ยี่สิบปีผ่านไป
เจียวหนิงอันในวัยยี่สิบหกขวบปีเดินทางเข้าวังหลวงติดตามท่านยาย ด้านหลังมีลิ่วเอียนจื่อวัยยี่สิบแปดหนาวที่ยามนี้กลายเป็บุรุษรูปงามติดตามมาไม่ห่าง การเดินทางเข้าวังหลวงครั้งนี้ก็เพื่อตรวจดูดวงชะตาของฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่ทรงมีพระนามว่า ‘เพ่ยหานหรง’ พระองค์ทรงมีพระชนมายุยี่สิบสี่ชันษา จากการขึ้นครองราษฏ์กระทันหันเมื่อห้าปีก่อนเป็เพราะเกิดเื่ใหญ่หลวงขึ้นกับฮ่องเต้พระองค์เก่า พระองค์ทรงประชวรกระทันหันและสาเหตุที่เป็เช่นนี้เพราะพระองค์มิฟังคำเตือนจากท่านยายของนาง ‘คำเตือนเื่สตรีมีตำหนิในที่ลับคนนั้น’
ทั้งสามเดินเข้าไปถึงตำหนักส่วนพระองค์ก่อนจะมีมุ่ยกงกงขันทีชราอีกคนมายืนรอรับแล้วเดินนำไปยังห้องทรงงาน เจียวหนิงอันรู้จักคุ้นเคยกับผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ในตอนนี้เป็อย่างดีั้แ่ห้าปีก่อน ตอนที่นางควบคุมความรู้สึกนึกคิดของตนเองได้ นางจึงเข้ามาตรวจดูชะตาของพระองค์อยู่บ่อยครั้ง ‘เพ่ยหานหรง’ คือฮ่องเต้ที่ดีในภายภาคหน้าแต่กว่าจะถึงตอนนั้นเขาต้องผ่านเคราะห์กรรมที่ติดตัวมาในชาติที่แล้วเสียก่อน
“ท่านยายเดินทางมาเหนื่อยๆ รับน้ำชาอุ่นๆ ก่อนเถิด” ฮ่องเต้หนุ่มเดินมาพยุงสตรีวัยชราที่เขาเชื่อฟังและนับถือ “พี่หนิงอันและพี่เอียนจื่อก็เชิญตามสบาย” เอ่ยกับคนที่อายุมากกว่าอย่างไม่ถือตัว
เจียวหนิงอันถอดผ้าปิดตาออกเผยให้เห็นใบหน้ากระจ่างใส ในวังหลวงแห่งนี้ใครๆ ต่างก็ทราบกันดีว่าหลานสาวของแม่หมอเจียวจินหาใช่สตรีตาบอด ดวงตางดงามมองสบกันกับฮ่องเต้ผู้อ่อนเยาว์กว่า
“พี่หนิงอันยังคงงดงามไม่เปลี่ยน หากท่านสนใจบุรุษสกุลใด ข้าฮ่องเต้ผู้นี้ย่อมจัดการให้ท่านได้สมหวัง"
“ไม่เอาผู้ใดทั้งนั้นล่ะ” คนถูกเย้าส่ายหน้า เรียกเสียงหัวเราะจากฮ่องเต้และทุกคนได้ไม่ยาก
“ท่านยายเจียวจินมาหาข้าเช่นนี้มีเื่เกี่ยวกับดวงชะตาของข้าอีกแล้วใช่หรือไม่?” หัวคิ้วของพระองค์เริ่มขมวดอีกครั้งกับคำทำนายเกี่ยวกับสตรีเนื้อคู่ที่ไม่รู้ว่านางคือใคร
“ย่อมใช่ สตรีนางนั้นกำลังจะมา” แม่หมอเจียวจินบอกกล่าวตามที่ฝันพยากรณ์ได้ชี้ชัดถึงบุคลิกของสตรีผู้นั้น “นางเป็สตรีที่ไม่เหมือนสตรี” ฯลฯ
การพูดคุยชี้แนะดำเนินต่อไปร่วมหนึ่งชั่วยาม กลุ่มของแม่หมอเจียวจินจึงได้เวลาเดินทางกลับ
บนรถม้าที่เอียนจื่อเป็คนขับ สองสตรียายหลานนั่งพูดคุยกันถึงเื่สำคัญของฮ่องเต้เกี่ยวกับสตรีเนื้อคู่ของพระองค์ สตรีที่มีดวงชะตาแข็งแกร่งคนนั้น ที่สำคัญคือนางจะมาช่วยให้ฮ่องเต้เพ่ยหานหรงหลุดพ้นจากเคราะห์ร้ายแต่บทสรุปจะเป็เช่นไรย่อมขึ้นอยู่กับพระองค์แล้ว
