเลย!”
เซียวหลิงซีพูดไปพลางหยิกลงบนแขนของเีเ่ด้วยความโกรธเคืองเป็การลงโทษ
“โอ๊ย! เจ็บ เจ็บแล้ว!”
เีเ่ร้องประท้วงอย่างรวดเร็วและพูดอย่างขออภัยว่า“อาหญิงเล็ก ข้ารู้ว่าข้าผิดไปแล้ว ครั้งหน้าข้าไม่กล้าอีกแล้ว”
“ยังจะมีครั้งหน้าอีกงั้นรึ!”เซียวหลิงซีถลึงตาจ้องชายหนุ่มด้วยดวงตางดงามของนาง
“...ไม่มีครั้งต่อไปแน่นอน!ถ้าข้าอยากออกมาทีู่เาหลัง ครั้งหน้า ข้าต้องไปเรียกอาหญิงเล็กมากับข้าแน่นอน”เีเ่สบถสาบานแข็งขัน หากไม่ใช่ตัวเขามีความทรงจำอันแสนจะทรงคุณค่าของชาติก่อนตัวเีเ่เองคงไม่กล้าออกมายังสถานที่นี้คนเดียวตอนในกลางคืนแน่นอน
“นี่จึงจะถูกต้อง...ห้ามไม่ให้มีครั้งหน้าเด็ดขาด!”
“เช่นนั้น...อาหญิงเล็กท่านมาที่นี่ทำไมกัน? นี่ก็ดึกมากแล้ว”เีเ่ถามด้วยความงุนงง
“...ข้า”เซียวหลิงซีเสียงอ่อนลง ดวงตาทั้งสองของนางคล้ายแปรเปลี่ยนเป็เหม่อลอยเล็กน้อย“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่คืนนี้ข้านอนไม่หลับและข้าเห็นว่าหมู่ดาวในคืนนี้ช่างสว่างสดใส ดังนั้นข้าเลยอยากออกมาที่หลังูเาเพื่อชมดาว”
เีเ่แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและพูดพร้อมแย้มยิ้มเล็กน้อย“สมัยก่อน อาหญิงเล็กและข้ามักจะแอบออกมาที่นี่ตอนกลางคืนเพื่อรับลมและดูดาว...พวกเรามักถูกจับได้และถูกดุด่าโดยท่านปู่บ่อยครั้ง”
“อืมม”เซียวหลิงซีรับคำ นางกล่าวอย่างเซื่องซึมว่า “ข้าเองก็คิดถึงวันเวลา่นั้นเช่นกันข้าเองอยากรู้ว่าจะรู้สึกเช่นไรเมื่อต้องออกมาดูดาวคนเดียว...เพราะว่าในอนาคตข้าคงไม่มีโอกาสได้ชมดูดวงดาวกับเีเ่อีกแล้ว”
“เอ๋? ทำไมล่ะ?”
“งี่เง่า!ก็เพราะเีเ่แต่งงานแล้ว! ต่อไป เ้าต้องอยู่เคียงข้างภรรยาของเ้าชิงเยว่อยู่บนเตียงอบอุ่นยามค่ำคืนไม่ใช่ออกมาภายนอกยามค่ำคืนเพื่อรับลมเย็นสบายและชมดูดาว”เซียวหลิงซีค้อนควักใส่เีเ่พร้อมมุ่ยหน้าใส่เขาด้วยความในใจบางอย่าง
“ไม่เป็ความจริง!ตราบใดที่อาหญิงเล็กยินดี ไม่ว่าเมื่อไหร่ข้าก็เต็มใจที่จะมาที่นี่กับอาหญิงเล็กเพื่อดูดาวด้วยกัน...ท่านดู! นี่ข้าไม่ได้กำลังดูดาวอยู่กับท่านในตอนนี้หรอกหรือ?”เีเ่พูดพร้อมรอยยิ้ม
“เ้ายังจะพูดเช่นนี้อีก!แอบออกมาหลังูเาด้วยตัวคนเดียวในคืนแต่งงาน...อ้อ!เ้าคงไม่ได้ถูกเซี่ยชิงเยว่ขับไล่ออกมาหรอกนะ ใช่มั้ย?”เมื่อคิดถึงตรงนี้ เซียวหลิงซีพลันเต็มไปด้วยความขุ่นแค้นใจนางกระทืบเท้าลงกับพื้น กล่าวว่า “ฮึ่มมม! นี่มันเกินไปแล้ว ข้าจะไปหานาง!”
