บทที่17 ประกาศจับ
เมื่อบาเบดัสออกไปจากตัวคฤหาสน์ เดนจึงเอ่ยขึ้น
“ข้าไม่เห็นชั้นเชิงในการใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรเลยแหะดันเป็แค่ไอ้บ้าคนหนึ่งแค่นั้นเองนี่คนแบบนี้นะรึที่พวกท่านจัดการไม่ได้นะ”
“คนจำพวกนี้น่าจะจัดการง่ายนะท่านแม่ทัพ”
“เล่ห์เหลี่ยมของมันนะไม่มากหรอกแต่กลับมีอำนาจในมือนี่สิ”
“อืมเป็พวกคนโง่แต่ดันมีอำนาจในมือบ้านเมืองคงได้วอดวายหมดแน่ถ้ายังเป็อย่างนี้ต่อไป”
“ตอนนี้กองทัพของข้าก็ถูกส่งออกไปประจำการแดนใต้ชะหมดถ้าเมืองอัคคีนิรันดร์โดนเหล่าสัตว์อสูรทางเหนือเข้าโจมตีละก็คงไม่รอดแน่ คนของดยุกฟาเรนเองก็หาแต่ความสุขใส่ตัวเองพล่านเงินภาษีจากประชาชนอัคคีนิรันดร์ โดยไม่สนปากท้องของพวกเขาเลยแม้แต่น้อยตอนนี้เหล่าประชากรที่อาศัยนอกเมืองอดยากกันอย่างมากแล้วละ ข้ายังได้ข่าวว่ามีการตั้งกองกำลังของเหล่าประชาชนนอกเมืองเป็กลุ่มกองโจรคอยเข้าปล้นสะดมกองคาราวานของเ้าดยุกนั้นโดยเฉพาะเลยละ”
เมื่อเดนได้ฟังเขาจึงถามขึ้น
“กองคาราวานงั้นรึกองคาราวานอะไรท่านแม่ทัพ”
“เมืองอัคคีนิรันดร์นะส่งแร่หินอัคคีคุณภาพสูงที่ขุดได้แถวๆูเาฟินิกซ์และส่งไปขายยังเมืองท่าฮาวเว่นและก็นำสินค้าจากเมืองท่าเข้ามาขายยังเมืองอัคคีนิรันดร์ด้วยกองคาราวานรถม้าที่ว่านี้แหละ”
“แล้วเมืองอัคคีนิรันดร์ไม่มีเรือเหาะยังงั้นเหรอถึงได้ใช้รถม้าขนส่งเอานะ”
“มีแต่มันเอาไว้ใช้เดินทางเฉพาะคนชั้นสูงเท่านั้นแหละเมื่อเดือนก่อนเ้าดยุกนั้นชื้อเรือเหาะมาตั้งหลายลำเพื่อใช้ในการทหารแต่กองกำลังของข้ากลับยังใช้ม้าและรถม้าตามเดิม”
“เมืองท่าฮาวเว่นอยู่ไกลไหมละท่านแม่ทัพ”
“ประมาณสี่ร้อยกิโลเมตรทางใต้ของเมืองอัคคีนิรันดร์นะเ้าถามทำไมรึ”
“ข้าจะไปดูสักหน่อย”
“เ้าจะไปยังงั้นเหรอตั้งสี่ร้อยกิโลเมตรเชียวนะตั้งเดือนนะกว่าจะไปถึง”
“แล้วเื่จัดการเ้าดยุกฟาเรนละไหนว่าเ้าจะวางแผนจัดการมันนะ”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอกนะท่านแม่ทัพคืนนี้ข้าจะให้เ้าขาวเข้าไปสืบข่าวในราชวังและให้อยู่กับท่านที่นี้”
“ข้าจะเดินทางไปเพียงไม่กี่วันหรอกเดี๋ยวข้าก็กลับมา”
