ณ .ดาดฟ้า ที่มีฝนตกปรอยๆ กับโยชิมะที่ยืนตากฝนด้วยใบหน้า ดวงตาที่เบิกกว้าง เเละความรู้สึกที่ประหลาดใจ พร้อมกับ คุนโดกับซาระ ที่ทั้งสองนั่งอยู่ใต้หลังคากันเเดด บนดาดฟ้า
เเต่ จู่ๆ ประตูชั้นดาดฟ้าก็ถูกเปิดอย่างเเรง เเละกระทบกับกำเเพง จนได้ยินเสียงดัง “ ป้าง ! ” พร้อมกับซาบาคิที่วิ่งเข้ามา
“ นี่! โยชิมะ… ” ซาบาคิเมื่อได้เห็นสภาพของโยชิมะที่เปียกชุ่มด้วยน้ำ ก็ได้หยุดวิ่งอย่างกะทันหัน เเล้วทำสีหน้าที่หมดหวัง
“ ไม่ทันเเล้วสิน่ะ ”
เเต่ในขณะเดียวกัน เมื่อโยชิมะได้เห็นซาบาคิ จู่ๆ เขาก็รู้สึกตื่นเต้น เเละวิ่งเข้าไปทันที
“ ซาบาคิ ดูนี่สิ ฝนนี้มหัศจรรย์เลยใช่ไหมละ ” หลังจากที่โยชิมะพูดจบ คุนโดก็เเสดงสีหน้าภูมิใจ ภายใต้หลังคากันเเดด เเละพูดกับโยชิมะไปว่า
“ ใช่ไหมละ บอกเเร้ววว ”
เเต่ซาบาคิก็ทำหน้างง เเล้วตอบกลับไป
“ ฝนวิเศษอะไร? เขาฉีดน้ำล้างชั้นดาดฟ้าต่างหากละ พอฉันไปโรงอาหารเมื่อกี้ ก็มีคนบอกมา ”
“ อ่าว! ไม่เห็นได้ยินประกาศอะไรเลย ”
พอโยชิมะพูดจบบรรยากาศก็เงียบสักครู่นึง
“ ฉันก็พึ่งรู้นิ… เเล้วมึงจะยืนตากฝนไปถึงเมื่อไหร่เนี้ย ไปอยู่ที่ร่มไป! ข้าวก็ยังไม่ได้กิน ”
เเล้วโยชิมะก็หันหน้าไปยังที่ที่คุนโดกับซาระอยู่ เเต่ทั้งสองก็ไม่อยู่เเล้ว
“ เเสบมากนัก ไอสองคนนั่น ตูอุส่าเชื่อสนิทเลย ”
ซาบาคิกับโยชิมะจึงได้ พากันย้ายไปกินข้าวที่บันไดใกล้ชั้นดาดฟ้าเเทน ด้วยความที่โยชิมะทั้งตัวชุ่มไปด้วยน้ำ เสื้อนักเรียนจึงเเนบไปกับผิว เเละเเทรกไปบริเวณร่องต่างๆ ของร่างกาย
“ มึงมองไรเนี่ย! ” โยชิมะถามซาบาคิที่เมื่อกี้เอาเเต่จ้องร่างกายของตน
“ ปล่าวววว… เเค่มีใบไม้ติดที่ด้านหลังมึงอะ เดี๋ยวกูเอาออกให้น่ะ ” เเล้วมือของซาบาคิก็ยื่นไปด้านหลังของโยชิมะ เเละได้ััตรงเเผ่นหลังของเขา เเต่จริงๆเเล้วไม่มีใบไม้ติดสักใบ เเต่ซาบาคิก็ยังพูดโกหกออกไป
“ เค กูเอาออกให้ละ ”
“ ขอบใจว่ะ ถ้าไม่มีมึงเป็เพื่อนกูคงเเย่เลย ” โยชิมะพูดกับซาบาคิพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มหวานๆ ซึ่งซาบาคิก็เเสดงใบหน้าที่เขินอาย ออกมา เเต่เขาก็ข่มเอาไว้ ไม่ให้เเสดงอาการ
