เรือลำนี้มีเเฟนผมอยู่ ( Boat Lovers )

    ตอนที่2: ความรู้สึกที่ถูกซ่อนเอาไว้

    ณ .ดาดฟ้า ที่มีฝนตกปรอยๆ กับโยชิมะที่ยืนตากฝนด้วยใบหน้า ดวงตาที่เบิกกว้าง เเละความรู้สึกที่ประหลาดใจ พร้อมกับ คุนโดกับซาระ ที่ทั้งสองนั่งอยู่ใต้หลังคากันเเดด บนดาดฟ้า




    เเต่ จู่ๆ ประตูชั้นดาดฟ้าก็ถูกเปิดอย่างเเรง เเละกระทบกับกำเเพง จนได้ยินเสียงดัง “ ป้าง ! ” พร้อมกับซาบาคิที่วิ่งเข้ามา

     


    “ นี่! โยชิมะ… ” ซาบาคิเมื่อได้เห็นสภาพของโยชิมะที่เปียกชุ่มด้วยน้ำ ก็ได้หยุดวิ่งอย่างกะทันหัน เเล้วทำสีหน้าที่หมดหวัง

     


    “ ไม่ทันเเล้วสิน่ะ ”


    เเต่ในขณะเดียวกัน เมื่อโยชิมะได้เห็นซาบาคิ จู่ๆ เขาก็รู้สึกตื่นเต้น เเละวิ่งเข้าไปทันที


     


     “ ซาบาคิ ดูนี่สิ ฝนนี้มหัศจรรย์เลยใช่ไหมละ ” หลังจากที่โยชิมะพูดจบ คุนโดก็เเสดงสีหน้าภูมิใจ ภายใต้หลังคากันเเดด เเละพูดกับโยชิมะไปว่า


     


    “ ใช่ไหมละ บอกเเร้ววว ”


     


    เเต่ซาบาคิก็ทำหน้างง เเล้วตอบกลับไป



     


    “ ฝนวิเศษอะไร? เขาฉีดน้ำล้างชั้นดาดฟ้าต่างหากละ พอฉันไปโรงอาหารเมื่อกี้ ก็มีคนบอกมา ”


     


    “ อ่าว! ไม่เห็นได้ยินประกาศอะไรเลย ”


     


    พอโยชิมะพูดจบบรรยากาศก็เงียบสักครู่นึง


     


    “ ฉันก็พึ่งรู้นิ… เเล้วมึงจะยืนตากฝนไปถึงเมื่อไหร่เนี้ย ไปอยู่ที่ร่มไป! ข้าวก็ยังไม่ได้กิน ” 


    เเล้วโยชิมะก็หันหน้าไปยังที่ที่คุนโดกับซาระอยู่ เเต่ทั้งสองก็ไม่อยู่เเล้ว


     


    “ เเสบมากนัก ไอสองคนนั่น ตูอุส่าเชื่อสนิทเลย ”


     


    ซาบาคิกับโยชิมะจึงได้ พากันย้ายไปกินข้าวที่บันไดใกล้ชั้นดาดฟ้าเเทน ด้วยความที่โยชิมะทั้งตัวชุ่มไปด้วยน้ำ เสื้อนักเรียนจึงเเนบไปกับผิว เเละเเทรกไปบริเวณร่องต่างๆ ของร่างกาย


     


    “ มึงมองไรเนี่ย! ” โยชิมะถามซาบาคิที่เมื่อกี้เอาเเต่จ้องร่างกายของตน


     


    “ ปล่าวววว… เเค่มีใบไม้ติดที่ด้านหลังมึงอะ เดี๋ยวกูเอาออกให้น่ะ ” เเล้วมือของซาบาคิก็ยื่นไปด้านหลังของโยชิมะ เเละได้๱ั๣๵ั๱ตรงเเผ่นหลังของเขา เเต่จริงๆเเล้วไม่มีใบไม้ติดสักใบ เเต่ซาบาคิก็ยังพูดโกหกออกไป


     


    “ เค กูเอาออกให้ละ ”


     