“หา!ไปไม่กี่วันจะเป็ไปได้ยังไงนอกจากท่านมีเรือเหาะแต่ถึงเป็เรือเหาะก็ต้องใช้เวลากว่าห้าวันแล้วกว่าจะไปถึงที่นั้น”
“เอาน่าท่านอย่าสงสัยเลยข้าไปไวกว่าเรือเหาะก็แล้วกันอยู่ทางใต้ของเมืองใช่ไหมงั้นพรุ้งนี้ข้าจะกลับมา เ้าขาวคืนนี้เ้าออกไปสืบข่าวในราชวังนั้นและมารายข้าในวันพรุ่งนี้นะ”
“ขอรับนายท่าน”
ว่าแล้วเดนก็เดินออกจากห้องไปแม่ทัพที่ยืนงงอยู่นั้นเริ่มเดินตามมาดูว่าเขาจะไปเมืองท่าด้วยวิธีไหนที่เร็วกว่าเรือเหาะ เมื่อมาถึงนอกคฤหาสน์เดนก็ลอยตัวขึ้นไปบนอากาศและกลายเป็แสงสีม่วงพุ่งไปอย่างเร็วทางใต้ของเมือง เพียงพริบตาเขาก็หายไปจากสายตาของแม่ทัพดับ
“ขะ..เขาทำได้ยังไงกัน!เขาเหาะได้ แล้วนั้นความเร็วของมนุษย์แน่รึ”
“ท่านขาวเ้านายท่านเป็ใครกันแน่”
“เฮ้อ..ข้าละเบื่อคำถามนี้จังแหะ เอาละข้าจะบอกให้ก็แล้วกัน ต่อไปไม่ต้องถามมาอีกเลยนะถ้าเกิดคราวหน้าเขาทำเื่ที่พวกเ้าไม่สามารถทำได้อีกนะ เขานะเป็นายน้อยของป้อมอัสนีแห่งทวีปพิภพและเกิดที่ทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษาและตอนนี้เขาก็ออกท่องเที่ยวภายในทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษาก่อนที่จะไปทวีปเหมันต์อัคคี ด้านฝีมือการต่อสู้และความรู้ของเขานะต่อให้พวกเ้ารวมคนมาทั้งสี่ทวีปก็ไม่ใช่คู่มือของเขาหรอกเขานะเป็สัตว์ประหลาดของแท้เลยละ อ๋อแล้วอีกเื่ที่ข้าลืมบอกทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษาอยู่ห่างจากเมืองอัคคีนิรันดร์ตั้งแสนกว่ากิโลเมตรแต่เขาใช้เวลามาถึงที่นี้ไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ คราวนี้คงพอใจพวกเ้าแล้วละนะที่หลังก็อย่าถามอีกละ ว่าเขาเป็ใครนะข้าเบื่อคำถามนี้จะบ้าแล้ว เอาละทีนี้ข้าจะเข้าไปนอนรอให้มืดค่ำแล้วข้าจะออกไปสืบในราชวังอย่ากวนข้าอีกละ”
เ้าขาวเมื่อกล่าวเสร็จก็เอามือปิดปากหาวและบิดี้เีเดินหายเข้าไปในตัวคฤหาสน์
แม่ทัพดัช ออโรร่าและพ่อบ้านเมลได้ฟังคำกล่าวจากเ้าขาวพวกเขาต่างตกตะลึงตาค้างยืนนิ่งเงียบไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาเป็เวลานาน
“มะ..มันเป็เื่จริงยังงั้นเหรอถ้าเกิดเป็อย่างที่เขาว่าพวกเราก็ได้เจอพันธมิตรที่สุดยอดเข้าแล้วละ”
