ด้วยเหตุนี้อึนฮันจึงไม่ยอมหยุดวิ่งแม้เขาจะหายใจไม่ทัน หัวใจเต้นเหมือนจะหลุดออกจากอกจริงๆ ตึกทั้งตึกถูกวางะเิแต่คามินสกีกลับยืนยิ้มอย่างพอใจอยู่หน้าตึกเนี่ยนะหากคามินสกีไม่ใช่ผู้ร้ายในคดีนี้ก็คงจะน่าใยิ่งกว่าอีกอึนฮันวิ่งมาจนถึงชายหาดด้วยคิดว่าน่าจะพอโล่งใจได้บ้างหากอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่านเมื่อถึงหาดทรายเขาก็ทรุดฮวบลงทันที
“นี่มัน...แฮ่ก เื่...แฮ่กๆ อะไรกัน...”
ชายหนุ่มยังคงหายใจไม่ทันเขาเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แล้วนี่มันเื่อะไร ทำไมถึงต้องมาเจอคามินสกีด้วย โอย บ้าเอ๊ยจะทำยังไงดีล่ะทีนี้แต่ไม่ว่าจะคิดเท่าไรอึนฮันก็คิดไม่ออกเขาหายใจไม่ทันจนออกซิเจนไม่เพียงพอ สมองจึงคิดอะไรไม่ออกอย่างที่ควรเขาแหงนหน้ามองฟ้าใสไร้เมฆแล้วสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ในตอนนั้นเองจู่ๆท้องฟ้าก็ถูกบดบังด้วยเงามืดที่ทาบทับเหนือตัวเขา
“ดูผอมแห้งแรงน้อยเกินกว่าจะเป็ตำรวจนะ”
เสียงของชายคนนี้ยังคงทุ้มต่ำน่าฟังเช่นเคยก็แน่ละ ยังผ่านไปไม่ทันถึงปีเลยด้วยซ้ำ
“นายเป็แค่พยานที่เห็นเหตุการณ์เฉยๆ ใช่ไหม”
อึนฮันไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยืนบังแสงไว้เขาเบิกตากว้างก่อนจะลุกพรวดขึ้นด้วยความใแต่แล้วอะไรบางอย่างกลับทิ่มเข้าตรงสีข้างอย่างจังััของโลหะเย็นเยียบทำเอาอึนฮันตัวแข็งทื่อ
“อืม ขอเตือนไว้ก่อนเลยแล้วกัน อย่าคิดว่าฉันจะยิงนายไม่ได้”
ผะ...ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยครับถึงคุณยิงผม คุณก็รอดอยู่ดีนี่ หรือต่อให้ฆ่าทุกคนที่นี่จนหมดคนอย่างคุณมันก็ลอยนวลอยู่แล้วนี่ครับอึนฮันคิดในใจขณะปิดปากสนิทพลางพยักหน้าอย่างระมัดระวังคามินสกีโอบไหล่เขาที่ยืนตัวสั่นอย่างสนิทสนมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ถ้างั้นก็ไปด้วยกันหน่อยนะเพื่อน”
สุดท้ายอึนฮันก็จำต้องเดินไปยังรถของคามินสกีโดยมีเ้าของรถโอบไหล่ไว้ทั้งปืนที่จ่ออยู่ตรงสีข้างทั้งมือของคามินสกีที่โอบไหล่ทำให้เขากลัวจนต้องกระซิบออกมาทั้งที่ยังสั่น
“ผะ...ผมไม่ได้เป็อะไรทั้งนั้นนะครับ”
“ใครๆ ก็พูดแบบนี้ทั้งนั้น”
“ผมพูดจริงนะครับ ผมไม่ได้เป็อะไรเลย ไม่ได้เป็ตำรวจละ...แล้วก็ไม่ใช่พยานด้วยครับ”
“ก็ได้ ฉันเข้าใจแล้ว เอาเป็ว่าเราไปคุยกันก่อนดีกว่านะ”
อึนฮันเริ่มคิดว่าเขาควรกัดลิ้นตายไปเลยดีไหมอย่างน้อยก็คงดีกว่าถูกที่เจาะน้ำแข็งแทงพรุนทั้งตัวจนตายหรือถูกโยนลงทะเลทั้งเป็แต่เขาก็ไม่กล้าพอจะทำอย่างนั้นสุดท้ายก็เลยต้องมาลงเอยอยู่ในกระโปรงหลังรถแอสตันมาร์ตินของคามินสกีหลายชั่วโมงหลังจากนั้นถือเป็่เวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของอึนฮันภายในนั้นคับแคบ และทุกครั้งที่รถกระเทือนเขาก็จะโดนนั่นชนนี่อยู่ตลอดนอกจากนั้นอึนฮันยังหายใจแทบไม่ออกเพราะคิดว่าในกระโปรงหลังรถแบบนี้ไม่น่าจะมีออกซิเจนเพียงพอแต่ก่อนที่เขาจะกลัวจนจิตตกไปมากกว่านี้ รถก็หยุดลง กระโปรงหลังรถเปิดขึ้น
