ตอนที่ 5 หมัดแห่งจิตเทพ
หลังจากเฟยหลิงเทียนเข้าห้องพักผ่อน ชายหนุ่มได้นั่งลงบนเตียงทบทวนทักษะที่ได้อ่านจาก คัมภีร์จิติญญา 'วิถีแห่งจิตเทพ'
'ทักษะเวทต่างๆของ 'วิถีแห่งจิตเทพ' ข้าจะเก็บไว้เป็ไพ่ลับ แต่มีวิชาหนึ่งที่ข้าสามารถใช้ได้
'หมัดแห่งจิตเทพ'
' 'หมัดแห่งจิตเทพ' มี 3 กระบวนท่า ข้าใช้มันรวมเข้ากายเนื้ออันทรงพลังของข้าได้' เฟยหลิงเทียนมีแิที่จะผสานทักษะจากวิถีแห่งจิตเทพเข้ากับพลังของกายเนื้อ
'กระบวนท่าแรก หมัดจิติญญา สร้างความกดดันทางจิติญญาเข้าข่มคู่ต่อสู้ และอัดกระแทกภายในร่างกาย '
'กระบวนท่าที่สอง หมัดมายาดารา สร้างภาพมายาขึ้นมารบกวนสมาธิ ใช้แสงดาราเป็การเป็การรบกวนทัศวิสัยและโจมตีในเวลาเดียวกัน อืม ท่านี้เป็ท่าที่ดีทีเดียว' เฟยหลิงเทียนยิ้มออกมา
'กระบวนท่าสุดท้าย หมัดทำลายล้าง เป็การโจมตีที่รุนแรงมากสามารถโจมตีจิติญญาและกายเนื้อภายนอกได้พร้อมกัน ท่านี้เป็การทำลายล้างสมกับชื่อท่าจริง มันเป็ทักษะการฆ่าในพริบตา'
'ในการประลองครั้งนี้ คงใช้ได้แต่กระบวนท่าแรกกับท่าที่สองเท่านั้น ท่าที่สามรุนแรงเกินไป'
เฟยหลิงเทียนหลับตาไตร่ตรองกระบวนท่าทั้งสาม ในห้วงจิติญญา ทักษะวิชา 'วิถีแห่งจิตเทพ' นั้น ต้องฝึกในห้วงแห่งจิติญญา
นี่คือข้อดีของวิถีแห่งจิติญญา ไม่จำเป็ต้องฝึกร่ายรำออกท่าทางภายนอก เพียงนั่งทำสมาธิอยู่ที่ใหนยามใดก็ฝึกได้ทั้งนั้น และเวลาที่อยู่ในห้วงจิติญญาจะยาวนานโลกภายนอกถึงสิบเท่า อยู่ภายในสิบวันเท่ากับเวลาภายนอกที่ผ่านไปเพียงหนึ่งวัน
หลังจากผ่านไปสามวันในโลกภายนอก ภายในห้วงจิติญญาก็ได้ผ่านไปสามสิบวันแล้ว เฟยหลิงเทียนลืมตาขึ้นมา เขาฝึกทั้งสามกระบวนท่าจนสำเร็จแล้ว
'มีวิชาจิติญญานี่ดีจริงๆ สามารถฝึกในห้วงจิติญญาได้ ไม่จำเป็ต้องฝึกออกท่าภายนอก เวลาภายในและภายนอกก็ต่างกัน ทำให้ข้ามีเวลาฝึกฝนมากขึ้น' เฟยหลิงเทียนคิดอย่างมีความสุข
ในขณะที่เขาคิดอย่างมีความสุขอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูห้อง
"ก๊อก ก๊อก"
"เทียนเอ๋อร์ ข้าเข้าไปได้หรือไม่?"
'เสียงนี้มัน! เสียงของพี่หญิงเยว่ฉาน ไม่ได้เจอตั้งหลายเดือน ไม่รู้ว่าพี่หญิงใกล้ทะลวงขั้นปฐีแล้วหรือยัง?'