แม่ทัพดัชที่นิ่งเงียบอยู่นานในที่สุดก็เอ่ยบอกออกมา
“ถึงว่าสิเขาดูไม่สนใจข้าเลยเขานะถ้าจะหาคู่ครองก็เป็เื่ง่ายและยังหาได้ดีกว่าข้าอย่างมากอีกด้วย”
ออโรร่ากล่าวอย่างเศร้าสร้อยและคิดว่าตนเองคงไม่เหมาะสมกับเขา ที่จะเป็ได้ก็คงเพียงสาวใช้สำหรับเขาเท่านั้น
“เ้าอย่ากล่าวเช่นนั้นข้าว่าเขานะออกจะอ่อนหัดในเื่ความรักอย่างมากเ้าก็พยายามผูกมิตรกับเขาให้มากคนอย่างเขานะถ้าได้ผูกพันกับใครแล้วละก็คงจะดูแลผู้นั้นอย่างดีแน่ๆ”
“อืมท่านพ่อต่อให้เป็แค่สาวใช้เขาข้าก็จะเป็”
แม่ทัพดัชยิ้มและพากันเดินเข้าคฤหาสน์ไป
เดนที่มาถึงเมืองท่าฮาวเว่นรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา
“ทำไมข้ารู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมานะเหมือนจะมีปัญหาตามมาภายหลังเลยแหะ”
เดนพึมพำกับตัวเองแล้วก็สั่นตัว
“เมืองท่าฮาวเว่นผู้คนช่างมากมายคึกคักจริงแหะ”
เมื่องท่าฮาวเว่นที่ติดทะเลมีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่เรือเหาะที่จอดอยู่เต็มท่าเรือ ร้านค้าขายที่ตั้งกันเต็มพื้นที่ละลานตาไปหมดมีทั้งอาวุธชุดเกราะ ยา เครื่องราง อุปกรณ์เวทย์มนต์ สมุนไพร และอื่นๆอีกมากมาย เดนเที่ยวเดินดูของต่างที่ขายอยู่เมื่อเขาเดินเข้าไปในซอยเล็กแห่งหนึ่งเขาพบเข้ากับร้านค้าเล็กๆร้านหนึ่งที่ไม่มีผู้คนให้ความสนใจต่างจากร้านอื่นๆที่มักจะมีผู้คนคอยแวะเวียนเข้าชมสินค้าแต่ร้านนี้กลับไม่มีใครเข้ามาดูเลย เขาจึงสงสัยและเดินเข้าไปดูเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้กลับได้กลิ่นสาบอย่างรุนแรงทำให้เขาต้องเอามือขึ้นปิดจมูกเอาไว้ เมื่อเขาไปถึงหน้าร้านกลับพบเข้ากับซากสัตว์อสูรมากมายกองกันอยู่ พ่อค้าที่เป็ชายชราหัวโล้นเมื่อเห็นเขาก็ร้องทักขึ้น
“นายท่านสนใจซากสัตว์อสูรรึไม่ ข้ามีซากสัตว์อสูรหายากอยู่มากมายเลยนะอย่างเช่น
หมาป่าสามเขาเอาไปเป็ส่วนประกอบยาเพิ่มพลังบางประเภท ัพิษเป็ส่วนประกอบยาพิษที่ร้ายแรงอย่างมาก กระดูกสันหลังพยัคฆ์อัคคีใช้เป็ส่วนประกอบอาวุธธาตุอัคคี”
ในขณะที่พ่อค้าโฆษณาสิ้นค้าของเขาอยู่นั้นเดนก็เหลือบไปเห็นถุงสีดำถุงหนึ่งที่อยูใต้ซากสัตว์อสูรที่เหมือนกับหมูแต่มันมีสามหัว