“ช้าๆ นะ”
คามินสกีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนใจดีเหมือนตอนเจอกันครั้งแรกแต่ในมือกลับถือปืนอยู่ด้วย อึนฮันค่อยๆขยับตัวออกมาอย่างเชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชัน หยดน้ำใสค่อยๆ ไหลรินจากดวงตาพอคิดว่าตัวเองต้องมาพบจุดจบแบบนี้ก็รู้สึกว่าช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยคามินสกีแสยะยิ้มเมื่อเห็นอึนฮันน้ำตาไหล
“ฉันไม่ชอบคนขี้แย เพราะฉะนั้นนายอย่าร้องไห้เลยจะดีกว่า”
คำพูดนั้นทำเอาอึนฮันพยายามหยุดร้องไห้ให้ได้เขากลั้นน้ำตาไว้พลางหันไปมองรอบตัวจึงได้รู้ว่าที่นี่คือท่าเรือนั่นเองก่อนหน้านี้เขาเคยมาที่นี่กับเคย์เพื่อไปยังเรือยอชต์ของคามินสกีจึงคุ้นกับท่าเรือแห่งนี้พอรู้ตัวว่าตัวเองจะถูกลากขึ้นสปีดโบ๊ตไปยังเรือยอชต์ลำใหญ่ของคามินสกีเขาก็แทบจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ แต่ก็ทำได้เพียงกัดฟันกลั้นน้ำตาไว้
ระหว่างนั้นเรือสปีดโบ๊ตลำหนึ่งก็แล่นเข้ามาใกล้อึนฮันคิดว่าเขาอาจจะร้องไห้ออกมาอีกรอบหรือไม่ก็กลัวจนเป็บ้าแต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เขาร้องไห้ไม่ออกแม้ว่าจะกลัวแถมยังถูกลากไปที่สปีดโบ๊ตแบบสติสมบูรณ์ครบถ้วนไม่ได้เป็บ้าไปเพราะความหวาดกลัวแต่อย่างใด ทันทีที่ลงมาบนเรือสปีดโบ๊ตเขาก็ถูกใครคนหนึ่งต่อยท้องเข้าอย่างแรงอึนฮันเบิกตาโพลงก่อนจะหมดสติไปทั้งอย่างนั้น
สิ่งที่อึนฮันหวาดกลัวมากที่สุดเมื่อได้สติขึ้นมาคือความจริงที่ว่าเขามองไม่เห็นภาพเบื้องหน้าชั่ววินาทีหนึ่งอึนฮันขนลุกไปหมดเพราะคิดว่าคามินสกีอาจจะควักลูกตาเขาออกไปแล้วแต่ก็ต้องถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าเขายังกะพริบตาได้แม้จะมองไม่เห็นอะไรเลยก็ตามดูจากที่เขาถูกจับมัดแขนไพล่หลังแบบนี้ บางทีเขาอาจจะถูกผูกผ้าปิดตาไว้ด้วยเช่นกันอึนฮันพยายามเงี่ยหูฟังว่าอาจมีใครอยู่ตรงนี้บ้าง และเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเอ่ยปากออกไปทันที
“ขะ...ขอโทษนะครับ”
ไม่มีใครตอบอึนฮันเลยสักคนแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพูดขึ้นอีกครั้งเพราะมั่นใจว่าต้องมีคนอยู่
“ขะ...ขอโทษนะครับ ช่วยมองทางนี้ที ผมไม่ใช่พยานจริงๆ นะครับได้ยินผมไหมครับ”
จู่ๆไฟก็สว่างขึ้นพร้อมกับเสียงหนึ่ง แสงไฟสว่างจ้าเสียจนผ้าปิดตาผืนหนาก็ยังกั้นแสงไว้ได้ไม่หมดใครบางคนเข้ามาถอดผ้าปิดตาของอึนฮันออก เมื่อเห็นแสงจ้าอย่างกะทันหันเขาก็รีบหลับตาลงทันทีเพราะแสบเคืองแต่แสงเจิดจ้านั่นก็ยังสว่างเกินกว่าจะหลีกเลี่ยงได้เพียงแค่หลับตา
“ขะ...ขอโทษนะครับ! ผมไม่ใช่พยานที่เห็นเหตุการณ์จริงๆ นะครับเอ่อ ไม่สิ ผมเห็น แต่ว่าก็เห็นไม่ชัดหรอก แล้วก็ไม่คิดจะไปแจ้งตำรวจเลยจริงๆ!ขอโทษ ขอโทษนะครับ! จริงๆ นะครับ ผมพูดจริงนะ!”