“ท่านยายว่าฮ่องเต้ของเราจะหานางเจอหรือไม่เ้าคะ”
“เป็ยายที่ควรถามเ้ามากกว่า” มองหลานสาวผู้หยั่งรู้ชะตาของผู้อื่น “ยายรู้ว่าเ้า...รู้”
เจียวหนิงอันถอนหายใจกับคำถาม “พวกเขาจะเจอกันแน่เ้าค่ะ แต่จะเป็ในรูปแบบใดหลานก็ไม่สามารถตอบได้ ยังมีเวลาอีกหกเดือนก่อนที่จะถึงวันพระราชสมภพและหลานรู้ว่าแคว้นเราจะสงบสุขในไม่ช้า ที่เหลือก็แค่รอ” สตรีผู้นั้นมาแน่ๆ ..มาแบบเหนือความคาดหมายพร้อมกับ ‘พยัคฆ์’ เจียวหนิงอันยิ้ม นางรู้..แต่นางไม่อาจกล่าวออกมาได้มิเช่นนั้นฮ่องเต้จะต้องส่งคนไปดักรอสตรีผู้มีพยัคฆ์ตัวนั้นเป็แน่และชะตา ‘จะเคลื่อน’ นางจึงต้องเงียบ
๑------------------------------๑
แคว้นเ้าในเวลาเดียวกัน
พระชายาจูเหม่ยเซียนหวนคิดไปถึงเื่เมื่อสิบหกปีที่ผ่านมา ตอนนั้นนางกำลังตั้งครรภ์
ในเขตชายแดนที่องค์ชายรอง องค์ชายสามและนางผู้เป็พระชายาเพียงหนึ่งเดียวได้ไปจำประการแทนผู้ว่าการที่ถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงที่ดินในสมัยนั้น นางได้ให้กำเนิดสองฝาแฝดชายหญิง องค์ชายน้อยมีนามว่าเ้าหยางหลงและองค์หญิงน้อยมีนามว่าเ้าเฟิ่งเซียน สองพระสวามีของนางและทุกคนในจวนต่างยินดีกันถ้วนหน้าที่องค์หญิงและองค์ชายน้อยต่างมีพระพลานามัยที่แข็งแรง ่ที่นางอยู่ในเขตชายแดนนั้นถือได้ว่าเป็่เวลาที่มีความสุขอยู่่หนึ่ง แต่หลังจากผ่านไปเพียงหกเดือนกลุ่มของสวามีทั้งสองและนางก็ได้เคลื่อนย้ายขบวนกลับมายังเมืองหลวงเนื่องจากมีขุนนางคนใหม่บรรจุราชการเข้ามาแทนที่ ความยินดีปรากฏแก่สายตาบ่าวไพร่ทุกคนที่คิดถึงบ้านไม่เว้นแม้แต่นาง
ยามที่อยู่ในวังหลวงฝาแฝดชายหญิงผู้มีร่างกายแข็งแรงต่างเล่นด้วยกันและทำทุกสิ่งร่วมกันมาโดยตลอด ถึงแม้ฝาแฝดผู้พี่ยามโตขึ้นจะอยากหลบลี้หนีห่างน้องสาวฝาแฝดมากเพียงใดก็ไม่อาจกระทำได้อย่างใจนึกจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้..ตอนที่นางต้องส่งบุตรฝาแฝดของนางขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปต่างแคว้น..ไปเพื่อส่งขวัญขวัญและไปตามที่ชะตากำหนดไว้ สองมือมารดากอดหนังสือปกสีดำที่บุตรสาวฝาแฝดนำมันมาคืน พร้อมกับข้อความด้านในที่บันทึกเื่ของบุตรสาวั้แ่นางก้าวขึ้นรถม้า ‘อย่างน้อยทุกเื่ราว’ นางผู้เป็มารดาก็จะรับรู้
มันเป็เช่นนั้นจริงๆ เมื่อเวลาผ่านพ้นไปได้ห้าเดือน เื่ราวที่ผุดขึ้นมาในหนังสือ คือเื่ที่บุตรสาวของนางตอบตกลงปลงใจสมรสกับฮ่องเต้แคว้นเพ่ย ‘เพ่ยหานหรง’ นางรู้ว่าอีกไม่นานบุตรสาวจะต้องพาพระสวามีผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นมาคำนับท่านพ่อและท่านแม่..รอไม่นาน