“นี่ถุงดำนั้นมันคืออะไรรึ”
เดนชี้ไปยังถุงดำนั้นเมื่อชายแก่เห็นจึงดึงขึ้นมา
“มันคือกระเพาะตุ่นปีศาจนะนายท่านใช้ทำเกราะหนังได้ดียิ่งกว่าหนังหมูป่าเพลิงชะอีกมันทั้งเหนียวและทนต่อไฟเป็พิเศษอีกด้วย”
“อืมเท่าไรละ”
“สามสิบเหรียญทองเองนายท่าน”
“จะบ้ารึแค่กระเพาะตุ่นตั้งสามสิบเหรียญทอง”
“มันหายากนะนายท่าน”
“ถ้ายี่สิบข้าจะชื้อถ้าไม่ละก็ข้าขอผ่าน”
“ก็ได้เห็นว่าท่านเป็ลูกค้ารายแรกของวันหรอกนะ”
เดนจ่ายให้ชายแก่ไปยี่สิบเหรียญทองและนำกระเพาะตุ่นปีศาจที่ห่อด้วยกระดาษมาจากชายแก่และออกจากร้านไป เมื่อเดนเดินมาห่างจากร้านมามากแล้วเข้านำเอากระเพาะตุ่นปีศาจออกมาและเผาทำลายมันเมื่อมันสลายไปหมดบนมือของเดนปรากฏหินกลมสีขาวก้อนใหญ่ก้อนนึง
“ถ้าตาแก่นั้นรู้ว่าภายในกระเพาะตุ่นปีศาจมีมุกผนึกิญญาอยู่ที่ขายได้มากกว่าร้อยเหรียญทองคงสาปแช่งข้าน่าดูแหะ”
มุกผนึกิญญาที่ใช้ผนึกิญญาของมารและภูติผีไว้ข้างในและยากจะทำลาย
“ของน่าสนใจเยอะจริงแหะแต่ตอนนี้คงไม่ใช่เวลามาหาชื้อของคงต้องรีบกลับแล้วละไว้ค่อยมาใหม่วันหลังละกัน”
ในขณะที่เขาจะออกจากซอยเล็กๆนั้นก็มีกลุ่มคนเดินเข้ามาขวางเขาเอาไว้
“เห้ไอ้หนูเ้ามาจากอัคคีนิรันดร์ใช่รึไม่”
เดนมองไปยังพวกเขาซึ่งเป็ชายร่างกายกำยำสวมเกราะเงินห้าคนปิดทางของเดนเอาไว้
“อืมใช่แล้วมีอะไรยังงั้นรึ”
“เ้ามาจากคฤหาสน์แม่ทัพดัชใช่รึไม่”
“ก็ใช่อีกนะแหละ”
“แปลกนะไหนว่าเ้าอยู่ที่คฤหาสน์แม่ทัพแต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้กัน”
“อะไรของพวกเ้าหลีกทางไปข้ารีบ”
“ช่างมันเถอะน่าคงจะคนเดียวกันนะแหละจัดการให้เสร็จไปตามคำสั่งก็แค่นั้น มันคงอยู่ที่นี้นานแล้วละแล้วคำสั่งคงเพิ่งมาถึงพวกเรา”
ชายที่มีหนวดบอกแก่ชายที่ถามเดนเมื่อทั้งห้าตกลงกันได้จึงยิ้มขึ้นและมองมายังเดน
“หึเ้าคงต้องหายตัวไปละนะดันไปทำให้
ท่านบาเบดัสไม่พอใจช่างโง่ดีแท้”
“โหช่างไวยิ่งนักนี้คงออกคำสั่งให้จัดการข้าชะทั่วเลยสินะแม้แต่ที่เมืองท่าแห่งนี้ก็ยังมีพวกเ้าโง่นั้นอยู่รึนี่”
เดนกอดอกพยักหน้ายอมรับในการสั่งการของพวกดยุก
“นี่เ้าว่าใครว่าเ้าโง่ยังไม่รู้ชะตากรรมตนเองช่างโง่เขลายิ่งนักพวกเราจัดการมันแล้วนำหัวมันไปรับรางวัลกันเถอะ”