“อาหญิงเล็กไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับนาง”เีเ่ยึดกุมมือของเซียวหลิงซีเอาไว้“ข้าไม่ได้ถูกนางขับไล่ไสส่ง ข้าออกมาที่นี่ด้วยตัวเอง อาจบางที คงเป็ข้าคาดเดาได้โดยบังเอิญว่าข้าอาจสามารถพบอาหญิงเล็กได้ที่นี่...มาเถอะเราไปที่นั่นกัน”
“อ๊ะ...”
เีเ่จับจูงมือเซียวหลิงซีเพื่อนำทางชายหนุ่มก้าวเดินท่ามกลางลมเย็นยามค่ำคืนไปยังสถานที่ที่คุ้นเคย
นั่นคือยอดเขาเล็กๆลูกหนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าที่ทั้งอ่อนนุ่มทั้งเรียบลื่นเีเ่และเซียวหลิงซีนั่งพิงไหล่กันและกันอาบไล้ด้วยสายลมเย็นที่พัดผ่านมาเป็ระยะ หัวใจทั้งสองดวงสงบสันติ
“ข้าคิดว่าเมื่อเีเ่แต่งงานไปเวลาของเ้าส่วนใหญ่ล้วนต้องสูญเสียไปให้แก่คนอื่น เซี่ยชิงเยว่เองช่างงดงามนางดีกว่าข้าในทุกๆ ด้าน ข้ากลัวว่าเมื่อเ้ามีนางแล้วเ้าจะอยู่เคียงข้างนางตลอดเวลา เหลือเวลาให้ข้าได้อยู่กับเ้าน้อยลงๆ ทุกที”เมื่อนางเหม่อมองไปบนท้องฟ้าดวงตาทั้งสองข้างของเซียวหลิงซีเต็มเปี่ยมไปด้วยระลอกคลื่นทอประกายสว่างสดใสยิ่งกว่าดวงดาว
“อาหญิงเล็กไม่เชื่อมั่นในคำพูดของข้าเลยแม้แต่น้อย”เีเ่พูดอย่างขมขื่น “ข้าพูดอย่างชัดเจนไปแล้วเมื่อเช้านี้ ว่าในใจของข้านั้นร้อยเซี่ยชิงเยว่ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับอาหญิงเล็กเพียงคนเดียวอาหญิงเล็กบังคับ...เอ๊ย!เดี๋ยว ไม่ใช่สิ สัญญากับข้า ข้าจำได้อย่างแม่นยำ และข้าเองยอมรับปากอย่างเต็มใจที่สุด...”
“หลังจากการแต่งงานกับเซี่ยชิงเยว่ข้าจะไม่มีทางลืมเลือนอาหญิงเล็กเพียงเพราะข้ามีฮูหยินแล้วข้าจะใช้เวลากับอาหญิงเล็กไม่น้อยไปกว่าเดิมข้าจะคอยฟังเสียงเรียกของอาหญิงเล็กและมาหาท่านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เช่นก่อนหน้านี้และสุดท้าย แม้ว่าเซี่ยชิงเยว่จะเป็ภรรยาของข้าพเ้าแล้ว ในใจของข้านางจะไม่มีทางสำคัญไปกว่าอาหญิงเล็ก...ข้ารับประกันได้ว่าข้าจดจำทุกคำพูดนี่ได้อย่างถูกต้อง!”