    “ ขอบใจว่ะ ถ้าไม่มีมึงเป็๞เพื่อนกูคงเเย่เลย ” โยชิมะพูดกับซาบาคิพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มหวานๆ ซึ่งซาบาคิก็เเสดงใบหน้าที่เขินอาย ออกมา เเต่เขาก็ข่มเอาไว้ ไม่ให้เเสดงอาการ



     


    เเละเวลาก็ผ่านไป จนทั้งสองได้พูดคุยอย่างสนุกสนาน เเละได้กินข้าวจนเสร็จ พอดีที่มีเสียงกริ่งหมดเวลาคาบพักเที่ยง เสื้อของโยชิมะก็เเห้งพอดี ทั้งสองจึงเดินเข้าไปในห้องเรียน เเละได้นั่งประจำที่ โดยโต๊ะของซาบาคิอยู่ตรงด้านหลังสุดใกล้ริมหน้าต่าง เเละโต๊ะของโยชิมะจะอยู่หน้าสุดเเถวตรงกลาง


     


    >> จนถึงเวลาเลิกเรียน 4 โมง


    นักเรียนทุกคนต่างเก็บของเข้ากระเป๋า เเละเตรียมที่จะกลับบ้าน ซึ่งซาบาคิก็ทักทายร่ำลาโยชิมะก่อนที่จะออกไปจากห้อง เเละก็เหมือนเดิมคือ โยชิมะ ต้องยอมเป็๲เบย์ ของเด็กอ้วนในการทำความสะอาดห้องเรียน


     


    “ ทำให้สะอาดละกัน 555 ”


     


    เด็กอ้วนพูดพร้อมกับพลักเเท่งชอร์กจนตกกระจายตามพื้นห้อง เเละเเสดงสีหน้าสะใจ เเละเดินออกไปกับเพื่อนเเกงค์อีก 2 คน


     


    “ เฮ้ออ... ”


     


    โยชิมะถอนหายใจ เเละจึงต้องจำใจต้องก้มไปเก็บเเท่งชอร์กที่เเตกกระจาย เเล้วทำความสะอาดทุกๆส่วนของห้องต่อ คนเดียว ... จนเเสงอาทิตย์เริ่มเบาบางลง จนบริเวณรอบๆไม่ได้ยินเสียงใครเลย มีเเต่เสียงจิ้งหรีดที่ร้อง เเต่จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้น


     


    “ กึกๆ ๆ ”


     


    เมื่อโยชิมะได้ยินเสียงก็รู้สึกกลัว เเละประหม่า เเต่เสียงก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ เเละจู่ประตูก็ถูกเปิดออก เเกร๊ก


     


    “ อ๊าววว ยังไม่กลับบ้านอีกหรอ ”


     


    ซาบาคิพูดพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องเรียน เเละไปหยิบหนังสือที่โต๊ะเรียนของตน


     


    “ ๻๠ใ๽หมด นายเองหรอ ฉันก็กำลังจะกลับนี่เเหละ ”


     


    โยชิมะถอนหายใจ เเละเเสดงสีหน้าที่อ่อนล้า เเล้วเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนของตัวเองที่อยู่บนโต๊ะ


     


    “ นายนี่น่ะ.. คราวหลังก็ตอบโต้กลับไปบ้างก็ได้ ไปๆ กลับพร้อมกัน อยู่คนเดียวเดี๋ยวผีก็หลอกหรอก ”


     


    ซาบาคิพูดให้กำลังใจ เเละมีการตบมุกเกี่ยวกับผีทำให้บรรยากาศที่เศร้าหมอง หายไป


     


    ทั้งสองหลังจากออกจากห้องเรียน ซาบาคิก็พูดคุยเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹เล่าผีในโรงเรียน ด้วยบรรยากาศที่มีเเสงเข้ามาในอาคารน้อยก็ทำให้เกิดบรรยากาศร่วม ส่วนทางฝ่ายของโยชิมะ ก็พูดเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ โดยบทสนทนานั้นก็ทำให้เกิดบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้ลืมเ๱ื่๵๹ในห้องเรียนไป


     


    จนทั้งสองได้เดินออกจากโรงเรียน โยชิมะก็ได้พูดร่ำลา


    “ พรุ่งนี้เจอกัน บาย ”