“ไม่ต้องมาพูดขอโทษๆ ฟังแล้วอารมณ์เสียชะมัดนายรู้ไหมว่าฉันเป็ใคร”
พอได้ยินเสียงทุ้มต่ำของคามินสกีอึนฮันก็เกือบจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้น่ากลัวจะตายไปเขาควรทำเป็รู้จักคามินสกีดีไหม หรือว่าทำเป็ไม่รู้จักดีทางเลือกไหนจะทำให้มีโอกาสได้กลับบ้านมากกว่ากันตอนนั้นเองคามินสกีก็กระชากผมอึนฮันให้แหงนขึ้นมองตนเอง ที่จริงเขาก็เห็นไม่ค่อยชัดเท่าไรนักสิ่งที่มองเห็นมีเพียงเงาร่างของคนคนหนึ่งที่ยืนขวางแสงสว่างจ้าอยู่เท่านั้น
“ฉันเป็ใคร นายรู้จักฉันไหม”
“เอ่อ ไม่ครับ คือผม...”
“ถ้านายโกหกก็เท่ากับว่ากำลังขอร้องให้ฉันฆ่านาย”
พอได้ยินอย่างนั้นอึนฮันก็หลับตาแน่นพลางะโออกมา “ระ...รู้จักครับ! คุณคามินสกีครับ! วาซีลีอะ...อีวาโนวิช คามินสกี! คุณคามินสกีครับ!”
เ้าของชื่อหันกลับไปมองด้านหลังทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็ดับลง เหลือเพียงแสงไฟสลัวเท่านั้น
“เอาละ นายชื่ออะไร”
คำถามของคามินสกีทำให้อึนฮันหยุดพักหอบหายใจก่อนจะตอบออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ยุ...ยุนอึนฮันครับ”
“ยูนูนึนฮาหรือ นี่ชื่อนายใช่ไหม”
คามินสกีถามกลับสีหน้าเคร่งเครียด วินาทีนั้นอึนฮันอยากจะตอบรับว่าเป็ชื่อนั้นแต่แล้วก็ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ เขาไม่อยากขอร้องให้ผู้ชายคนนี้ฆ่าเขาหรอก
“ไม่ใช่ครับ ยุนคือนามสกุล ส่วนชื่อคืออึนฮันครับ”
“อ้อ เอเชียสินะ คนจีนเหรอ”
“กะ...เกาหลีครับ”
“เหนือหรือใต้”
“ใต้ครับ”
คามินสกีสั่งให้อึนฮันพูดมากกว่านี้เขารับเก้าอี้จากลูกน้องมานั่งตรงหน้าอึนฮันแล้วปรบมือให้อึนฮันมองตน
“มองตาฉันแล้วตอบมา จำเอาไว้นะ ถ้านายโกหกนายจะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อรอคอยความตายเท่านั้น รู้ใช่ไหมว่าฉายาฉันคืออะไร”
“จะ...จอมล้างแค้นครับ”
“ใช่ ฉันถือว่าคำโกหกก็เป็หนี้เหมือนกันถ้านายไม่อยากถูกตามล้างแค้น มองตาฉันแล้วตอบมา นายชื่อยุน แล้วรู้จักฉันได้ยังไง”
เมื่ออึนฮันเงียบไปอึดใจหนึ่งคามินสกีก็ควงอะไรบางอย่างมาไว้ในมือ กว่าอึนฮันจะรู้ว่าอะไรบางอย่างที่ว่าคือมีดทหารมีดนั้นก็มาอยู่เหนือหัวเขาเสียแล้วอึนฮันแผดเสียงลั่นในวินาทีที่มีดกำลังจ้วงแทงลงมา
“เคย์ ลินเบิร์ก!”