“...” สีหน้าท่าทางของเซียวหลิงซีแปรเปลี่ยนเป็โง่งมดวงตาทั้งสองของนางพลันเปลี่ยนเป็พร่าเลือน “ข้ารู้ดีว่าสิ่งที่ขอนั้นเกินไปข้าเพียงแต่...เพียงแต่พูดล้อเล่นเท่านั้นเ้ากลับยึดถือมันไว้ภายในใจตลอดมา?”
“แน่นอน”เีเ่ผงกศีรษะอย่างรวดเร็วไม่ลังเล “เพราะอาหญิงเล็กและท่านปู่คือบุคคลสองคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้าไม่มีใครสามารถเทียบเปรียบได้ อาหญิงเล็ก ข้าสัญญาต่อท่าน แม้ว่าข้าจะแต่งงานแล้วท่านก็จะไม่สูญเสียข้าพเ้าไป เช่นที่ข้าหวังว่าข้าจะไม่สูญเสียท่านเช่นกัน”
“ฮิๆ...”เซียวหลิงซีแย้มยิ้มอย่างยินดี สองมือกอดแขนเีเ่แแ่นางวางศีรษะของนางลงบนไหล่ของเีเ่ “อย่างที่ข้าคาดไว้เีเ่ของข้าเป็เด็กดีที่สุด เชื่อฟังคำพูดที่สุดจริงๆ”
เมฆสีดำลอยล่องพาดผ่านท้องฟ้าบดบังดวงจันทร์เต็มดวงชั่วขณะ แสงสว่างโดยรอบกลับกลายเป็สลัวเลือนราง
“เมื่อทบทวนหวนนึกนี่ก็นานพอสมควร...ไม่สินี่มันผ่านมาสองถึงสามเดือนแล้วที่เราสองคนออกมาดูดาวด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้สมัยที่เรายังเด็ก ไม่ว่าจะเป็ฤดูร้อนหรือว่าฤดูหนาวพวกเรามักจะแอบย่องออกมาที่นี่ ข้ายังจำได้ถึงค่ำคืนฤดูหนาวคืนหนึ่ง ณ ที่ตรงนี้แน่นอนว่าดวงดาวล้วนกลาดเกลื่อนฟากฟ้า พวกเราจ้องมองดวงดาวเป็เวลานานจนกระทั่งเผลอหลับใหลไปด้วยกันทั้งสองคน...กลับกลายเป็ว่าค่ำคืนนั้นมีหิมะตกโดยไม่คาดฝันและพวกเราล้วนถูกแช่แข็งขณะที่หลับใหล เมื่อท่านพ่อมาพบพวกเราเข้าพวกเราล้วนกลับกลายเป็มนุษย์หิมะเล็กจ้อยสองตัว หลังจากนั้น กว่าพวกเราจะหายดีก็ต้องอาศัยอยู่ข้างเตาไฟเป็เวลาถึงสองวัน ทั้งยังต้องดื่มยาขมฝาดหลายต่อหลายแก้วท่านพ่อโกรธมาก แต่กลับไม่สามารถลงโทษอะไรข้าพเ้าได้ ไม่ต้องพูดถึงเ้าเพราะฉะนั้นหลังจากที่พวกเราหายดีแล้วท่านพ่อให้พวกเราโกยหิมะกองใหญ่เป็การลงโทษ”
เีเ่พูดต่อพร้อมรอยยิ้ม“และจากนั้น พวกเราเพียงโกยหิมะเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเล่นหิมะพวกเราถึงกับปั้นมนุษย์หิมะตัวใหญ่ที่ดูเหมือนท่านปู่เอามากๆจนท่านปู่ไม่ทราบว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี และเมื่อท่านปู่เริ่มต้นหัวเราะท่านก็ลืมเลือนเื่การลงโทษพวกเราไปจนหมด”