เเละเวลาก็ผ่านไป จนทั้งสองได้พูดคุยอย่างสนุกสนาน เเละได้กินข้าวจนเสร็จ พอดีที่มีเสียงกริ่งหมดเวลาคาบพักเที่ยง เสื้อของโยชิมะก็เเห้งพอดี ทั้งสองจึงเดินเข้าไปในห้องเรียน เเละได้นั่งประจำที่ โดยโต๊ะของซาบาคิอยู่ตรงด้านหลังสุดใกล้ริมหน้าต่าง เเละโต๊ะของโยชิมะจะอยู่หน้าสุดเเถวตรงกลาง
>> จนถึงเวลาเลิกเรียน 4 โมง
นักเรียนทุกคนต่างเก็บของเข้ากระเป๋า เเละเตรียมที่จะกลับบ้าน ซึ่งซาบาคิก็ทักทายร่ำลาโยชิมะก่อนที่จะออกไปจากห้อง เเละก็เหมือนเดิมคือ โยชิมะ ต้องยอมเป็เบย์ ของเด็กอ้วนในการทำความสะอาดห้องเรียน
“ ทำให้สะอาดละกัน 555 ”
เด็กอ้วนพูดพร้อมกับพลักเเท่งชอร์กจนตกกระจายตามพื้นห้อง เเละเเสดงสีหน้าสะใจ เเละเดินออกไปกับเพื่อนเเกงค์อีก 2 คน
“ เฮ้ออ... ”
โยชิมะถอนหายใจ เเละจึงต้องจำใจต้องก้มไปเก็บเเท่งชอร์กที่เเตกกระจาย เเล้วทำความสะอาดทุกๆส่วนของห้องต่อ คนเดียว ... จนเเสงอาทิตย์เริ่มเบาบางลง จนบริเวณรอบๆไม่ได้ยินเสียงใครเลย มีเเต่เสียงจิ้งหรีดที่ร้อง เเต่จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้น
“ กึกๆ ๆ ”
เมื่อโยชิมะได้ยินเสียงก็รู้สึกกลัว เเละประหม่า เเต่เสียงก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ เเละจู่ประตูก็ถูกเปิดออก เเกร๊ก
“ อ๊าววว ยังไม่กลับบ้านอีกหรอ ”
ซาบาคิพูดพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องเรียน เเละไปหยิบหนังสือที่โต๊ะเรียนของตน
“ ใหมด นายเองหรอ ฉันก็กำลังจะกลับนี่เเหละ ”
โยชิมะถอนหายใจ เเละเเสดงสีหน้าที่อ่อนล้า เเล้วเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนของตัวเองที่อยู่บนโต๊ะ
“ นายนี่น่ะ.. คราวหลังก็ตอบโต้กลับไปบ้างก็ได้ ไปๆ กลับพร้อมกัน อยู่คนเดียวเดี๋ยวผีก็หลอกหรอก ”
ซาบาคิพูดให้กำลังใจ เเละมีการตบมุกเกี่ยวกับผีทำให้บรรยากาศที่เศร้าหมอง หายไป
ทั้งสองหลังจากออกจากห้องเรียน ซาบาคิก็พูดคุยเกี่ยวกับเื่เล่าผีในโรงเรียน ด้วยบรรยากาศที่มีเเสงเข้ามาในอาคารน้อยก็ทำให้เกิดบรรยากาศร่วม ส่วนทางฝ่ายของโยชิมะ ก็พูดเปลี่ยนเื่ โดยบทสนทนานั้นก็ทำให้เกิดบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้ลืมเื่ในห้องเรียนไป
จนทั้งสองได้เดินออกจากโรงเรียน โยชิมะก็ได้พูดร่ำลา