“...ลินเบิร์กเหรอ”
มีดหยุดอยู่ตรงหน้าอึนฮันพอดิบพอดีไอ้บ้านี่คิดจะควักลูกตาเขาจริงๆ งั้นหรือ อึนฮันกลัวจนตัวสั่นสะท้าน
“นายกับเคย์ ลินเบิร์กเป็อะไรกัน”
อึนฮันเงยหน้ามองคามินสกีต่อให้เขาไม่ใช่จอมล้างแค้น ไม่สิ ต่อให้พวกเขาจะแค่เดินเฉียดผ่านกันบนถนนอึนฮันก็ไม่มีทางลืมใบหน้าของผู้ชายคนนี้ เขาคือหนุ่มหล่อรูปร่างสูงใหญ่ตรงตามคุณสมบัติผู้ชายในสเปกของอึนฮันไปทั้งตัวแม้กระทั่งจุดเล็กจุดน้อยในร่างกายแต่คนตรงหน้ากลับจำเขาไม่ได้ ก็ถูกแล้วนี่นาเขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงได้รู้สึกชอกช้ำระกำใจนัก ทั้งที่กลัวแทบตายแต่ทำไมแค่ชายในฝันจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้ถึงเ็ปแบบนี้ทั้งที่ชายในฝันเป็ไอ้สารเลวบ้าดีเดือดแท้ๆ แต่เขากลับมาเสียใจให้เื่แค่นี้เนี่ยนะเขานี่มันย้อนแย้งเป็บ้า อึนฮันหลับตาลง ไม่มั่นใจว่าจะทนมองมีดเล่มนั้นได้อีก
“ผะ...ผู้ช่วยครับ”
เมื่ออึนฮันพูดแบบนั้นคามินสกีจึงขยับมีดออกจากตรงหน้าขนตาของอึนฮันเขามองดูใบหน้าของอึนฮันอย่างพิจารณาแล้วเหยียดยิ้ม
“จำได้แล้ว ฉันเคยเจอนายครั้งหนึ่ง”
อึนฮันรู้ได้โดยง่ายดายว่าคำว่าจำได้ของคามินสกีเป็เพียงคำโกหกความจริงแล้วเขาจำได้แค่ว่าตัวเอง ‘เคยเจอผู้ช่วยของเคย์ ลินเบิร์กครั้งหนึ่ง’เท่านั้น อึนฮันตัวสั่นอย่างกับต้นหลิวลู่ลมก่อนจะรวบรวมแรงทั้งหมดพูดออกไป
“ละ...ลองไปเช็กดูสิครับ ผมเองก็เป็นักฟอกเงินยังไงผมก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะไปแจ้งตำรวจว่าเห็นคุณคามินสกีได้อยู่แล้วละครับจริงๆ นะครับ”
“ต่อให้นายไม่พูด มันก็ต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้ว”คามินสกีกล่าวพลางยกมีดขึ้นมาอีกครั้ง
มะ...ไม่นะ! อึนฮันหลับตาแน่นเขาเจ็บแปลบที่หัวแล้วหมดสติไปอีกครั้ง
เมื่อฟื้นขึ้นมาเป็ครั้งที่สองอึนฮันก็พบว่าตัวเขานอนอยู่บนโซฟาแต่เพราะไม่มีผ้าปิดตาและไม่ได้ถูกมัดจึงพอเบาใจลงได้บ้างอึนฮันคิดว่าหมอนั่นคงไม่ได้คิดจะฆ่าเขาแล้วจึงลุกขึ้นมาทันใดนั้นสิ่งแรกที่เห็นก็คือคามินสกีนั่งดื่มเหล้าอยู่ห่างจากโซฟาไปเล็กน้อย
“เรียกยุนได้ไหม”
คามินสกีเอ่ยถามใบหน้าอ่อนโยนใจดีอย่างกับพ่อพระจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ชายคนเดียวกับที่จับเขายัดใส่ท้ายรถแล้วลากมาลงเรือยอชต์กลางทะเลกว้างอึนฮันได้แต่พยักหน้ารับอย่างไร้เงื่อนไข