    “ เคๆ ฝันดี ”


    เมื่อพูดจบก็ได้เเยกทางกันกลับบ้าน


     


    โยชิมะได้เดินทางกลับบ้านตามปกติ ซึ่งจะต้องเดินผ่านสะพานข้ามทะเลสาบ เเต่สิ่งที่เขาได้เห็น คือ เเสง วิบวับ สีเหลือง ซึ่ง คือ ไฟป้ายห้ามผ่าน เนื่องจากสะพานถล่ม จนไม่สามารถข้ามได้


     


    “ เฮ้อ ทำไมต้องเจอเเต่เ๱ื่๵๹โชคร้ายกันน่ะ วันนี้ ”


     


    โยชิมะบ่นพึมพำ... จึงต้องเปลี่ยนเส้นทางไปเดินเลาะข้างทะเลสาบ ในบรรยากาศที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า กลิ่นของน้ำเค็มๆ เเละเสียวจิ้งหรีดที่ร้องดังใกล้ทะเลสาบ เเละเสียงของรองเท้ากับหญ้าที่๼ั๬๶ั๼กัน ภายใต้บรรยากาศวังเวงไม่มีรถยนต์ผ่านไป-มา


     


    “ ตึง… ตึง … ตึง... ”


     


    โยชิมะสะดุ้ง ๻๠ใ๽ เสียงดังที่คล้ายระฆัง ที่มาจากทะเลสาบ ในขณะที่กำลังเดินเปลี่ยวๆ อยู่คนเดียว จึงได้หยุดเดิน เเละเหลียวมองไปรอบๆตัว


     


    “ สงสัยคงเป็๲เสียงระฆังวัดละมั้ง ”


     


    โยชิมะจึงเดินต่อไป จนได้เห็นบ้านของเขาที่อยู่เเต่ไกล เเต่จู่ๆ ก็มือปริศนามาจับไหล่เขา


     


    “ เเบร่ ! ”


    “ ฮึย! ” โยชิมะ๻๠ใ๽ เเละหลับตา จนร่างกายตอบสนองโดยการหันหลัง เเละชกไปที่เเหล่งกำเนิดเสียง


    “ โอ้ย... ” เอมิเพื่อนใกล้บ้าสต่างโรงเรียน โดนชกที่เเขนอย่างจัง เธอจึงล้มลงบนหญ้า พร้อมกับหน้าอกที่โดนเเรงกระเเทก จึง เด่งดึงๆ


    “ หึย เป็๲ไรป่าวเซระ ” โยชิมะถามด้วยความเป็๲ห่วง


    “ คงสบายดีมั้งไอเบือก เเค่มาทักทายนิดหน่อยเอง ไหงโดนหมัดมาเป็๲ของเเถมละ ” เอมิปัดดินที่ติดอยู่ที่ตัวเเล้วก็ค่อยๆลุกขึ้น เเล้วจับที่เเขนที่โดนชก


    “ ขอโทษด้วยละกัน ก็เธอมาเเบบเงียบๆ ไม่ส่งเสียง ใครเจอก็๻๠ใ๽ทั้งนั้นเเหละ ”


     


    เขาได้สังเกตไปเห็นเอมิที่กุมมือจับเเขนที่เขาเผลอชกไป


    “ มา เดี๋ยวฉันเเบกเธอไว้บนหลังให้ ดูท่าน่าจะเจ็บ ”


    จู่ๆ เเก้มของเอมิเริ่มเเดงขึ้น เเล้วมีท่าทางที่เขินอาย พร้อมกับอารมณ์ที่ชุนเชียวขึ้นมาทันที


    “ โตๆ กันเเล้ว ใครจะไปทำยังนั้นกันเล่า! ”


    เเล้วเอมิก็รีบวิ่งหนีกลับบ้านไป โดยทีโยชิมะก็ยืนงงอยู่ตรงนั่น


    “ เป็๲ไรของยัยนั้นกันเล่า ตอนเด็กๆก็เห็นชอบให้เเบกอยู่ตลอด ”


     


    เขาพูดกับตัวเองเเละยิ้มออกมา เเต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร เเล้วก็เดินต่อจนถึงบ้านของตัวเอง