“อือฮึ!ท่านพ่อเป็เช่นนี้ตลอดมา ท่านมักจะปั้นหน้าดุดันเคร่งขรึมหากท่านกลับไม่เคยลงโทษตบตีพวกเราได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวท่านมักเพียงทำท่าข่มขวัญผู้คนเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรขอเพียงพวกเราแสดงท่าทางฉุนเฉียวเพียงเล็กน้อยท่านพ่อล้วนต้องยินยอมฟังคำพูดพวกเรา” ใบหน้าของเซียวหลิงซีล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเบิกบาน
“แต่มีครั้งนึงที่ไม่เป็เช่นนั้น”รอยยิ้มของเีเ่พลันเปลี่ยนเป็หม่นลง “ในวันเกิดปีที่สิบสองของข้าท่านเพียงอายุได้สิบเอ็ดปี ท่านปู่จัดแจงกำหนดเขตตึกอาศัยแก่ท่านและห้ามท่านมานอนด้วยกันกับข้าอีกต่อไป ข้าจำได้ว่าท่านไปขอร้องท่านปู่ทุกวันทั้งร่ำไห้ทั้งกรีดร้อง แม้กระทั่งอดอาหารด้วยความโกรธเคืองทว่าท่านปู่กลับไม่ยืดหยุ่นแม้แต่น้อยไม่ว่าอย่างไรล้วนไม่ยินยอมให้ท่านนอนเตียงเดียวกับข้าพเ้า...พอเวลาผ่านไปท่านทำได้เพียงยอมเชื่อฟังคำสั่งของท่านปู่ในที่สุด”
“นั่น...นั่นเป็เพราะข้ายังเล็กมากและยังมีอีกหลายอย่างที่ข้าไม่เข้าใจ!” เซียวหลิงซีบิดเนื้อที่ไหล่ของเีเ่“เื่ของเด็กผู้หญิงบางอย่างข้าเองเพิ่งได้เรียนรู้เมื่อข้าโตขึ้น ฮึ่มมม”
“มีอะไรบ้าง?”เีเ่เบิกตากลมกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยอยากรู้
“ก็ที่...ที่ผู้หญิงและผู้ชายไม่สามารถนอนด้วยกันได้เมื่อโตขึ้น!ข้าไม่อยากเชื่อว่าเ้าไม่รู้เื่นี้!”
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเซียวหลิงซีกล่าวต่ออีกว่า “แน่นอนพวกมันล้วนไม่อาจจุมพิตกันและกันตามใจชอบได้เช่นเมื่อสมัยยังเยาว์!”
“อ้อ...เป็เช่นนี้นี่เอง”เีเ่เหลือบมองไปที่แก้มใสน่ารักของเซียวหลิงซีประดุจเคลือบคลุมด้วยหยกภายใต้แสงดาราสดใสงดงาม เขาโน้มตัวเข้าใกล้นางอย่างช้าๆ“แต่ข้าอยากจุมพิตท่านอยู่ตลอดเวลา งั้นข้าควรทำอย่างไร?”
“งั้นก็แต่งงานกับข้าสิ!”เซียวหลิงซีตอบโต้ด้วยสีหน้าท่าทางภูมิอกภูมิใจแก้มสีชมพูของนางยกขึ้นเล็กน้อย
“หากเพียงท่านไม่ใช่อาหญิงของข้าข้าต้องแต่งกับท่านแน่นอน” เีเ่พูดออกไปทันทีอย่างไม่ทันคิด
“...”
หลังจากพูดจบประโยคเีเ่พลันจับจ้องไปด้านหน้าอย่างเซื่องซึมตะลึงลาน ใบหน้าของเซียวหลิงซีเองแข็งค้างเมื่อนางจับจ้องอย่างงุนงงไปยังเีเ่เช่นกัน...ประดุจดังทั้งสองได้กลับกลายเป็ตัวโง่งมไปในทันที