“ดีเลย ยุน ฉันชื่อวาซีลี อีวาโนวิช คามินสกีนายอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่ว่าถ้าอยากจะรู้จักกันอย่างเป็ทางการ ฉันก็ควรบอกอีกรอบ”
คามินสกีเดินเข้ามาพร้อมทั้งเอ่ยแนะนำตัวเองก่อนจะยื่นมือมาให้อึนฮัน “ฉันเป็ประธานของอาร์บีเอส”เมื่อเห็นอึนฮันเบิกตากว้างด้วยความใ เขาก็ฉวยมืออึนฮันมาจับเองเสียเลยเ้าตัวได้แต่ยืนงงเพราะความเปลี่ยนแปลงแบบคาดไม่ถึงของชายคนนี้ คามินสกีค่อยๆปล่อยมืออึนฮันลงอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะจับมือเขาตอบแล้วหัวเราะออกมา
“การพบกันครั้งแรกของเราคงรุนแรงไปหน่อย ต้องขอโทษด้วยนะ”
แววตาของอึนฮันมีแต่ความหวาดระแวงแต่คามินสกีก็มองข้ามไปอย่างไม่ใส่ใจนักพลางพูดต่อ
“ฉันไปสืบมาบ้างแล้ว นายคือผู้ช่วยที่จัดการเื่พิธีศพของเคย์ลินเบิร์ก เื่ลินเบิร์กน่ะ ฉันเสียใจด้วยนะ”
คามินสกีพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพอึนฮันพยักหน้ารับน้อยๆน้ำเสียงของชายหนุ่มที่บอกว่าเสียใจเื่ลินเบิร์กเต็มไปด้วยจิตสำนึกอย่างที่คนทั่วไปควรจะมีคามินสกีคนนี้ที่มีพร้อมทั้งหน้าตาอ่อนโยนและท่าทางมีเหตุมีผลโผล่มาจากไหนกัน
“ถ้าฉันรู้เื่งานศพทันเวลาก็คงดีว่าแต่นายรู้จักคนในครอบครัวลินเบิร์กบ้างไหมฉันอยากติดต่อไปหาใครก็ได้เพื่อแสดงความเสียใจ”
อึนฮันส่ายหน้า
“ไม่ทราบเลยครับ ผมไปแจ้งตายแล้วแต่ผลออกมาว่าเขาไม่มีครอบครัว...”
“ศพก็หาไม่เจอด้วยนี่ น่าสงสารจริงๆ”
คามินสกีเดาะลิ้น
“หาเจอนะครับ แต่หาเจอหลังจากผ่านงานศพไปแล้ว”
อึนฮันพูดคามินสกีมองเขา สีหน้าประหลาดใจ ั์ตาราวหลุมดำที่ไม่มีจุดสิ้นสุดนั้นแสนน่ากลัวอึนฮันจำต้องหลบสายตาก่อนจะพูดต่อ
“เจอที่ลำธารในหุบเขาน่ะครับ แต่เขาถูกหมาป่าไคโยตีรุมทึ้งเลยเหลือชิ้นส่วนไม่มาก แต่เรามั่นใจว่าเป็เขาจากบันทึกทางทันตกรรมครับ”
“เื่นั้นแย่มากจริงๆ”
คามินสกีกล่าวแสดงความเสียใจด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจอึนฮันเพียงแค่ก้มหน้าลง เมื่อคิดขึ้นมาว่าแล้วตัวเขาเองล่ะจะเป็เช่นไรข้างหน้าก็พลันมืดแปดด้านเขาจะต้องตายเหมือนผู้ชายที่ะโโหวกเหวกขอชีวิตก่อนหน้านี้รึเปล่าหรือจะต้องจบชีวิตลงโดยที่ไม่มีใครรู้เลย เคย์ถูกหมาป่าไคโยตีทึ้งร่างส่วนเขาต้องถูกปลาตอดกินเนื้ออย่างนั้นใช่ไหมช่างเป็อาจารย์กับศิษย์ที่สมกันดีจริง ๆ
“ว่าก็ว่าเถอะนะ จู่ๆ เคย์มาด่วนจากไปแบบนี้ฉันเองก็ไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน”
คามินสกีกระซิบน้ำเสียงน่าหลงใหลราวกับเทพบุตรซาตาน
“นายมาฟอกเงินให้ฉันไหมล่ะ”