หลังจากพูดจบพวกเขาก็พุ่งเข้าใส่เดนอย่างรวดเร็วแต่ในขณะที่กำลังจะถึงตัวของเขาทั้งห้ากลับล้มลงกับพื้นตรงหน้าของเขาเกราะที่ใส่อยู่แตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดีร่างกายบิดเบี้ยวกระดูกพวกเขาแตกละเอียด
“มะ..มัน กะ..เกิด.อะ..อะไรขึ้น”
เสียงที่กล่าวออกมาอย่างยากลำบากและเริ่มมีเืใหลออกจากปากชายที่ดูเหมือนหัวหน้าของทั้งสี่ที่นอนไร้ลมหายใจไปแล้วเอ่ยขึ้น เดนเดินมาย่อตัวลงไปพูดพร้อมกับเอานิ้วชี้จิ้มไปที่หัวของเขาอย่างล้อเล่น
“เฮ้อ..เก่งแต่ปากข้ายังไม่มีเหงื่อสักหยดเลยนะ”
“จะ..เ้า..ทะ..ทำ..อะไรกับพวกข้า”
เดนยืนขึ้นกอดอกและยิ้มไปยังเขา
“เ้ามองไม่เห็นเองนิข้าไม่บอกเ้าหรอก ลา
ขาดละนะเกิดมาชาติหน้าก็จำไว้อย่าได้ไปเที่ยวดูถูกใครเขาอีกละ”
“ยะ..อย่าไว้ชีวิตข้าเถอะ อย่าาา”
เดนเหยียบเท้าลงไปตรงหัวของเขาจนแตกละเอียดเืกระจายเต็มพื้นแต่ไม่มีสักหยดที่เปื้อนรองเท้าของเขา
“หึไอ้เ้าโง่เอ๋ยเ้าเริ่มก่อนนะอย่าว่าข้าโหดร้ายละ”
แล้วเขาก็ออกจากเมืองท่าฮาวเว่นและกลับไปยังคฤหาสน์ก่อนมืดเมื่อมาถึงเขาก็เดินเข้าไปยังห้องรับรองพบเ้าขาวนอนกรนอยู่ตรงขอบหน้าต่าง
“ไอเ้านี่มันนอนไปได้ยังไงขอบหน้าต่าง”
ในขณะที่เขากำลังเดินเข้าไปหาเ้าขาวเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาในห้อง
“แย่แล้วละท่านขาวเพิ่งมีข่าวมาว่าเ้าดยุกบ้านั้นขึ้นใบประกาศจับท่านเดนและท่านละ”
“อ่ะท่านเดนท่านกลับมาแล้วท่านไม่ได้ไปเมืองฮาวเว่นยังงั้นเหรอ”
“ข้าไปมาแล้ว”
“หา!ไปมาแล้ว แต่ช่างมันเถอะตอนนี้เ้าดยุกนั้นออกคำสั่งจับพวกท่านแล้วละ คนของพ่อข้าที่อยู่ในวังส่งข่าวมา”
“ข้ารู้แล้วละเื่นั้นอย่าห่วงเลยข้าจัดการได้”
เ้าขาวงัวเงียตื่นขึ้นมา
”อ้าวนายท่านกลับมาแล้วรึทำไมกลับมาเร็วจังเลยละ”
“เ้าขาวเ้าเข้าไปในวังตอนนี้เลยแล้วสืบหาว่าาาอยู่ไหนแล้วรีบกลับมารายงานข้า”
“ได้ขอรับ”
แล้วเ้าขาวก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่เดนสั่ง ออโรร่าที่ยืนมองดูถึงกลับอ้าปากค้างไร้คำกล่าว และในตอนนั้นแม่ทัพดัชก็ตามเข้ามา
“อ้าวเ้าไม่ได้ไปเมืองฮาวเว่นหรอกรึ”