“ พรุ่งนี้เจอกัน บาย ”
“ เคๆ ฝันดี ”
เมื่อพูดจบก็ได้เเยกทางกันกลับบ้าน
โยชิมะได้เดินทางกลับบ้านตามปกติ ซึ่งจะต้องเดินผ่านสะพานข้ามทะเลสาบ เเต่สิ่งที่เขาได้เห็น คือ เเสง วิบวับ สีเหลือง ซึ่ง คือ ไฟป้ายห้ามผ่าน เนื่องจากสะพานถล่ม จนไม่สามารถข้ามได้
“ เฮ้อ ทำไมต้องเจอเเต่เื่โชคร้ายกันน่ะ วันนี้ ”
โยชิมะบ่นพึมพำ... จึงต้องเปลี่ยนเส้นทางไปเดินเลาะข้างทะเลสาบ ในบรรยากาศที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า กลิ่นของน้ำเค็มๆ เเละเสียวจิ้งหรีดที่ร้องดังใกล้ทะเลสาบ เเละเสียงของรองเท้ากับหญ้าที่ัักัน ภายใต้บรรยากาศวังเวงไม่มีรถยนต์ผ่านไป-มา
“ ตึง… ตึง … ตึง... ”
โยชิมะสะดุ้ง ใ เสียงดังที่คล้ายระฆัง ที่มาจากทะเลสาบ ในขณะที่กำลังเดินเปลี่ยวๆ อยู่คนเดียว จึงได้หยุดเดิน เเละเหลียวมองไปรอบๆตัว
“ สงสัยคงเป็เสียงระฆังวัดละมั้ง ”
โยชิมะจึงเดินต่อไป จนได้เห็นบ้านของเขาที่อยู่เเต่ไกล เเต่จู่ๆ ก็มือปริศนามาจับไหล่เขา
“ เเบร่ ! ”
“ ฮึย! ” โยชิมะใ เเละหลับตา จนร่างกายตอบสนองโดยการหันหลัง เเละชกไปที่เเหล่งกำเนิดเสียง
“ โอ้ย... ” เอมิเพื่อนใกล้บ้าสต่างโรงเรียน โดนชกที่เเขนอย่างจัง เธอจึงล้มลงบนหญ้า พร้อมกับหน้าอกที่โดนเเรงกระเเทก จึง เด่งดึงๆ
“ หึย เป็ไรป่าวเซระ ” โยชิมะถามด้วยความเป็ห่วง
“ คงสบายดีมั้งไอเบือก เเค่มาทักทายนิดหน่อยเอง ไหงโดนหมัดมาเป็ของเเถมละ ” เอมิปัดดินที่ติดอยู่ที่ตัวเเล้วก็ค่อยๆลุกขึ้น เเล้วจับที่เเขนที่โดนชก
“ ขอโทษด้วยละกัน ก็เธอมาเเบบเงียบๆ ไม่ส่งเสียง ใครเจอก็ใทั้งนั้นเเหละ ”
เขาได้สังเกตไปเห็นเอมิที่กุมมือจับเเขนที่เขาเผลอชกไป
“ มา เดี๋ยวฉันเเบกเธอไว้บนหลังให้ ดูท่าน่าจะเจ็บ ”
จู่ๆ เเก้มของเอมิเริ่มเเดงขึ้น เเล้วมีท่าทางที่เขินอาย พร้อมกับอารมณ์ที่ชุนเชียวขึ้นมาทันที
“ โตๆ กันเเล้ว ใครจะไปทำยังนั้นกันเล่า! ”
เเล้วเอมิก็รีบวิ่งหนีกลับบ้านไป โดยทีโยชิมะก็ยืนงงอยู่ตรงนั่น
“ เป็ไรของยัยนั้นกันเล่า ตอนเด็กๆก็เห็นชอบให้เเบกอยู่ตลอด ”
เขาพูดกับตัวเองเเละยิ้มออกมา เเต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร เเล้วก็เดินต่อจนถึงบ้านของตัวเอง