เฟยหลิงเทียนรีบออกไปเปิดประตูให้ทันที
"แอ๊ด"
ในขณะที่หญิงงามเห็นหน้าตาของชายหนุ่ม เซี่ยเยว่ฉานพลันชะงักตะลึงค้างในทันที ชายหนุ่มที่เปิดประตูให้นางนั้นรูปงามราวกับเทพเซียน โดยเฉพาะดวงตาที่เหมือนดั่งดวงดาวลุ่มลึกคู่นั้น เฟยหลิงเทียนแตกต่างไปจากเดิมหลังจากฝึกฝนวิถีแห่งจิติญญาจนเซี่ยเยว่ฉานแทบจะจดจำเขาไม่ได้
"เทียนเอ๋อร์ เป็..เ้าจริงๆ..เหรอ?" โฉมงามถามด้วยน้ำเสียงเขินอาย ยามเมื่อนางได้มองใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่ม
"พี่หญิง ท่านจำข้าไม่ได้จริงๆเหรอ?" เฟยหลิงเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
เฟยหลิงเทียเดินไปดึงนางเข้ามาสู่อ้อมกอด
"เทียนเอ๋อร์ หลายเดือนที่ไม่ได้เจอกัน เ้าไปทำอะไรมาถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้?" เซี่ยเยว่ฉานถามในขณะที่ใบหน้ากำลังแดงขึ้น
"เปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่?" ชายหนุ่มยังคงหยอกเย้า
"ดีสิ" เซี่ยเยว่ฉานเอ่ยเสียงเบาด้วยความเขินอาย
"ท่านก็งดงามขึ้นเช่นกันพี่หญิงของข้า" เซี่ยเยว่ฉานมีความสุขจนใบหน้าแดงระเรื่อ เมื่อได้ยินคำพูดเอ่ยชมของชายอันเป็ที่รัก
หลังจากหยอกเย้าหญิงงามจนพอใจแล้ว เฟยหลิงเทียนก็พานางเดินเข้าไปในห้อง พร้อมกับใช้ััจิติญญามองดูพลังฝึกตนของโฉมสะคราญ ชายหนุ่มเป็ต้องตื่นตะลึงเมื่อพบว่านางทะลวงขั้นสำเร็จแล้ว ตอนนี้เซี่ยเยว่ฉานมีขอบเขตปราณปฐีขั้นที่หนึ่งเป็ที่เรียบร้อย หญิงสาวช่างมีพร์อันน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง สมกับที่เป็ศิษย์หลักอันดับหนึ่งแห่งสำนักัฟ้า
เมื่อพาหญิงสาวมานั่งบนเตียงนอน เฟยหลิงเทียนได้บอกเล่ารายละเอียดให้นางฟัง เื่ที่ตนฝึกฝนกายเนื้อสำเร็จเหมือนกับที่บอกกล่าวให้บิดามารดาของเขาเช่นเดียวกัน และเขาก็ได้แสดงพลังของกายเนื้อแท้จริงขั้นห้าให้หญิงสาวได้ประจักษ์
"เท่าที่ข้าใช้ััศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบ ดูเหมือนว่ากายเนื้อแท้จริงของเ้าดูจะไม่ธรรมดาเลย" เซี่ยเยว่ฉานใช้มือของนางัักับกล้ามเนื้อแกร่งของชายหนุ่ม พร้อมกับใช้ััศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบไปพร้อมกัน
จะให้ธรรมดาได้อย่างไร เนื่องจากกายเนื้อของเฟยหลิงเทียนในยามนี้ แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าเมื่อหลอมรวมกับพลังวิถีแห่งจิตเทพ แล้วจะเอากายเนื้อทั่วไปมาเปรียบเทียบได้อย่างไร? หลังจากที่ได้โคจรพลังพร้อมกับคัมภีร์จิติญญา 'วิถีแห่งจิตเทพ' ทำให้กายเนื้อของชายหนุ่มแข็งแกร่งกว่าขั้นเดียวกันหลายเท่านัก
ใช้พลังกายเนื้อธรรมดาของเฟยหลิงเทียนตอนนี้ก็สามารถต่อสู้ข้ามขั้นย่อยได้อย่างไม่ยากเย็นเลย ถ้าชายหนุ่มใช้พลังกายเนื้อแท้จริงขั้นห้าเต็มที่สิบส่วน และหลอมรวมเข้ากับทักษะวิชา 'วิถีแห่งจิตเทพ' จะทำให้เขาต่อสู้ข้ามขั้นใหญ่ประชันสู้สูสีกับลมปราณปฐีขั้นต้นได้เลยทีเดียว
น่าเสียดายที่แหล่งพลังจิติญญาของเฟยหลิงเทียนตอนนี้อยู่ในขอบเขตจิตก่อเกิดขั้นที่หนึ่งเท่านั้น พลังจิติญญายังคงอ่อนด้อยไม่งั้นชายหนุ่มคงแกร่งมากกว่านี้ ฉะนั้นการประลองในครั้งนี้เฟยหลิงเทียนอาจไม่จำเป็ต้องใช้ทักษะวิชา 'วิถีแห่งจิตเทพ' ก็เป็ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้รับทราบจากเฟยอู่จี้
"เทียนเอ๋อร์ เ้าแข็งแกร่งมาก" เซี่ยเยว่ฉานกล่าวด้วยใบหน้าที่มีความสุข
"แน่นอนอยู่แล้ว ก็ข้าสัญญาไว้แล้วว่าจะแข็งแกร่งขึ้น และข้าจะเป็คนปกป้องท่านตลอดไป" เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับมองตรงเข้าไปในดวงตาหงส์ของโฉมสะคราญ
หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็เผยยิ้มหยาดเยิ้มชวนลุ่มหลงออกมา
รอยยิ้มยั่วยวนของนาง ทำให้ชายหนุ่มเหมือนดั่งต้องมนต์ เขาพุ่งเข้าไปจูบริมฝีปากสีชมพูของนางทันที
หลังจากนั้นเฟยหลิงเทียนก็ประกบปากจูบจุมพิตกับหญิงสาวอย่างดูดดื่ม
"จุ๊บ...จ๊วบ......"