อึนฮันเงยหน้าขึ้นทันทีบนใบหน้ามีทั้งความลำบากใจและความหวังปะปนกัน
“ฟะ...ฟอกเงินเหรอครับ”
“ไหนๆ เื่มันก็เป็แบบนี้ไปแล้วเราก็มาทำให้มันจบสวยสำหรับเราทั้งคู่เถอะถ้านายฟอกเงินให้ฉันก็เท่ากับลงเรือลำเดียวกันดังนั้นฉันก็ไม่เหลือเหตุผลให้ต้องฆ่านายอีก แล้วนายก็จะชอบด้วยเพราะค่าตอบแทนที่ฉันให้นายไม่ใช่น้อยๆ ฉันจะให้เท่ากับจำนวนเงินมหาศาลที่นายฟอกให้ฉันในแต่ละครั้ง”
ระหว่างที่อึนฮันปิดปากเงียบแล้วหมกมุ่นครุ่นคิดกับตนเองคามินสกีก็มานั่งมองหน้าเขาเงียบๆ และแม้จะรู้สึกถึงสายตาที่มองมาเขาก็ไม่ได้มองกลับไปแต่อย่างใด
คามินสกีกำลังยื่นข้อเสนอว่าหากยอมลงเรือลำเดียวกันจะไว้ชีวิตเขาแต่อึนฮันยังไม่แน่ใจว่าหากเขาเข้าไปข้องเกี่ยวกับงานของชายคนนี้มากกว่านี้จะส่งผลดีกับเขาหรือไม่ทว่าอย่างไรเสียก็มีได้แค่คำตอบเดียวเท่านั้นถ้าหากไม่ยอมลงเรือลำเดียวกับคามินสกีก็หมายความว่าเขาต้องถูกผลักลงจากเรือไปเป็อาหารปลาดังนั้นอึนฮันจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เขาก็กลัวเกินกว่าจะตกปากรับคำโดยง่ายเช่นกันเขารู้ดีว่านิ้วขาวๆ ของผู้ชายคนนี้มีเรี่ยวแรงน่าหวาดกลัวขนาดไหนและสามารถควักลูกตาเขาออกมาอย่างง่ายดายเพียงใดจึงได้แต่ปิดปากเงียบ
“นี่ ยุน”
คามินสกีลากนิ้วผ่านลำคอของอึนฮันเขาใจนรีบถดตัวหนีไปข้างหลัง
“นายจะลังเลอะไร ยังไงนายก็ตอบได้อย่างเดียวอยู่แล้วนี่”
ในที่สุดอึนฮันก็ทำได้แค่ตอบว่า
“ฝะ...ฝากตัวด้วยนะครับ”
ตอนนี้เป็หน้าร้อนแต่ตัวเขากลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รู้สึกหนาวะเืจนไม่อาจหยุดตัวสั่นได้ไม่ว่าจะพยายามเกร็งตัวแค่ไหนก็ตาม คามินสกีหรี่ตามองอึนฮันที่อยู่ในสภาพนั้นก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นไม่มีความสนใจไยดีอยู่ในแววตานั้นสักนิดเออ ใช่สิ อึนฮันเดินตามชายหนุ่มออกไปยังดาดฟ้าเรือทั้งที่ยังตัวสั่นอยู่อย่างนั้นเรือยอชต์ของคามินสกีที่ได้มาเห็นหลังจากผ่านไปหนึ่งปียังคงใหญ่โตเหมือนในวันนั้นท้องทะเลยามค่ำคืนดูราวกับเชื่อมไปถึงแผ่นฟ้า สปีดโบ๊ตลอยไหวๆ อยู่เหนือน้ำทะเล
“อีกเดี๋ยวฉันจะติดต่อไป”
คามินสกีพูดอึนฮันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นสปีดโบ๊ต ขอแค่ได้ออกมาจากเรือยอชต์ลำนั้นต่อให้อีกฝ่ายบอกให้เขาขายิญญาให้ซาตานก็จะพยักหน้ายินดีทำเพราะในสายตาของเขาตอนนั้นคามินสกีน่ากลัวยิ่งกว่าซาตานเสียอีกคามินสกีพยักหน้าให้อึนฮัน สายตาที่บอกให้เขาไปได้แล้วนั้นช่างเฉยเมยไร้ความรู้สึก