“เออเื่นั้นช่างมันเถอะท่านแม่ทัพนอกจากเ้าบ้าดยุกนั้นออกคำสั่งจับกุมข้าแล้วมันยังมีคำสั่งอะไรเพิ่มอีกไหมละ”
“เ้ารู้ได้ยังไงว่ายังมีอีกนะ”
“คนอย่างเ้านั้นนะมันคงไม่ออกคำสั่งแค่จับข้าหรอกมันต้องหาวิธีจัดการกับศัตรูของมันทุกวิธีเมื่อมันมพบโอกาศลงมือ แล้วให้ข้าเดานะมันคงคิดกำจัดท่านที่เป็เหตุพาข้ามาละสิ”
“เ้านี่มัน อืมใช่แล้วละมันกล่าวหาว่าข้าวางแผนก่อฏและร่วมมือกับคนแดนเถื่อนเข้าล้มล้างบัลลังก์าานะสิ”
“อย่าบอกนะว่าพวกข้านะคือนักรบแดนเถื่อนที่ว่านะ”
“ใช่แล้วละมันป่าวประกาศในท้องพระโรงว่าจะจัดการพวกเราทุกคน”
“ไอ้เวรนี้เดี๋ยวได้เห็นดีกันแน่”
“ตอนนี้คนของข้าที่แอบแฝงในราชวังส่งข่าวมาว่ามันได้ส่งกำลังทหารห้าร้อยมุ่งหน้ามายังคฤหาสน์นี้แล้วละ และข้าเพิ่งสงสารไปยังชายแดนใต้ให้รองแม่ทัพยกทัพขึ้นมาช่วยแล้วละ”
“นานไหมละกว่าทัพของท่านจะมาถึงนะ”
“คงเป็เดือนข้าคงต้องเปิดม่านพลังคุ้มกันที่นี้คอยถ่วงเวลาจนกว่าทัพของข้าจะมาถึงละ”
“ข้าว่าถึงตอนนั้นที่นี้ก็เละแล้วละท่านแม่ทัพเื่นี้ข้าจัดการเองท่านและออโรร่าพาคนของท่านเข้ามาหลบในคฤหาสน์นี้เถอะที่เหลือปล่อยข้า”
“เ้าว่ายังไงนะทหารตั้งห้าร้อยเ้าจะจัดการคนเดียวยังงั้นรึ”
“ข้ามีวิธีก็แล้วกันพวกท่านแค่ดูเฉยๆก็พอ”
ออโรร่าเดินเข้าหาเดนแล้วยื่นมือไปกุ้มมือของเดนขึ้นมาเหนือทรวงอกของนาง
“ท่านเดนข้าต้องขอโทษที่ต้องให้ท่านเข้ามาพัวพันในความบาดหมางระหว่างพวกข้าหลังจากเื่ครั้งนี้จบข้าจะขอเป็ข้ารับใช้ของท่านไม่ว่าท่านจะให้ข้าทำอะไรข้าก็พร้อมจะทำเพื่อท่าน”
“ดะ..เดี๋ยวนะข้าไม่้าอะไรทั้งนั้นละข้าก็แค่เกลียดคนยังเ้าบ้าดยุกแค่นั้นเองข้าไม่ได้ทำเพื่อพวกเ้าชะหน่อย”
ออโรร่าที่ยังไม่ยอมปล่อยมือของเดนกล่าวอย่างดื้อดึง
“ไม่ว่าท่านจะว่ายังไงข้าได้ตัดสินใจไปแล้วท่านอย่ามาห้ามข้าชะให้ยากเลย”
“ซะ..ซวยแล้วงานนี้ซวยจริงๆทำไงละทีนี้กลับไปโดนยัยไอรีนเล่นงานหนักแน่”
เดนคิดในใจพร้อมกับเริ่มมีเหงื่อไหลซึมบนหน้าผากของเขา
“ระ..เื่นั้นเอาไว้คุยกันทีหลังพวกท่านรีบพาคนของท่านเข้ามาหลบและเปิดม่านคุ้มกันเถอะข้าจะออกไปรอพวกมันข้างนอกเอง”
เดนรีบเดินออกจากตัวคฤหาสน์ไปและไปยืนอยู่หน้าทางเข้าเพื่อรอกองทหารที่ยกมา