"อืมม"
'ริมฝีปากของพี่หญิงช่างหอมหวานเหลือเกิน' เฟยหลิงเทียนเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นอันหอมหวานของโฉมสะคราญยอดพธูแห่งสำนักัฟ้า
ลิ้นของพวกเขาพัวพันกันอย่างแยกไม่ออก แลกเปลี่ยนน้ำหวานกันอย่างดูดดื่ม เหมือนกับคิดจะไม่ปล่อยให้เหลือสักหยดเดียว หญิงสาวใช้มือโอบรอบคอของชายหนุ่มไว้ ทำให้ชายหนุ่มัักับหน้าอกอันเนียนนุ่มของอีกฝ่าย
เฟยหลิงเทียนใช้มือข้างหนึ่งลูบคลำไปที่หน้าอกเนียนนุ่มเต่งตึง อีกมือก็ใช้ลูบที่บั้นท้ายอวบแน่นงามงอน เขาเคล้นคลึงหน้าอกที่มีขนาดใหญ่ของนางไปมา ทำให้รูปทรงเปลี่ยนไปตามฝ่ามือ มันให้ความรู้สึกดีเพลิดเพลินกับเขาเป็อย่างยิ่ง
"อืมมมม"
"อร้างงง"
หญิงสาวครางออกมา เมื่อชายหนุ่มััโดนยอดอกที่ตั้งชูชัน เฟยหลิงเทียนได้ยินเสียงครางอันยั่วยวนมีเสน่ห์ออกมาจากปากของหญิงงาม เขาก็ยิ่งบดจูบร้อนแรงยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจของเซี่ยเยว่ฉานยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของชายหนุ่ม เฟยหลิงเทียนจูบััลิ้นอันหอมหวานพลางม้วนลิ้นพัวพันต่อสู้กันไปมา ลิ้มรสความหอมหวนดูดความหวานฉ่ำอย่างเต็มที่คลั่งไคล้
ทั้งคู่กอดจูบกันอยู่บนเตียงเป็เวลานานก่อนจะค่อยผละออกจากกัน โดยยังมีน้ำหวานเป็เส้นเชื่อมกันระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่
เซี่ยเยว่ฉานใบหน้าแดงก่ำเห่อร้อน น้ำหวานยังติดตรงขอบริมฝีปากของนาง ทำให้ท่าทางของโฉมสะคราญหยาดเยิ้มปลุกเร้าอารมณ์ เฟยหลิงเทียนเห็นดังนั้นจึงเข้าไปโลมเลียเอาน้ำหวานที่ติดริมฝีปากของโฉมงามจนสะอาด ก่อนจะค่อยดึงหน้าออกมา ดวงตาคู่คมจับจ้องมองไปยังดวงหน้าอันงดงามด้วยความหลงใหล
หญิงสาวเห็นชายหนุ่มแสดงอาการเช่นนั้น ก็เผยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ในใจของนางมีแต่ความสุข สตรีงามเอนตัวไปซบกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มด้วยความรักใคร่เสน่หา
เซี่ยเยว่ฉานเอ่ยออกออกมาเสียงเบาด้วยใบหน้าที่ยังคงเป็สีแดง
"เทียนเอ๋อร์ ข้ารักเ้า"
"ข้าก็รักท่าน พี่หญิงของข้า"
ชายหนุ่มกระชับหญิงสาวในอ้อมกอดแน่นขึ้น
หลังจากกอดกันจนพอใจแล้ว เซี่ยเยว่ฉานก็ชวนชายหนุ่มไปชมดูการประมูลที่โรงประมูลของนางที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า
.......................................................